<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกรัฐบาลย้ำแบนพาราควอต- คลอร์ไพริสฟอส เริ่ม 1 มิ.ย.นี้  แนะเกษตรกรมีไว้ครอบครองให้ส่งคืนภายใน 90 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ฉบับที่ 6 พ.ศ.2563 จะมีผลบังคับใช้ โดยห้ามให้มีการผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ครอบครอง สารเคมีทางการเกษตรเพื่อกำจัดศัตรูพืช 5 รายการประกอบด้วย 1.คอลร์ไพริฟอส 2.คลอร์ไพริสฟอส-เมทิล 3.พาราควอต 4.พาราควอตไดคลอไรด์ และ 5.พาราควอตไดคลอไรด์(เมทิล-ซัลเฟต) โดยก่อนหน้านี้กรมวิชาการเกษตร ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ต่อกับทุกภาคส่วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยังได้ลงนามในคำสั่งเพื่อดำเนินการตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้กำจัดศัตรูพืชในการประกอบการเกษตรกรรม ต้องส่งมอบคืนวัตถุอันตรายดังกล่าวแก่ผู้ขายที่ซื้อมา ภายใน 90 หรือไม่เกินวันที่ 29 ส.ค.2563 ส่วนผู้ขายต้องรับคืนจากผู้ซื้อ แล้วรวบรวมข้อมูลการครอบครอง ส่งให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรภายใน 120 หรือไม่เกิน 28 ก.ย.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของประชาชน ซึ่งการห้ามใช้สารเคมีดังกล่าว เนื่องด้วยเป็นสารเคมีความเสี่ยงสูง เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม และทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค จึงได้ห้ามไม่ให้มีการใช้ โดยผ่านความเห็นชอบจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการวัตถุอันตราย รวมถึงภาคีเครือข่ายเกษตรกรต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนสารทดแทน กรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมสารทดแทนรวมถึงข้อเสนอเกี่ยวกับการกำจัดศัตรูพืชแบบธรรมชาติไว้แล้ว เพื่อรองรับผลกระทบที่จะมีต่อเกษตรกร ขอให้มั่นใจว่า การห้ามใช้สารเคมีดังกล่าว เป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน&amp;quot; น.ส.ไตรสุลี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67364</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, สารพิษ, แบนสารพิษ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c4135641a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านคลิตี้ร้องศาลปกครอง ยิ่งฟื้นฟูมลพิษยิ่งแพร่กระจาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 ที่ผ่านมาชาวบ้านหมู่บ้านคลิตี้ล่าง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมเหมืองแร่ตะกั่วที่ปล่อยมลพิษจากการทำเหมืองลงสู่ลำห้วยคลิตี้ ทำให้ชาวบ้านเจ็บป่วยล้มตาย ได้ยื่นหนังสือถึงศาลปกครองกลาง จากกรณีที่กรมควบคุมมลพิษฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้ปราศจากมลพิษ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด &amp;nbsp;ให้เร่งไต่สวนโดยด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือระบุว่า หลังจากที่กรมควบคุมมลพิษได้เริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่วตามคำ พิพากษาตั้งแต่ปลายปี 2560 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน กำลังดำเนินงานขั้นตอนการดูดตะกอนตะกั่วท้องน้ำใส่ ถุงเพื่อนำไปฝังกลบในหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย ในระหว่างที่มีการดูดตะกอน ชุมชนและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกรรมการไตรภาคีมีความห่วงกังวลว่าอาจจะเกิดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม จึงได้ตรวจวัดและติดตามเฝ้าระวังการฟุ้งกระจายของตะกอน โดยพบว่ามีการฟุ้งกระจายของ ตะกอนตะกั่วท้องน้ำจนเกิดความขุ่นเป็นระยะทางไกลถึง 4 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตรวจพบว่าน้ำที่รีดออกมาจากถุง เก็บตะกอนและไหลกลับลงไปในลำห้วยโดยตรงมีค่าตะกั่วสูงกว่าค่ามาตรฐานถึงเกือบ 100 เท่า ซึ่งจะมีน้ำและ ตะกอนที่ปนเปื้อนตะกั่วจำนวนมากในลำห้วยคลิตี้ รวมทั้งจากข้อมูลการตรวจวัดความขุ่นของน้ำหลังม่านดัก ตะกอนมีค่าสูงขึ้นกว่าค่าตามธรรมชาติถึงกว่า 