<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แต่งตั้งแล้ว!รองสารวัตร-ผบ.หมู่ 13,973 ราย-765 รายได้ย้ายจากชายแดนใต้กลับภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองสารวัตร (สว) ถึงผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) วาระประจำปี 2561 ว่า ขณะนี้การแต่งตั้งโยกย้ายดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยผู้บัญชาการทุกหน่วยได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง ในวันที่ 30 มิ.ย.2562 และให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2562 เป็นต้นไป พร้อมกันทุกหน่วย รวมจำนวนทั้งสิ้น 13,973 ราย แบ่งเป็นระดับ รองสว. จำนวน 3,732 ราย และระดับ ผบ.หมู่ จำนวน 10,241 ราย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเดินทางไปรายงานตัวปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ให้เสร็จสิ้นภายวันที่ 15 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ในการแต่งตั้งวาระประจำปีนี้ มีข้าราชการตำรวจได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อาทิ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลานาน ได้ย้ายกลับภูมิลำเนา จำนวน 765 นาย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ย้ายกลับภูมิลำเนา จำนวน 69 นาย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 395 นาย อย่างไรก็ตามในบางพื้นที่หรือบางหน่วยงานที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน(อคฝ.) และสถานีตำรวจนครบาลบางแห่ง จำเป็นต้องถ่ายทอดงานให้แก่กำลังพลที่มาทดแทนให้เกิดความต่อเนื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งออกจากหน่วยงานดังกล่าว อยู่ปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวจนถึงเดือนต.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกตร. กล่าวอีกว่า ในการแต่งตั้งครั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นให้ความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง โดยผู้บังคับบัญชาใกล้ชิด สามารถพิจารณาจัดวางตัวบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ยืนยันไม่มีใครโดนเตะ เป็นการแต่งตั้งลงในตำแหน่งที่ว่างเท่านั้น รวมทั้งให้ความสำคัญกับการร้องขอกลับภูมิลำเนา หรืออุปการะครอบครัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจ มุ่งมั่นให้การแต่งตั้งระดับรองสว. ถึง ผบ.หมู่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ใกล้ชิด และติดต่อให้บริการกับประชาชนโดยตรง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถจัดคนได้ตรงกับงาน เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น หน่วยต่างๆ สามารถบริหารสถานภาพกำลังพลให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและสังคมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41027</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะ อุทาโย, สตช., สารวัตร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6fafd3211d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๊กเคลียร์ให้! สารวัตรโคราชสารภาพอ้างชื่อ ผอ.กองคดีปปง.เบี้ยว1ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค. 61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) กล่าวถึงกรณีมีผู้แอบอ้างเป็นนายพีระพัฒน์ อิงพงพันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี&amp;nbsp; 1 สำนักป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ในการกู้ยืมเงินจำนวน&amp;nbsp; 1 ล้านบาท ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรเข้าไปเกี่ยวข้อง ว่า&amp;nbsp; วันนี้ได้เชิญทั้ง 2 ส่วนเข้ามาพูดคุยกระทั่งความจริงปรากฏ นายพีระพัฒน์&amp;nbsp; ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
