<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จอม&#039;สารภาพทำคลิปหมิ่นสถาบัน แต่ไม่ขอรับผิดชอบใดๆ อ้างฝรั่งหัวแดงผิดข้อตกลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63 -นายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ว่า มีการสอบถามเข้ามามากว่า เสียงที่ปรากฎอยู่ในคลิปที่กลุ่มของ PixelHELPER ซึ่งกำลังเคลื่อนไหวตรวจสอบ ตั้งคำถามกษัตริย์ไทยในประเทศเยอรมันนั้นว่าเป็นเสียงของผมหรือไม่ ก่อนที่จะตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออธิบายความ ที่ไปที่มาของคลิปนี้ดังนี้ครับ ผมได้รับการติดต่อจาก คุณ Oliver Bienkowski ผู้นำมูลนิธิ PixelHELPER ว่าจะขอใช้เสียงเพื่อทำคลิปล้อเลียน หรือ Fake เพื่อความตลก โปกฮา สร้างสีสันในกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับกษัตริย์ไทย โดยใช้ภาพเคลื่อนไหวของกษัตริย์ไทยมาประกอบ ซึ่งผมเห็นว่า ก็ไม่แปลก เพราะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในสังคมยุโรปที่ทำเช่นนี้ จึงตอบตกลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อทำออกมาแล้วไม่ใช่ลักษณะการล้อเลียนโดยปกติทั่วไป แต่ออกมาเป็นลักษณะที่พยายามทำให้เหมือนจริง ไม่มีอารมณ์ตลก ล้อเล่น เพื่อให้เกิดความสนุกสนานแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญมีข้อความคำพูดที่สุ่มเสี่ยงต่อความผิดการใส่ร้าย หรือการกล่าวหาผู้อื่นซึ่งเป็นอาชญากรรมร้ายแรง - ผมจึงได้คัดค้านในประเด็นนี้ไปยังคุณ Oliver Bienkowski โดยขอให้เขาปรับปรุงแก้ไข หรือไม่ก็ตัดเสียงท่อนที่มีความสุ่มเสี่ยงนี้ออกไป แต่เขาก็ยังคงยื่นยันที่จะดำเนินการเผยแพร่คลิปนี้แบบเดิมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่ผมกระทำได้ ณ เวลานี้คือ การปฎิเสธ ไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อคลิปเสียงดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันเอาไว้ และผมก็ได้แสดงการคัดค้านไม่เห็นด้วยไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผมยังคงให้การสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่ม PixelHELPER ในเยอรมัน ในการตั้งคำถาม ตรวจสอบ ท้วงติง การใช้อำนาจอิทธิพลของ พระมหากษัตริย์ไทย ที่ไม่เป็นการทำลายหลักการกฎหมายสากล หลักสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค เสรีภาพ และหลักการประชาธิปไตยทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69450</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปล้อเลียน, จอม เพชรประดับ, มูลนิธิ PixelHELPER, สารภาพ, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde15d9ece6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อารมณ์หลุดยิงกราด กอล์ฟอ้าง‘ส่วนตัว-หนี้สิน’ต้นตอ/ตร.ตั้ง8ข้อหาหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ตั้งโต๊ะแถลงปิดคดีฆ่าชิงทอง จ.ลพบุรี &amp;quot;ผอ.กอล์ฟ&amp;quot; โฟนอินสารภาพเหตุลงมือปมหนี้สินและปัญหาส่วนตัว ปัดหาความท้าทายอยากตาย อ้างวางแผนล่วงหน้า 2-3 วัน เสียใจกระสุนโดนน้องไทตัล บอกแค่ยิงเปิดทางไม่ตั้งใจ &amp;quot;รอง ผบ.ตร.&amp;quot; ยันหลักฐาน &amp;quot;ปืน-ทอง&amp;quot; ได้ครบ เหลือหาลำกล้องท่อเก็บเสียง ปฏิเสธไม่เกี่ยวใช้ DNA เหงื่อมัด &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; นำตัวฝากขัง ตั้ง 8 ข้อหาหนัก ไร้ญาติประกันส่งนอนคุก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ชม ตร.กู้ศักดิ์ศรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 23 ม.ค. เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย,พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.),พล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บัญชาการสำนักงาน พิสูจน์หลัก (ผบช.สพฐ.ตร.), พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.), พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิตรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี (ผบก.ภ.จว.ลพบุรี) และ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) ร่วมแถลงผลการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาชิงทองคำน้ำหนักกว่า 28 บาท เป็นเงินมูลค่า 6.8 แสนบาท ไปจากร้านทองออโรร่า สาขาห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 9 ม.ค. จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังถูกจับกุมตัวได้ขณะไปทำการสอนเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้ เดิมทีจะนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวด้วย โดยมีการควบคุมตัวมาจากกองบังคับปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งเป็นสถานที่คุมขัง แต่ได้ยกเลิกกะทันหันและนำตัวกลับ โดยใช้วิธีโฟนอินตอบคำถามสื่อมวลชนแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสิทธิชัยตอบคำถามสื่อมวลชนถึงมูลเหตุการลงมือจี้ชิงทองครั้งนี้ว่า มาจากปัญหาส่วนตัวและปัญหาเรื่องการเงินของตัวเอง ส่วนที่มีการก่อเหตุยิงพนักงานร้านทอง ลูกค้าที่มาซื้อทอง และน้องไทตัล จนมีผู้เสียชีวิตถึง 3 รายนั้น เป็นการยิงเพื่อเปิดทางและทำให้กลัว ใช้เวลาวางแผนมา 2-3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้จักหรือมีความขัดแย้งกับพนักงานร้านทองที่เสียชีวิต(น.ส.