<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนวทางฟื้นฟูมลพิษกรณีเหตุระเบิดกิ่งแก้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางในการฟื้นฟู เยียวยา และการแก้ปัญหาระยะยาว จะเป็นไปในทิศทางใดหลังโศกนาฏกรรม&amp;rdquo;หมิงตี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; วงเสวนา &amp;ldquo;ฟื้นฟู-เยียวยา-ป้องกัน&amp;rdquo; ที่ควรมี (ทำ) กรณีเหตุระเบิดกิ่งแก้ว จัดโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ชวนนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญร่วมถอดบทเรียนหาทางออกให้เหตุการณ์ครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธ์ ประธานสาขาวิศวกรรมเคมีและปิโตรเคมี วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.) กล่าวว่าข้อสันนิษฐานสาเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟม &amp;nbsp;สาเหตุที่แน่นอนยังอยู่ระหว่างการค้นหา ในฐานะวิศวกรกให้ข้อสันนิษฐานใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด สาเหตุไฟไหม้อาจจะเกิดจากเม็ดโฟม EPS เพราะความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเพลิงไหม้จากก๊าซเพนเทนที่ผสมอยู่ในเม็ดโฟม ซึ่งเป็นสารไวไฟสูง &amp;nbsp;อีกทั้งไอระเหยของเพนเทน มีน้ำหนักมากกว่าอากาศ ไม่มีสี และสามารถติดไฟได้ เป็นไปได้ว่า เกิดการรั่วไหลของสารดังกล่าว แต่เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการรั่วไหลของสารเคมี อีกข้อสันนิษฐานมาจากของแข็งที่เป็นวัตถุดิบ อย่าง PS Resin, PS Foam, EPS Foam ที่มีคุณสมบัติเป็นสารติดไฟ เกิดไฟฟ้าสถิตย์ได้ และเป็นของเสียอันตราย ทุกชนิดมีอันตรายต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการระงับเหตุไฟไหม้ ดร.ปิยะบุตร อธิบายว่า เพลิงไหม้ที่มีการแปรเป็นสารไฮโดรคาร์บอน ไม่สามารถดับได้ด้วยน้ำ จึงใช้วิธีการระงับเหตุในรูปแบบต่างๆ อย่างโฟม แต่จุดเกิดเหตุขณะนั้นเครื่องมือดับเพลิงไม่มีความพร้อมเป็นอุปสรรค รวมถึงขาดความร่วมมือของโรงงาน ส่งผลให้การระงับเหตุเกิน 24 ชั่วโมง ส่วนผลกระทบจากสารเคมีเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะมาจากการหายใจหรือผ่านผิวหนังก่อให้เกิดพิษเฉียบพลัน เช่น ขาดอากาศหายใจ ระคายเคืองในบริเวณร่างกาย ดวงตา ส่งผลกระทบต่อการสร้างโลหิตและระบบประสาท ส่วนพิษเรื้อรังที่ส่งผลระยะยาว จะทำให้เกิดการผิดปกติทางพันธุกรรม ก่อมะเร็ง มีผลต่อกระดูกและระบบทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเสี่ยงมลพิษกรณีกิ่งแก้ว ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้รายละเอียดว่า ไฟไหม้สารอันตราย เกิดการแพร่กระจายสารพิษ &amp;nbsp;การแปรสภาพ และการตกสะสมของมลพิษในอากาศ&amp;nbsp; น้ำและดิน การปลดปล่อยมลพิษจากเหตุการณ์กิ่งแก้ว มีทั้งที่เกิดจากการรั่วไหลที่ยังไม่เผาไหม้ คือ สไตรีน (Styrene) เพนเทน (pentane) แต่หากเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ อาจจะทำให้มีสไตรีนรั่วไหลออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; &amp;nbsp;จากงานวิจัยปี 2020 ได้จำลองการเผาไหม้สไตรีนแบบที่มีอากาศจำกัด พบว่า แม้ว่าจะมีการเผาแล้ว ก็ยังพบการรั่วไหล และมีการแปรสภาพเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซด์ เขม่า และสารที่เกิดมากที่สุดคือ แนฟทาลีน(Naphthalene) &amp;ldquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เขาระบุการเกิดผลกระทบแบบเฉียบพลัน จะมีเรื่องของกลิ่นที่เกิดขึ้น อย่าง สไตรีน จะมีกลิ่นเหมือนพลาสติก เพนเทน