<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ามายัดเยียดคนไทย!&#039;มนัญญา&#039;โต้เดือดสหรัฐค้านแบนสารพิษ&#039;ไกลโฟเซต&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25 ต.ค 62 - น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ลงพื้นที่จ.อุทัยธานี เพื่อประชุมทุกหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายเกษตรปลอดภัย ภายหลังแบน3สารเคมี และจะผลักดันให้อุทัยธานีเป็นเมืองเกษตรปลอดภัย โดยมีประชาชน เกษตรกร หน่วยงานต่างๆมาให้กำลังใจในการต่อสู้พื่อสุขภาพที่ปลอดภัยของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย3สาร เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการปกป้องสุขภาพคนไทย &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯเตรียมทำหนังสือชี้แจงสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รมช.เกษตรฯระบุว่า การยกเลิกสารพิษเพื่อให้ไทยที่เป็นครัวของโลกมีอาหารปลอดภัยจริง ไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่ทานเข้าไปมีสารพิษหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันชูโมเดล &amp;ldquo;เมืองหลวงเกษตรปลอดภัยอุทัยธานี&amp;rdquo;ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดดิฉัน เพื่อให้เป็นจังหวัดต้นแบบและขยายผลไปทุกจังหวัดแบบเครือข่ายใยแมลงมุม ในการส่งเสริมปลูกพืชอินทรีย์ &amp;nbsp;ผักปลอดภัย ทำเกษตรปลอดภัย คนที่มาเที่ยวจังหวัดนี้จะได้กินน้ำ อาหาร อากาศ ปลอดภัย ซึ่งประชาชนทุกคนต้องการ &amp;nbsp;สหรัฐฯควรมาถามคนไทยทุกคนว่าต้องการอะไร ไม่ใช่จะมายัดเยียดให้ใช้สารอะไรต่ออะไร ที่จริงประเทศไทยจะพยายามแบน3สารมาหลายปีแล้ว &amp;nbsp;ไม่มีใครคิดว่าจะแบนได้ แต่มีใครถาม หรือมีใครทราบไหมว่ากว่าที่ดิฉันจะสามารถแบน3สารนี้ได้ ดิฉันต้องเจอต้องต่อสู้กับอะไรมาบ้าง เพื่อคนไทย วันนี้จึงแปลกใจที่มีคนต้านไม่ให้เลิกใช้สารพิษ&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่าในการแบน3สาร เป็นเรื่องกฏหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งคงไม่ตอบโต้มากกว่านี้ ส่วนกระทบเรื่องการค้าหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดูแลแก้ไขกันต่อไป อย่าคาดการณ์ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลไทยหรือไม่ รมช.เกษตรฯกล่าวว่าจะแทรกแซงหรือไม่นั้นขอให้เป็นท่าทีของรัฐบาลต่อรัฐบาล เพราะเราทำในฐานะหน้าที่ของเราที่ทำได้ และต้องทำ ขณะนี้เรามุ่งรักษาสุขภาพและชีวิตของคนไทย หากสารเคมี มีแต่เรื่องดีๆทำไมกว่า50ประเทศจึงยกเลิกการใช้ รวมทั้งเกษตรกรไทย เตรียมพร้อม ลด ละ เลิก มา3ปีแล้ว ดังนั้นสหรัฐฯต้องไปถาม ประเทศเวียด ขณะนี้ห้ามใช้สารเคมีแล้วกระทบการค้าระหว่างสองประเทศหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งปริมาณส่งออกสินค้าเกษตรจากเวียดนามไปสหรัฐฯ มีปริมาณมากกว่าประเทศไทย มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าจะมีการบูรณาการทุกหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เชื่อมโยงตลาดโรงพยาบาลอาหารปลอดภัยทุกอำเภอ โครงการอาหารปลอดภัยในโรงเรียน ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยในจังหวัด พัฒนาเป็นร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย หรือกรีนช็อป การสร้างและพัฒนาตลาดเพื่อให้เกิด ซูเปอร์สหกรณ์ในทุกจังหวัดขึ้น ทั้งนี้สินค้าเกษตรปลอดภัยได้มีการส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิต จากทุกอำเภอ เชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่และเกษตรกรในพื้นที่แปลงคทช.เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและอินทรีย์ สร้างร้านค้าจำหน่ายสารชีวภันฑ์ หรือ กรีนช็อป ในท้องถิ่น โดยปลายทางสินค้าปลอดภัยเหล่านี้เชื่อมโยงกับตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่า การลุกมาต้านเพราะทุกภาคส่วนต่างๆเห็นด้วย ประชาชนก็ลุกขึ้นมาไม่เอา3สารด้วย ไม่ใช่การที่ตนนึกมโนเอง ทุกหน่วยงานมีเหตุผลประจักษ์ถึงพิษภัยจากสารเคมี จริงๆประเทศไทยมีการส่งออกมากมาย จึงได้นำจ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวด้วยว่ามีการตั้งโต๊ะล่าชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับการแบนที่ร้านขายเคมีเกษตร เพื่อนำชื่อมายื่นศาลปกครอง เชลล์ขายยา ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเกษตรกร &amp;nbsp;ถามว่าหน่วยงานที่เป็นต้นทาง ไปไหน &amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรไปฟ้องร้องศาลปกครอง ถามว่าใครล่ารายชื่อ ใครไปร้อง ใช่เกษตรกรหรือไม่ ขอให้เกษตรกรที่มีปัญหามาหา ไม่ใช่เอาเซลล์ขายยาไปขึ้นศาล จะสั่งให้กรมวิชาการเกษตร ไปตรวจสอบร้ายขายยา ที่จ.จันทบุรี จ.