ธิดารัตน์ หรือกวาง ทองทิพย์) แต่ที่มีการยิงซ้ำนั้น เพราะตอนปีนขึ้นไปบนตู้กระจกขณะที่ได้หันปลายกระบอกปืนไปที่พนักงานร้านทอง เนื่องจากถุงมือที่ใส่อยู่ไปขัดในไกปืน พยายามดึงถุงมือให้ขยับออกทำให้ปืนยิงออกไป 2 นัด ลักษณะเหมือนกระตุกมือเข้าไปพันในไกปืน&amp;quot; นายประสิทธิชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหารายนี้ระบุว่า ส่วนเด็ก 2 ขวบ (น้องไทตัล) ไม่เห็น ตั้งใจยิง รปภ.ของห้างเพื่อเปิดทาง คิดว่าลูกกระสุนน่าจะแฉลบไปโดนน้องไทตัล ไม่ได้ตั้งใจยิงเด็ก หลังก่อเหตุรู้สึกสำนึกผิด และเสียใจในการกระทำ หลังก่อเหตุมีความคิดที่จะมอบตัว แต่ไม่ได้ปรึกษากับใคร เพราะก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ร่วมวางแผนกับใคร โดยเองตั้งใจจะมอบตัวในวันที่ 24 ม.ค.ที่จะถึงนี้ แต่เนื่องจากติดภารกิจที่โรงเรียนที่ต้องทำให้นักเรียน
ปัญหาหนี้สินปมชิงทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากฝากไปถึงครอบครัวผู้เสียชีวิต ผมอยากกล่าวคำว่าเสียใจและขอโทษ โดยเฉพาะน้องไทตัล และพนักงานผู้หญิง รวมถึงทุกคนที่ผมได้ยิง&amp;quot; ผู้ต้องหารายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเหตุใดหลังก่อเหตุจึงกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ผอ.กอล์ฟกล่าวว่า ตนพยายามทำตัวให้ปกติ และไม่ได้คิดหนี รู้สึกเสียใจทุกครั้งเมื่อเห็นข่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าสาเหตุที่ต้องใช้ลำกล้องเก็บเสียง ผอ.กอล์ฟกล่าวว่า ต้องการไม่ให้เกิดเสียงดัง ไม่ต้องการให้ผู้คนตื่นตระหนก ซึ่งท่อเก็บเสียงสั่งมาจากเพื่อนรุ่นน้องทางอินเทอร์เน็ต ตอนแรกตนได้ยิงตู้กระจกไปสองนัด ไม่คิดว่ากระสุนจะไปโดนพนักงานผู้หญิง แล้วพอไปเจอลูกค้าผู้ชายและผู้หญิง เหมือนกระทำไปแล้ว และอารมณ์ก็หลุดไปแล้ว ก็เสียใจและอยากขอโทษด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า มีข่าวเหตุที่กระทำเพราะอยากตายดังๆ เพื่อสร้างสีสัน นายประสิทธิชัยยืนยันว่า สาเหตุที่ก่อเหตุมาจากปัญหาเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเงิน ไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์แถลงว่า ที่สังคมตั้งคำถามเป็นการจับแพะหรือไม่ ตนขอเรียนว่าไม่ใช่กรมปศุสัตว์ ไม่เคยจับแพะจับแกะ ตนเป็นตำรวจ จับแต่โจรผู้ร้ายดูแลประชาชน ที่ผ่านมาคดีใหญ่ๆ ก็จับแต่ของจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้คดีเสร็จสิ้นแล้ว ที่ผ่านมาได้รับกำลังใจจากนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ท่านถามตลอด ผมก็รายงานตลอด คดีนี้ทุ่มสรรพกำลังทุกอย่าง เพื่อให้ได้ตัวคนร้ายเร็วที่สุด เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน สำหรับตัวผู้ต้องหาที่เป็นถึงผู้อำนวยการ ก็ไม่เหนือความคาดหมายมาก ไม่ได้ตัดประเด็นทิ้งตั้งแต่แรก แต่เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าตำรวจ ทหารไม่น่าจะยิง ที่ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมไม่ค้นปืนบ้านพ่อผู้ต้องหาด้วย เราไม่อยากให้ของกลางเคลื่อนที่ ซึ่งหลังก่อเหตุคนร้ายก็ทิ้งซิกเนเจอร์ไว้จำนวนมากเช่นกัน&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า บอกในที่ประชุมทุกครั้ง วันที่เราจับได้เป็นวันที่เราประสบความสำเร็จ โดยเมื่อวันที่ 22 ม.ค. จากการสอบปากคำผู้ต้องหามีบางส่วนที่จริงใจบ้าง ทีมงานเรามีประสบการณ์ในการรับฟัง หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า พยานหลักฐานที่ได้อาวุธปืนในการก่อเหตุ และทองรูปพรรณที่ได้จากบ้านพ่อผู้ต้องหา ที่ขาดอยู่คือลำกล้องและท่อเก็บเสียง อยู่ระหว่างงมหาในแม่น้ำ จากการสอบสวนจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีคนอื่นเกี่ยวข้องช่วยเหลือ แต่ก็ยังสืบสวนต่อ ส่วนหลักฐานที่นำมาสู่การออกหมายจับคนร้ายได้มากองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ยืนยันเรื่องวัตถุพยานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีหลักฐานที่เป็นดีเอ็นเอของเหงื่ออย่างที่เป็นข่าว โดยรายละเอียดต่างๆ รวมถึงข้อมูลผู้ชี้เบาะแสเป็นความลับอยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นของพ่อ แต่ยังไม่พบว่าพ่อมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลปืน cz p-01 เข้ามาในเมืองไทยกว่า 1 แสนกระบอก รุ่นนี้มีเป็นพันกระบอก การจะตรวจสอบต้องมีเหตุพอสมควรอยู่ดีๆ&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
ผอ.กอล์ฟเจอ 8 ข้อหาหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเรื่องคำให้การของผู้ต้องหา รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องแยกคำให้การกับหลักฐานออกจากกัน คำพูดเรื่องเหตุจูงใจจะเกิดจากอะไรจริงเท็จยังไม่ทราบ คำพูดเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ เป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยืนยันตามกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา การที่เขาเดินเข้าไปเอาปืนยิงคนตาย เอาทองไปเก็บไปซุกซ่อน แล้วถูกจับ เราก็ฟันธงเลยว่าเขาเจตนาฆ่า เจตนาชิงทรัพย์ ส่วนคำกล่าวอ้างก็เป็นเรื่องของเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นขอให้ชัดเจนว่าเราตั้งข้อหาตามการกระทำ ไม่ได้ตั้งข้อหาเพราะเขาพูดว่าอะไร ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหารับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่น, ชิงทรัพย์, ครอบครองอาวุธปืน แต่ถ้าวันหลังมีข่าวมาบอกว่าอยากฆ่าตัวตาย เราไม่ได้ไปฟังตรงนั้น เราก็ต้องฟันธงสาเหตุที่เขาลงมือทำว่าประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่มีเรื่องอื่น ส่วนตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานถึงคนอื่น หากมีเพิ่มก็ต้องเอาด้วย โดยวันนี้ภายหลังการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายประสิทธิชัยไปฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญาต่อไป&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เดินดูพยานหลักฐาน โดยได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่คนร้ายสวมใส่ในวันก่อเหตุมาจำลองให้สื่อมวลชนดู โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้หยิบตัวอย่างพยานหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหา อาทิ กางเกงลายพราง ทองรูปพรรณ ถุงมือ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ นำมาอธิบายให้สื่อมวลชนรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เวลา 12.30 น. นายบดิศร เผ่าสุทอ ทนายความ เดินทางมาติดต่อกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอเข้าพบนายประสิทธิชัย หลังมีการโอนคดีมาให้กองปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบ และคุมตัวมาดำเนินคดีที่กองปราบปรามตั้งแต่เวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13. 20 น. พนักงานสอบสวนได้เบิกตัวนายประสิทธิชัย ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง บริเวณชั้นที่ 1 ขึ้นไปยังห้องสอบสวนอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ เดินทางมารอตรวจร่างกายผู้ต้องหา ซึ่งเป็นขั้นตอนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ป้องกันผู้ต้องหาอ้างว่าถูกบังคับหรือซ้อมทรมานให้รับสารภาพ ก่อนนำตัวไปฝากขัง โดยระหว่างถูกควบคุมตัวนายประสิทธิชัยมีท่าทีเรียบเฉยและปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. พ.ต.ท.ภาณุภัค สืบปรุ พนักงานสอบสวน ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 12/2563 &amp;nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามคุมตัวนายประสิทธิชัยมาฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.-3 ก.พ.นี้ เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง ผลการตรวจสอบสารพันธุกรรม (DNA) ผลการชันสูตรบาดแผล ผลการชันสูตรศพ และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพนักงานสอบสวนมีการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 8 ฐานความผิด คือ &amp;ldquo;ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำผิดอย่างอื่น, ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง ในหมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยซึ่งใช้ดินระเบิดโดยเปิดเผย โดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหามีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ต้องหามีลักษณะโหดร้ายและรุนแรง ทำให้ประชาชนรู้สึกหวาดกลัว หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปข่มขู่พยาน หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฝากขังจนสิ้นสุดเวลาทำการ เวลา 16.30 น. ไม่มีญาติหรือทนายมาแสดงความประสงค์ขอประกันตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายประสิทธิชัยไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ชมตร.กู้ศักดิ์ศรีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายชิงทอง จ.ลพบุรี ว่าตนให้กำลังใจตำรวจมาตลอด คุยกันทุกวันว่าถึงไหนอย่างไร ก็มีวิธีการของตน สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาได้สร้างเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้กับตำรวจ ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขามีการทำงานอยู่แล้ว ถ้าเราเสนอข่าวกันทุกวัน ผู้ร้ายก็รู้หมด เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ไม่จริงทั้งสิ้น เรื่องจริงเราทำของเราและผลออกมาอย่างนี้ มันก็จับได้ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านช่วยลดผลกระทบซึ่งกันและกันบ้างในการนำเสนอข่าว ขอร้องท่านเท่านั้นเอง ลองไปศึกษาดูว่าจะทำอย่างไร จะช่วยรัฐบาลซึ่งมีความจริงใจแก้ปัญหารัฐบาลก่อน และรัฐบาลนี้ก็พยายามทำเต็มที่ จะเห็นได้ว่าทุกอย่างเดินหน้าเป็นขั้นเป็นตอนมาตลอด ใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะทำอะไรได้ซักอย่าง บางอันก็สำเร็จแล้ว บางอันก็เริ่มต้น บางอันก็อยู่ระหว่างขั้นตอนจะพัฒนาขั้นต่อไป&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงคดีคนร้ายชิงทองที่ จ.