<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สารพัดเรื่อง รัฐอย่านิ่ง จัดการโควิด-19ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้การดำเนินการบริหารและจัดการเกี่ยวกับการแพร่ระบาดเชื้อโคโรนา 2019 เกิดสารพัดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น ล่าสุดกรณีปรับแผนฉีดวัคซีน คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติให้ฉีดเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นประสิทธิภาพให้กับกลุ่มคนที่รับวัคซีนซิโนแวคครบสองเข็ม โดยเฉพาะฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด้านหน้าที่สำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแม้แต่มติให้ฉีดซิโนแวคเป็นเข็มที่หนึ่ง และให้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่สอง รวมถึงการจะอนุญาตให้ประชาชนหาซื้อชุดแอนติเจน เทสต์ คิต มาตรวจด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติเหล่านี้เข้าใจว่าเกิดจากแรงกดดันจากสังคม แต่ก็ไม่ควรพูดเร็ว จนกว่าจะได้แนวทางที่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อแจ้งให้สังคมทราบแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องเลยตามเลย และแน่นอนว่าสังคมเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นทันที มีการถามต่อยอด บางฝ่ายก็ออกมาด่าทอ เพราะหงุดหงิดกับความครึ่งๆ กลางๆ ของหน่วยงานรัฐ ไร้แนวทางที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น เมื่อหมอใหญ่ &amp;ldquo;นพ.ยง ภู่วรวรรณ&amp;rdquo; หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ก.ค.) ต่อประเด็นต่างๆ จึงกลายเป็นหนังหน้าไฟ โดนถล่มเละเทะ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดดรามาในโลกโซเชียลจำนวนมาก ทั้งข่าวจริง ข่าวปลอมผสมมั่วไปหมด ตัดตอนคำพูดของ &amp;ldquo;หมอยง&amp;rdquo; ผสมโรงกับข่าวขององค์การอนามัยโลกที่ออกมาแตะเบรกว่าไม่แนะนำให้ฉีดเข็มหนึ่งและเข็มสองแบบไขว้สูตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่อวานนี้ พญ.โสมยา สวามินาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก ออกมาขยายความว่า &amp;ldquo;ไม่ใช่เรื่องที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะสามารถตัดสินใจได้เอง ว่าเมื่อใดจะฉีดวัคซีนเข็มที่สอง เข็มที่สาม หรือแม้แต่เข็มที่สี่ รวมถึงจะสามารถฉีดวัคซีนข้ามยี่ห้อและคนละเทคโนโลยีได้หรือไม่ เรื่องแบบนี้ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้เชี่ยวชาญ บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอันว่าประเด็นไฟลุกฉีดวัคซีนไขว้สูตรจึงมอดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า สังคมก็ยังถามหาแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการฉีดเข็มที่สามให้กับผู้ที่ฉีดซิโนแวคครบสองเข็มว่าจะฉีดเมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจได้ว่ายังไงก็ต้องฉีดไฟเซอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า แก่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ก่อนอยู่แล้ว แต่สำหรับบุคคลทั่วไปจะฉีดได้เมื่อใด ไม่ใช่แถลงเพียงว่าจะฉีดเข็มที่สามแล้วจบเอาดื้อๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล่อยให้ประชาชนต้องตัดสินใจจองหรือไม่จองวัคซีนทางเลือกกับโรงพยาบาลเอกชนเพื่อเป็นเข็มบูสเตอร์ก็ต้องคิดหนัก เพราะมีค่าใช้จ่ายถึงเข็มละ 1,650 บาท ถ้าฉีด 2 เข็ม ปาไป 3,300 บาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะประชาชนกำลังประสบกับรายรับที่หดหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เรื่องการอนุมัติให้ใช้ชุดตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วยตัวเอง หรือ &amp;ldquo;แอนติเจน เทสต์ คิต&amp;rdquo; ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ทำได้เร็วเท่าไหร่ ก็แปลว่ายิ่งเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้เร็วเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาจะเห็นการรายงานเสมอว่าเมื่อตั้งเต็นท์ตรวจโควิดเชิงรุกฟรีที่ไหน ประชาชนแห่ไปปักหลักพักค้างแรม นอนตากฝนริมถนน เพื่อเอาคิวตรวจ ถ้าเกิดหาซื้อ &amp;ldquo;แอนติเจน เทสต์ คิต&amp;rdquo; ได้สะดวกเมื่อไหร่ จะเป็นการดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่วาย เมื่อมีข่าวว่ารัฐจะให้หาซื้อได้ กระบวนการฉวยโอกาสก็มาทันที