ตราด ทำไมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ เป็นร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมามีที่ไหนต้องใช้เงินหลวงเป็น100ล้านบาท เพื่ออบรมการใช้ยาพิษ ซึ่งที่จ.อุทัยธานี เกษตรกรมารับการอบรมใช้สารเคมี 400คน ถอนตัวไป100กว่าคน พอเปิดอบรมใช้ชีวภาพ เกษตรอินทรีย์ มาอบรมกว่า2หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการดูแลเกษตรกรได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตร800แห่ง เพื่อมีมาตรการสนับสนุนปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรกล กำจัดวัชพืช ช่วยเหลือเกษตรกรให้เร็วที่สุด โดยจะเสนอเร่งด่วนขอใช้งบกลาง เสนอนายกรัฐมนตรี อุดหนุนสหกรณ์การเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่าได้เตรียมเกษตรกร สหกรณ์ ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย สนับสนุนเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ กรมได้เตรียมเงินทุนให้สหกรณ์กู้ร้อยละ1 ปล่อยให้สมาชิก กู้ไปทำแหล่งน้ำ ปรับปรุงการผลิต ทางกรมหาตลาดที่จะส่งออกจากจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะยกยกเลิก3สาร กรมส่งทีมงานไปเตรียมพร้อมทุกจังหวัดเพื่อดูว่าสหกรณ์ต้องการช่วยเหลือสมาชิกอย่างไร โดยกรมได้เตรียมเสนอ รมช.เกษตรฯว่าจะทำโครงการช่วยเหลือสมาชิกโดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลให้สหกรณ์ ไปบริการเกษตรกร ลดต้นทุนถูกลง ในการกำจัดศัตรูพืช &amp;nbsp; อ้อย ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา &amp;nbsp;ซึ่งพบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังต้องมีการปรับดิน &amp;nbsp;ซึ่งมาตรการนี้ได้เสนอรมช.เกษตรฯเห็นชอบนำเสนอครม.โดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48862</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, สหรัฐสารพิษ, สารพิษอันตราย, เกษตรกร, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2c282daa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอต้านสารพิษ&#039;เปิดใจเจอขู่ระวังไม่มีเงาหัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค 62 - นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา&amp;nbsp;ขู่ฆ่าภายหลังทำงานต่าต้านสารเคมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว ว่า เป็นเรื่องจริง โดยขณะนั้นตนเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีในเฟสบุค แต่ปรากฏว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;หมออัปปรีย์ ไม่รู้หรือว่าไม่มีเงาหัวแล้ว&amp;rdquo; รวมทั้งยังขอให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของตน ไต่สวนและตรวจสอบว่าข้อมูลที่เผยแพร่มีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์จริงหรือไม่ โดยทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการ แต่สำหรับทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์รับทราบว่าเราทำอะไรอยู่ จึงทำให้เรื่องเสร็จสิ้นภายในวันเดียว นอกจากนี้ มีการโทรศัพท์มาที่ห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ ที่รพ.จุฬาลงกรณ์ พูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างก้าวร้าวถามหาตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าดูท่าจะไม่ดีจึงขอให้ปลายสายฝากข้อความไว้แทน ซึ่งเขาก็กล่าวด้วยถ้อยคำที่ไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของน.ส.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิชาการ นักวิจัย ของมหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) นั้น เป็นการถูกช่มขู่ในขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินมาประชุมที่จังหวัดกรุงเทพ โดยมีคนเดินตามและถามว่า &amp;ldquo;จะพูดอะไรอีกหรือ จะพูดเรื่องสารเคมีเหล่านี้ไม่ดีอย่างไรอีกหรือ&amp;rdquo; ทำให้อาจารย์พวงรัตน์ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินหลายครั้งกว่าจะได้ประชุม นอกจากนี้ กลุ่มคนที่สนับสนุนยังบุกเข้าไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวร บีบบังคับให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยไล่อาจารย์พวงรัตน์ออก ขณะเดียวกันก็มีความพยายามหน่วงไม่ให้อาจารย์พวงรัตน์ได้รับทุนในการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่กักขฬะหยาบคาบ มีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เมื่อมีการโต้แย้งทำให้ประชาชนไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร ซึ่งผมอยากบอกว่าไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ขอให้ดูข้อมูลการเสียชีวิต การเกิดโรค เช่น มะเร็ง ความเสี่ยงกับโรคต่างๆเริ่มทวีคูณขึ้นในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น และลามไปจังหวัดต่อจังหวัด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสปสปช.ระบุว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือนก.ค. ปี 62 มีผู้เสียชีวิต 400 กว่าราย และย้อนหลัง3ปี ตายปีละ600คน ยังไม่รวมผู้ที่เข้ารพ.เพราะเจ็บป่วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสูตรของบริษัทที่ค้าสารเคมี ซึ่งกระบวนการนี้ในต่างประเทศก็เป็นแบบเดียวกัน&amp;rdquo;นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47184</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, ต้านสารพิษ, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, สารพิษอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2นักวิชาการต้านสารพิษถูกขู่ฆ่า!จี้&#039;เฉลิมชัย&#039;แจงเหตุผลแค่สั่งจำกัดใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค. 62 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฏร พร้อมคณะ&amp;nbsp;แถลงว่า ก่อนหน้านี้ทางกมธ.มีมติเชิญรัฐมนตรีทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; มาให้ข้อมูลต่อที่ประชุมกมธ. แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ไม่มา โดยอ้างติดภารกิจ ซึ่งกมธ.จะยังคงรอให้รัฐมนตรีทั้งหมดมาชี้แจงในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต กล่าวอีกว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้ทำตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการให้จำกัดการใช้วัตถุอันตรายพาราควอต&amp;nbsp;ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp;ที่ยังไม่ยกเลิกสารเคมีทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โดยให้มีมาตรการเพียงแค่จำกัดการใช้งาน ทั้งที่ข้าราชการประจำกรมวิชาการเกษตรทำหนังสือแจ้งไปยังปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ก.ย. เพื่อขอให้จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และจำหน่าย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่นายเฉลิมชัยต้องตอบสังคมว่ามีเหตุผลอย่างไรที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐมนตรีคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ผมทราบว่ากรรมาธิการสองคนถูกขู่ฆ่าจากการทำงานต่อต้านการใช้สารเคมีร้ายแรง 3 ตัวนี้ ซึ่งกรรมาธิการให้กำลังใจและแนะนำให้แจ้งความเป็นหลักฐาน เพื่อที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นที่รู้จักและรับรู้ของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด กมธ.ต้องไม่มีภาระและความกังวลใดๆในอันที่จะทำงานให้กับประชาชน ขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการมีจุดยืนที่ชัดเจนที่จะระงับยับยั้งการตายผ่อนส่งของคนไทยที่จะได้รับพิษภัยจากสารเคมีร้ายแรงที่ได้มีการศึกษาตามมาอย่างช้านาน&amp;rdquo; นายชวลิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าลักษณะการขู่ฆ่าเป็นอย่างไร นายชวลิต กล่าวว่า ขอให้ไปสอบถามรายละเอียดนพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา&amp;nbsp;ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;และ น.ส.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิชาการ นักวิจัย และผู้อำนวยการสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47130</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, สารพิษอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9440973309c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉะผลประโยชน์อุ้ม3พิษนรก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กมธ.สารพิษฯ ลงมติเอกฉันท์แบน 3 สารพิษอันตราย แฉผลประโยชน์ซับซ้อนมหาศาล &amp;nbsp;บล็อกหน่วยงานรัฐ-นักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร ไม่ให้แสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; เดินหน้าเต็มสูบไม่เอาสารพิษนรก!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ อาทิ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกสารเคมีการเกษตร 3 ตัว ประกอบด้วย พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสในทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กมธ.วิสามัญฯ ก็ไม่ปิดกั้นรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีมติตั้งคณะทำงาน 1 ชุด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงพิษภัยของสารเคมี ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กมธ.จะเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 กระทรวงมาพูดคุยกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวว่า ขณะนี้สารเคมีในประเทศอันตรายถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งไม่อาจยื้อไปได้อีก เพราะมันช้าเกินไปแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกสารทั้ง 3 ตัว นอกจากนี้ ในวันที่ 4 ต.