10 เท่า หรือ เพิ่มขึ้นเกิน 1000% ซึ่งเกินกว่าที่ข้อกำหนด (TOR) การขุดลอกลำห้วยคลิตี้ฯ กำหนดว่าหากการขุดลอกตะกอนทำให้ความขุ่นเพิ่มขึ้นจากค่าฐานตามธรรมชาติเกิน 10% ให้หยุดขุดลอกชั่วคราวจนกว่าความขุ่นของน้ำจะกลับมาเป็นค่าตามธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการดำเนินการดูดตะกอนตะกั่วดังกล่าวทำให้อาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของ ชุมชนในระยะยาว และจะทำให้การฟื้นฟูดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วได้ตามคำ พิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากมีการฟุ้งกระจายของตะกอนตะกั่วจนเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจเป็น ผลมาจากการดำเนินการฟื้นฟูที่ไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ การละเลยไม่ปฏิบัติตามาตรฐานความปลอดภัย ตามข้อกำหนดการดำเนินงานโครงการฯ (TOR) การฟุ้งกระจายของตะกอนดังกล่าวเมื่อดูดตะกอนเสร็จสิ้นแล้ว ธรรมชาติอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูน้ำที่ปนเปื้อนสารตะกั่วยาวนานกว่า 7 ปี และไม่บรรลุผลตามคำพิพากษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 &amp;nbsp;หน่วยงานรัฐ ออกมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านคลิตี้ ทำให้ชาวบ้านในชุมชนที่ปกติเดิมต้องอาศัยอาหารจาก ภายนอกมาบริโภคเพื่อลดความเสี่ยงการปนเปื้อนสารตะกั่ว ก็ไม่สามารถเดินทางออกไปได้ จึงทำให้ต้องจับ สัตว์น้ำ เก็บผักตามลำห้วย และบางครัวเรือนที่ขาดแคลนน้ำ ก็ต้องสูบน้ำขึ้นมาจากลำห้วยมาอุปโภค&amp;nbsp;บริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้าน นอกจากจะทำให้ชาวบ้าน มีค่าตะกั่วในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้ ก็ยังทำให้เกิดการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า เพื่อให้การฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ตามคำพิพากษาเป็นไปอย่างรอบคอบและปลอดภัยต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ชุมชนคลิตี้ผู้ฟ้องคดีจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาล &amp;nbsp;ขอให้ศาล1. นัดไต่สวนข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบการดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ตามคำพิพากษาโดยวิธีดูดตะกอน ทั้งบริเวณชุมชนคลิตี้บน และบริเวณชุมชนคลิตี้ล่าง 10 จุดที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยให้กรมควบคุมมลพิษ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงข้อห่วงกังวลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ตรวจสอบแผนงานและข้อกำหนดโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ (TOR) ก่อนเริ่มดำเนินการดูดตะกอนบริเวณลำห้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีคำสั่งแจ้งให้กรมควบคุมมลพิษหยุดการดำเนินการฟื้นฟูโดยการดูดตะกอนที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัย ชุมชนและสิ่งแวดล้อม เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหามาตรการป้องกันผลกระทบและเยียวยาชุมชนที่เหมาะสมและเป็นธรรมตามหลักการป้องกันไว้ก่อน (Precautionary principle)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สั่งให้กรมควบคุมมลพิษออกหนังสือรับรองแก่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในตรวจสอบและเก็บข้อมูลการตรวจวัดการฟุ้งกระจาย โดยเร่งด่วนในระหว่างสถานการณ์จำกัดการเข้าพื้นที่ป้องกันไวรัส COVID -19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้สำนักบังคับคดีปกครองจะทำหนังสือสอบถามไปยังกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้ชี้แจงประเด็นในคำร้อง และรอศาลมีคำสั่งว่าจะให้มีการนัดไต่สวนคำร้องต่อไปหรือไม่อย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63505</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารพิษ, สุรพงษ์  กองจันทึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200418/image_big_5e9a6c63aba58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อสังเวยสารพิษ! &#039;เด็กสุริยะ&#039; ซดนัว &#039;เสี่ยหนู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.62 - นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เลขานุการส่วนตัวนายสุริยะ &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายอนุทินฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฯ ที่ต้องรับผิดชอบหรือเยียวยา ผู้ที่ครอบครองสารเคมีฯ ทั้ง 3 ชนิดนั้น รัฐมีหน้าที่ในการคุ้มครองผู้สุจริตภายใต้กฎหมายเดียวกัน หากประชาชนทำถูกต้องตามกฎหมาย แล้ววันดีคืนดีรัฐออกกฎหมายใหม่ไม่ให้เขาทำสิ่งนั้น แล้วเขาเสียหายโดยรัฐไม่ต้องรับผิดชอบใดๆเปรียบเสมือน ประชาชนมีมีดทำครัวในบ้านแล้วรัฐออกกฎหมายว่าการมีมีดทำครัวเป็นอาวุธ ผิดกฎหมาย ห้ามใช้ ห้ามครอบครอง แถมยังจะสั่งให้ทำลายมีดทิ้ง โดยให้รับผิดชอบค่าทำลายเอง แล้วไม่ไปดูแลความเสียหาย อย่างนี้ถามว่าถูกต้องหรือไม่ เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ และเมื่อตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ไม่ได้ให้อำนาจรัฐสั่งการแล้วไม่ต้องรับผิดชอบชดเชยความเสียหายแก่ผู้กระทำการโดยสุจริต แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรวุฒิ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ยืนยันว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ เป็นประธาน ได้ถือบัญชานายกรัฐมนตรี ว่าการจัดการวัตถุอันตรายต้องพิจารณาอย่างครบถ้วน ผ่านการหารือกับ 4 ส่วน ได้แก่ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค เป็นแนวทางการพิจารณาอย่างเคร่งครัด ซึ่งมิใช่พิจารณาในด้านผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยละเลยการดูแลภาคส่วนอื่น ซึ่งแตกต่างจากที่นายอนุทินกล่าวอ้างคำบัญชาดังกล่าว จึงเป็นการบิดเบือนคำบัญชาของนายกรัฐมนตรี และไม่ได้ให้คำตอบสังคมว่า สารใหม่ฯที่จะมาใช้ทดแทนนั้น จะมีผลกระทบต่อสุขภาพฯ ของประชาชนอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งข้อมูลในที่ประชุมฯเสนอว่า สารเคมีเช่นไกลโฟเซตและพาราควอตฯนั้น มีการใช้อย่างแพร่หลายในโลกมากว่า 45 ปี ตั้งแต่ปี 2517 ทำให้ลดต้นทุนเกษตรกร เพิ่มผลผลิต และถ้าใช้ให้ถูกวิธีโดยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง ถ้ามีการจำกัดการใช้ในบางพืช บางพื้นที่อย่างเคร่งครัดเท่านั้น จะเป็นแนวทางที่สามารถให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ในระยะสั้น เพราะ 2 สารดังกล่าวใช้ในการเตรียมแปลงก่อนการปลูกเพื่อควบคุมวัชพืชฯ เมื่อพืชโตไประยะหนึ่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารดังกล่าวฯ แตกต่างจากคลอไพริฟอสที่เป็นสารกำจัดศัตรูพืช เช่น แมลง ที่มีโอกาสปนเปื้อนสูง และพืชที่จะใช้หลักๆในไทยคือ ทุเรียน ถ้ายกเลิกการใช้สารนี้ทันที ผมก็เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 73 ที่วางหลักการให้รัฐต้องช่วยเหลือเกษตรกรให้ประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ ดังนั้นการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติล่าสุด จึงถือว่าเป็นการปกป้องรัฐและสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวอ้างเหตุการณ์ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ก็ขอให้พิจารณาเนื้อหาทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะบางส่วน พบว่าผู้แทนหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงต้นได้แสดงความคิดเห็นยืนยันมติให้ห้ามใช้ 3 สาร จริง แต่เมื่อรับฟังข้อมูลจากที่มีการนำเสนอในการประชุม โดยเฉพาะจากผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากการซักถามของกรรมการ ยิ่งเห็นว่าหากดำเนินการตามมติเดิมจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้ง 4 ส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีมาตรการลดผลกระทบความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้ที่ประชุมร่วมกันร่างมติที่ประชุม และเมื่อประธานได้สอบถามว่ามีผู้ใดคัดค้านหรือไม่ ก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้แทนหน่วยงานจากกระทรวงสาธารณสุขแม้แต่เพียงคนเดียวที่แสดงการคัดค้านร่างมติดังกล่าวในขณะนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้จะให้ประธานในที่ประชุมสรุปว่าผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขไม่เห็นด้วยกับมติได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ออกมาให้ข่าวต่อสาธารณะทำนองว่า ไม่เห็นด้วยกับมติ จึงขัดแย้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมอย่างชัดเจน เป็นการทำให้สังคมสับสน ทำให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความสุจริตเกิดความเสียหาย อย่างไม่เป็นธรรม และทำให้สังคมสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะประเด็นสารไกลโฟเซต ก็พบว่าเคยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานที่ผ่านมา ก็เคยสนับสนุนให้มีการจำกัดการใช้ ดังนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เมื่อผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข รับฟังข้อมูลจากที่ประชุมแล้วไม่คัดค้านมติที่ประชุมให้มีการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือขัดหลักเหตุผลอย่างสิ้นเชิง เพราะกระทรวงสาธารณสุขเคยมีท่าทีสนับสนุนมาตรการจำกัดสำหรับสารไกลโฟเซต มาแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรวุฒิกล่าวปิดท้ายว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ร่วมกันพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่นำเสนอจากการถกเถียงอย่างมีส่วนร่วมจากทุกคนในที่ประชุม ไม่ได้ใช้จินตนาการในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, สารพิษ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea05d992892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;สรุปเปรี้ยง!ขยายเวลา-เลิกแบนสารพิษ เป็นโยบายของรัฐบาลชั่วนี่เอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 62 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอรัปชั่น ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้เลื่อนการแบน 2 สารพิษออกไปอีก 6 เดือน และอีกหนึ่งสารพิษให้ใช้ต่อไปได้ว่า &amp;quot;ชัดเจนแล้วที่แท้เป็นนโยบายของรัฐบาลชั่วนี่เอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51441</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, วีระ สมความคิด, สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc806243b64e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คกก.วัตถุอันตราย... น่ากลัวกว่า3สารเคมี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นความน่าผิดหวังอย่างยิ่งแก่วงการสุขภาพชาวไทย หลังจากคณะกรรมการวัตุอันตรายชุดใหม่ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ใช้อภินิหาร... พลิกมติแบน 3 สารเคมี ประกอบด้วย คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ที่เดิมมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ธ.ค. นี้ออกไป 6 เดือน โดย คลอร์ไพริฟอส พาราควอต มีผลบังคับการแบนในวันที่ 1 มิ.ย. 2563 ส่วน ไกลโฟเซต สามารถใช้ต่อได้ในวงการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะอ้างว่า ที่ประชุมมีมติว่าเอกฉันท์ 24 ต่อ 0 และที่ประชุมไม่มีใครโต้แย้งหรือคัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo; ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ขึ้นมติชัดเจนบนจอว่ามติคืออะไร ซึ่งหากไม่ทำอย่างนั้นต่างคนอาจเข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งหากจำไม่ผิดจะให้มีการเลื่อนไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. ทุกคนก็เห็นชัดเจน อีกทั้งในที่ประชุมผมได้สอบถามว่ามีใครที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทุกคนก็ต่างเห็นด้วย อีกทั้งบางคนยังอยากจะให้มีการเลื่อนออกไปให้นานกว่านั้นอีก ทั้งนี้เรื่องการลงมติผมไม่ทราบว่าทางฝั่งโน้นได้ข้อมูลมาจากไหน และให้ไปสอบถามจากกรรมการในที่ประชุมได้เลย&amp;rdquo; ประธานกรรมการวัตถุอันตรายคนใหม่ กล่าวยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มติเช่นนี้สร้างความสงสัยว่าสุดท้ายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ &amp;nbsp; ไม่นับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนายสุริยะ จากเดิมที่เคยยืนยันว่าต้องการแบน 3 สารพิษ แต่กลับเปลี่ยนจุดยืนว่ามีอะไรไปดลใจหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ทำตัวเงียบผิดสังเกต ภายใต้เครื่องหมายคำถามว่าเข้าไปแทรกแซงการทำงานของอธิบดีกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ จนทำให้ น.ส.มนัญญา &amp;nbsp; ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ที่กำกับดูแลกรมดังกล่าวนี้ไม่สามารถทำงานได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ยืนยันว่าตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข 2 คนยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค. คือให้แบน 3 สารเคมี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ &amp;nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ยังยึดมติเดิมเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ต้องแบน 3 สารเคมี ที่จะมีผลวันที่ 1 ธ.ค. เพราะการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ยังไม่มีการโหวตยกเลิกมติเดิม พร้อมทั้งอยากคืนกรมวิชาการเกษตร และขอกรมชลประทานมารับผิดชอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดคคล้องกับ &amp;nbsp;นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามมติดังกล่าวจากนายสุริยะ ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ และละเมิดคำสั่งนายกฯ ที่ต้องการให้แบน 3 สารเคมี หรือไม่ อีกทั้งเรียกร้องประชาชนออกมาจุดเทียนหน้าบ้านแสดงพลังไม่เอาสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ล่าสุดวันที่ 28 พ.ย. ตัวแทนคณะกรรมการวัตถุอันตรายจากกระทรวงสาธารณสุข 2 &amp;nbsp;ใน 24 คณะกรรมการวัตถุอันตราย ทนไม่ได้กับคำให้สัมภาษณ์ของนายสุริยะ จึงได้ออกมาแถลงข่าวแสดงจุดยืนของกระทรวงสาธารณสุขต่อสารเคมีอันตรายทางการเกษตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ก็ไม่ได้เป็นมติเอกฉันท์เพราะในส่วนของสธ.ยืนยันมติเดิม เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2562 ที่ให้แบนการใช้ทั้ง 3 สารทันที และการประชุมไม่ได้มีการลงคะแนนด้วยการให้ยกมือแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ นพ.โอภาส &amp;nbsp;การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ &amp;nbsp;ระบุว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 ตัวแทนสธ.ได้ยืนยันตามมติเดิมให้แบนทันที และในที่ประชุมไม่ได้ให้มีการลงคะแนนด้วยการยกมือหรือลงคะแนนรายบุคคลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม ซึ่งเป็น 1 ในคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้โพสต์เฟซบุ๊ค ระบุว่าในลักษณะเดียวกันว่ามติคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่เอกฉันท์ ใจความว่า ขอลาออกจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย และขอแย้งการแถลงข่าวของท่านประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขอแย้งว่าไม่ได้มีการลงมติอย่างชัดเจน ว่าผู้ใดเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอมในการรับมติ จึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น มติเอกฉันท์ เพราะหากพิจารณาในการอภิปรายจะพบว่า ดิฉันยืนยันชัดเจนมาโดยตลอดในการแบนสารทั้ง3 และยืนยันให้คงมติวันที่ 22 ต.ค.2562 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอแย้งการแถลงข่าวที่ว่า ไกลโฟเสตไม่เป็นอันตราย เพราะกรรมการรวมทั้งดิฉันได้อภิปรายถึงผลเสียต่อสุขภาพและไม่สามารถจะจัดการความเสี่ยงต่อผู้บริโภค จนพบปนเปื้อนทั้งในสิ่งแวดล้อม ผัก ผลไม้ และน้ำนมแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากระทรวงคมนาคม โดยอีก 2 ตัวแทนในคณะกรรมการวัตถุอันตราย คืออธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ อธิบดีกรมเจ้าท่า จะมาประกาศท่าทีดังกล่าวเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือจุดยืนของแทน 3 ตัวแทน จาก 24 คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ทนไม่ได้กับท่าทีของนายสุริยะ ที่เสมือนถูกโกงมติที่ประชุม โดยไม่สนใจมิติเชิงสุขภาพชาวไทย สะท้อนให้เห็นว่า จริงๆแล้ว กรรมการวัตถุอันตราย นั้นอาจน่ากลัว และอันตรายว่า 3 สารพิษใช่หรือไม่
