<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเขียวเตรียมเฮ!รองเลขาธิการอย.ฟันธงต.ค.นี้ได้ปลูกแน่กัญชงเพื่อการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63- เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารเเละยา(อย.)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า การปลูกกัญชง ในรูปแบบเศรษฐกิจ อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎกระทรวงกัญชง&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะจบในสัปดาห์หน้า เมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งร่างพระราชบัญญัติ กลับมาเพื่อให้ ครม. รับทราบ และส่งให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ลงนาม โดยจะมีผลภายใน 30 วันหลังจากที่กฎกระทรวงฉบับนี้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าจะสามารถปลูกได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกฎกระทรวงกัญชา เพื่อพึ่งพาตนเองในระดับชุมชน เพื่อนำผลผลิตไปผลิตยา ได้ผ่านกฤษฎีกาในวาระแรกไปแล้ว รอพิจารณาในวาระที่ 2 อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในส่วนของกัญชา ไม่สามารถทำได้คล่องตัว เนื่องจากถูกล้อมด้วย บทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติ ที่ต้องให้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐ 5 ปี&amp;quot; เภสัชกรหญิงสุภัทรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทั้งกัญชาและกัญชง ยังคงเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5 เพราะฉะนั้นในเรื่องของการขออนุญาต จะต้องมี เงื่อนไขเข้มงวด และรัดกุม และทางกระทรวงสาธารณสุขมีการเสนอเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ป่วย หมอพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย สามารถปลูกได้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วาระที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากกัญชา และกัญชง ยังคงติดในเรื่องของยาเสพติด ให้โทษประเภทที่ 5 ดังนั้นการขออนุญาตจะต้องมีเงื่อนไข ที่เข้มงวดและรัดกุม ประชาชนที่ต้องการปลูกกัญชา จะต้องมีแผนการ และขออนุญาต ปลูกแล้วต้องมีคนรับซื้อ และผลผลิตไม่ตกค้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กฎกระทรวงทั้ง 2 ฉบับ ถือการปลดล็อคครั้งสำคัญ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้มากขึ้น และ ขออนุญาตปลูกกัญชงซึ่งก็คือ กัญชาสายพันธุ์ที่มี THC ต่ำ ได้ง่ายขึ้น คาดว่า กฎกระทรวงกัญชา และกฎกระทรวงกัญชง จะประกาศใช้ได้ ภายในเดือนสิงหาคม นี้ หลังจากนั้น ประชาชน ก็จะสามารถปลูกกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ ได้จริง เพียงแต่ต้องขออนุญาตปลูก และผลิต ให้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กระทรวงสาธารณสุข จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับใหม่&amp;nbsp; ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยมีเนื้อหาให้ประชาชนที่เป็นผู้ป่วย แพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้าน สามารถขออนุญาตปลูกกัญชา ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ 3 รูปแบบ คือ 1.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพืชเศรษฐกิจ เพื่อนำผลผลิตที่มีคุณภาพไปผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาแผนไทย&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสารสกัดใส่ในอาหาร ตลอดจนเครื่องสำอาง เพิ่มมูลค่าทางศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพึ่งพาตนเองระดับชุมชน เพื่อนำผลผลิตไปผลิตเป็นยาในระดับชุมชน ตามตำรับยาไทย แพทย์แผนไทย และ หมอพื้นบ้าน เพื่อรักษาภูมิปัญญาไทย ไว้ให้คงอยู่กับท้องถิ่น และได้รับการพัฒนาต่อยอด ให้มีประสิทธิผล มีคุณภาพการรักษาสูงสุด โดยมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3.การปลูกกัญชา ในรูปแบบพึ่งพาตนเองในระดับครัวเรือน เพื่อนำผลผลิตไปใช้เป็นสมุนไพรในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสมุนไพร เช่นเดียวกับพืชสมุนไพรในครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปลูกกัญชาทั้ง 3 รูปแบบ จะต้องมีข้อกำหนด เงื่อนไข และหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากวัตถุประสงค์ วิธีการปลูก&amp;nbsp; และการนำไปใช้มีความแตกต่างกัน ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติด ตามที่พรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอเข้าสู่รัฐสภาไปก่อนหน้านี้ คือ ผู้ป่วยขออนุญาตปลูกกัญชาได้คนละ ไม่น้อยกว่า 6 ต้น และ เกษตรกรที่ประสงค์จะปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ในรูปแบบคอนแท็กฟาร์มมิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าจับตาในการเสนอกฎหมายทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว จะเป็นการรุกคืบครั้งสำคัญของนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ของรัฐบาลที่ได้บรรจุเอาไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และตามเสียงเรียกร้องของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72363</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา กัญชง, น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, ยาเสพติดให้โทษประเภท5, สายเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a45ee18c6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;เตือนสายเขียวอย่าประเจิดประเจ้อ&#039;กัญชา&#039;ใช้หรือปลูกยังผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62-นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(รมว.