ค. กมธ.จะลงพื้นที่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อดูและสุ่มตรวจพืชผักผลไม้ของจีนที่นำเข้าประเทศไทย รวมทั้งจะลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อไปพบปะประชาชนที่ประสบภัยสารเคมีว่าทุกข์ร้อนอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราหวังว่าจะไม่หนีเสือปะจระเข้ ที่ยกเลิกสารเคมี 3 ตัวนี้ แล้วไปหาสารเคมีตัวอื่น เพราะความจริงแล้วมีวิธีในการทดแทน เพียงแต่นักวิชาการของกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกบล็อกไม่ให้แสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นเราจะเชิญนักวิชาการอิสระเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการทดแทน เพราะ 53 ประเทศเขาเลิกใช้แล้ว แม้แต่ในลาว กัมพูชา เวียดนาม ก็เลิกใช้แล้ว เราจึงหนักแน่นว่าไทยถึงเวลาต้องเลิกใช้เช่นกัน&amp;rdquo; นายชวลิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายดำรงค์กล่าวว่า ปัญหาสารเคมีทั้ง 3 ตัวมีเบื้องหลังอยู่มากเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน มีเงินเข้าประเทศอย่างเดียว แต่ไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชน ซึ่งเมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นโอกาสดีที่ ส.ส.ร่วมมือกันตั้ง กมธ.ให้เรื่องนี้สำเร็จ ไม่มีอะไรมาต้านทานได้ เพราะรัฐมนตรีทุกคนมาจากประชาชน ต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งในที่ประชุมพูดคุยกันว่าหากลดสารเคมีได้จะเพิ่มพื้นป่าได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการใช้สารเคมีฉีดทำลายพื้นที่ป่าอย่างง่ายดาย หากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคนใดไม่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว ตนจะขออภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความชัดเจนการยกเลิกใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิดในภาคเกษตร ว่าต้องขอเวลา เพราะมีเอกสารอีกหลายตัวต้องตรวจสอบ และยังมีส่วนที่ขัดแย้งกันอยู่ แต่ยืนยันว่ายังห้ามใช้เหมือนเดิม เพราะเราเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงไปแล้วว่าการใช้สารเคมีส่งผลให้มีคนเจ็บและเสียชีวิต ถ้ายืนยังจะใช้อยู่ ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ทั้งนี้ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจะแจ้งข้อมูลที่มีความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้หารือเรื่องนี้กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อมาเป็นคนกลางในการแก้ปัญหากับข้าราชการที่ไม่ให้ความร่วมมือแล้วหรือยัง น.ส.มนัญญากล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ แต่นายเฉลิมชัยคงรู้เรื่องแล้ว ซึ่งการทำงานของเราได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบแต่ละกรมกันแล้ว ว่าใครจะดูแลอะไร โดยนายเฉลิมชัยให้ตนดูแลในส่วนนี้ เมื่อได้รับมอบหมายแล้วก็ต้องดูแลในส่วนที่รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.) ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกใช้สารพาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต ทันที โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวว่า ขอให้นายกฯ และ รมช.เกษตรฯ ได้พิจารณายกเลิกการใช้สารพิษดังกล่าว โดยไม่ต้องใช้มติการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ไม่เปิดเผยข้อมูล เนื่องจากสารดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เด็กไทยทุก 1 ใน 2 คน มีโอกาสเกิดมาพร้อมสารปนเปื้อน ซึ่งเรื่องนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ห้ามการใช้เคมีทางการเกษตร โดยที่ไม่เพิกเฉยต่อข้อมูลและข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาต้นตอทั้งหมดคือการยกเลิกการใช้สารพิษทางการเกษตร ตามบทบาทอำนาจหน้าที่ของ รมว.เกษตรฯ เพียงท่านเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ปัญหาถูกแก้ไขอย่างถูกต้อง เป็นธรรม ไม่เกิดปัญหาต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อแผ่นดินและประเทศชาติ จึงขอให้นายกฯ สั่งการให้ รมว.เกษตรฯ ได้โปรดพิจารณาสั่งการให้มีการยกเลิกการใช้สารพิษทางการเกษตรทันที เพื่อสุขภาพของประชาชนชาวไทย และไม่เกิดการขยายปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายในวันข้างหน้า&amp;rdquo; นายวัชระระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46544</URL_LINK>
                <HASHTAG>มติเอกฉันท์, สารพิษอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษเกษตร, ไม่เอาสารพิษนรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a27af654ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
