<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุก 195 วัน &#039;พี่เลี้ยงจุ๋ม&#039; ทำร้ายเด็กอนุบาล 7 คดี นัดสืบพยานคดีแพ่ง 23 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.63 - ที่ศาลแขวงนนทบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการศาลแขวงนนทบุรี เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือจุ๋ม อดีตครูพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ เป็นจำเลย ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ และข้อหากระทำหรือละเว้นการกระทำที่ก่อให้เกิดการทารุณต่อเด็ก กรณีทำร้ายเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลซึ่งปรากฏเป็นข่าวดังช่วงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ (2 พ.ย.) ศาลได้อ่านคำพิพากษารวม 7 สำนวน หมายเลขดำ 4091-4097/2563 ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพทั้งหมด ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 15 วัน ในทุกคดี (ประกอบด้วยสำนวนที่ 2 และ 4 สำนวนละ 2 กระทง คุกสำนวนละ 30 วัน กับสำนวนที่ 7 จำนวน 5 กระทง รวมจำคุก 75 วัน นอกนั้นสำนวนที่ 1, 3, 5-6 สำนวนละ 1 กระทง คุกสำนวนละ 15 วัน) เมื่อรวมโทษจำคุกจำเลยทุกคดีแล้ว รวมทั้งสิ้น 195 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำร้องเรื่องขอสินไหมทดแทน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ที่ผู้เสียหายทั้ง 7 คดี ได้ยื่นคำร้องขอให้ จำเลยชดใช้เงินแต่ละคดีไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ศาลได้กำหนดให้นัดสืบพยานส่วนแพ่ง วันที่ 23 ธ.ค. 2563 นี้ เวลา 09.00 - 16.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา น.ส.อรอุมา จำเลย ใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นเงินสดยื่นคำร้องขอประกันตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องขอประกันตัวแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทุกคดี โดยมีคดี 4 สำนวน หมายเลขดำ 4091,4093,4095,4096/2563 ตีราคาประกันละ 8,000 บาท (หลักทรัพย์เดิม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีหมายเลขดำ 4092, 4094/2563 ที่จำคุก 2 กระทง ตีราคาประกันสำนวนละ 10,000 บาท และคดีหมายเลขดำ 4097/2563 ที่จำคุก 5 กระทง ตีราคาประกัน 21,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, ศาลแขวงนนทบุรี, สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์, อรอุมา ปลอดโปร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5f9fcc7f0d2eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่พาลูกอนุบาล ลาออกลารสาสน์ ฯแล้ว 16 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ต.ค.63-นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวภายหลังการเดินทางลงพื้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการปรับปรุง แก้ไขในประเด็นตามที่โรงเรียนได้บันทึกข้อตกลงกับกระทรวงศึกษาธิการ และการลาออกของนักเรียน ว่า ขณะนี้มีนักเรียนระดับอนุบาล ได้ลาออกไปแล้ว 16 คน ส่วนการปรับปรุงเรื่องอื่นๆ ตามบันทึกข้อตกลง เช่น การติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม การปรับปรุงห้องน้ำ เมนูอาหาร โดยจะต้องมีการแจ้งให้แก่ผู้ปกครองรับทราบในทุกวัน มีการปรับปรุงพื้นทางเดิน และอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ทราบผู้ปกครองส่วนใหญ่พึ่งพอใจ ที่โรงเรียนเปลี่ยนมาตรการในหลานเรื่อง และดูแลเด็กดีขึ้น
&amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่คุรุสภาได้มีการตรวจสอบจำนวนครูผู้สอน ทุกคนที่เห็นว่ามีใบอนุญาตแล้ว ส่วนเรื่องการคัดเลือก พี่เลี้ยง หรือตำแหน่งใดๆ ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพนั้น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จะร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดอบรมพัฒนาองค์ความรู้ โดยคาดว่าจะทำเป็นมาตรฐานในการรับพี่เลี้ยงเด็ก กลุ่มโรงเรียน สช.ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม การที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกผู้บริหารโรงเรียนในวันนี้นั้น เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งสช.ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79775</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอรรถพล ตรึกตรอง, สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d9bf445e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครอง นักเรียนสารสาสน์ฯสัมภาษณ์&quot;โหนกระแส&quot;เปลี่ยนใจ ขอฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5ล้าน ลูกถูกครูพี่เลั้ยงทำร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ต.ค.63-แม่่ลี่ แม่ของน้องต้นข้าวและต้นหอม ฝาแฝด นักเรียนอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ หนึ่งในเด็กนักเรียนที่ถูกครูพี่เลี้ยง &amp;nbsp;ของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ทำร้าย ได้กล่าวในรายการ &amp;ldquo;โหนกระแส&amp;rdquo; ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 12.35 น. ช่อง 33&amp;nbsp; โดยหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรในรายการ ตอนหนึ่งว่า จากที่ตนได้เห็นคลิปวีดีโอ กรณีการทำร้ายเด็กของพี่เลี้ยงจุ๋ม ตนจึงได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มผู้ปกครอง จึงพบว่า เด็กในห้องเรียนมีการกล่าวถึงลูกของตนว่าถูกทำร้ายด้วยการตี &amp;nbsp;ตนจึงต้องการที่จะดูวีดีโอวงจรปิด เมื่อเห็นแล้ว พบว่าน้องถูกทำร้ายจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรก น้องต้นหอมต้องการน้ำดื่ม จึงขอกับครู ปรากฏว่าครูตีที่บริเวณหลังเด็กและลากเข้ามุม จากนั้นไม่ทราบว่าครูคนดังกล่าวกระทำอะไรกับเด็กอีก เนื่องจากใช้ตัวบัง แต่เห็นว่ามีใช้มือตบบริเวณข้างหูจนเด็กหัวฟาดไปอีกฝั่ง &amp;nbsp;ส่วนน้องต้นข้าว ตื่นนอนขึ้นมาแล้วร้องไห้ ครูใช้ตัวกด พร้อมชี้หน้าให้หยุดร้อง จับเด็กฟาดกับที่นอน โดยขณะนี้น้องทั้งคู่ มีการร้องไห้เวลากลางคืนตลอด และมีพฤติกรรมก้าวร้าวใส่กันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแม่ตุ๊กตา แม่น้องมิน กล่าวว่า ลูกของตน ถูกทำร้ายทั้งสิ้น 3 ครั้ง คือ น้องเดินร้องไห้เข้าห้อง สักพักครูก็กึ่งลากกึ่งกระชากไปที่บริเวณหลังห้อง แต่ปรากฎว่าเด็กยังไม่หยุดร้อง ครูจึงลากเปลี่ยนที่ และใช้ไม้บรรทัดที่ตนมั่นใจว่าไม่ใช่พลาสติกอย่างแน่นอนตีที่บริเวณขาเด็ก อีกทั้งยังมีการกระชากหัวเด็กด้วย จากนั้นมีครูอีกคนเดินมาอุ้มน้อง ในคลิปที่ตนเห็น คือ ครูคนดังกล่าวหยิบถุงดำออกมาจากถังขยะสีชมพูและให้เด็กอยู่ในถังขยะ ต่อมา น้องมินทำนมหก ครูจึงรีบเดินเข้ามาจับเด็กกระแทกลงกับพื้นและใช้มือถูนมที่หกและกดหัวเด็กลง จากนั้นลากเด็กไว้มุมเดิม และครูอีกคนเดินเข้ามา &amp;nbsp;ตนเชื่อว่ามาทำร้ายเด็ก และมีการหยิบถุงดำคลุมหัวเด็กเข้าออก ซึ่งขณะนี้น้องมินมีการนอนผวา นอนร้องไห้และมีอารมณ์รุนแรง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ตนและแม่รี่ได้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแม่พิ้งค์ กล่าวว่า ตนถือเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่ลูกได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ดังนั้นจากเดิมที่ผู้ปกครองบางคนต้องการจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 2 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ตนต้องการฟ้องเรียกค่าเสียหาย จำนวน 5 ล้านบาท และผู้ปกครองทุกคนยืนยันที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายตามจำนวนนี้ เนื่องจาก ทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้กระทบต่อจิตใจเด็ก อีกทั้งยังมีผู้ปกครองคนหนึ่งบอกว่า การดูแลลูกทำได้ยากขึ้น เพราะเด็กควบคุมไม่ได้และไม่สามารถพาออกไปไหนข้างนอกได้ แต่ยังไม่มีการเจรจา ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่ได้มีการติดต่อ หรือ ดำเนินการอะไรทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูพี่เลี้ยงทำร้ายเด็กอนุบาล, สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์, โหนกระแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7afa2b3035a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครู รร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์  มีใบอนุญาตแค่98 คน จาก400 ราย &quot;เอกชัย&quot;ลั่นต้องเล่นงานรร.ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ต.