<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แปลกแต่จริง! ชาวเลสืบสานประเพณีนอนชายคาบ้านริมถนน ตามรอยบรรพบุรุษในเทศกาลสารทเดือนสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาลสารทเดือนสิบของทุกๆปี ที่ชุมชนถนนใหม่เขตเทศบาลเมืองพังงา จะพบเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งมาอาศัยกินอยู่หลับนอนอยู่ตามชายคาหน้าบ้านของชาวบ้านในชุมชน ซึ่งเป็นที่รับรู้ของชาวจังหวัดพังงาและใกล้เคียงว่าเข้าสู่เทศกาลสารทเดือนสิบแล้ว แต่ก็เป็นที่แปลกตาของคนต่างจังหวัดที่ผ่านไปมาและไม่เคยรู้ว่าก่อนว่านี่คือ กลุ่มพี่น้องชาวไทยใหม่ หรือชาวเลอุรักลาโว้ย จากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต-กระบี่-สตูล ที่สืบสานประเพณีตามรอยบรรพบุรุษของพวกเขา ที่ในอดีตนับร้อยปีได้นำของทะเลต่างๆพายเรือเลียบอ่าวพังงาขึ้นมาแลกกับข้าวสารเสื้อผ้าของชาวบ้านบนแผ่นดินใหญ่ และได้ขออาศัยหลับนอนตามหน้าบ้านของคนในชุมชนแห่งนี้ ซึ่งเป็นชุมชนท่าเรือสำคัญในอดีตของพังงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคาดว่าผลิตผลทางทะเลมีน้อยเลยกลับกลายเป็นเป็นการขอบุญจากชาวบ้านแทน จนกลายเป็นหนึ่งในตำนานโบราณของชาวไทยใหม่หรือชาวเลกับความมีน้ำใจของพี่น้องชาวชุมชนถนนใหม่ จ.พังงา ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้สั่งการให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา เทศบาลเมืองพังงา นำเจ้าหน้าที่และ อสม.มาตรวจวัดไข้คัดกรองโควิด-19 มอบหน้ากากผ้า พร้อมกับข้าวสารให้ทุกครอบครัวที่มากันรวมกว่า 300 ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไตรรัตน์ กลับคง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพังงา กล่าวว่า เป็นเรื่องของความผูกพันมานานกว่า 100 ปี ระหว่างพี่น้องชาวไทยใหม่หรือชาวเลกับพี่น้องชาวชุมชนถนนใหม่ ในช่วงเทศกาลสารทเดือนสิบของทุกปีตั้งแต่วันรับตายาย พี่น้องชาวไทยใหม่ก็จะนำครอบครัวเดินทางมาอาศัยอยู่ตามหน้าบ้านของชาวชุมชนแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในช่วงกลางวันก็จะพากันออกไปรับบุญจากชาวไทยพุทธ ด้วยการขอข้าวสาร เสื้อผ้า หรือเงินสดตามพื้นที่ต่างๆ ตอนเย็นก็จะกลับมาทำอาหารกินกันหน้าบ้านและหลับนอนอยู่หน้าบ้าน โดยเจ้าของบ้านไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด ทางเทศบาลเมืองพังงาเคยขอจัดที่กินอยู่หลับนอนให้เป็นสัดส่วน แต่พวกเขาก็ไม่ยินยอมและบอกว่าพวกเขาต้องมาขอข้าวสารกินนอนหน้าบ้านทับรอยของบรรพบุรุษของพวกเขา หากไม่ทำตามประเพณี พวกเขาก็จะไม่สบายหรือประสบโชคร้ายมีอันเป็นไปบ้าง โดยพี่น้องชาวไทยใหม่ทุกคนจะไปร่วมรับบุญที่วัดต่างๆในวันสารทเดือนสิบ จากนั้นก็จะกลับมาเก็บของพร้อมเดินทางกลับบ้านทันที&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77426</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ชาวเล, ชาวเลอุรักลาโว้ย, ชาวไทยใหม่, วัฒนธรรมชาวเล, สารทเดือนสิบ, สืบสานประเพณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f5453c0683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านร่วมกวนกระยาสารทรสใหม่ ทำขายหาเงินเข้าวัดสืบสานประเพณีสารทเดือนสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านจัดพิธีกวนกระยาสารทโบราณสูตรใหม่รสชาเขียว โอวัลตินและสูตรดั้งเดิมทำขายหาเงินเข้าวัด สืบสานประเพณีวันสารทไทย หรือวันเพ็ญเดือนสิบ ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;ประชาวัด ประชารัฐ รวมใจ ใส่ใจคุณธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.61 - ที่วัดดงตะขบ อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้มีการจัดงาน&amp;nbsp;&amp;quot;ประชาวัด ประชารัฐ รวมใจ ใส่ใจคุณธรรม&amp;quot; โดยมีพระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางณิทฐา แสวงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยชาวบ้านในชุมชนร่วมกันจัดงานเพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นเมื่อถึงฤดูกาลสารทเดือนสิบของทุกปี ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 (9 ต.