กลิ่นคล้ายน้ำมัน สารเหล่านี้มีความไวต่อจูมกมนุษย์ &amp;nbsp;หากไม่ได้กลิ่นอาจจะเป็นไปได้ว่า ไม่ได้รับสารเคมีแบบเฉียบพลัน แต่เมื่อสารเหล่านี้ระเหยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ จะเกิดปฏิกิริยาเคมีกลายเป็นฝุ่น PM2.5 และอาจจะมีการตกผสมลงมาสู่ผิวดินได้ด้วย จากการประเมินการปลดปล่อยมลพิษและโมเมนตัมการเผาไหม้ ที่การเผาไหม้ทำให้เกิดกลุ่มก้อนอากาศสีดำซึ่งเป็นมลพิษเห็นได้ด้วยตาเปล่าลอยขึ้นสูงกว่า 300 เมตรจากจุดพื้นผิวดิน ส่งผลให้สารพิษส่วนที่มนุษย์จะได้สัมผัสมีความเบาบางลงตามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มก้อนอากาศสีดำที่พวงพุ่งออกจากจากเหตุการณ์นี้ &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล ได้ทำแบบจำลองจากสมมุติฐานการเผาไหม้ 1,600 ตันใน 22 ชั่วโมง และมีการนำไปแปรผลในแบบจำลอง AERMOD พบว่า ในสารสไตรีน คนจะสามารถได้กลิ่นในระดับ 70 ไมโครกรัม/ลบ.ม. แต่ไม่น่าได้รับพิษแบบเฉียบพลัน ส่วนการตกสะสมสู่พื้นดินและแหล่งน้ำ แม้ว่าจะมีกระจายเป็นวงกว้าง แต่ยังมีความเสี่ยงต่ำ โดยใช้มาตรฐาน US.EPA(2021) ที่ได้รับการยอมรับมาตรฐานและความปลอดภัย ส่วนสารแนฟทาลีนแม้ไม่มีความเสี่ยงแพร่กระจายถึงพื้นผิวและการตกสะสมในดิน แต่ควรจะมีการเก็บตัวอย่างเพื่อยืนยัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อาจมีการตกสะสมสูง และเขม่าที่มีการแพร่กระจายได้น้อยกว่าสารที่กล่าวมาข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ธนพล บอกว่า ในพื้นที่ซอยกิ่งแก้วมีสภาพเป็นชั้นดินเหนียวปนทราย ดังนั้น การรั่วไหลของสารสไตรีนสู่น้ำใต้ดินนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด อาจจะต้องมีการเก็บตัวอย่างมาเพื่อยืนยัน ได้ทำแบบจำลองการรั่วไหลของสารทั้งหมด 1,600 ตันใน 2 ชั่วโมง และปล่อยให้น้ำพัดพาไปอีก 30 ปี แบ่งเป็นแบบที่ธรรมชาติบำบัดและไม่มีธรรมชาติบำบัด การทำแบบจำลองจะสามารถระบุพื้นที่ในการเก็บตัวอย่างได้ เพื่อความสบายใจของชุมชนด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; หากพบสารสไตรีนตกค้างสามารถใช้ทั้งจุลชีพหรือสารเคมีในการฟื้นฟูใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้ หากประชาชนที่ยังได้รับกลิ่นสารเคมีอยู่ อาจจะมาจากการปนเปื้อนในดิน และกลายเป็นไอที่ลอยขึ้นมา หรือสารเคมีที่คงค้างในพื้นที่ ต้องจัดการที่แหล่งกำเนิดให้ไวที่สุด กำหนดระยะเวลาการฟื้นฟูที่แน่นอน &amp;ldquo;  นักวิชาการ ม.นเรศวรบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์เพลิงไหม้หมิงตี้ไม่ใช่อุบัตภัยสารเคมีครั้งแรก&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตเคยเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ &amp;nbsp;ผศ. ดร.ธนพล เสนอแนวคิดการทำโมเดลแบบจำลอง SAFER SYSTEMS คือ การนำ Chemical sensors + Real time air dispersion Modeling and Source locator algorithm ซึ่งสามารถคำนวนย้อนกลับหาแหล่งกำเนิดสารรั่วไหล และตรวจวัดสารเคมีระเหยง่าย (VOC) ไซยาไนต์ แอมโมเนีย ไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ สารประกอบไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ได้แบบเรียลไทม์ เพื่อหยุดปัญหาการรั่วไหลของสารเคมีในโรงงาน จนทำให้เกิดเพลิงไหม้ และนำไปสู่ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109274</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารเคมีตกค้าง, แนวทางฟื้นฟูมลพิษหมิงตี้, โรงงานหมิงตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e997f1bbe57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มลพิษรง.