ค.63-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) กล่าวเผยถึงกรณีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ว่าตามที่ทางคุรุสภาได้มีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ของครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จำนวนเกือบ 400 คน พบว่ามีครูที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่ถูกต้องประมาณ 98 คน เท่านั้น&amp;nbsp; ซึ่งในแง่กฎหมายทางคุรุสภาสามารถฟ้องดำเนินคดีกับทางสถานศึกษา และครูได้ เนื่องจากมีกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน ตามมาตรา43 กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาตแสดงว่า ถ้าสถานศึกษาใดนำคนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสอนในสถานศึกษา ถือว่าทั้งสถานศึกษาและครูมีความผิด&amp;nbsp; ดังนั้น ขณะนี้ทางคุรุสภากำลังดำเนินการตรวจสอบว่าจะฟ้องร้องใครบ้าง แต่ที่แน่นๆ ฟ้องสถานศึกษาอย่างแน่นอน เพราะมีหลักฐานชัดเจน ส่วนเรื่องการฟ้องร้องทำร้ายร่างกายเด็กนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองในการฟ้องร้องดำเนินคดี

&amp;ldquo;ครุสภาจะมองในส่วนของการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งหากจะต้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ต้องนำเรื่องเข้าเสนอกมว.เป็นผู้พิจารณาเพิกถอน และถ้าครูทุกคน รวมถึงครูต่างชาติได้รับมอบหมายให้สอนหนังสือในโรงเรียนดังกล่าวแต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ เราจะเล่นงานสถานศึกษาแน่นอน โดยการเล่นงานในที่นี่ จะต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายในขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ และเรื่องนี้ ครุสภาคงไม่ได้ตรวจสอบเพียงโรงเรียนสารสาสน์แห่งเดียว แต่จะขยายผลไปยังโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ&amp;rdquo;ประธาน กมว. กล่าว

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาของผู้ปกครองที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าคนไหนเป็นพี่เลี้ยง คนไหนเป็นครูผู้สอนนั้น ขณะนี้ได้หารือกับทางเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนให้มีการกำหนดยูนิฟอร์มของพี่เลี้ยงกับครูผู้สอนให้แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ปกครองได้รู้ว่าใครเป็นพี่เลี้ยง ใครเป็นครู และหากผู้ปกครองเห็นพี่เลี้ยงมาทำหน้าที่ครูผู้สอนสามารถแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ได้&amp;nbsp; เป็นวิธีการที่จะช่วยป้องกันไม่ให้โรงเรียนนำคนอื่นมาเป็นครู นอกจากนั้น ในการรับพี่เลี้ยงนั้น ระเบียบของสช.มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน ว่าห้องเรียนต้องมีพี่เลี้ยงสัดส่วนเท่าใด&amp;nbsp; แต่ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติชัดเจน ซึ่งกมว.จะเสนอแนะให้มีการอบรมพัฒนาพี่เลี้ยง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อจะได้พี่เลี้ยงที่มีคุณภาพ เข้าใจ ดูแลเด็กได้ และต้องมีการแสดงใบการอบรมพัฒนาต่างๆร่วมด้วย&amp;nbsp; ขณะเดียวกันสถานศึกษาต้องมีหลักฐานว่าได้อบรมตามหลักสูตรที่มีอยู่

นายเอกชัย กล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะทำให้การกำกับดูแลครูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; และขอยืนยันว่าครูในประเทศมีเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลน แต่บางสถาบันการศึกษาที่ไปจ้างคนที่ไม่ตรงวุฒิครูมาสอน หรือให้พี่เลี้ยงมาสอน เพราะต้นทุนไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกมว. ได้ลงมติเราจะพัฒนามาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย ซึ่งเดิมมีมาตรฐานเรื่องนี้อยู่แล้วแต่จะมีการออกมาตรฐานเพิ่ม และมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ การประกอบธุรกิจทางการศึกษา หลายคนอาจบอกว่าไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร แต่ถ้าใครที่มุ่งหวังผลกำไรเพื่อความอยู่รอด แต่ก็ขอให้คำนึงถึงคุณภาพที่จะยื่นให้แก่ผู้ปกครองด้วย นั่นคือ ถ้าท่าน เก็บค่าเล่าเรียนสูง และสูงเกินกว่าปกติ ก็ควรจะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบถึงคุณภาพที่ท่านจะให้กับผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานมาเรียนร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79321</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู, กมว., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68668c1404a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
