<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NPC S&amp;E ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ฝึกอบรมสร้างบุคลากรยุคใหม่รองรับอีอีซี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถือเป็นสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะเป็นการระเบิดของสารเคมีสไตรีนโมโนเมอร์ ของบริษัท หมิงตี้เคมีคอล ถือว่าเป็น 1 ใน 2 ของผู้ประกอบการที่ผลิตเม็ดโฟม EPS หรือ Expendable Polystyrene รายใหญ่ของประเทศ นอกจากจะสร้างความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจนต้องระดมทุกสรรพกำลังควบคุมเหตุเพลิงไหม้แล้ว บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมการปฏิบัติการในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงระดมความช่วยเหลือ โดยส่ง&amp;nbsp; บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;amp;E&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการสารเคมีและระงับเหตุ และยังมีความเชี่ยวชาญด้านการดับเพลิง กู้ภัย และระงับเหตุฉุกเฉิน เข้าไปร่วมดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนโฟมดับเพลิง รถดับเพลิง และได้ส่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติการ เพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือการดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์หัวฉีดน้ำดับเพลิงแบบ Fix Monitor หุ่นยนต์ดับเพลิงและโฟมดับเพลิง 3000 ลิตร อีกทั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ปตท. พร้อมกลุ่มความร่วมมือช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน (EMAG: Emergency Mutual Aid Group) ซึ่งเป็นการรวมตัวของทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินในกลุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุดและใกล้เคียง จ.ระยอง ได้ร่วมปฏิบัติการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลายคนคงยังไม่รู้ว่าบริษัท NPC S&amp;amp;E มีบทบาทอย่างไรในกลุ่ม ปตท. ซึ่ง นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืน ปตท. กล่าวว่า NPC S&amp;amp;E นั้นเป็นบริษัทในกลุ่มของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยอย่างครบวงจร ได้แก่ บริการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมทุกประเภท บริการที่ปรึกษาด้านการจัดทำระบบมาตรฐาน การจัดการระบบคุณภาพและระบบความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงงานบริการบุคลากรดูแลงานด้านความปลอดภัย อาทิ พนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเพื่อปฏิบัติงานในหน่วยงานหรือโรงงานต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงยังให้บริการจัดจำหน่ายและให้เช่าอุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลทุกชนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา NPC S&amp;amp;E ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันและยานยนต์ ส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าอบรมมากกว่า 26,000 คนต่อปี รวมแล้วกว่า 4,700 บริษัท ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทที่จะเป็นผู้นำในการให้บริการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัยอย่างครบวงจร จึงมุ่งพัฒนาบุคลากร คิดค้นและพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่รองรับความต้องการของลูกค้า สรรหาอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ตลอดจนสร้างสถานีฝึกอบรมที่สามารถจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความรู้อย่างพึงพอใจสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปกติ ปตท. กับหน่วยงานภาครัฐจะทำงานร่วมกันหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นคงปลอดภัยของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมาบตาพุด หรือ จ.ชลบุรี จะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวกับบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานงานกับ NPC S&amp;amp;E เพื่อร่วมกันทำงานและฝึกซ้อมเมื่อเกิดเหตุ และเมื่อ ปตท.ได้รับการประสานงานก็จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือ ดังนั้น NPC S&amp;amp;E ถือว่ามีความชำนาญเฉพาะในด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นด้านการผจญเพลิง การดูแลด้านความปลอดภัยทั่วไป&amp;quot; นายวรพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ ละอองทอง ผู้จัดการส่วนบริหารภาวะฉุกเฉิน NPC S&amp;amp;E กล่าวว่า นักดับเพลิงทั่วไปจะไม่คุ้นเคยกับสารเคมี แต่กลุ่ม ปตท.