ลพบุรี ว่าเรื่องนี้เป็นแบบอย่างว่าคนที่ดูเหมือนมั่งมี พรั่งพร้อม ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหา หรือไม่ต้องการสิ่งใด ในทุกๆ การกระทำของคนเรา มีการกระทำหรือแรงจูงใจ จากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกเสมอ บางครั้งคนเราอาจคิดประหลาดแตกต่างไปจากปกติ เหมือนที่เคยมีข่าว ไม่ว่านักบุญ ครู พระ ก็สามารถกระทำความผิดได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยในขณะนั้น บางคนก็ก่อเหตุในขณะจิตตกหรือบางคนก่อเหตุเพราะต้องการปลดปล่อยก็สามารถทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าผู้ต้องหารายนี้สังคมสงสัยมีอาการป่วยหรือไม่ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า เท่าที่ดูเบื้องต้นจากการตอบคำถามไม่น่าจะมีอาการทางจิตรุนแรง แต่ปกติของคนกระทำหรือก่อเหตุมักมีปัญหาทางใจแน่นอน แต่หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศาล สงสัยก็สามารถใช้อำนาจและส่งตัวมาให้ตรวจสอบได้ โดยโรคที่ได้รับการยกเว้นโทษ ได้แก่ โรคจิต จิตบกพร่อง จิตฟั่นเฟือนเท่านั้น ส่วนวิกลจริต ซึมเศร้า วิตกกังวล ไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความสำนึกในความผิด คือการรู้ตัวว่าได้กระทำสิ่งใดลงไป และรู้สึกผิด ส่วนเรื่องมอบตัวหรือไม่มอบตัวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง&amp;quot; อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงกรณีนายประสิทธชัยอ้างมีภารกิจจัดกิจกรรมให้นักเรียนจึงยังไม่ได้มอบตัวตำรวจว่า โดยหลักการแล้วแม้จะไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียน ก็จะมีรักษาราชการเพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นการที่นายประสิทธิชัยอ้างว่าจะจัดการภารกิจต่างๆ ให้กับนักเรียนที่โรงเรียนวัดโพธิ์ชัยให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจะเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ก็แล้วแต่ว่านายประสิทธิชัยจะกล่าวอ้าง แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วก็อย่างที่ตนบอก แม้จะไม่มีนายประสิทธิชัย ที่โรงเรียนก็มีคนทำหน้าที่แทนได้อยู่แล้ว หากคิดจะมอบตัวคงไม่ต้องอ้างเรื่องนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าชิงทอง, ชิงทองลพบุรี, ปล้นชิงทอง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สารภาพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนี้สินและปัญหาส่วนตัว, ไร้ญาติประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ab690b883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาติดคุก4นปช.สารภาพ ส่งศาลฎีกาพิจารณาใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;4 แกนนำ นปช.&amp;quot; ผวาคุก! เปลี่ยนแผนกลับคำให้การรับสารภาพในวินาทีสุดท้ายคดีพาม็อบบุกบ้านป๋าเปรม เลื่อนอ่านฎีกาส่งคืนศาลฎีกาพิจารณาใหม่ &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot; เล่นละคร ขาเดินเข้าศาลคุยคำโตติดคุกไม่เป็นไรทำเพื่อประชาธิปไตย ขาออกสารภาพสิ้นยื่นคำร้องกลับคำให้การตั้งแต่ 19 ก.ย. อ้างสำนึกผิดขอความเมตตาศาล อดีตผู้พิพากษาชี้แผนซื้อเวลา 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 แกนนำและแนวร่วม นปช.นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนจากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวง ไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรมเพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าวมีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.58 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง &amp;nbsp;และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ &amp;nbsp;และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ริบของกลางทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ม.ค.60 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี &amp;nbsp;รวมจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 &amp;nbsp;คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3
คุยโวติดคุกเพื่อประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้ นายนพรุจ จำเลยที่ 1, นายวีระกานต์ จำเลยที่ 4, นายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 5, นายวิภูแถลง &amp;nbsp;จำเลยที่ 6 และ นพ.เหวง จำเลยที่ 7 เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ บุคคลใกล้ชิด และแนวร่วม นปช.จำนวนมาก ส่วนจำเลยที่ 2-3 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังการพิจารณาว่า จากที่ได้ประสานงานกันทราบว่าจำเลยมาฟังคำพิพากษาครบทุกคน คดีนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ จำเลยและทนายความทำอย่างดีที่สุด ส่วนคำพิพากษาออกมาอย่างไรพร้อมน้อมรับ ไม่กังวลใจเพราะสิ่งที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา เพื่อให้ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงหรือเสียหายต่อบุคคล สถานที่ หรือองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น มีความบริสุทธิ์ใจและเข้าสู่การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามที่ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่หากต้องถูกจำคุกอาจกระทบอนาคตทางการเมือง นายณัฐวุฒิบอกว่า &amp;nbsp;กังวลกับอนาคตของประเทศมากกว่า ที่เราอยู่กันโดยไร้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง อยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องกังวลร่วมกัน อนาคตการเมืองของตัวเองเป็นเรื่องเล็ก ไม่ว่าเราจะอยู่บนเวทีการเมืองหรือไม่ ก็จะมีผู้ร่วมอุดมการณ์คนใหม่ๆ ปรากฏตัวมาทำหน้าที่แสดงศักยภาพให้ทุกคนได้เห็นว่า ประชาชนที่รักประชาธิปไตยไม่ได้ผูกขาดคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดศาลอาญาแจ้งว่า