<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot;เขย่าย้ำคกก.วัตถุอันตราย27คนชี้ชะตาสุขภาพคนทั้งประเทศ ถ้าไม่แบน3สารเคมี ก็เตรียมเงินไว้รักษาคนได้เลย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot;เขย่าย้ำคกก.วัตถุอันตราย27คนชี้ชะตาสุขภาพคนในประเทศ ถ้าไม่แบนสารเคมี3ชนิด ก็เตรียมเงินไว้รักษาคนได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ต.ค.62- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทางการเกษตร ว่า การดำเนินการเรื่องสารเคมีอันตรายในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเราทำตามหน้าที่ในการดูแลสุขภาพประชาชนทั้งประเทศ เรามีจุดยืนอะไรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน เราจะไม่สนับสนุนให้มีการใช้ ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขและเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ที่เป็นคณะกรรมการวัตถุอันตรายก็ยืนยันต่อสื่อมวลชนไปแล้วว่าไม่สนับสนุน และพร้อมเสนอให้ที่ประชุมฯ มีการโหวตอย่างเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราชาวสาธารณสุขมีความชัดเจนที่จะไม่สนับสนุนการใช้สารเคมีอันตราย ผลที่จะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 27 คน ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และหากไม่แบน เราก็จะเตรียมยา เตรียมการรักษา ซึ่งจะเป็นภาระต่องบประมาณของประเทศต่อไป&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ผมยินดีรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย การสนับสนุนการเลิกใช้ครั้งนี้ทำเพื่อเกษตรกร ทำเพื่อประชาชนผู้บริโภคพืชผลทางการเกษตร &amp;nbsp;สำหรับเรื่องตัวเลขคนป่วย คนเสียชีวิตจากสารเคมีอันตรายนั้น ในฐานะที่เป็นกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสุขภาพสำคัญที่สุด ไม่ว่าตัวเลขผู้ป่วยจะ 1.4 หมื่นคน หรือทำให้ป่วยเพียงคนเดียว ก็ไม่สนับสนุนให้ใช้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47755</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, คกก.วัตถุอันตราย, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, สารเคมีอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9ed90f52a2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039; แนะเกษตรกรปรับตัวเลิกใช้สารเคมี หันเรียนรู้ประโยชน์ต้นหญ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ความรู้แบ่งปัน​ จากอาจารย์แดง​ บุญรุ้ง​ สีดำ (บุญรุ้ง​ ศรีษะอโศก)​ มีคนถามมามากเหลือเกินว่า หากรัฐบาลจะยกเลิกพาราคอต, ไกลโฟเซต จะมี​สารตัวไหนใช้ฆ่าหญ้า​ทดแทนได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอตอบอย่างนี้ครับ 1.โดยสัตย์จริง ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ยาฆ่าหญ้าไม่ว่าจะเป็นสารเคมีหรือแม้แต่สารอินทรีย์&amp;nbsp;เพราะหญ้าก็มีประโยชน์ของมัน อย่างน้อยมันก็คลุมดินไม่ให้ปะทะแดดฝนโดยตรง ลดการชะล้างสูญเสียปุ๋ยหรือแร่ธาตุ แถมที่รากของหญ้ายังมีสารเมือกประเภทคาร์โบไฮเดรตที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ทำให้พืชแข็งแรงทนทานต่อโรค หากเราหาประโยชน์ของหญ้าเจอ เราจะไม่เห็นมันเป็นศัตรู เราจะไม่ไปฆ่าทำลายเขา​ แค่ขยันตัดห่มดินให้เป็นปุ๋ย เราจะได้ประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอซะที กับคำว่ามันจะไปแย่งปุ๋ยพืชที่เราปลูก มันดูดปุ๋ยน่ะใช่ แต่มันก็อยู่ตรงนั้น บังแดดให้ดินให้จุลินทรีย์ตรงนั้น ดินใต้กอหญ้าจะชุ่มชื้นและร่วนซุยอยู่เสมอ ไม่สังเกตบ้างหรือครับ ดินที่ปราศจากหญ้าจะแห้งผากและสูญเสียหน้าดิน​ ได้ง่าย สังเกตไหมครับ ทุกครั้งของการอบรม ผมจะไม่พูดถึงการใช้ยาฆ่าหญ้าเลยไม่ว่าจะเป็นเคมีหรืออินทรีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แม้หากมีพื้นที่กว้าง ตัดหญ้าไม่ไหว ก็ใช้แค่น้ำหมักเข้มข้นฉีดพ่นก็เหลือเฟือครับ ตัวที่ใช้ทดแทนสารพิษพาราควอต,ไกลโฟเซต​ ทำเองได้ ไม่ต้องใช้เงินซื้อเลย นอกจากปลอดภัยแล้ว หญ้าที่ตายก็ถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ยด้วย น้ำหมักหลังสัมผัสใบหญ้าแล้ว มันก็ถูกฝน, น้ำค้าง เจือจางลงดินกลายเป็นปุ๋ย มีแต่ได้กับได้ครับ&amp;quot; พิจารณากันนะครับว่ายังมีแนวทางอื่นๆอีก ทั้งลดต้นทุน ปลอดภัย (ไม่มีใครช่วยท่านได้ ยกเว้นคนที่อยู่ในกระจก ลุงคิมกล่าวไว้)​ #เป็นทางเลือกอีกหนึ่งแนวทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47735</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, บุญรุ้ง สีดำ, ยาฆ่าหญ้า, สารเคมีอันตราย, แบนสารพิษ, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.เอาด้วยเลิกสารเคมีอันตรายจี้รบ.ใช้ความกล้าหาญหยุดเสียที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-ที่รัฐสภา นพ.อำพล จินดาวัฒนะ และรศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ส.ว. แถลงจุดยืนและเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกสารเคมีเกษตร 3 ชนิด โดยนพ.