มีความคุ้นเคยกับปิโตรเคมีว่ามีคุณสมบัติอย่างไร มีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ที่สามารถดำเนินการได้ทันที และยังมี ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ซึ่งมีพนักงานถึง 210 คน เป็นทีมดับเพลิงโดยเฉพาะ ทำให้สามารถตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้ทันที ที่ผ่านมานั้นได้เข้าไปช่วยมาแล้วหลายประเทศ เช่น ดับเพลิงบ่อขยะเมียนมา อย่างไรก็ตามเราฝึกอบรมบุคลากรอยู่ตลอดเวลา ทั้งทางด้านความรู้และสภาพร่างกายและจิตใจเพื่อความพร้อมในการเผชิญเหตุตลอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันของ ปตท.เป็นจำนวนมาก บริษัทได้เตรียมความพร้อมไว้หลายด้าน นอกจากแผนฉุกเฉินแล้ว การคาดการณ์ด้วยโปรแกรมต่างๆ พร้อมทั้งคำนวณความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุหรือระเบิด &amp;nbsp;ซึ่งสามารถบอกได้ถึงระยะทางที่จะได้รับผลกระทบ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะมีการเตรียมพร้อม และยังได้ลงทุน 500 ล้านบาทเพื่อสร้าง ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ตั้งอยู่ที่มาบตาพุด ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกดับเพลิงที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ NPC S&amp;amp;E ได้ร่วมมือกับสถาบันไทย-เยอรมัน หรือ TGI และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตร EEC Model Type B เป็นหลักสูตรระยะสั้น โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบุคลากรยุคใหม่ เรียนรู้-พัฒนาทักษะจากประสบการณ์จริงด้วยการศึกษา และการฝึกอบรมยุคใหม่ พัฒนาทักษะบุคลากรแบบตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการในเขตพื้นที่อีอีซี หรืออีอีซี โมเดล (EEC Model)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับโครงการนี้ โดยจะเป็นการฝึกอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้นรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-23 ก.ค.64 ประกอบไปด้วย 4 กลุ่มหลักสูตร เช่น Injection Moulding Machine (Smart Production), CNC Machine &amp;amp; Robotics, Industrial IoT และ Industrial Robot &amp;amp; Automation System โดยจะมีการฝึกอบรม ณ สถาบันไทย-เยอรมัน ศูนย์ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวถึงงานดับเพลิงที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล ว่า ถือเป็นงานที่ไม่ง่าย เมื่อเดินทางไปถึงหน้างานก็รู้ทันที่ว่ามีความรุนแรง เพราะเพลิงไหม้ลักษณะนี้เป็นลักษณะพิเศษ ไหม้ปิโตรเคมี ไม่ใช่เพลิงไหม้ทั่วไป มีความซับซ้อน มีสารเคมีมาเกี่ยวข้อง มีอันตรายและส่งผลกระทบซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น กระบวนการและขั้นตอนการควบคุมต้องทำให้สงบอย่างรวดเร็ว และจะปลอดภัยได้อย่างไรนั้นต้องมองที่ปัญหาของหน้างาน ซึ่งที่มองเห็นคือ ระบบการควบคุมสั่งงานยังไม่ลงตัว ไม่มีการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งก็เป็นปัญหาทั่วไปเมื่อเกิดเหตุก็จะมีการโกลาหล วุ่นวาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ณัฐธัญ ละอองทอง, ดับเพลิง, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท., บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;E, มาบตาพุด, ระยอง, วรพงษ์ นาคฉัตรีย์, ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน, สารเคมี, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eab7f4d4c9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหิดลแนะเรียนรู้อยู่กับสารเคมีให้ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารเคมีอยู่รอบตัวเรา เราทุกคนต่างต้องใช้ชีวิตอยู่กับสารเคมีซึ่งเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น หากทุกคนได้เรียนรู้ที่จะประเมินความเสี่ยงจากอันตรายของสารเคมี จะทำให้อยู่กับสารเคมีได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รศ.ดร.