เริ่มมีการโก่งราคาเหมือนสมัยระบาดระลอกแรกที่หน้ากากอนามัยมีการกักตุนสินค้าจนราคาแพงหูฉี่ จึงหวังว่าจากนี้เป็นต้นไป รัฐ กระทรวงพาณิชย์จะมีวิธีจัดการก่อนปัญหาจะซ้ำรอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางฝ่ายถึงขั้นเสนอให้แจกฟรีไปเลย เพื่อดัดหลังพวกหัวหมอเอาเปรียบบนความทุกข์ยากของชาวบ้าน เหมือนกับต่างประเทศที่ใครต้องการตรวจ ต้องได้ตรวจ สามารถเดินเข้าไปขอรับชุดตรวจได้ที่ร้านขายยา หรือคลินิก หรือสถานที่ที่รัฐคิดว่ามีความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคในการควบคุมการแพร่ระบาด หน่วยงานรัฐทราบหรือไม่ว่าตามตลาดนัดต่างๆ ตลาดขายส่ง เช่น สำเพ็ง หรือแม้ในตลาดออนไลน์ มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยปลอมที่ไม่ได้มาตรฐานเพียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ที่ฮิตกันคือ หน้ากากอนามัยเกาหลี 3 มิติ ด้วยรูปทรงและราคาถูกเกินจริงกว่าราคาท้องตลาด จึงเป็นที่นิยมมาก รวมถึงหน้ากากอนามัยญี่ปุ่น มีวางขายสนนราคากล่องละ 70-80 บาท มี 50 ชิ้น สินค้าเหล่านี้คือสินค้านำเข้า แต่เหตุใดจึงนำมาขายในราคาที่ถูกเกินจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแล ควบคุมหรือไม่ เกิดสินค้าไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลเสียต่อภาพรวมในการควบคุมโรค ผู้บริโภคซื้อไปใช้หรือได้รับจากการบริจาค นำไปสวมใส่ก็เปล่าประโยชน์ เพราะป้องกันโควิด-19 ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลานี้ในเมืองหลวงของประเทศไทยวิกฤติตั้งแต่การตรวจหาเชื้อ รถรับ-ส่งผู้ป่วย ยันเตียงเต็ม แนวคิดรับผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดในกรุงเทพฯ กลับมารักษาตัวที่บ้านเกิดตัวเองจึงบังเกิดขึ้น เริ่มเห็น ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ลงมือทำ ด้วยการใช้คอนเน็กชันที่ตัวเองมี จัดหารถรับ-ส่งประสานสาธารณุสขอย่างเป็นระบบ หาเตียงในจังหวัดนั้นๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กระนั้น &amp;ldquo;พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล&amp;rdquo; ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แม้จะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ก็ทำงานเกาะติดพื้นที่กระบี่ตลอด สะท้อนเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;ยังมีปัญหานำผู้ป่วยจาก กทม.กลับบ้านในต่างจังหวัด ในส่วนกลางยังไม่มีมาตรการเชื่อมโยงกับจังหวัดต่างๆ เลย มีแต่ละจังหวัดต้องดิ้นรนกันเอาเองทั้งสิ้น ถ้ามีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประสานจากส่วนกลางสู่จังหวัด จะทำให้การเข้าถึงระบบสาธารณสุขของผู้ป่วยทำได้ง่ายขึ้น และยังช่วยกระจายผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาในพื้นที่ที่ยังไม่เกิดวิกฤติสาธารณสุข ผ่อนคลายสถานการณ์ภายใน กทม.ได้ด้วย เรื่องเหล่านี้ท่านต้องทำอย่างเป็นระบบ แต่ตอนนี้เรายังไม่เห็น ปัญหาใหญ่อีกประเด็นหนึ่งคือ การส่งผู้ป่วยกลับบ้านเกิด ถ้าระยะทางใกล้ ความยุ่งยากน้อย แต่ถ้าระยะทางไกลจะเป็นปัญหามาก เนื่องจากรถที่ใช้รับ-ส่งยังไม่มีการกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสารอย่างเป็นมาตรฐาน ใช้แอร์ร่วมกัน ไม่เพียงคนขับเสี่ยง กู้ภัยที่นั่งไปด้วยเป็นเวลากว่าสิบชั่วโมงก็หนีไม่พ้นความเสี่ยงด้วยเช่นเดียวกัน ตอนนี้ ส.ส.ช่วยประสานกันเต็มที่ แต่รัฐควรมีมาตรการที่เป็นระบบและมีหน่วยงานเจ้าภาพในเรื่องนี้ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่สะท้อนทั้งหมดข้างต้นคือตัวอย่างเพียงเล็กน้อยที่รวบรวมมา ยังไม่รวมปัญหาใหญ่ เช่น การลักลอบแรงงานข้ามชายแดน ที่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ไร้ซึ่งจริยธรรมรู้เห็นเป็นใจร่วมกระบวนการ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน รับสินบน ให้แรงงานผิดกฎหมายเดินทางข้ามมาหน้าตาเฉย ซ้ำเติมประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อให้ภายในประเทศจัดการดีเพียงใด แต่ยังไม่หวดหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่ออุดรูรั่วกระบวนการนี้ มันก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109722</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, สารพัดเรื่อง รัฐอย่านิ่ง จัดการโควิด-19ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eee2cf9baf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