&amp;nbsp;
ทั้งนี้เป็นการแอบอ้างของ พ.ต.ต.อธิสรรค์ โพธิ์ศรี สวป. สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ได้ไปยืมเงินประชาชนมาจำนวน 1 ล้านบาท แต่ไม่สามารถหาเงินมาชดใช้ จึงแอบอ้างว่าเงินที่จะนำมาคืนถูกนายพีรพัฒน์ ได้อายัดไว้ พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ตำรวจอีกนายปลอมเป็น ผอ.พีระพัฒน์ เพื่อพูดคุยและส่งข้อความกันนานนับเดือน เมื่อนายพีระพัฒน์มาทราบเรื่องจึงเรียกผู้เสียหายและตำรวจนายดังกล่าวมาพูดคุย เรื่องนี้ไม่ใช่การฉ้อโกงแต่เป็นการกู้ยืม โดย พ.ต.ต.อธิสรรค์ ยินดีจะคืนเงินจำนวน 1 ล้านบาทให้ภายในสิ้นเดือนนี้ และผู้เสียหายที่ร้องก็ไม่ติดใจเอาความ แต่เรื่องวินัยถูกเอาผิดแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวชี้แจงวันนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้เชิญตัวผู้เสียหาย และ พ.ต.ต.อธิสรรค์ มาชี้แจงด้วย ซึ่งผู้เสียหายเป็นชายเผยว่า พ.ต.ต.อธิสรรค์ ได้มายืมเงินจำนวน 1 ล้านบาท บอกว่าจะนำเงินสหกรณ์มาคืน แต่ก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด&amp;nbsp; และมีบุคคลแอบอ้างเป็น ผอ.พีระพัฒน์&amp;nbsp; จึงได้มีการติดต่อพูดคุยถึงความเป็นมาต่างๆ กระทั่งมารู้ความจริงเมื่อเดินทางมาหา ผอ.พีระพัฒน์ ที่สำนักงาน ป.ป.ง. ท่านไม่รู้เรื่องอะไรจึงรู้ว่าถูกหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ต.อธิสรรค์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า&amp;nbsp; ขอโทษผู้บังคับบัญชา ที่กระทำไปไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงถึง ผอ.พีระพัฒน์ แต่อย่างใด&amp;nbsp; เพียงแต่ต้องการยื้อเวลาในการชดใช้หนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพีระพัฒน์ เผยว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ง.ถูกแอบอ้างอยู่เรื่อยๆหลายคน ขอเรียนการทำงานของ ป.ป.ง. การทำงานตรวจสอบการดำเนินคดีเราใช้ระบบการตรวจสอบมาตรฐานสากล มีการกำหนดกฎเกณฑ์ถ่วงดุลอำนาจกันทุกช่วงของการทำคดี ไม่มีช่องตรงไหนที่จะไปวิ่งเต้นดำเนินการเพื่อให้เกิดการบิดเบือนดำเนินคดีได้ การเคลียร์คดีใน ป.ป.ง. ยืนยันเกิดขึ้นไม่ได้ แต่การแอบอ้างไม่มีทางที่จะหมดไปได้ การทำงานของ ป.ป.ง.ทำงานแบบเชิงรุกไม่ใช่เชิงรับเหมือนอดีต ถ้าองค์กร ป.ป.ง.เสียหายจะกระทบกับเรื่องมาตรฐานสากล ยืนยันว่า ป.ป.ง.ไม่สามารถวิ่งเต้นคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุการณ์แอบอ้างดังกล่าว เป็นเรื่องการกู้ยืมเงินของ พ.ต.ต.อธิสรรค์ แต่ยังไม่มีเงินชดใช้ผู้เสียหาย จึงมีขบวนการแอบอ้างขึ้นมาใช้ชื่อว่า &amp;ldquo; ผอ.พัฒน์&amp;rdquo; ที่ ป.ป.ง. ซึ่งผู้เสียหายก็เข้าใจว่าเป็นตน โดยมีการติดต่อกันผ่านเอสเอ็มเอส ผู้ที่แอบอ้างเป็นตนได้ชีแจงรายละเอียดที่ยังไม่สามารถคืนเงินให้ได้เพราะอยู่ระหว่างอายัดเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ของตำรวจ ซึ่งก็ไม่ระบุว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ของตำรวจที่ไหน มีการแอบอ้างตนอยู่นานนับเดือน กระทั่งผู้เสียหายได้มาติดต่อพบตนที่สำนักงาน ป.ป.ง. จึงได้รู้ความจริงทั้งหมด อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีอะไร ให้ทางตำรวจคนดังกล่าวเคลียร์เงินกับผู้เสียหายเสียก่อนจะดำเนินการอย่างไรต่อจากนี้ค่อยว่ากันอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20439</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตบทรัพย์, ผอ.กองคดี ปปง., พีระพัฒน์, สารวัตร, โจ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd73cb90efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