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0c315276fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่นของขวัญปีใหม่!&#039;มนัญญา&#039;จัดเต็ม มติคณะทำงาน 4 ฝ่าย 9-0 แบน 3 สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค 62 - น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภคต่อการยกเลิก สารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร 3 สาร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติ 9 ต่อ 0 ให้แบน3สารชนิด โดยจะเสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณาให้สารทั้ง3ชนิดซึ่งอยู่ในบัญชีประเภทที่3ไปเป็นบัญชีประเภทที่4 ตั้งแต่วันที่1 ธ.ค.62 &amp;nbsp;&amp;nbsp;จะเป็นผลให้ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต โดยหลังจากนี้จะนำมติให้กรรมการทุกคนลงนามรับผลประชุม เพื่อให้นายกรัฐมนตรีภายใน 1-2&amp;nbsp; วันนี้ และหลังจากนั้นนำเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเดิมมีกำหนดประชุมวันที่27ต.ค. แต่เมื่อคณะทำงาน4ฝ่ายมีข้อยุติในวันนี้ คาดว่าคณะกรรมการ อาจเลื่อนการประชุมชี้ขาดขึ้นมาได้เร็ว จากกำหนดเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีการพิจารณาลงมติไม่ว่าจะเปิดเผยหรือโดยลับก็ตาม แต่ในส่วนของผู้แทนกระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเปิดเผยชื่อแสดงตัวต่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะไปละเมิดการลงมติไม่ได้เป็นประเด็น ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตร มีรายละเอียดครบสมบูรณ์ในเรื่องสารทดแทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิธีการทำเกษตรทดแทน ซึ่งต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยยังมีสารเคมีอีกจำนวน หลายชนิดที่ยังใช้กันอยู่ทั่วไป เพียงแต่วันนี้เราพบว่า3สารนี้เป็นพิษร้ายแรงอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม จึงยกเลิกการใช้ทันที และหากในอนาคตพบว่าสารเคมีตัวอื่นที่มีอยู่ในท้องตลาดหลายยี่ห้อ มีความเป็นพิษสูงจะเสนอยกเลิกตามลำดับไป ซึ่งสารทดแทนหรือวิธีการทดแทน มีผลกำจัดศัตรูพืช เพียงแต่ไม่รวดเร็วทันใจที่ราดหญ้า ฆ่าแมลงแล้วตายทันเหมือน3สารนี้ แต่สารตัวอื่นอาจจะใช้เวลาเพิ่มสักขึ้นเล็กน้อยกว่าหญ้าจะตาย อาจช้าไป3-5ชั่วโมง แต่ไม่เป็นอันตรายไม่มีความเป็นพิษสูงเท่า3ตัวนี้ ทั้งนี้เกษตรกรก็รู้วิธีแบบดั้งเดิมทำอย่างไรและ รู้ว่ามีสารอะไรให้ใช้แทน อยู่แล้ว ถ้าไม่มี พาราควอต ไกลโฟเซส คลอร์ไพริฟอส เพราะฉะนั้นเรื่องต้นทุนจึงไม่เป็นปัญหา &amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีนายทุนรายใหญ่ที่จะรอนำเข้าสารทดแทนตัวใหม่ เข้ามาในประเทศไทย เหมือนที่มีการกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย เตรียมเปิดทางให้นายทุนพรรคนำสารเข้ามา ไม่มีทั้งสิ้น&amp;nbsp; อีกทั้งกระบวนการขอนำเข้าสาร ทำไม่ได้ในทันที เพราะต้องมีระยะการพิสูจน์พิษวิทยาและการขออนุญาตทำตามกฎหมายของพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ดังนั้นอย่าห่วงเรื่องเจ้าสัวนำเข้าสารตัวใหม่ และไม่มีการตัดตอนบริษัทนำเข้า 3 สาร เพราะทั่วโลกก็แบนกัน58ประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มติครั้งนี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศซึ่งปกติของขวัญปีใหม่เป็นวันที่1ม.ค. แต่ในวันนี้รัฐบาลให้เป็นของขวัญกับประชาชนทันที เพราะต่อไปในเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่1ธ.ค.