ก่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ นายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และนายแพทย์เหวง จำเลยที่ 4-7 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธความผิด ขอต่อสู้คดี โดยได้ยื่นคำให้การใหม่ เป็นให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอาญาพิจารณาแล้วให้งดอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีไว้ก่อน และเห็นควรส่งคำร้องของจำเลยที่ 4-7 และคำพิพากษาศาลฎีกาคืนให้ศาลฎีกาพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป โดยยังไม่กำหนดวันนัดฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้พวกตนจำเลยที่ 4-7 ยกเว้นเพียงนายนพรุจ จำเลยที่ 1 &amp;nbsp; ซึ่งเคยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาจนถึงชั้นศาลฎีกา ก็ได้ปรึกษาหารือกันแล้วกับจำเลยทุกคนและทีมทนายความ เห็นว่าเราจะกลับคำให้การเป็นรับสารภาพในชั้นฎีกา โดยวันนี้ศาลชั้นต้นนัดจำเลยทุกคนมาฟังคำพิพากษา จึงได้ส่งสำนวนคดีประกอบกับคำร้องกลับคำให้การเป็นรับสารภาพไปยังศาลฎีกา เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป หลังจากนี้เป็นดุลยพินิจของศาลฎีกาพิจารณาว่าจะมีคำพิพากษาอย่างไร และจะนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง
ยื่นกลับคำให้การตั้งแต่ 19 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยื่นคำร้องกลับคำให้การเป็นรับสารภาพ ได้ดำเนินการเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจำเลย 4 คน คือ ผม นายวีระกานต์ นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง เห็นตรงกันว่าเราจะให้การรับสารภาพ ส่วนนายนพรุจยืนยันที่จะต่อสู้ไปตามกระบวนการเดิม เนื่องจากเห็นว่ามีประเด็นเรื่องใบรับรองแพทย์ ซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการตัดสินคดี ปรากฏว่าพบพิรุธว่าจะเป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรงตามข้อเท็จจริงหรือไม่ ในการใช้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวถึงเหตุผลสำคัญในคำร้องกลับคำให้การว่า พวกตนได้กราบเรียนต่อศาลว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองของ นปช.ตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร เพื่อให้ประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &amp;nbsp;และเราไม่เคยประสงค์ให้เกิดความรุนแรงเสียหายต่อบุคคล องค์กร สถานที่ หรือสถาบันใดๆ ในวันเกิดเหตุพวกตนเพียงต้องการเดินทางไปชุมนุมปราศรัยที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ แล้วก็จะเดินทางกลับตามเวลาที่ได้ตกลงกันไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งนำมาสู่การบาดเจ็บทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็รู้สึกเสียใจ แล้วก็ได้แถลงในคำร้องว่าพวกตนได้สำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;ไม่ได้มีความขัดแย้งเป็นการส่วนบุคคลกับ พล.อ.เปรมแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ท้ายคำร้องยังกราบเรียนต่อศาลว่า เมื่อพวกกระผมได้เสียใจและสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ก็ขอความเมตตาจากศาลได้พิจารณาลงโทษสถานเบา หากโทษนั้นยังคงเป็นการตัดสินจำคุกอยู่ ขอศาลได้โปรดพิจารณารอการลงโทษให้กับจำเลยด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพรุจ จำเลยที่ 1 กล่าวถึงเหตุผลที่ยืนยันให้การปฏิเสธว่า หลักฐานที่อัยการยื่นประกอบสำนวนคดีประมาณ 46-47 ลัง ไม่มีการนำสืบ รวมถึงใบรับรองแพทย์ 2 ใบ ในวันเกิดเหตุการณ์ตนถูกกล่าวหาว่ากระโดดลงจากหลังคารถยนต์ไปทับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวเสียหลักหกล้มมาทับมือตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบรับรองแพทย์ไม่มีการสืบในศาลชั้นต้น ซึ่งเหตุนี้ทำให้ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้เพราะตนให้ความร่วมมือ ตนมีประเด็นข้อต่อสู้ ถ้าจะติดคุกก็ไม่เป็นไร พร้อมใช้กรรมเก่าจากอดีตชาติ น้อมรับคำพิพากษา เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้ามาไว้ไปเป็นจิตอาสาในเรือนจำ ตนมีความจงรักภักดีสูงสุด เดินได้ทุกม็อบ เลิกแล้วเรื่องความแตกแยก ตนขอขมา พล.อ.เปรมด้วยใจจริงตอนท่านมีชีวิตอยู่แล้ว และทำบุญให้ท่านทุกวันพระ ส่วนที่ทั้ง 4 คนถอนคำให้การนั้นตนก็ทราบ แต่ไม่ได้ใส่ใจ ส่วนตัวยังยืนยันให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำของจำเลยดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนว่า ต้องการประวิงคดีให้ล่าช้า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้จึงต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและรอฟังคำสั่งศาลฎีกาเรื่องที่จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งแล้วก็จะส่งสำนวนคืนศาลอาญา เพื่อนัดคู่ความฟังคำสั่งของศาลฎีกาพร้อมกับคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อไป ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46449</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 แกนนำ นปช., คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์, ผวาติดคุก, สารภาพ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d6384e35a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เปรมชัย&#039;เปลี่ยนใจให้การใหม่สารภาพคดีครอบครองอาวุธปืนไรเฟิล ศาลนัดพิพากษา 20 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9 ก.