<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.ฮึ่มเตรียมตรวจเข้มผักผลไม้ ทั้งจำหน่ายและนำเข้า ถ้ามีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานกำหนดเจอโทษทั้งปรับ ทั้งจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 ก.พ.63- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำรจำหน่ายผักผลไม้นำเข้า และโครงการผักร่วมใจ ณ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี เพื่อสร้ำงความมั่นใจในการบริโภคผักผลไม้ที่จำหน่ายในประเทศ โดย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา &amp;nbsp;ได้มีการบูรณาการร่วมกันในกำกับดูแลผักและผลไม้ที่จำหหน่ายในประเทศ และการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างตลอดห่วงโซ่ครอบคลุมตั้งแต่การปลูก การคัดบรรจุ กำรจำหน่าย การบริโภค ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องการปลูก ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติตาม ระบบจัดการคุณภาพ (Good Agriculture Practices : GAP) พืช ซึ่งจะมีเกณฑ์ที่ควบคุมดูแลการใช้สารเคมีทำการเกษตรอย่างเข้มงวด แต่อาจมีเกษตรกรบางราย &amp;nbsp;ที่พบการใช้สารเคมีไม่ถูกต้องอยู่บ้าง โดยกรมวิชาการเกษตร ได้แจ้งผลการตรวจพบสารเคมีทำการเกษตรที่เกินมาตรฐานให้เกษตรกรทราบเพื่อน นำไปปรับปรุงและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา มายังกรมวิขาการเกษตร &amp;nbsp;หากตรวจพบปัญหากรมวิชาการเกษตรจะพิจารณาให้พักใช้ใบรับรองแหล่งผลิตพืช แต่หากเป็นแปลงใหม่ที่มีผลการตรวจประเมินไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด กรมวิชาการเกษตรจะไม่ออกใบรับรอง GAP ให้เกษตรกรรำยนั้น หรือหากตรวจพบวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งเป็นสารเคมีที่ห้ามนำเข้า ส่งออก &amp;nbsp;หรือมีไว้ในครอบครอง จะสั่งเพิกถอนใบรับรอง และสารวัตรเกษตรจะติดตามตรวจสอบร้านค้า จำหน่ายสารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่ หากพบการกระทำผิดจะแจ้งเรื่องส่งฟ้องดำเนินคดีค่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. ได้ออกคำชี้แจงมาตรการเฝ้าระวังผักและผลไม้ที่อาจมีสารพิษตกค้างทางการเกษตร ทั้งที่ ผ่านการนำเข้า สถานที่ คัดบรรจุ รวมทั้งสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการรตรวจสอบสารพิษตกค้างทางการเกษตร และการแสดงฉลาก ของผักและผลไม้ ณ ด่านอาหารและยา &amp;nbsp;สถานที่คัดและบรรจุและสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงกระบวนการคัดและบรรจุ ณ สถานที่คัดและบรรจุทั่วประเทศ อีกด้วย ซึ่ง อย. ได้ชี้แจงกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ได้แก่ เครือข่ายยเกษตรกร ผู้ประกอบการคัดและบรรจุ ผู้นำเข้า ส่งออก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก ทราบเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม &amp;nbsp;2563 ที่ผ่านมา หากตรวจพบสารพิษตกค้างในผักและผลไม้เกินค่ามาตรฐาน จะมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บำท แต่หากมีปริมาณสารพิษตกค้างในปริมาณที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพจะมีโทษจำคุกสูงสุด 2ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ประชาชน สามารถเลือกซื้อผัก ผลไม้โดยดูจาก QR Code &amp;nbsp;ที่ฉลากได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56180</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นพ.ไพศาล ดันคุ้ม, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, สารเคมีเกษตรตกค้างในผัก ผลไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e3803d1aab38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