เอกสิทธิ์ สมสุข อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สารเคมีที่อยู่ในห้องปฏิบัติการ ส่วนใหญ่จะเก็บไว้เพื่อใช้ทดลองในปริมาณที่ไม่มาก จึงไม่เป็นอันตรายเท่าสารเคมีที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งตามมาตรฐานความปลอดภัย จะต้องมีการประเมินความเสี่ยงของความอันตราย มีระบบที่ตรวจจับความอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ที่สำคัญโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตรายควรตั้งอยู่ในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมและอยู่ห่างไกลจากเขตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุบัติเหตุโรงงานกิ่งแก้วอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่นจากการทำปฏิกิริยาจนเกิดความร้อน และแรงดัน หรือมีการรั่วของแก๊สที่ทำให้ติดไฟ จนทำให้เกิดการระเบิด โดยได้มีการยับยั้งอุบัติเหตุด้วยการพยายามใช้โฟมในการดับไฟและพยายามปิดวาล์วเพื่อทำให้สารเคมีออกสู่สิ่งแวดล้อมน้อยลง จากนั้นทำให้อุณหภูมิของถังเก็บสารเคมีต่ำลงด้วยการหล่อเย็น เพื่อที่จะยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาที่ไม่คาดฝัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์เอกสิทธิ์ แนะนำถึงกรณีเกิดการระเบิดเพลิงไหม้จากสารเคมีอันตราย ในเบื้องต้นควรหลีกหนีสถานที่เกิดเหตุให้ไกลจากความอันตราย ควรหลีกเลี่ยงการสูดดมสารที่ระเหยออกมา อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ใช้หน้ากากอนามัยซึ่งไม่สามารถป้องกันอันตรายจากการระเหยของสารเคมีได้ นอกจากนี้ หากสารเคมีโดนผิวหนังควรล้างด้วยน้ำสบู่ แต่ถ้าโดนดวงตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาด และถ้าถึงกับเกิดอาการหมดสติควรรีบส่งพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในฐานะนักเคมี ไม่อยากให้ทุกคนกลัวสารเคมี แต่ควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับสารเคมีด้วยความปลอดภัย รู้จักการประเมินความเสี่ยงของความอันตรายเพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดฝัน โดยที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีการเปิดสอนรายวิชาความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการให้กับนักศึกษาของคณะฯ ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปริญญาตรี ไปจนถึงปริญญาเอก นอกจากนี้ยังได้มีการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยมหิดลได้ลงทะเบียนเรียน MU LabPass ออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศึกษาจริงในห้องปฏิบัติการ และก้าวต่อไปจะผลักดันให้เป็นหลักสูตรอบรมออนไลน์ระยะสั้นสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการส่งเสริมสังคมอุดมปัญญา &amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109119</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหิดล, ยู่กับสารเคมีให้ปลอดภัย, สารเคมี, เอกสิทธิ์ สมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7aef9c8aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำชับใช้สารเคมี ตามสต๊อกสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สุริยะ&amp;rdquo; สั่ง กรอ.ทบทวนการใช้สารเคมีในโรงงาน กำหนดสต๊อกสินค้าตามความต้องการใช้เพียง 1 สัปดาห์ กันเกิดเหตุรุนแรง ขณะที่ส่วนเกินต้องย้ายพื้นที่จัดเก็บห่างไกลชุมชน ด้าน กรอ.รับลูกเร่งร่างกฎหมายใหม่ คุมโรงงานครอบครองสารวัตถุอันตรายเกิน 50 กก.ต้องรายงานทุกชนิด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงมาตรการการป้องกันเหตุไฟไหม้ของโรงงาน หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติกใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่าได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ทบทวนมาตรการความปลอดภัยของการประกอบกิจการโรงงานใหม่ทั้งหมด ว่ามีจุดใดต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน ครอบคลุมโรงงานทุกประเทศทั้ง 64,038 แห่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตรายในการประกอบกิจการ แล้วตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่มีชุมชนล้อมรอบ ให้พิจารณาการบริหารจัดเก็บสต๊อกการใช้สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ให้จัดเก็บสต๊อกปริมาณสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น ไม่ควรจัดเก็บสต๊อกมากเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ส่วนสต๊อกที่เหลือให้ย้ายไปจัดเก็บในพื้นที่โรงงานที่ห่างไกลชุมชน มีระบบป้องกันความปลอดภัย มีพื้นที่กันชน (บับเบิลโซน) เอาไว้ป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุ หรือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการย้ายโรงงานที่ประกอบกิจการมีสารอันตรายออกนอกพื้นที่ชุมชน แม้โรงงานจะตั้งมาก่อนที่ชุมชนจะเข้ามาก็ตาม ซึ่งอาจจะหามาตรการส่งเสริมให้โรงงานดังกล่าวย้ายออกมาจากบริเวณชุมชน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือว่ามาตรการอื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดี กรอ. กล่าวว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายสุริยะ รมว.