ยุติธรรม) กล่าวถึงนโยบายกัญชาเสรีว่า วันนี้เขายังไม่ได้อนุญาตอย่างถูกต้อง ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนว่าอย่าไปประเจิดประเจ้อ เพราะจะถูกจับดำเนินการทางกฎหมาย ถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำเป็นนโยบายจริงจัง ก็ต้องไปเร่งออกกฎหมาย และออกระเบียบกฎเกณฑ์ว่าจะสามารถใช้หรือปลูกได้อย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42187</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นโยบายกัญชา, ยาเสพติด, รมว.ยุติธรรม, สายเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5ee6d19cc74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูมิใจไทยเฮลั่น!&#039;บิ๊กเน&#039;เปิดบุรีรัมย์จัดงานวันกัญชาโลก 19-21 เม.ย.คาด&#039;สายเขียว&#039; 4 แสนคนร่วมงาน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันกัญชาโลก ซึ่งจะตรงกับวันที่ 20 เมษายน ของทุกปี และมาปีนี้ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายรณรงค์กัญชาทุกเครือข่าย ก็ได้ประกาศจัดงาน &amp;ldquo;พันธุ์รัมย์&amp;rdquo; ขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน 2562 ซึ่งถือที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นงานระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดขึ้นในประเทศไทย เพราะจะมีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานกว่า 150,000 คน และอาจจะถึง 400,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตั้งชื่อว่าเป็นงานพันธุ์รัมย์ก็เพราะต้องการจะเชิดชูพันธุ์กัญชาท้องถิ่นที่ว่ากันว่าเป็นพันธุ์ของจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อแนะนำและโปรโมทกัญชาพันธุ์บุรีรัมย์ โดยเรียกว่าพันธุ์รัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แท้จริงแล้วกัญชาไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นกัญชาพันธุ์ดีที่สุดในโลก มีคุณภาพยาสูงที่สุดในโลก เพราะมีสภาพภูมิอากาศ ดิน น้ำ และอยู่ในโซนใกล้เส้นศูนย์สูตร วิเศษกว่าที่ใดในโลกนี้ และประเทศไทยก็มีพันธุ์กัญชาหลายพันธุ์เช่นเดียวกับพันธุ์ข้าวที่มีนับร้อยนับพันพันธุ์ชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นพันธุ์กัญชาก็เช่นเดียวกับพันธุ์ข้าว จึงเป็นที่หมายปองของชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะผู้ตั้งยุทธศาสตร์ CPTPP ที่บังคับให้ประเทศขี้ข้าทั้งหลายที่ยอมเข้ามาเป็นข้าทาสต้องเปิดกว้างให้ต่างชาติถือสิทธิบัตรนวัตกรรมทุกชนิด ทั้งนวัตกรรมทางธรรมชาติและอุตสาหกรรม รวมทั้งต้องเปิดกว้างให้ต่างชาติจดทะเบียนเป็นเจ้าของพันธุ์พืชต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานพันธุ์รัมย์ งานวันกัญชาโลกที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยครั้งนี้คงจะก่อเกิดกระแสและแรงกระเพื่อมทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป &amp;nbsp;โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ที่อาสาเป็นโต้โผ สนับสนุนกัญชาเสรี เข้าไปแก้กฎหมาย ให้ประชาชนปลูกครอบครัวละ6ต้นสร้างรายได้ 4.2แสนบาท ต่อปีอยู่ในขณะนี้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30510</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเนวิน ชิดชอบ, บุรีรัมย์จัดงานกัญชาโลก, พันธุ์รัมย์, วันกัญชาโลก, สายเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7dc40671326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเขียวบุกทำเนียบ!ยื่นหนังสือให้นายกฯเปิดเสรีกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.61- ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครเดช กล่าวว่า ปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากในโลกให้การรับรองว่าพืชกัญชามีสรรพคุณรักษาได้หลายโรค และมีหลายประเทศในโลกที่มีกฎหมายเปิดให้ใช้พืชกัญชาในทางการแพทย์ บางประเทศยังมีการอนุญาตให้ใช้ทางสันทนาการ แต่สถานการณ์ในประเทศไทย พืชกัญชากำลังถูกปล้นจากบริษัทต่างชาติที่แอบมาจดสิทธิบัตรในประโยชน์ของพืชกัญชา ในช่วงเวลาที่พืชกัญชายังเป็นพืชที่ผิดกฎหมายของไทยอยู่ ตนจึงเห็นว่าก่อนที่เสรีกัญชาจะเกิดขึ้น จำเป็นต้องมีกระบวนการรณรงค์ให้ประชาชนได้รับรู้ว่า พืชกัญชามีประโยชน์ต่อประเทศอย่างไร ในแง่เป็นยารักษาโรคนั้น ทั่วโลกให้การยอมรับแล้ว แต่ประเทศไทยโดนกดทับบิดเบือน จนทำให้การใช้ประโยชน์สูงสุดจากพืชกัญชาเพื่อรักษาผู้ป่วยกลายเป็นเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์ หรืออาจถูกแทรกแซงกลายเป็นข้ออ้างทางการเมือง ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การปลดล็อกกัญชาต้องทำด้วยความรู้ และด้วยขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้สังคมรับทราบก่อนว่าประเทศไทยพร้อมแค่ไหนที่จะไปสู่สังคมเสรีกัญชา โดยเครือข่ายฯจะมีการทำแบบสอบถาม รวมถึงจะรอฟังผลการพิจารณาเรื่องนี้ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และแถลงข่าวในเวลา 15.00 น. ของวันนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายอัครเดชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครเดช กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายฯจึงมีข้อเสนอ 4 ประการ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้ยกเลิกสิทธิบัตรที่ออกโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีความเกี่ยวข้องกับพืชกัญชาทั้งหมด โดยเฉพาะในสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับพืชกัญชาเพื่อทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ส่งเสริมงานวิจัยกัญชาทางการแพทย์โดยครอบคลุมถึงแพทย์พื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เปิดเสรีกัญชาแบบมีขอบเขตโดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งอย่างยั่งยืน รวมถึงมีมาตรการป้องกันไม่ให้มีการผูกขาดในพืชกัญชา ที่กำลังจะมีแนวคิดและแผนการให้องค์การเภสัชกรรมหรือโรงงานยาสูบ และบริษัทเอกชนมาแอบแฝงการผูกขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ส่งเสริมให้พืชกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการสร้างรายได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เครือข่ายฯหวังว่า ทั้ง 4 ข้อจะได้รับการปฏิบัติจริงจากรัฐบาล อีกทั้งเชื่อว่า พืชกัญชาจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนิยมกัญชา, ปลดล็อกกัญชา, สายเขียว, อัครเดช ฉากจินดา, เปิดเสรีกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf395db75ed2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเขียวเฮ!&#039;ประจิน&#039;ชงพ.ร.บ.ปลดล็อกกัญชาเข้าครม.13พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61- พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ว่า ความก้าวหน้าเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์นั้น รัฐบาลได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดย สนช.ได้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างดังกล่าว ซึ่งกรอบแรกใช้เวลาพิจารณา 90 วัน แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากและซับซ้อน รวมถึงจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน จึงยืดเวลาอีก 90 วัน โดย สนช.กำหนดไว้ว่าจะให้การพิจารณาร่างกฎหมายนี้เสร็จสิ้นในเดือน ก.พ.62 ระหว่างนี้ กมธ.และสมาชิก สนช.ส่วนหนึ่งเห็นว่าการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์นั้น ควรแยกเป็น พ.ร.บ.เฉพาะเรื่องนี้ ซึ่ง สนช.ได้ยกร่างขึ้นมาแล้ว มีบทบัญญัติไม่กี่มาตรา โดยจะชี้แจงในที่ประชุมสนช.ในวันที่ 9 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรมกล่าวว่าครม.มีมติเห็นชอบให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เป็นผู้ไปรับเรื่อง โดยจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 3 วัน แล้วจะเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ถ้า ครม.เห็นชอบ จะส่งร่างนี้ไปเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.ต่อไป ตรงนี้จะทำให้เกิดการปลดล็อกเรื่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;อีกทั้งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลความเป็นมาของงานวิจัย ประโยชน์ที่ได้รับ และข้อเสนอในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะเดียวกัน เราต้องยึดถือข้อตกลงในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้านยาเสพติด ซึ่งกำหนดว่าให้ประเทศสมาชิกต้องไม่ยินยอมให้นำยาเสพติดมาเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย &amp;nbsp;อีกทั้งให้นำพืชเสพติดมาใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์และประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ และรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับกัญชาที่จะถูกนำมาใช้นั้น จะมีการนำพันธุ์กัญชามาปลูกในพื้นที่ควบคุมซึ่งมีอุณหภูมิ น้ำ แสง และน้ำที่เหมาะสม อีกทั้งกระบวนการการสกัดน้ำมันต้องทำในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำไปผสมเป็นสูตรในการรักษาโรค ต้องมีแพทย์และผู้ป่วยที่สมัครใจเข้ารับการรักษาด้วยสารดังกล่าว &amp;nbsp;ตรงนี้ต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) &amp;nbsp;โดยการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการทำธุรกิจตรงนี้เป็นธุรกิจที่พึ่งพาตนเองในประเทศ &amp;nbsp;เมื่อมีกฎหมายออกปลดล็อกเรื่องการใช้ประโยชน์จากกัญชาแล้ว จะมีการกำหนดผู้ทำหน้าที่ดูแลการผลิต และผู้ควบคุมการรักษาให้เป็นตามวัตถุประสงค์ของการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คงไม่สามารถนำกัญชาอัดแห้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมมาใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้ เพราะกระบวนการสกัดเป็นน้ำมันจะต้องใช้ต้นกัญชาสดที่มีอายุในระดับหนึ่ง แต่กัญชาที่จับกุมได้นั้นฝ่อไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้สกัดน้ำมันได้&amp;rdquo;พล.อ.อ.ประจิน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21461</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 พ.ย., ปลดล็อกกัญชา, พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง, รมว.ยุติธรรม, รองนายกฯ, สายเขียว, เสนอครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be16e8cad406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