ค.62- ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีหมายเลขดำ อ.1144/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูตร อายุ 65 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ในความผิดฐาน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2561 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2561 จำเลยกระทำผิดกฎหมายด้วยการมีอาวุธปืนยาวไรเฟิล 3 กระบอก และปืนแก๊บ 1 กระบอกไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตภายในบ้านพักเลขที่ 12/3 ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. &amp;nbsp;ซึ่งนายเปรมชัย จำเลยได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา 200,000 บาทโดยไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ในชั้นสอบคำให้การจำเลย เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2561 นายเปรมชัย เคยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐาน จนนัดเริ่มสืบพยานโจทก์ในเดือน ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลานัดสืบพยานโจทก์นัดแรก นายเปรมชัย จำเลย ได้แถลงให้การคำรับสารภาพ พร้อมยื่นคำร้องประกอบต่อศาลเพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจประวัติครอบครัว การศึกษา การทำงาน และอื่นๆ ของจำเลย และรายงานให้ศาลทราบภายใน 30 วันเพื่อประกอบการพิจารณา และนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเปรมชัยนั้น ก่อนหน้านี้ถูกศาลจังหวัดทองผาภูมิพิพากษาให้จำคุก 16 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ คดีครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองไก่ฟ้าหลังเทา และเสือดำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ โดยนายเปรมชัย ได้ประกันตัว 400,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ก็ยังมีคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษา จำคุก 1 ปี นายเปรมชัยฐานร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 กรณีพูดคุยเสนอเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกช่วยเคลียร์กรณีถูกจับพร้อมซากสัตว์ป่าฯ และ ให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกคดีในศาลจังหวัดทองผาภูมิด้วย โดยนายเปรมชัย ก็ได้ประกันตัว และคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้ นายเปรมชัยยังคงมีคดีอีกสำนวนที่ถูกกล่าวหาร่วมกับภรรยาและคนใกล้ชิด ร่วมกันครอบครองงาช้างแอฟริกา 2 คู่โดยไม่ชอบ ในคดีหมายเลขดำ อ.1143/2561 ซึ่งศาลอาญา นัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 8 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40540</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าเสือดำ, นายเปรมชัย  กรรณสูต, สารภาพ, เจ้าของปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbafecdaa5ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 01:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 01:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกปกปิด ‘ก้อง ห้วยไร่’สารภาพ มีลูกแล้ว 3 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ปกปิดมานาน นักร้องคนดัง ก้อง ห้วยไร่ ก็ได้ออกมายอมรับว่าตนเองนั้นมีลูกแล้วถึง 3 คน โดยคนเล็กอายุได้ 1 ปี 2 เดือน เกิดกับภรรยาคนปัจจุบันคือ เบล-ขนิษฐา เบ้าหล่อเพชร ชื่อน้องไข่เจียว อีก 2 คนเป็นลูกที่เกิดกับภรรยาเก่าที่หย่าร้างกันไปนานแล้ว ส่วนที่ปิดบังมาตลอด เพราะกลัวกระทบหน้าที่การงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนุ่มก้อง ได้โพสต์ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า &amp;ldquo;ผมอึดอัดในหัวใจไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงกับเรื่องนี้ วันนี้คงเป็นวันที่ดีที่ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า ผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ผ่านเรื่องราวในชีวิตเข้ามามากมายทั้งดีทั้งร้าย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตครอบครัว เรื่องความรัก การใช้ชีวิต ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ชีวิตผมไม่ได้เป็นคนดีอะไรเลย แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่าอันไหนควรทำอันไหนไม่ควรทำ และนำมาใช้ในชีวิตที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ผมก้าวเข้ามาทำงานอาชีพนักร้องนักแสดง มีคนรู้จักมากมาย มีคนรัก มีคนเกลียด ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาปกติอยู่แล้ว ในวันนี้ผมมีหน้าที่การงานที่พอจะเลี้ยงตัวเองได้ อยากจะสร้างครอบครัวที่มั่นคง และมีคู่ชีวิตที่ดีที่ผมเลือก นั่นก็คือน้องเบล ผมตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงคนนี้มากว่า 2 ปี พวกเราพร้อมสร้างครอบครัวที่อบอุ่น จนวันนี้ผมมีพยานรักนั่นก็คือ #น้องไข่เจียว ลูกชายที่เกิดจากผมกับน้องเบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีแรกผมคิดว่าจะไม่บอกเรื่องลูกกับใครใช้ชีวิตไปตามปกติ ตอนนี้น้องอายุ 1 ปี 2 เดือน ผมโกหกทุกคนที่ถามมาโดยตลอด เพราะผมกลัวว่ามันจะกระทบต่องานที่ผมกับน้องเบลทำ ตอนนี้ผมโล่งใจมากที่ไม่ต้องโกหกใคร ส่วนชีวิตผมกับเมียหลังจากนี้ผมไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมต้องรับเพราะผมโกหกในเรื่องนี้ สุดท้ายผมก็ยังคงต้องดำเนินชีวิตต่อไป ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย หรือถ้ามีมากก็แบ่งปันเท่าที่ผมพอทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องขอโทษพี่น้องทุกท่านที่ปฏิเสธเรื่องน้องไข่เจียว ด้วยเหตุผลส่วนตัวของผมเองและทางครอบครัวครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะมีน้องไข่เจียว ผมมีลูก 2 คน คือน้องปิ๊งกับน้องปลื้ม จากแฟนที่แต่งงานและจดทะเบียนสมรสเมื่อ อายุ 20 ปี และอย่าร้างกันตอนอายุ 25 ปี ตอนนี้ผมดูแลลูกๆ ทั้ง 2 ตลอดครับ ไม่ต้องห่วงนะครับขอบคุณมากครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @konglha_30&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้อง ห้วยไร่, นักร้องลูกทุ่ง, ลูก 3, สารภาพ, เบล ขนิษฐา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca645e8e8fa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายตั้มแฉ&#039;ครูปรีชา&#039;ยอมสารภาพแล้วคลิปคนก้มเก็บหวยไม่ใช่&#039;ลุงจรูญ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.61- นาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความในเพจ เฟซบุ๊กระบุว่า ปรีชารับสารภาพแล้ว!! คลิปคนก้มเก็บหวยได้ไม่ใช่ลุงจรูญ ใครก็ไม่รู้เป็นเงาตะคุ่มๆ ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เลยไม่ขอยื่นเป็นพยานหลักฐานในศาล ส่วนคลิปที่เคยกล่าวหาว่าลุงจรูญรับสารภาพที่สภ.เมืองกาญจนบุรี ในวันที่ 28 พย. 2560 ก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อน #ปิดเกมส์ปรีชา #หวย30ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาไม่นานเขาโพสต์อีกครั้งว่าอาจจะเป็นโพสสุดท้ายเรื่องหวย ทนายโจทก์ร้องศาลที่ผมเอาความจริงมาโพสให้ประชาชนรับรู้ เลยขอให้ศาลวางข้อกำหนดอีกรอบ ถ้าศาลสั่งห้ามคงพูดเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว ขอให้ทุกคนมั่นใจยังไงคนบริสุทธิ์ต้องได้ความเป็นธรรม คนชั่วต้องได้รับผลกรรมแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15779</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหวย30ล้าน, ครูปรีชา, ทนายลุงจรูญ, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, สารภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a73418805a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซี 8 เงินสด 2 แสนประกัน &#039;ครูปรีชา&#039; ทนายสยบข่าวลือสารภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มี.ค. 61 - เวลา 10.54 น.‬ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.ประวีณ ปาณะศรี รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5 บก.ป. ควบคุมตัวนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น อายุ 58 ปี แม่ค้าล็อตเตอรี่ในตลาดเรดซิตี้ สองผู้ต้องหา ในความผิดข้อหา ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 , ฐานผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 173 , ฐานถ้าการแจ้งความตามมาตรา 173 เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตามมาตรา 174 วรรคสอง , ฐานผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร มหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 267 ประกอบมาตรา 83 ไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็น‪เวลา 12 วัน‬ ‪ตั้งแต่วันที่ 2-13 มีนาคมนี้‬&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ ‪2 พฤศจิกายน ‬60 ‪เวลา 20.47 น.‬ นายปรีชา ผู้ต้องหาที่ 1 และ น.ส.รัตนาพร ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ร่วมพากันไปยัง สภ.เมืองกาญจนบุรี แล้วผู้ต้องหาที่ 1 ได้ร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล พนักงานสอบสวนว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หมายเลข 533726 ชุดที่ 04 , 07 , 14 , 15 และ 22 จำนวน 5 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 เงินรางวัล 30 ล้านบาทของผู้ต้องหาที่ 1 นั้นหายไป เมื่อวันที่ ‪31 ตุลาคม ‬60 ที่ตลาดเรดซิตี้ ตำบลบ้านเหนือ ในช่วงเวลา ‪16.30 น.‬ ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 143/22 หมู่ 3 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เวลาประมาณ ‪17.20 น.‬ต่อมา น.ส.รัตนาพร ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ให้การเป็นพยานต่อพนักงานสอบสวน ยืนยันว่า ได้จำหน่ายสลากหมายเลขดังกล่าวรวม 5 ใบ ให้กับนายปรีชาผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งต่อมา วันที่ ‪28 พฤศจิกายน‬60 ผู้ต้องที่ 1 ก็ทราบว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมล เป็นผู้นำสลากฯดังกล่าวไปขึ้นรับรางวัล จึงได้ร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ พนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ ร.ต.ท.จรูญ ฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาทั้งสองมีเจตนาทุจริตร่วมกันหวังที่จะได้เงินรางวัล 30 ล้านบาท จากการถูกรางวัลที่ 1 ซึ่ง ร.ต.ท.จรูญ เป็นเจ้าของสลากฯดังกล่าว การแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนดังกล่าวนั้น ผู้ต้องหาทั้งสองรู้ว่า ร.