อุตสาหกรรม ให้พิจารณามาตรการการสต๊อกสารที่เป็นวัตถุอันตราย ซึ่งขณะนี้ กรอ.อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายฉบับใหม่ ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน กำหนดให้โรงงานที่มีการครอบครองวัตถุดิบอันตรายที่ซื้อจากในประเทศเกินกว่า 50 กิโลกรัม จะต้องรายงานปริมาณการใช้สารเคมีทุกชนิด ให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิต การจัดเก็บ ระบบความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อ กรอ. จากเดิม กรอ.อยู่ระหว่างร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้แล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นปี โดยระหว่างรอการร่างกฎหมายฉบับใหม่แล้วเสร็จ กรอ.จะเข้าไปตรวจเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และจะนำมาตรการความปลอดภัยของโรงงานขึ้นมาพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาโรงงานหมิงตี้ได้ขอขยายกิจการ แต่ไม่ได้ขยายกำลังการผลิตที่ระบุไว้ 36,000 ตันต่อปี แต่เป็นการขยายเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เนื่องจากเป็นโรงงานเก่าที่ต้องปรับปรุง ซึ่งสารเคมีที่โรงงานใช้เป็นวัตถุดิบเป็นการใช้ในประเทศ ไม่ได้มีการนำเข้าสารเคมีและส่งออก จึงไม่ได้ต้องทำใบขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออกวัตถุอันตรายตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย และตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน ไม่ได้กำหนดให้โรงงานต้องรายงานปริมาณสารเคมีที่จัดเก็บเพื่อผลิต ทำให้เวลากรมลงตรวจสอบจะประมาณการสารเคมีจากปริมาณแท็งก์ที่จัดเก็บสารเคมี ซึ่งจากตรวจสอบพบว่าแท็งก์ที่บรรจุสารสไตรีนโมโนเมอร์ รับได้ 2,000 ตัน และขณะนี้เหลืออีก 1,600 ตัน กำลังเร่งดำเนินการจัดการ&amp;rdquo; นายประกอบ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครอบครองสารวัตถุอันตราย, สารวัตถุอันตราย, สารเคมี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b46b5611370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทราย&#039;โพสต์คนโดนสารเคมีแผลทั่วตัว พร้อมอัปเดตการ์ดที่ถูกยิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทราย-อินทิรา เจริญปุระ โพสต์ภาพหนึ่งในผู้ที่โดนน้ำผสมสารเคมีฉีดสลายม็อบเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยชายคนดังกล่าวมีแผลทั่วตัว พร้อมอัปเดตเรื่องการ์ดที่ถูกยิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อันนี้คือหนึ่งในคนที่โดนน้ำใส่สารเคมีเมื่อวันที่ 17 เป็นแผลต้องแอดมิต เพราะต้องให้ล้างแผลให้ทุกวัน (ทรายขออนุญาตไม่ลงรูปแผลนะคะ เดี๋ยวตกใจกัน ให้เห็นตำแหน่งว่าโดนทั่วตัวจริงๆ) ทรายกับพี่บุ๊งดูแลอยู่ค่ะ แจ้งเพื่ออัปเดต ส่วนการ์ดที่ถูกยิง ออกมาพักที่บ้านได้แล้ว1 อีก1ยังพักฟื้นค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม itr&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84881</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทราย เจริญปุระ, ทราย-อินทิรา เจริญปุระ, น้ำผสมสารเคมี, ม็อบคณะราษฎร, สารเคมี, เยาวชนปลดแอก, แก๊สน้ำตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcce9cbd34a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้อง เกษตรกร 1,091 คน ขอยกเลิกแบน 3 สารเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค 63 - &amp;nbsp;ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้องของ น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และเกษตกรจากหลากหลายอาชีพ จำนวน 1,091 คน ที่ยื่นฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เพื่อขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่ง หรือมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย และคณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่ให้ระงับการผลิต