<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;ฮึ่ม!พร้อมแบนสารเคมีทดแทนหลังแบน3สารพิษหากส่งผลต่อสุขภาพประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8พ.ย.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนากยรัฐมนตรีและรมว.สาธารณะสุข ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี การหาสารเคมีทดแทนหลังมีการแบน 3 สารพิษ ว่า สารอะไรก็มาเถอะ แต่อย่ามีปัญหากับสุขภาพของประชาชน หรือมีอันตรายต่อผู้บริโภค และเกษตรกร ในด้านสุขภาพ การติดโรค หรือเป็นแผลพุพอง แต่ถ้านำมาใช้แล้วมีปัญหาเหล่านี้ ก็พร้อมแบนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงสาธารณสุขมีแล็ปของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แล็ปของกรมการแพทย์ แล็ปขององค์การอาหารและยา หากมีผลกระทบจริงก็ไม่พ้นหรอก เอาของดีๆมาให้ประชาชน อย่าเอาของที่เป็นพิษมาให้ประชาชน เอาของดีมามันก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่ถ้าเอาสารเคมีที่เป็นอันตรายจากทั้งการสัมผัส และการบริโภค ก็เจอกัน แค่นั้นเอง&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49807</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกุล, สารทดแทน, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b6160de2e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการเกษตรโต้เฟกนิวส์ ยันยังไม่มีสารทดแทนพาราควอต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย. 62 - ศาสตราจารย์รังสิต สุวรรณมรรคา ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช และวิทยาศาสตร์เกษตร ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อมูลว่ามีสารทดแทนพาราควอตได้ โดยเฉพาะผู้ให้ข้อมูลคือผู้ผลิต ผู้ขาย ที่เชื่อตามผู้ไม่มีความรู้ด้านเกษตร โดยประสบการณ์แล้ว หากมีสารที่สามารถทดแทนพาราควอตได้ทุกมิติ เกษตรกรคงเลิกใช้สารพาราควอตไปนานแล้ว จึงอยากให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นหากมีการแนะนำให้ใช้สารอื่น หรือวิธีอื่น แล้วส่งผลเสียหายต่อผลผลิต จะเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรในยุคที่ราคาผลผลิตตกต่ำ พืชผลเสียหายจากภัยแล้ง และน้ำท่วม ตนยังย้ำว่าปัจจุบัน ยังไม่มีสารชนิดใดที่มีคุณสมบัติทดแทนพาราควอตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์รังสิต กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรทั่วโลกทราบดีว่า พาราควอต เป็นสารที่ไม่ดูดซึม ใช้ฉีดหญ้าหลังจากหญ้างอกขึ้นมาแล้ว ทำลายเฉพาะส่วนสีเขียวของพืชที่อยู่เหนือดิน ไม่ดูดซึม ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วในการกำจัดหญ้า ระยะปลอดฝนสั้น หมายถึงหากมีฝนตกหลังฉีดพ่นภายในครึ่งชั่วโมงก็ยังมีประสิทธิภาพดี เกษตรกรใช้สารกำจัดวัชพืชแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ใช้กำจัดวัชพืชก่อนวัชพืชงอก และ 2) ใช้กำจัดวัชพืชเมื่อวัชพืชงอกแล้ว สารกำจัดวัชพืชต่างชนิดกัน ก็มีคุณสมบัติต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พาราควอต มีความปลอดภัยต่อพืชประธาน เนื่องจากไม่ดูดซึม ต่างจากสารชนิดอื่นที่เป็นอันตรายต่อพืชประธาน การสนับสนุนให้ใช้เครื่องกลเพื่อร่วมบริหารจัดการวัชพืชเป็นสิ่งที่ดี แต่ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น การใช้เครื่องจักรจะทำลายพืชประธานที่ต้องการปลูกได้ ไม่สามารถใช้ได้ในพื้นที่เปียกชื้น มีค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมันและแรงงานคน ในไร่มันสำปะหลังหากใช้เครื่องจักรจะไปกระทบกับหัวมันสำปะหลังใต้ดิน รวมทั้งการแนะนำให้เกษตรกรปลูกถั่วเป็นพืชคลุมดินระหว่างแถวอ้อย ก็ต้องคิดด้วยว่า เกษตรกรจะต้องจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ถั่ว ค่าปลูก ค่าไถกลบเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร ได้มีคำแนะนำให้เกษตรกรใช้สารกำจัดวัชพืชแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับสภาพการปลูก และพืชปลูก ในการจัดการวัชพืชแบบผสมผสาน เป็นทางเลือก ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้สารชนิดใดหรือเครื่องมือใดมาทดแทนสารพาราควอต โดยเกษตรกรจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะใช้หรือไม่ใช้สารชนิดใด ดูเรื่องประสิทธิภาพ และราคา เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของเกษตรกร ประเด็นปัญหาความเสี่ยงสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ก็มีมาตรการจำกัดการใช้ที่ภาครัฐกำหนด มีการกำหนดพืช พื้นที่ ให้การอบรมเกษตรกรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาวะการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น การจะแนะนำให้เกษตรกรใช้อะไร จำเป็นต้องมีการศึกษาพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน ยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคเกษตรกรรมและการส่งออกของไทย ขอให้นึกถึงเกษตรกรเป็นลำดับแรก โดยให้ความสำคัญต่อประเด็นสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่ากัน เน้นย้ำว่าการใช้สารอย่างถูกต้องตามคำแนะนำบนฉลาก จะทำให้เกิดความปลอดภัย การให้ความรู้แก่เกษตรกรจึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาการเกษตรทุกด้าน&amp;quot; ศาสตราจารย์รังสิต ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46579</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิชาการ, พาราควอต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ศ.รังสิต สุวรรณมรรคา, สารทดแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8af74446050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