อำพล กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจอย่างเป็นเอกภาพในการยกเลิกใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกรโฟเซต ที่ยืดเยื้อมาหลายปี จากข้อมูลเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้ ไม่ใช่แค่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมในผลิตภัณฑ์เกษตรอาหารการกินเท่านั้น แต่ยังเข้าสู่ทารกในครรภ์มารดาส่งผลเสียถึงผู้คนในรุ่นต่อๆ ไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีป้องกันจำกัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยเสนอให้ยกเลิกตั้งแต่เดือนเม.ย. 2560 แล้ว แต่ถึงวันนี้ผ่านมาสองปีกว่าก็ยังอนุญาตให้ใช้กันต่อไป เมื่อต้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมาได้ตั้งกระทู้ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการแก้ปัญหาสารเคมีตกค้างในพืชผักผลไม้ ที่ตรวจสอบพบเป็นจำนวนมาก โดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไทยแพน)&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อำพล กล่าวว่า ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาศึกษาและแถลงจุดยืนเห็นด้วยกับการยกเลิก 3 สารเคมีดังกล่าว สำหรับในส่วนของรัฐบาลซึ่งเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี 3 พรรคการเมือง คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีบางพรรคแสดงจุดยืนชัดเจนมาแต่ต้น และบางพรรคก็มีการปรับท่าทีที่ชัดเจนขึ้น ส.ว.ก็เห็นว่า ควรจะยกเลิกการใช้สารเคมีเหล่านี้เสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสังศิต กล่าวว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมลํ้า จะขอมติของกมธ. ให้อนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ทันที ทั้งนี้ ได้ผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2540 สมัยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง ตนได้เสนอให้ยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ซึ่งท่านก็เห็นด้วย แต่ว่าเมื่อไปพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อขอความร่วมมือ แต่กลับปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าหัวคะแนนของท่านขายปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง จึงไม่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเราดูปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลงที่นำเข้ามาจากต่างประเทศพบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี และเมื่อไปดูตัวเลขการนำเข้ายารักษาโรคก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หมายความว่า สิ่งที่เรานำเข้ามาทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้เกษตรกรเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ข้อมูลอายุเฉลี่ยลูกหนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พบว่า ลูกหนี้เหล่านี้ตายกันเร็วและอายุสั้น เพราะทำเกษตรเคมี ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้บริโภคด้วย หากรัฐบาลไม่ใช้ความกล้าหาญหยุดเรื่องนี้ ประเทศก็จะเสียหายไม่มีที่สิ้นสุด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47501</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อำพล จินดาวัฒนะ, รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์, รัฐบาล, ส.ว., สารเคมีอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ad11b8964c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ย้ำไม่เอาสารเคมีอันตรายชูเกษตรอิทรีย์ปลอดสารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62- นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. แถลงข่าวหนุนเกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคสนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคและพี่น้องเกษตรกรมาโดยตลอด ปัจจัยที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมคือในทีมเศรษฐกิจทันสมัยนอกจากมีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายแล้ว ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์คือนายนาวี นาควัชระ ร่วมอยู่ในทีมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากประเด็นเรื่องสารเคมีอันตรายที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ที่พรรคโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวพน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีจุดยืนที่ชัดเจนมาตั้งแต่เริ่มต้น ในการไม่สนับสนุนสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จึงสอดคล้องกับแนวทางของทีมเรื่องการสนับสนุนให้เกษตรกรทำเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง การทำเกษตรอินทรีย์มีมาตรฐานสูงกว่าการทำเกษตรแบบปลอดภัยเพราะไม่ใช้สารเคมีเลยในทุกกระบวนการของการผลิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ กล่าาวว่า ตนได้พาคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัท COOP (โค-อ๊อพ สหกรณ์รวม) จากยุโรปนำโดยคุณเกอร์ฮาร์ด เซอร์ลูทเตอร์ (Gerhard Zurlutter) ที่สนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และมีกระบวนการทําให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในระยะกลาง-ยาว เข้าพบ รมว.