คนไทยไปเที่ยวที่ไหน มีพืชพันธ์ธัญญาหารปลอดภัย อากาศบริสุทธิ์ให้กับสุขภาพคนไทย ในเรื่องนี้อธิบดี คณะกรรมการ ไม่ต้องกลัวว่าต้องขึ้นศาลเพราะถ้าต้องขึ้นดิฉันจะไปด้วยเพราะเราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งในวันนี้ดิฉันมีความพอใจระดับหนึ่ง แต่หน้าที่ยังไม่จบ ต้องอีก3-4วันถึงจะสำเร็จถือเป็นชัยชนะของคนไทยร่วมกัน&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการเป็นการตั้งตามคำบัญชานายกรัฐมนตรี ทั้งนี้กรรมการประกอบด้วย น.ส.มนัญญา ประธานคณะทำงาน นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงษ์ ประธานคณะที่ปรึกษารมช.เป็นกรรมการ น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายอัคคพล เสนาณรงค์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเกษตรวิศวะกรรม กรมวิชาการเกษตร แพทย์หญิงสุมณี วัชรสินธุ์ รักษาการนายแพทย์เชี่ยวชาญกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงศุลีกร ธนธิติกร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมควบคุมโรค น.ส.บุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธุ์องค์กรผู้บริโภค น.ส.สุภาวดี ทับทิม ประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์ สังกัดนิคม ชะอำ เพชรบุรี น.ส.เสาวลักษณ์ พรกุลวัฒน์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย นางวิไลวรรณ พรหมคำ ผอ.สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชกรมวิชาการเกษตร นายมนตรี ปาป้อง นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ น.ส.นัชชา ช่อมะลิ เลขานุการคณะที่ปรึกษารมช.เกษตรฯทั้งนี้ในการประชุม สมาคมอารักขาพืช ได้มีหนังสือแจ้งที่ประชุมว่าไม่ได้เข้าร่วม ติดภารกิจต่างประเทศ ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชม.โดยไม่ให้สื่อเข้าร่วมด้วย โดยระบุว่า จะเชิญเข้ามาตอนประชุมเสร็จเพื่อให้มาสังเกตการคณะทำงานคนไหนโหวตเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หลังการประชุม น.ส.มนัญญา ได้ให้ที่ประชุมแสดงความเห็นต่อหน้าสื่อและโหวตเรียงบุคคล อย่างไรก็ตามสื่อจับตาเป็นพิเศษกับท่าที ของอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากก่อนหน้ามีแถลงการณ์ออกมาว่าต้องยืนตามหลักวิชาการ โดยอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวก่อนโหวตว่า1.เนื่องจากเป็นนโยบายของรมช.เกษตรฯและเป็นนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกและรมว.สาธารณสุข 2.เนื่องจากการจะยกเลิกต้องมีการพิจารณาสารทดแทน ข้อมูลประกอบวิชาการเชิงประจักษ์ว่าเป็นพิษต่อร่างการมนุษย์ จึงเห็นด้วยกับมติที่ประชุมที่จะยกระดับ3สารนี้จากบัญชีประเภทเป็นประเภทที่4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47525</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, สารพิษ, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d803cbf006ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อน!&#039;หนู&#039;ด่ายับ&#039;กระจอก-หน้าตัวเมีย&#039;ขู่นักวิชาการต้านสารพิษ ท้าลั่นแน่จริงมาขู่ผมจะตบให้</HEADLINE>
                <CONTENT>

ติดตามยูทูปไทยโพสต์


3 ต.ค 62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการข่มขู่เอาชีวิตนักวิชาการที่ออกมาต่อต้านการใช้สารพิษอันตรายทางการเกษตร ว่า เรื่องนี้จะไม่บานปลาย เพราะเรามั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง สวัสดิภาพที่ดีของประชาชน คุณงามความดีเหล่านี้จะมาป้องกันตัวเอง ไม่มีใครทำอะไรได้


