<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนน้ำคลอง ใกล้รง.หมิงตี้ เปื้อน‘สไตรีน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตือน! งดใช้น้ำ-จับปลาคลองชวดลากข้าว หลังพบปนเปื้อนสารสไตรีนเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ ส่วนท่อระบายน้ำมีน้ำเน่าเสียตกค้างสีดำคล้ำ กอนช.จับตาคุณภาพน้ำใกล้ชิด ยอดผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตร.ทะลุ 1,200 ราย มูลค่ากว่า 423 ล้าน &amp;nbsp; &amp;nbsp;
วันที่ 13 ก.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ถังบรรจุสารเคมีของ บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟม ในซอยกิ่งแก้ว 21 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี &amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ทยอยเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว หลังเหตุการณ์เกิดขึ้นผ่านไปแล้ว 7 วัน มีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบทรัพย์สินเสียหายได้เข้าแจ้งความแล้วจำนวน 1,266 ราย ความเสียหายกว่า 423 ล้านบาท รถยนต์เสียหาย 138 คัน รถจักรยานยนต์ 12 คัน ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนโดยรวมแล้วกว่า 1,000 รายที่เข้ามาแจ้งความเอาไว้ คาดว่าจะยังมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความอีกอย่างต่อเนื่องในตลอดทั้งสัปดาห์นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;ขณะที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) รายงานว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด โดยมีสารเคมีรั่วไหลและระเบิด ประกอบกับมีฝนตกบริเวณจุดเกิดเหตุ ทำให้สารเคมีถูกชะล้างและไหลลงสู่แหล่งน้ำและคลองต่างๆ ซึ่ง&amp;nbsp;กอนช.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;
สำหรับความคืบหน้าผลตรวจสอบคุณภาพน้ำรอบบริเวณที่เกิดเหตุในรัศมี 1 กิโลเมตร จากการเก็บตัวอย่างจุดระบายน้ำทิ้งและคลองรอบโรงงาน รวม 12 จุด ได้แก่ คลองชวดลากข้าว 3 จุด, คลองอาจารย์พร 1 จุด, คลองสลุด 1 จุด, บึงด้านตะวันตกของโรงงาน 1 จุด, ท่อระบายน้ำก่อนไหลลงคลอง 2 จุด, น้ำท่วมขังในโรงงาน 1 จุด, ร่องระบายน้ำหน้าโรงงาน 1 จุด, ร่องน้ำด้านหลังโรงงานและจุดเชื่อมคลองชวดลากข้าว 2 จุด พบว่าคุณภาพน้ำเบื้องต้นในภาคสนามโดยรวมของบึง คลองอาจารย์พร คลองสลุด เป็นปกติ&amp;nbsp;
ส่วนน้ำเสียที่ตกค้างในท่อระบายน้ำและร่องระบายน้ำมีสภาพเป็นน้ำเน่าเสีย มีสีดำคล้ำ ส่วนผลการตรวจสอบสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) จากการเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 7 ก.ค. พบการปนเปื้อนสารสไตรีนในบริเวณพื้นที่โรงงาน ร่องน้ำ ท่อระบายน้ำ และคลองชวดลากข้าว โดยการปนเปื้อนในคลองชวดลากข้าวเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อวันที่ 6 ก.ค. มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนแหล่งน้ำอื่นในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ บึงและคลองอาจารย์พร สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) พบในระดับที่น้อยจนถึงไม่พบเลย&amp;nbsp;
ดังนั้น ขอให้ประชาชนงดใช้น้ำในคลองชวดลากข้าวในการอุปโภคบริโภค และจับปลามาบริโภคในระยะนี้ จนกว่าจะตรวจพบในระดับที่ปลอดภัย โดยจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริเวณรอบนอกที่เก็บตัวอย่างแหล่งน้ำ ได้แก่ คลองชวดลากข้าวด้านล่าง คลองสำโรง คลองประเวศบุรีรมย์ คลองตรง และคลองสลุด รวมทั้งหมด 6 จุด คุณภาพน้ำเบื้องต้นในภาคสนามโดยรวมปกติ โดยค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) มีค่าระหว่าง 7.1-7.7 ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (DO) มีค่าระหว่าง 2.8-5.6 มก./ล. หลังจากนี้&amp;nbsp;กอนช.จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดเพื่อรายงานสถานการณ์เป็นระยะต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109603</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดใช้น้ำ, พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว, สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว, สมุทรปราการ, สารสไตรีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมิงตี้เคมีคอล, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