เกษตรฯ และทีมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง โดยคุณเกอร์ฮาร์ด ได้แสดงความสนใจที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการรับซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเรา ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกรและเป็นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทำเกษตรอินทรีย์ หากพี่น้องเกษตรกรได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีทั้งการผลิตที่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค่า และการพัฒนาช่องทางการตลาด เมื่อเกษตรกรผลิตได้และขายได้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยยกระดับเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้อีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางดรุณวรรณ กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับอดีตผู้สมัคร ส.ส พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงอดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานของพรรค เพื่อพบปะกับกลุ่ม Young Smart Farmer ที่ทำเรื่องเกษตรอินทรีย์เพื่อนำมาวางแผนและหาแนวทางในการช่วยเหลือภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจทันสมัย (New Economy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จ.ศรีสะเกษเป็น 1 ในพื้นที่นำร่องในการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการ มีเกษตรกรที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์เป็นจำนวนมาก การลงพื้นที่ของทีมเพื่อช่วยผลักดันให้ศรีสะเกษเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการที่ ต้องมีการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตามที่ผู้บริโภคต้องการแล้ว ยังต้องช่วยเรื่องช่องทางการจำหน่าย โดยทีมเศรษฐกิจของพรรคมีแนวทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งสองส่วนคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับสำหรับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงการหาช่องทางการตลาดใหม่ ๆ นอกเหนือจากที่มีในปัจจุบัน เช่น โรงพยาบาล หรือกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่ โดยจะช่วยเจรจาหาช่องทางการค้าใหม่ รวมถึงช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นการขยายฐานการตลาดออกไปให้กว้างขึ้น และมีความตั้งใจจะใช้ศรีสะเกษโมเดล ขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47491</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, สารเคมีอันตราย, เกษตรอินทรย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ab7f1482e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาราควอตทั้งแผ่นดิน&#039;รมว.เกษตรฯ&#039;ปฎิเสธหน้าสั่นเปล่ายื้อแบนสารเคมีอันตราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่ยกเลิกการใช้วัตถุอันตราย​ 3 รายการ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปีจึงจะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ว่า กระทรวงเกษตรฯไม่เคยแนะนำคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้มีการขยายการใช้สารเคมีดังกล่าวออกไป​ และกระทรวงเกษตรฯก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีที่มีอันตรายต่อร่างการและชีวิตมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;แต่เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯไม่ได้เป็นประธานและเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตรายจึงไม่ทราบรายละเอียดว่าคณะกรรมการนั้นมีมติอย่างไร ยืนยันว่ามติเมื่อวันที่14 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเพียงให้คงเดิมตามมติเมื่อเดือน​ พ.ค.61 &amp;nbsp;ซึ่งมติดังกล่าวคือ​ การจำกัดการใช้แต่ไม่ได้พูดถึงระยะเวลาเพียงแค่บอกว่าให้จำกัดการใช้และให้เวลากระทรวงเกษตรฯ 60 วัน ร่างขั้นตอนการจำกัดโดยเราได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้สังคมเข้าใจด้วยว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้ขอขยายระยะเวลา​ และมติไม่ได้พูดการขยายระยะเวลาด้วย อยากให้สังคมดูรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะวันนี้สื่อโซเชียลนั้นรวดเร็ว และแรง หากเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจะเป็นปัญหากระทรวงเกษตรฯเป็นแค่เพียง 5 คนจาก 29 คนในคณะกรรมการฯ กระทรวงเกษตรฯไม่สามารถแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดด้วยตนเองได้ หากใครเห็นว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายบางคนมีส่วนได้เสียก็สามารถฟ้องศาลปกครองได้ ผมไม่ได้ท้าทายแต่ในเมื่อสังคมไม่ฟัง ก็เหลือแค่ศาลปกครองที่จะตัดสินหากการประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมติดังกล่าวออกด้วยคนที่ไม่มีคุณสมบัติ&amp;rdquo;นายกฤษฎา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29366</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, คกก.วัตถุอันตราย, พาราควอต, รมว.