&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;&amp;ldquo;คนที่ไปขู่ถือว่าเป็นหน้าตัวเมีย กระจอก แน่จริงมานี่ มาคุยตรงนี้ เปิดเผย อย่าหลบ ไปขู่นักวิชาการมันจะได้อะไรขึ้นมา มาขู่มนัญญา (น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสกรณ์) มาขู่ผมนี่&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีเสียงเรียกร้องรัฐบาลให้ความคุ้มครองคนที่ถูกข่มขู่ นายอนุทิน กล่าวว่า คงต้องมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขอให้มั่นใจว่าหากทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีทางที่ใครจะทำอะไรได้ และพวกที่คิดจะทำอันตรายคนเหล่านี้ คิดว่าทำกับนักวิชาการแล้วปัญหาจะจบหรือ ก็คงได้แต่ขู่ คนกระจอกเขาทำแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะยังเดินหน้าคัดค้านสารพิษอันตรายทางการเกษตรอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอน เมื่อวันที่ 2 ต.ค.มีจดหมายจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเขียนมา ตนฉีกทิ้งเลย และเรียกคนที่รับผิดชอบให้ไปเขียนใหม่ว่ากระทรวงสาธารณสุขคัดค้าน ต้องหยุดเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ให้ตามเรื่องไปก่อนแล้วจะมีมาตรการในการจะหยุดต่อไป จึงถามกลับไปว่าคนเซ็นอ่านหรือไม่ โชคดีที่พ้นการโยกย้ายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;เมื่อถามว่า รัฐบาลออกมาพูดว่าคัดค้านสารพิษอันตราย แต่การกระทำยังไม่ชัดเจน นายอนุทิน กล่าวสวนกลับว่า น.ส.มนัญญาไม่ชัดหรือ กระทรวงสาธารณสุขไม่ชัดหรือ ต้องไปบอกหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เหลือ เพราะกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชัดไปแล้ว ฝั่งของตนชัดแล้ว 51 เสียงของพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการวัตถุอันตรายในสัดส่วนกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลเห็นด้วย ส่วนที่เหลือต้องไปจัดการกรรมการในสังกัดของตัวเองให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;เมื่อถามว่า ต้องคุยกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;รมว.อุตสาหกรรม หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยชัดเจนไม่เอาสารพิษทางเกษตร ถามนายสุริยะก็บอกไม่เอา และเห็นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็บอกว่าไม่ไหวเช่นเดียวกัน เมื่อฝ่ายนโยบายเป็นอย่างนี้ ฝ่ายปฏิบัติ 29 คนในคณะกรรมการฯจะสวนนโยบาย นายกฯก็ต้องมาแก้ไข ตนเชื่อมั่นว่านายกฯจะยืนข้างประชาชนและเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องของพี่น้องประชาชน วันนี้สังคมออกมาขนาดนี้ แอ๊ด คาราบาวถึงขั้นแต่งเพลงต่อต้านขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องมาบอกเรื่องอย่างอื่น จะมาบอกมีเงินมีทอง ลดต้นทุน ได้เงินได้กำไรมาแต่ไม่ได้ใช้เงินจะมีประโยชน์อะไร ต้องเจ็บป่วย ต้องตาย ใครจะแลกก็แลก ตนไม่แลกด้วย และตอนนี้ทาง น.ส.มนัญญา หาสารทดแทนได้แล้ว ซึ่งหากไม่เป็นอันตรายแต่ราคาสูงก็ต้องหาวิธีการชดเชย เพราะเงินที่ให้ประชาชนไม่ได้ไปไหน แต่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น พวกที่ไปขู่ทำไมไม่ออกมาบอกว่าสารพิษมันดีอย่างไร มานั่งดีเบตกัน ถ้าบอกว่าดีเพราะต้นทุนแต่คนตายไม่เป็นไรก็ออกมาพูด ของพวกนี้ไม่รู้จะแกล้งเซอร์ไปถึงไหน และหากคณะกรรมการฯจะประชุมเรื่องดีๆ เช่นนี้ ขอให้โหวตแบบเปิดเผย อย่าโหวตลับ แมนๆ หน่อย จะได้รู้กันไปเลยว่าใครรักประชาชน ใครเกลียดประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;&amp;ldquo;คิดว่าคุณมนัญญาคงรายงานนายกฯเรื่องสารทดแทนไปแล้ว และแอ็กชั่นคุณมนัญญา คงชัดเจน ที่บอกว่าหากให้ยุติเรื่องนี้ก็ปลดเขาไป ซึ่งดีกว่าการส่งเอกสารไป และคนที่จะปลดมนัญญาคนแรกคือผม ซึ่งผมไม่ปลดอยู่แล้ว เพราะทำดีให้ประชาชน ต้องสนับสนุนให้ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และที่ขู่กัน แน่จริงให้ไปขู่พี่ชายคุณมนัญญา (นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย&amp;rdquo;นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: left;&quot;&gt;เมื่อถามว่า รู้ตัวคนที่ข่มขู่แล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมไม่รู้ มันไม่ได้มาขู่ผม ถ้ามาขู่เดี๋ยวจะตบให้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;


</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47229</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูมิใจไทย, สารพิษ, อนุทิน, เสี่ยหนู, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d959168731e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