จำหน่าย นำเข้า ครอบครอง หรือการใช้สารเคมีป้องกันศัตรูพืช 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เสีย และให้กลับไปเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สามเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลเห็นว่า การที่กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการควบคุมวัตถุอันตราย 3 ชนิด ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาให้ความเห็นเพื่อขอให้มีการเปลี่ยนชนิดของวัตถุอันตรายดังกล่าวจากชนิดที่สามเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สี่ และในการประชุมครั้งที่ 41 - 9/2562 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ได้มีมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด จากวัตถุอันตรายชนิดที่สามเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สี่ ตามที่กรมวิชาการเกษตร เสนอ จึงเป็นเพียงการเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะให้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย แก้ไขเปลี่ยนชนิดของวัตถุอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จากวัตถุอันตรายชนิดที่สามเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สี่ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม จึงยังไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะตราบใดที่รัฐมนตรีอุตสาหกรรมยังไม่ได้มีการออกประกาศเรื่องดังกล่าว แล้วนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย ย่อมมีผลให้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด ยังคงเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่สามอยู่เช่นเดิม มติดังกล่าวจึงยังไม่ได้ไปกระทบกระเทือนสิทธิ หรือหน้าที่ของบุคคลใด หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย จนมิอาจหลีกเลี่ยงให้แก่ผู้ใดได้ ผู้ฟ้องคดีทั้ง 1,091 คน จึงไม่มีสิทธิ์ฟ้องคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ขอให้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา เพื่อให้สามารถใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้ต่อไปก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในเนื้อคดีนั้น เห็นว่าในชั้นนี้มีปัญหาให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาเพียงว่า การที่ศาลปกครองชั้นต้นไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยชอบด้วยกฎ หมายหรือไม่เท่านั้น ศาลปกครองสูงสุดจึงยังไม่อาจไม่สั่ง หรือพิพากษาให้เป็นไปตามคำขอได้&amp;nbsp;อ่านรายละเอียด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลปกครองสูงสุด, สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5e937662e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039;ครวญ!สงสารพี่ไหมล่ะ สู้สารพิษโดดเดี่ยว นี่ขนาดเป็นรัฐมนตรีนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62- &amp;nbsp;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ออกมาระบุว่า ในส่วนของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลอยู่นั้น จะมีการเสนอเกี่ยวกับเรื่องสารเคมีพิษภาคการเกษตร ซึ่งขณะนี้เอกสารในส่วนนี้ได้เตรียมเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ก็จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะพูดลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงคะแนนที่ผ่านมาเป็นการลงคะแนนลับ แต่ในครั้งนี้คิดว่าควรจะ เป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผยหรือไม่ จะได้รู้ว่ากรรมการจากส่วนราชการใดมีความคิดเห็นอย่างไร เพราะเป็นผลประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นั้น รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;จริงๆ เราอยากให้เป็นการลงมติแบบเปิดเผย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่ตัวบท กฎหมาย ว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง แต่ถ้ามันไม่มีข้อจำกัด ก็น่าจะเสนอชื่อออกมาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความจริงคนที่ทำก็ต้องรับ ถ้าเกิดเขาต้องการเอาสารพิษ 3 ตัวนี้ไว้ เขาก็ต้องรู้ว่าเอาไว้เพราะอะไร มันมีส่วนดีอย่างไร ก็ต้องออกมาบอกพี่น้องประชาชน เพื่อชี้แจงให้กระจ่างชัด ต้องออกมายอมรับในสิ่งที่เขาทำใช่ไหมคะ&amp;rdquo; รมช.เกษตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง คณะกรรมการวัตถุอันตราย อยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม แต่ยังไม่เห็นบทบาทของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ออกมาพูดอะไรบ้างเลย นางสาวมนัญญา ถึงกับอึ้งไป และกล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;สงสารพี่ไหมล่ะ ต้องทำอยู่คนเดียว เอกสารยังต้องมาตามเอง นี่ขนาดเป็นรัฐมนตรีนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานข่าววานนี้(16 ก.ย.62) &amp;nbsp;นางสาวมนัญญา ได้เดินทางไปที่ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เพื่อทวงถามเอกสารสต๊อกสารพิษ ในโกดังสินค้าแต่ละแห่งทั่วประเทศไทยว่าขณะนี้มีเหลือจำนวนเท่าใดบ้าง เพราะได้สอบถามเรื่องนี้เป็นระยะเวลานานพอสมควร แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่จะให้คำตอบได้ จึงต้องเดินทางมาตรวจสอบด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลด้วยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในเรื่องการแบนสารพิษ 3 ตัว คือ ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส และพาราควอต ปรากฏว่าคณะกรรมการชุดนี้มีทั้งหมด 29 คน มีการลงมติแบบลับทุกครั้ง และมักจะมีกรรมการขาดประชุม โดยผลการโหวตครั้งล่าสุด ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการให้ใช้สารพิษต่อไปนั้น จะชนะไปด้วยคะแนน 16 ต่อ 5 &amp;nbsp;เสียง &amp;nbsp;แต่ถ้าหากให้โหวตโดยเปิดเผย และสาธารณชนรู้ชื่อ-นามสกุล คาดว่าคะแนนอาจจะกลับกันแบบพลิกหน้ามือ เป็นหลังมือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45929</URL_LINK>
                <HASHTAG>มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, รมช.เกษตรและสหกรณ์, สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d803cbf006ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปวินแฉถูกสารเคมี!ลอบทำร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2562 - กรณีกระแสข่าวในสังคมออนไลน์ระบุว่า นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลบหนีคดีอยู่ที่ญี่ปุ่นถูกลอบทำร้ายร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายปวิน ได้โพสต์เฟซบุ๊กครั้งแรกหลังจากเงียบหายไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2562 ในวันที่ 3 ก.ค.2562 เวลา 14.03 น. ระบุว่า &amp;quot;ผมถูกทำร้ายร่างกายที่บ้านพักที่เกียวโตครับ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ตามข่าวที่ปรากฏใน Washington Post I was attacked with a chemical spray at the early hour of 8 July at my apartment in Kyoto.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายปวินยังได้โพสต์อย่างต่อเนื่องในเนื่องดังกล่าว โดยในเวลา 14.09 น. โพสต์ว่า &amp;ldquo;ตำรวจญี่ปุ่นกำลังล่าตัวคนร้ายอยู่ครับ ตามที่ปรากฏใน Financial Times The police is hunting the attacker, according to Financial Times.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และต่อมาในเวลา 14.18 น. โพสต์อีกว่า &amp;ldquo;The Times ของอังกฤษรายงานว่า ผมถูกโจมตีด้วยสารเคมีที่บ้านพักที่เกียวโต The Times of the UK reported that I was attacked by a chemical spray at my home in Kyoto.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 21.35 น. นายปวินโพสต์อีกว่า &amp;ldquo;รายงานเรื่องผมถูกทำร้ายในสื่ออิตาเลียน The report on the attack against me in Italian media&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุด 0.49 น. วันที่ 4 ก.ค. โพสต์ว่า &amp;ldquo;รายงานเรื่องผมถูกทำร้ายด้วยสารเคมีที่เกียวโต ตามที่ปรากฏในรอยเตอร์ The report on me attacked by a chemical spray in Kyoto as appeared in Reuters&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การโพสต์ของนายปวินจะมีการแนบลิงค์ข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ด้วย ซึ่งก็มีผู้เข้าแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจนายปวิน และแชร์เรื่องดังกล่าวจำนวนหนึ่ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42653</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, มหาวิทยาลัยเกียวโต} ประเทศญี่ปุ่น, ลอบทำร้าย, สารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46444219a4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