เกษตรฯ, สารเคมีอันตราย, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8671c15bb00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอจุฬาแฉอีกกลยุทธ์ระยำ!การจัดสารพิษอยู่ในมือกลุ่มผลประโยชน์จากสารพิษทั้งสิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- -ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha ต่อเนื่องในประเด็นสารพิษในพืชผัก ที่กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเข้าโพสต์ว่า เราจะเอาพวกมันอีกหรือ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดเผยความจริงเบื้องหลังที่มีคนของกระทรวงสาธารณสุข และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกมาพูดว่าพืชผักผลไม้มีสารพิษปะปนอยู่ไม่อันตรายและล้างออกได้ซึ่งไม่เป็นความจริง และนอกจากนั้นยังกล่าวอ้างว่าระดับสารพิษที่ปะปนนั้นปริมาณน้อยนิดตามค่ามาตรฐานที่ได้ตั้งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญคือผู้ที่มาจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่บอกความจริงกับประชาชนว่าที่กล่าวถ้อยแถลงว่ามีสารพิษเปื้อนอยู่เพียง 10% ของตัวอย่างตรวจ ความจริงแล้วตัวเองไม่ได้ตรวจสารพาราควอท ไกลโฟเสท และความสามารถในการตรวจสารพิษฆ่าแมลงซึ่งมีอยู่สี่กลุ่มด้วยกันและในประเทศไทยให้ขึ้นทะเบียน 280 ชนิดสามารถตรวจได้เพียง 28 ชนิดและจะกล่าวได้อย่างไรว่าพืชผักผลไม้ไม่มีสารพิษเหล่านี้ และอีก 200 กว่าชนิดที่ตรวจไม่ได้ทำไมไม่บอกประชาชนให้ทราบ และต้องกล่าวย้ำที่ล้างออกนั้นล้างออกได้เฉพาะที่ติดที่เปลือกหรือที่ผิวแต่สารพิษแต่ละชนิดมีความสามารถซึมเข้าไปในเนื้อเยี่อ และวิธีการล้างในแต่ละแบบเช่นน้ำไหลน้ำเกือด่างทับทิมโซดาไฟเป็นต้นจะได้ผลไม่เท่ากัน ในสารพิษแต่ละชนิดและนอกจากนั้นที่ว่าได้ผลนั้นไม่ได้ผลเกิน 50 หรือ 70% ด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสืบสาวราวเรื่องไปแล้วจะพบว่า การแถลงของคนในกระทรวงสาธารณสุขและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับกระทรวงเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นอีก กลยุทธ์ระยำอีกหนึ่งที่พยายามที่จะทำให้มีการใช้สารพิษต่อเนื่องไปอีก โดยทุกอย่างยังคงอยู่ในกำมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอุตสากรรมซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทสารพิษมาตลอด 30 40 ปี และทำลายความน่าเชื่อถือของกระทรวงสาธารณสุขลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ร่วมกับกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งอาศัยพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายโดยคนเหล่านี้ต่างก็มาจากบริษัทนำเข้าบริษัทจำหน่ายหน่วยราชการกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนให้ใช้สารพิษเหล่านี้ฆ่าประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าในกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ในหัวข้อปริมาณสารพิษตกค้าง:มีเฉพาะหน่วยงานราชการ และสมาคมสารพิษ 2 สมาคมลำดับ 11-12 &amp;nbsp;ส่วนลำดับ 10 คือ ซีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน (ลำดับ 13 เป็นกรรมการวัตถุอันตราย และ ลำดับที่ 14 เป็นอนุกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต) เป็นกรรมการและอนุฯที่สนับสนุนให้มีการใช้สาพิษ 3 ชนิดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติของสมัชชาสุขภาพครั้งที่ 5 ปี 2555 ประชาชนเคยเรียกร้องให้องค์กรผู้บริโภค และภาคสังคมมีส่วนร่วมในการกำหนดค่า MRL นอกจากกลุ่มสมาคมค้าสารพิษแต่ไม่ได้รับการยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติ 5.5 ความปลอดภัยทางอาหาร: การแก้ไขปัญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ข้อ 1.2 ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกำหนดค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limit: MRL) ตามมาตรฐานสากล และส่งเสริมความรู้แก่สังคมเพื่อปกป้องสุขภาวะประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในข้อ 2 ข้อ 2 ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ดำเนินการปรับปรุงประกาศกฎเกณฑ์การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย โดยให้องค์กรสาธารณะประโยชน์ เป็นผู้คัดเลือกตัวแทนของตนแต่ละสาขาเพื่อให้ได้ตัวแทนที่แท้จริงตามเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความพยายามที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับคนไทยไม่สำเร็จ!!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดสารพิษกำจัดศัตรูพืชและการกำหนดความปลอดภัยในผัก ผลไม้ สินค้าเกษตร จึงอยู่ในหน่วยงานของราชการและกลุ่มผลประโยชน์จากสารพิษทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18885</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์จุฬา, พืชผัก, ภาควิชาอายุรศาสตร์, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, สารเคมีอันตราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2ca39d25f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
