<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.เฝ้าระวังมลพิษ3วัน ในรัศมี1กม.รอบโรงงานตรวจเป็นพิเศษ ห่วงฝนชะสารเคมียากควบคุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 6 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และสารอันตรายในพื้นที่ที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียงจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด เลขที่ &amp;nbsp;87 หมู่ 15 ซอย 21 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล &amp;nbsp;กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง คพ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และสารอันตรายในพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัดและพื้นที่รอบนอก &amp;nbsp;โดยในรัศมี 1 กิโลเมตรแรกจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งสารเคมีที่ต้องระวัง คือ โซเว้นท์ ที่ติดไฟได้ง่าย และสารสไตรีนโมโนเมอร์ ใช้เป็นองค์ประกอบทำเม็ดพลาสติก เมื่อเกิดลุกไหม้ไฟจะปลดปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สามารถติดตามและตรวจสอบคุณภาพอากาศที่ได้&amp;nbsp;http://air4thai.pcd.go.th/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; จากการตรวจคุณภาพอากาศในพื้นที่&amp;nbsp;พบว่า กลับสู่สภาวะปกติ กำลังพิจารณาเรื่องลดพื้นที่เพื่อให้ประชาชนกลับมายังที่อยู่อาศัยได้ และ คพ. จะต้องเฝ้าติดตามด้านมลพิษอย่างต่อเนื่อง 3 วัน ขณะนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ หากมีกรณีฝนตกลงมา อาจจะชะสารเคมีลงใต้ดิน แหล่งน้ำ หรือท่อระบายน้ำ ซึ่งจะยากต่อการควบคุม ซึ่งอาจต้องเข้าไปบำบัดเพื่อแก้ปัญหาต่อไป &amp;quot;&amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108799</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารพิษโรงงานกิ่งแก้ว, โรงงานกิ่งแก้วระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3e53ae2954.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 00:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 00:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จัก&#039;สไตรีนโมโนเมอร์&#039;สารพิษโรงงานผลิตพลาสติกระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตโฟมและพลาสติก พบว่ามีการปลดปล่อยสารอันตรายและก๊าซพิษ หนึ่งในสารอันตราย คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สารสไตรีน&amp;nbsp;โมโนเมอร์&amp;nbsp;(Styrene, Monomer)&amp;nbsp;เป็นของเหลวใสและข้นเหนียวน้ำหนักโมเลกุล 104.16 ถ้าสารมีอุณหภูมิ 31&amp;deg;C (88&amp;deg;F)&amp;nbsp;ขึ้นไปจะติดไฟและกลายเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายหากถูกเผาไหม้จะกลายเป็นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์&amp;nbsp;(CO)&amp;nbsp;จำนวนมาก&amp;nbsp;มีอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สารอันตรายนี้ใช้ในการผลิตยางสังเคราะห์ และพลาสติก เรซิน สี ฉนวนที่เป็นโฟม ใช้ผลิตพลาสติกกับสารอื่น เช่น&amp;nbsp;Acrylonitrile- butadiene-&amp;nbsp;styrene plastics&amp;nbsp;ใช้ทำกระเป๋าแบบแข็ง&amp;nbsp;Acrylonitrile- styrene&amp;nbsp;plastics&amp;nbsp;
ใช้ในชิ้นส่วนรถยนต์และของใช้ในบ้านและบรรจุภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สารสไตรีน&amp;nbsp;โมโนเมอร์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย&amp;nbsp;เป็นสารระเหย หากมีการปนเปื้อนในดินอาจนำไปสู่การปนเปื้อนในน้ำใต้ดิน เพราะสารนี้ไม่ค่อยจับตัวกับดิน ถ้าหายใจเข้าไปจะเกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ และลำคอ&amp;nbsp;มีอาการปวดศีรษะ มึนงง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และมึนเมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าได้รับสารปริมาณสูงจะมีอาการชักและเสียชีวิตได้ การหายใจเข้าไปในระยะนานๆ&amp;nbsp;แม้ว่าความเข้มข้นต่ำจะทำให้อาจมีอาการทางสายตา&amp;nbsp;การได้ยินเสื่อมลง และการตอบสนองช้าลง ส่วนผลในระยะยาวนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ถ้าเข้าตาจะเคืองตา ถ้าถูกผิวหนังจะรู้สึกระคายผิว ถ้าสารซึมเข้าผิวหนังจะมีอาการเหมือนหายใจเข้าไป ทำให้ผิวแดง แห้งและแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แนวทางการดับเพลิงให้ใช้น้ำยาประเภทคาร์บอนไดออกไซด์หรือเคมีแห้งหรือโฟมปิดคลุม ห้ามฉีดน้ำเป็นลำ
ไปยังถังที่ถูกเพลิงไหม้โดยตรง&amp;nbsp;แต่อาจให้ฉีดเป็นละอองฝอยเพื่อควบคุมควันเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน ในระยะเวลา 1&amp;nbsp;ชั่วโมง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระดับที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปริมาณ 20&amp;nbsp;&amp;nbsp;พีพีเอ็ม&amp;nbsp;หากสูงกว่าระดับนี้ อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระดับที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปริมาณ 130 &amp;nbsp;พีพีเอ็ม&amp;nbsp;หากสูงกว่าระดับนี้ อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรงในระดับที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และควรมีการอพยพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระดับที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปริมาณ 1100&amp;nbsp;พีพีเอ็ม หากสูงกว่าระดับนี้ อาจเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงถึงขั้นสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปยังสถานที่อากาศบริสุทธิ์ในบริเวณเหนือลมทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ถอดเสื้อผ้สและรองเท้าที่ปนเปื้อนออกทันที และล้างบริเวณผิวหนังหรือดวงตาที่ได้รับสัมผัสกับสารเคมีด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ติดตามสถานการณ์เป็นระยย และอพยพออกนอกพื้นที่เพิ่มเติม เมื่อได้รับคำสั่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และย้ายกลับที่ตั้งเมื่อได้รับแจ้งยืนยันความปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลและภาพอินโฟกราฟฟิก กรมควบคุมมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108758</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารพิษโรงงานกิ่งแก้ว, สารสไตรีน โมโนเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e339370b040.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