กิ่งแก้วดีขึ้นตามลำดับ เหลือตรวจสารเคมีตกค้าง แนะเลี่ยงใช้น้ำฝน-น้ำคลอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมาย คพ. ในการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมกรณีเพลิงไหม้โรงงาน บริษัท หมิงตี้เคมิคอล จำกัด และได้ประสานข้อมูลรายวันให้กับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อใช้ประกอบการบัญชาการณ์เหตุการณ์ต่อเนื่องมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้ คพ.ได้ประสานสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 (นครปฐม) และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6 (นนทบุรี) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ คพ. ในการประชุมหารือเพื่อสรุปความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมหลังเพลิงไหม้โรงงานดังกล่าว จากผลการตรวจสอบพบว่า สถานการณ์มลพิษในพื้นที่ดีขึ้นตามลำดับ เหลือเพียงการตรวจสอบสารเคมีและกากของเสียอันตรายที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่โรงงาน เพื่อหาแนวทางการจัดการ บำบัดและขนย้ายออกไปกำจัดให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศในวันนี้&amp;nbsp;ในรัศมี 1-2 กิโลเมตรดีขึ้น อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เหลือเพียงพื้นที่ในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบพื้นที่โรงงานที่ต้องมีการตรวจสอบและเฝ้าระวังอยู่ต่อไป โดยที่ประชุมได้กำหนดแผนและแบ่งสายงานการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องจากวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 อาทิ การตรวจสอบน้ำที่ปนเปื้อนจากการดับเพลิงในพื้นที่โรงงาน การตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณที่เกิดเหตุและชุมชนโดยรอบในรัศมี 0.5, 1 และ 2 กิโลเมตร และเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินในชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ ข้อมูลผลการวิเคราะห์ทั้งหมดจะนำมาประมวลผลเพื่อประเมินความเสี่ยงและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพิจารณาหาแนวทางจัดการเพื่อลดปัญหามลพิษและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินงานในครั้งนี้มีหน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วม อาทิ จังหวัดสมุทรปราการ กองบัญชาการกองทัพไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และบริษัทในกลุ่ม พีทีที &amp;nbsp;โกลบอล เคมิคอล จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) บริษัท NPC จำกัด บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เจ้าหน้าที่ NPC ยังคงเฝ้าระวังเกี่ยวกับการเติมสาร DEHA ที่จะไปช่วยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาโพลิเมอร์ไรเซชั่น และสาร F500 ที่จะช่วยป้องกันการลุกติดไฟของสารสไตรีนที่รั่วไหล พร้อมทั้งตรวจสอบอุณหภูมิของถังตลอดเวลา และทีม คพ.และเจ้าหน้าที่กรมวิทยาศาสตร์ทหารบกร่วมกันประเมินปริมาณความเข้มข้นของสารสไตรีนและฟอร์มัลดีไฮด์ที่ตกค้าง ในส่วนของการสื่อสารกับประชาชน คพ.ได้จัดทำอินโฟกราฟิกให้ความรู้ในเรื่องการข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชนเมื่อกลับเข้าที่พักอาศัยหลังเกิดเพลิงไหม้ และคำแนะนำการใช้น้ำรอบพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งน้ำฝน น้ำคลอง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสและนำน้ำฝนมาใช้ในการอุปโภคบริโภคในช่วงนี้ ส่วนน้ำประปาสามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ตามปกติ ทั้งนี้ ประชาชนที่มีการรองน้ำประปาใส่ภาชนะไว้ให้มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน &amp;quot;&amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109074</URL_LINK>