ต.ท.จรูญไม่ได้กระทำความผิดเกิดขึ้น แต่เป็นการแจ้งความเพื่อจะแกล้งให้ ร.ต.ท.จรูญต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น ซึ่งการสืบสวนสอบสวนปรากฏพยานหลักฐานแห่งคดีว่า ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันมีเจตนาทุจริต เพื่อหวังเงิน 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์61 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายปรีชา ใคร่ครวญ ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 367/2561 ลงวันที่ 28 ก.พ.2561 ที่โรงเรียนเทพมงคลรังสี ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งผู้ต้องหาที่ 1 ทำงานอยู่ ขณะจับกุมพบผู้ต้องหาที่ 1 เดินอยู่บริเวณโรงเรียน จึงแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานพร้อมหมายจับ ส่วน น.ส.รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ่าบิ่น ผู้ต้องหาที่ 2 จับกุมตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 368/2561 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ที่บ้านเลขที่ 293/1 ถนนเตาปูน ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการจับกุม จึงได้แจ้งข้อหาผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 , ฐานผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 173 , ฐานถ้าการแจ้งความตามมาตรา 173 เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตามมาตรา 174 วรรคสอง , ฐานผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร มหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 267 ประกอบมาตรา 83 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอให้การในชั้นพิจารณาคดีของศาล ทั้งหากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราวในชั้นศาล พนักงานสอบสวนไม่คัดค้าน สุดแท้แต่ศาลจะโปรดพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกรียงไกร นาคะวรี ทนายความของครูปรีชา เปิดเผยว่า ในการยื่นประกันตัวครูปรีชา จะใช้ตำแหน่งข้าราชการ ซี 8 ของครูปรีชาเอง พร้อมกับเงินสดรวม 2 แสนบาทเป็นหลักทรัพย์ ส่วนน.ส.รัตนาพร หรือเจ๊บ้าบิ่น จะยื่นเงินสด 2 แสนบาทเป็นหลักทรัพย์ โดยการยื่นคำร้องประกอบจะระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่เคยหลบหนี ซึ่งหากศาลพิจารณาแล้วจะวางเงื่อนไข ผู้ต้องหาทั้งสองก็พร้อมปฏิบัติตาม ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ครูปรีชาให้การรับสารภาพนั้น ยืนยันว่าในชั้นสอบสวนครูปรีชายังไม่ได้ให้การรับสารภาพแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างถูกคุมตัวจากรถตู้เพื่อเดินเข้าห้องเวรชี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามครูปรีชาว่า ให้การรับสารภาพแล้วใช่หรือไม่ ครูปรีชาไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มตอบเท่านั้น โดยขณะนี้ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องฝากขังและคำร้องขอปล่อยชั่วคราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว นายปรีชา &amp;nbsp;และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น &amp;nbsp;วงเงินประกะรคนละ 100,000 บาท พร้อมสั่งให้มารายงานตัวในวันพุธที่ 14 มี.ค.นี้ หลังครบกำหนดฝากขังครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายความนายปรีชาและนางรัตนาพร กล่าวว่าให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องแนวทางคดีเรายังต้องปรึกษาหารือกัน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าครูปรีชาให้การรับสารภาพ ขอยืนยันว่า ครูปรีชา ไม่เคยรับสารภาพ แม้แต่ตัวหนังสือตัวเดียว ในชั้นสอบสวนครูปรีชาได้ปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าว ไม่ว่าสื่อมวลชนไปเอาข่าวมาจากไหน เพราะถ้ารับสารภาพศาลก็คงไม่ปล่อยตัว
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวอถามถึง ท้ายคำร้องฝากขังจากเดิมที่จะมีการค้านประกันตัวเจ๊บ้าบิ่น แต่ภายหลังกลับไม่ค้าน &amp;nbsp;นายเกรียงไกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบในเรื่องนี้ แต่อย่าลืมว่าคำร้องฝากขังเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน เนื้อหาคำร้องเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริงก็เป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า เป็นจริงหรือไม่ตามที่ตำรวจบอกว่าครูปรีชาได้ให้การเป็นประโยชน์ นายเกรียงไกร กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังให้การปฏิเสธครับ ระบบศาลไทยเป็นระบบกล่าวหา ถ้าจะเอาผิดพนักงานสอบสวนก็ต้องไปสืบหาความจริงมาฎ
&amp;nbsp;
ถามครูปรีชาว่า ยังยืนยันเป็นเจ้าของลอตเตอรี่หรือไม่ นายปรีชา ยิ้มแล้วตอบว่า &amp;ldquo;ครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังให้สัมภาษณ์แล้ว ทนายความก็ได้พา &amp;ldquo;ครูปรีชา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เจ๊บ้าบิ่น&amp;rdquo; ส่งขึ้นรถยนต์ออกจากศาลทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูปรีชา, ฝากขังครูปรีชา, ลอตเตอรรี่30ล้าน, สารภาพ, หมวดจรูญ, หวย30ล้าน, เจ๊บ้าบิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a992b455d4ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