ค.) พุทธศาสนิกชนทั้งหลายของหมู่บ้านดงตะขบ จะกวนกระยาสารทเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของหมู่บ้านที่มีมาแต่โบราณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนมกระยาสารทเป็นสัญลักษณ์ของผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ และสืบทอดความเชื่อ และเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว จนกลายมาเป็นประเพณีสารทไทยวัดดงตะขบ นับเป็นวิถีธรรมวิถีไทยที่ดีงามและช่วยส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน จนเป็นที่มาของคำว่า &amp;quot;ประชาวัด&amp;quot; ที่มาจากการรวมพลังศรัทธาจากทุกภาคส่วนโดยใช้วัดเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมของชุมชนและยังตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยหลัก &amp;quot;บวร&amp;quot; ให้ บ้าน วัด และโรงเรียน ได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการทำกระยาสารทของชาวบ้านดงตะขบนั้น จะใช้วัตถุดิบที่ได้นำมาจากในชุมชน เช่น ข้าวเม่า น้ำตาลอ้อย ถั่วลิสง งา และมะพร้าว ในการนำมาประกอบการทำกระยาสารท แต่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยก็มีการประยุกต์การทำกระยาสารทด้วยการทำเป็นรสชาเขียว &amp;nbsp;รสโอวัลตินและรสชาติสูตรดั้งเดิม สร้างสีสันให้ดูน่ากินถูกใจคนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรรมวิธีการทำเริ่มจากการให้ชาวบ้าน นำข้าวเม่า ถั่วลิสง งา มาคั่วจนสุกพอประมาณ แล้วให้นักเรียนนำไปตำ และฝัดออกเพื่อแยกเปลือกและเมล็ดข้าวเม่าออกจากกัน และชาวบ้านกับพระสงฆ์ จะช่วยกันนำกะทิ และน้ำตาลอ้อยมาเคี่ยวจนเหนียวเป็นยางมะตูม &amp;nbsp;เมื่อได้ที่แล้วจะนำข้าวเม่า ถั่วลิสง และงาที่เตรียมไว้ลงไปผสมในน้ำกะทิ และเคี่ยวไปเรื่อยๆด้วยไฟอ่อนๆ จนส่วนผสมเข้ากันแล้วจึงนำไปใส่ถาดพักไว้ให้เย็น และชาวบ้านจะนำมาปั้นใส่ถุงจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 120 บาทเท่านั้น รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปเป็นทุนในการพัฒนา ซ่อมแซมวัด เพื่อสืบสานพระพุธศาสนาให้อยู่สืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานประเพณีดังกล่าว พระราชสิทธิเวที เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และทางคณะสงฆ์จังหวัดพิจิตร ได้มีส่วนร่วมในการเข้ามาสนับสนุนประเพณีดังกล่าว เพราะเล็งเห็นว่า ประเพณีดังกล่าวมีความสอดคล้องกับความเชื่อของพุทธศาสนิกชน ที่เชื่อว่าบรรพบุรุษ อันได้แก่ ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว หากทำความดีไว้ เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้ไปเกิดในสรวงสวรรค์ ต้องอาศัยผลบุญที่ลูกหลานอุทิศส่วนกุศลให้ในแต่ละปี มายังชีพ ดังนั้น ในวันแรม 1 ค่ำเดือนสิบ คนบาปทั้งหลาย ที่เรียกว่า เปรต จึงถูกปล่อยตัว กลับมายังโลกมนุษย์ เพื่อมาขอส่วนบุญ จากลูกหลาน ญาติพี่น้อง และจะกลับไปนรกดังเดิม ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ในวันแรม 15 ค่ำเดือนสิบ โอกาสนี้เองลูกหลาน และผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงนำ อาหารโดยเฉพาะกระยาสารทไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีตามความเชื่อของหลักพระพุทธสาสนาดังกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่านที่สนใจต้องการจะลองชิมกระยาสารทจากวัดดงตะขบ สามารถสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 082-164-4897 นอกจากได้อร่อยแล้วยังได้บุญอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวนกระยาสารท, ขนมกระยาสารท, จังหวัดพิจิตร, พระราชสิทธิเวที, วัดดงตะขบ, วันสารทไทย, วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10, สารทเดือนสิบ, อำเภอตะพานหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb58948470bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