                <HASHTAG>คพ., มลพิษโรงงานกิ่งแก้ว, สารเคมีตกค้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6ceb71994e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบสารพิษ1.6พันตัน หวั่นโรงงานบึ้มซ้ำ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ในหลวงทรงรับศพนักผจญเพลิงเหตุไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้วไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp; พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ผวจ.สมุทรปราการประกาศให้ 4 ตำบล 30 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เดือดร้อน 8 หมื่นราย ผู้อพยพ 2,000 คน กระจายใน 9 ศูนย์รองรับ กรอ.หวั่นบึ้มอีกรอบเหตุพบสารเคมีตกค้างอื้อ คพ.ห่วงมลพิษในรัศมี 1 กม.บางจุดเกินมาตรฐาน ตั้งหน่วยตรวจวัดแจ้งเตือน ชาวบ้านทยอยเข้าแจ้งความตำรวจต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เร่งประเมินความเสียหาย&amp;nbsp; ด้านบริษัทแถลงเสียใจพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล โรงงานผลิตโฟมและพลาสติก ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงมาก ใช้เวลาในการควบคุมเพลิงนานกว่า 33 ชั่วโมง นับตั้งแต่ช่วงเวลา 03.00 น.ของวันที่ 5 ก.ค. ล่วงเลยมาจนถึงช่วงเวลาเช้าตรู่ของวันที่ 6 ก.ค.จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ซึ่งทำให้มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับมีการอพยพประชาชนที่อยู่ในรัศมี 5&amp;nbsp; กิโลเมตรไปยังศูนย์รองรับผู้อพยพ ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก &amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ให้การช่วยเหลือจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับศพผู้เสียชีวิต คือ นายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อาสาสมัครดับเพลิง ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp; และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ พร้อมกับสงเคราะห์งานศพผู้เสียชีวิต พระราชทานถุงยังชีพพระราชทานในเบื้องต้นเป็นการเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ 904 เชิญพวงมาลาหลวง และพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ไปวางหน้าหีบศพนายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ อาสาสมัครดับเพลิง ณ วัดทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้&amp;nbsp; ย่านกิ่งแก้วครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp; (ปภ.) รายงานว่า ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สมุทรปราการ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิและจิตอาสาเข้าร่วมปฏิบัติงาน ณ วันที่ 5 ก.ค. รวม 751 คน ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 100 หลัง ผู้บาดเจ็บ 40&amp;nbsp; ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะนี้เพลิงสงบแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังการปะทุของไฟอย่างต่อเนื่อง
ที่จังหวัดสมุทรปราการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ โดยจัดตั้งศูนย์รองรับผู้อพยพจำนวน 9 แห่ง มีผู้อพยพ 1,992 คน ปภ.สนับสนุนรถประกอบอาหารและรถผลิตน้ำดื่ม ณ จุดอพยพ อบต.บางพลีใหญ่ ขณะที่จุดอพยพแห่งอื่นๆ ได้รับการสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และชุดเครื่องนอนจากอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาด&amp;nbsp; มูลนิธิฯ ภาคเอกชน และประชาชน
นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ความเสียหายพื้นที่โรงงานและบริเวณรอบข้างขยายเป็นวงกว้าง บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก มีพื้นที่ประสบสาธารณภัย 4 ตำบล 30 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.ราชาเทวะ หมู่ที่ 1-15 จำนวน 22,563 ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากร 34,736 คน, ต.บางพลีใหญ่ หมู่ที่ 13-17&amp;nbsp; จำนวน 7 หมู่บ้าน 12,363 ครัวเรือน ประชากร&amp;nbsp; 18,490 คน, ต.บางแก้ว หมู่ที่ 6, 7, 8, 10, 13,&amp;nbsp; 14 จำนวน 17,188 ครัวเรือน 23,277 คน และ&amp;nbsp; ต.บางโฉลง หมู่ที่ 4-5 จำนวน 4,177 ครัวเรือน ประชากร 4,413 คน ขณะนี้ภัยยังไม่สิ้นสุด มีราษฎรที่ประสบภัยโดยรวม 80,916 คน บาดเจ็บ 33 คน เสียชีวิต 1 คน นอกจากนี้ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ต้องติดตามสถานการณ์ภายใน 1-2&amp;nbsp; วันอาจจะกลับเข้าบ้านได้
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; คพ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และสารอันตรายในพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติกและพื้นที่รอบนอก โดยในรัศมี 1&amp;nbsp; กิโลเมตรแรกจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งสารเคมีที่ต้องระวังคือ &amp;quot;โซลเวนต์&amp;quot; ที่ติดไฟได้ง่าย และ &amp;quot;สารสไตรีนโมโนเมอร์&amp;quot; ที่ใช้เป็นองค์ประกอบทำเม็ดพลาสติก เมื่อเกิดเพลิงลุกไหม้จะปลดปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จากการตรวจคุณภาพอากาศในพื้นที่พบว่ากลับสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่ในรัศมี 2 กิโลเมตรแรก สารอันตรายยังมีการกระจายตัว และยังมีการสวิงของค่าสารอันตราย&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าบางพื้นที่สูงบางพื้นที่ต่ำ ดังนั้นต้องขอควบคุมพื้นที่ไปก่อน โดยกำลังพิจารณาเรื่องลดพื้นที่เพื่อให้ประชาชนกลับมายังที่อยู่อาศัยได้ และ คพ.จะต้องเฝ้าติดตามด้านมลพิษอย่างต่อเนื่อง 3 วัน ขณะนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากมีกรณีฝนตกลงมาอาจจะชะสารเคมีลงใต้ดิน&amp;nbsp; แหล่งน้ำ หรือท่อระบายน้ำ ซึ่งจะยากต่อการควบคุม และอาจต้องเข้าไปบำบัดเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
&amp;ldquo;ขณะนี้ คพ.ดำเนินการติดตั้งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่เพิ่มเติมที่โรงเรียนกิ่งแก้ว พร้อมทั้งนำเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 แบบอัตโนมัติสำหรับตรวจวัดภายนอกอาคารไปติดตั้งเพิ่มเติมตามชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีความเสี่ยง 2 ถึง 3 จุด เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองและผลกระทบที่ชุมชนจะได้รับจากเหตุเพลิงไหม้ตลอด 3 วันนี้&amp;quot; นายอรรถพลกล่าว
พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp; 1 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของบ้านเรือนประชาชนที่อพยพไปพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพ เรามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลในพื้นที่รัศมี 5&amp;nbsp; กิโลเมตร ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งการให้ดูแลอย่างดี คืนวันที่ 5 ก.ค.มีการระดมสายตรวจ ระดมรถตรวจ ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่เราทำเต็มที่เพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อนอยู่แล้วได้อุ่นใจ จะทำจนกว่าศูนย์บังคับบัญชาของจังหวัดจะสั่งการให้อพยพคนกลับเข้ามาอยู่ที่บ้านได้ โดยให้เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมรถตู้เอาไว้คอยให้บริการ และจะได้ตรวจสอบกันต่อไปว่าใครได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้มีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาร้องทุกข์ในเรื่องความเสียหายหรือบาดเจ็บประมาณ 177&amp;nbsp; รายแล้ว ได้มีการสอบปากคำไปแล้ว 173 ราย ซึ่งความเสียหายก็กำลังประเมินอยู่ รวมถึงมีการสอบปากคำผู้จัดการโรงงานที่เกิดเหตุแล้ว เราได้ข้อมูลจากผู้จัดการว่ามีสารเคมีอยู่ประมาณ 16,000 ลิตรขณะเกิดเหตุ ส่วนในเรื่องอื่นต้องรอการสอบสวนอีกครั้ง
นายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขปัญหาและจัดทำแผนป้องกันเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นพบว่า เครื่องจักรของโรงงานเสียหายทั้งหมด และมีสารเคมีตกค้างอยู่ประมาณ 4-5 ถัง ที่คาดว่าน่าจะเป็นสารเบนซีน โดยสารเคมีดังกล่าวจะต้องส่งไปทำลายทั้งหมดโดยวิธีการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ขณะที่ซากปรักหักพังทั้งในส่วนของโครงสร้างอาคาร เหล็ก อิฐปูนต่างๆ โรงงานต้องดำเนินการแจ้งมายัง กรอ.เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ในเรื่องของการจัดการกากอุตสาหกรรม เนื่องจากว่าอาจมีการปนเปื้อนด้วยเช่นกัน
&amp;ldquo;ในส่วนของสารตกค้างที่ยังอยู่ในพื้นที่สังเกตได้จากความร้อนใต้พื้นดินที่รู้สึกได้ แปลว่ายังมีโอกาสที่จะปะทุได้อีก ดังนั้นตอนนี้ยังต้องให้มีการฉีดน้ำเลี้ยงไปยังถังที่ยังหลงเหลือเพื่อเลี้ยงอุณหภูมิไว้ ขณะเดียวกันโรงงานกำลังดำเนินการนำสารเคมีบางชนิดมาจับเพื่อให้สามารถขนย้ายได้ง่ายและนำไปกำจัด โดย กรอ.ได้สั่งการให้โรงงานขนออกไปกำจัดอย่างถูกวิธี ทั้งนี้สารที่เหลืออยู่ตอนนี้มีสไตรีน น่าจะมีประมาณ 1,600 ตัน&amp;rdquo; นายวีระกิตติ์กล่าว
ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้บริเวณโกดังเก็บสารเคมีภายในโรงงาน จ.สมุทรปราการถือเป็นบทเรียน โรงงานส่วนใหญ่ที่ผ่านมาตั้งห่างไกลชุมชน แต่ด้วยความเจริญก็เริ่มมีที่พักที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานมากขึ้น ต้องกลับมาดูเรื่องผังเมือง การขีดเส้นพื้นที่ผังเมือง สิ่งแวดล้อม แม้จะพยายามผลักดันให้ทุกโรงงานยกระดับมาตรฐาน Green&amp;nbsp; Factory แล้วก็ตาม รัฐจะทำอย่างไรให้โรงงานทุกขนาดเข้ามาอยู่ในระบบมาตรฐานของนิคมอุตสาหกรรมได้ ห้ามสร้างที่พักที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้เคียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. เพลิงไหม้ปะทุขึ้นอีกครั้งที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยต้องเร่งระดมฉีดโฟมระงับเหตุ ซึ่งสถานการณ์ภัยพิบัติสารเคมียังถือว่าไม่ยุติ เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้ซึ่งมีโอกาสปะทุซ้ำตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108860</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทานเพลิงศพ, พื้นที่ประสบสาธารณภัย, สารเคมีตกค้าง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟไหม้โรงงาน, ไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e45c49b1141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
