<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อย.&quot;ยันสารสกัดกัญชา จดสิทธิบัตรไม่ได้&quot;หมอโสภณ &quot;เผยอธิบดีกรมทรัพย์สินฯก็เคยยืนยันด้วยเช่นกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14 พ.ย.61ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)จัดโครงการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ โดยในช่วงอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น &amp;ldquo;ผ่อนปรนกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์&amp;rdquo;
นพ.โสภณ เมฆธน ประธานบอร์ด อภ. กล่าวว่า กรอบการหารือและระดมความคิดเห็นนี้ เน้น เรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ และการคลายล็อกกัญชา ขอย้ำว่ากัญชา ไม่ใช่ยาวิเศษ &amp;nbsp; แต่จะนำสารสำคัญในกัญชา ทั้ง THC และ CBD มาใช้ประโยชน์ และยังไม่ได้มีการอนุญาตให้ใช้เพื่อสันทนาการ &amp;nbsp;ประชาชน หรือคนทั่วไป ยังไม่สามารถปลูกได้ กัญชายังคงเป็นยาเสพติดอยู่ ทั้งนี้ ในการปลดล็อคต้องทำเป็นขั้นตอนแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งทางครม. ได้เห็นชอบในหลักการให้นำกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 5 มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ 11 บริษัท จดสิทธิ์บัตรสารสกัดกัญชา นั้น ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ &amp;nbsp;เพราะสารสกัดจากพืชไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ โดยเมื่อวันที่ 15 เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่า ไม่สามารถจดได้ &amp;nbsp;ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมียื่นฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ นพ.โสภกล่าวว่า เรื่องของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ให้ 11 บริษัท จดสิทธิ์บัตรสารสกัดกัญชา นั้น ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาและศึกษาข้อกฎหมายอยู่ เพราะสารสกัดจากพืชไม่สามารถจดสิทธิบัตรได้ โดยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.เคยสอบถามอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ระบุเองว่า ไม่สามารถจดได้ ใจจริงไม่ได้อยากฟ้องหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน คิดว่าคงไม่ฟ้อง คงมีการนัดคุยกัน แต่ยังไม่มีการระบุวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธเรศ กรัษนัยรววิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) &amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) ครม. ได้รับหลักการ ร่าง พ.ร.บยาเสพติด ของสนช. แนวทางการปลดล็อกกัญชาก็จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งกัญชายังคงอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภท 5 เหมือนเดิม &amp;nbsp;แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;ผู้ดำเนินการ ต้องเป็นหน่วยงานรัฐ และมีกำหนดระยะเวลาในการใช้ 5 ปี แต่ต้องมีกฎหมายลูกรองรับ ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า &amp;nbsp;การควบคุมกัญชาใช้ในทางการแพทย์ ตามกรอบวางไว้ ว่า ผู้ดำเนินการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การปลูก สายพันธุ์ พื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ได้กัญชาคุณภาพ นำสารสำคัญมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และผู้ขออนุญาตปลูก ต้องเป็นนิติบุคคล หน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;มีโรงเรือนปิด ปลอดภัย &amp;nbsp;และมีการกำหนดปริมาณในการปลูก เพื่อให้พอกับความต้องการ แต่บุคคลทั่วไปไม่สามารถปลูกได้ เพราะกัญชายังถือเป็นยาเสพติด การขออนุมัติปลูกยังต้องผ่านคณะกรรมการยาเสพติดด้วย &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผู้ขออนุญาต และใช้ประโยชน์จากกัญชา ของกลางยาเสพติดคือมหาวิทยาลัยรังสิต และองค์การเภสัชกรรม
ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิณ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องของการชายังเป็นการต่อสู้ทางความคิดของแต่ละกลุ่มยังไม่มีใครพูดถึงภาพรวมของกัญชาทั้งหมด ยังคงพูดแต่เรื่องการใช้ การเข้าถึงว่าจะเป็นวิถีพื้นบ้านหรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้การกำกับของแพทย์ หรือการใช้เพื่อรักษาตัวเอง ซึ่งประโยชน์ของกัญชาจะใช้เพื่อเป็นยาเสริม หรือเพิ่มคุณภาพชีวิตเราต้องเป็นคนตัดสินใจร่วมกัน โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ของป.ป.ส. และร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับสนช. มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลดความผิดของผู้เสพ ให้เป็นผู้ป่วย แต่จะต้องควบคุมแค่ไหนต้องดูกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัดต้องดูเรื่องการรับรองกำกับว่าจะทำอย่างไร เป็นแบบแพทย์แผนไทย หรือแผนปัจจุบัน การวิจัย ตำรับยาที่ไม่ได้วิจัยแต่ใช้เป็นทางเลือก ทุกอย่างต้องใช้ให้สมดลและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิณ อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องของการชายยังเป็นการต่อสู้ทางความคิดของแต่ละกลุ่มยังไม่มีใครพูดถึงภาพรวมของกัญชาทั้งหมด ยังคงพูดแต่เรื่องการใช้ การเข้าถึงว่าจะเป็นวิถีพื้นบ้านหรือใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้การกำกับของแพทย์ หรือการใช้เพื่อรักษาตัวเอง ซึ่งประโยชน์ของกัญชาจะใช้เพื่อเป็นยาเสริม หรือเพิ่มคุณภาพชีวิตเราต้องเป็นคนตัดสินใจร่วมกัน โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ของป.ป.ส. และร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับสนช. มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือลดความผิดของผู้เสพ ให้เป็นผู้ป่วย แต่จะต้องควบคุมแค่ไหนต้องดูกรอบกฎหมาย ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัดต้องดูเรื่องการรับรองกำกับว่าจะทำอย่างไร เป็นแบบแพทย์แผนไทย หรือแผนปัจจุบัน การวิจัย ตำรับยาที่ไม่ได้วิจัยแต่ใช้เป็นทางเลือก ทุกอย่างต้องใช้ให้สมดลและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการป.ป.ส. กล่าวว่า แนวคิดผ่อนปรนเรื่องกัญชาออกจากยาเสพติดของไทยมีมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ในปี 2559 อันก๊าส (Ungass) กำหนดให้ประเภทภาคีสมาชิกกำหนดบทลงโทษผุ้กระทำผิดด้านสาเสพติดที่เหมาะสม ซึ่งไทยองก็เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ที่ผ่านมาบางคนมีการครอบครองเพื่อเสพ แต่เมื่อนำเข้ามาที่สนามบินกลับโดนโทษถึงประหารชีวิต ซึ่งเรื่องนี้ต้องผ่อนปรนอย่างเหมาะสม โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ได้รวบรวมกฎหมายยาเสพติด 17 ฉบับ 184 มาตรา มาพิจารณาให้เหมาะสม ขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ คาดว่าในเดือน ธ.ค.จะผ่านการพิจารณาวาระ 1 ซึ่งจะให้อำนาจรมว.สาธารณสุขในการผ่อนปรน ยาเสพติดเพื่อใช้ในการศึกษาหรืออุตสาหกรรมได้ หลักของประมวลกฎหมายยาเสพติด ไม่อนุญาตให้เสพเสรีหรือเพื่อความบันเทิง ครอบคลุมเรื่องของการเพาะปลูกหรือการทดลองเพาะปลูก และการครอบครองต้องเป็นปริมาณที่เหมาะสม อนาคตจะครอบคลุมกระท่อมให้เสพแบบวิถีพื้นบ้านแบบไม่มีความผิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21966</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เมฆธน, ป.ป.ส., พ.ร.บ.กัญชา, สารสกัดกัญชากับสิทธิบัตร, สิทธิบัตรกัญชา, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdc13219af67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
