<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ขมิ้นชัน&quot;ของขวัญจากธรรมชาติ วิจัยพบยับยั้งเซลล์มะเร็งในสตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; ถือเป็นขุมทรัพย์ในดินแห่งเอเชียซึ่งมีคุณประโยชน์ นอกจากจะนิยมใช้เป็นเครื่องเทศปรุงอาหารแล้ว ยังถือเป็นสมุนไพรโบราณที่คนเอเชียนำมาใช้เป็นยารักษาโรคและแก้อาการเจ็บปวดต่างๆ ได้อย่างอัศจรรย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจาก &amp;ldquo;กิฟฟารีน&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;ldquo;มีงานวิจัยมากมายจากทั่วโลกค้นพบตรงกันว่า &amp;ldquo;สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน&amp;rdquo; มีคุณประโยชน์มากมายสารพัด ตั้งแต่บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยต้านการอักเสบ บรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ปกป้องตับจากสารพิษ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงป้องกันอัลไซเมอร์ และยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง ซึ่งเป็นมัจจุราชร้ายอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตสตรีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงไม่เป็นการเกินเลยไปหากจะกล่าวว่า &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; คือของขวัญจากธรรมชาติสำหรับผู้หญิง เนื่องจากสมุนไพรโบราณชนิดนี้มีสรรพคุณในการลดขนาดของเนื้องอกในมดลูก ยับยั้งเซลล์มะเร็งรังไข่ ยับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูก และยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลจากงานวิจัยคุณสมบัติของ &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;การลดขนาดของเนื้องอกในมดลูก&amp;rdquo; ซึ่งศึกษาในกลุ่มคนไข้เนื้องอกในมดลูก ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 35 คน โดยให้รับประทานขมิ้นชัน 1,200 มก.ต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือน พร้อมทำการวัดขนาดเนื้องอกด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ก่อนการทดสอบ และวัดซ้ำที่ระยะเวลา 3 และ 6 เดือน พบว่าการได้รับขมิ้นชันช่วยลดขนาดของเนื้องอกมดลูกได้อย่างมีนัยสำคัญโดยไม่พบผลข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่งานวิจัยคุณสมบัติของ &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;การยับยั้งเซลล์มะเร็งรังไข่&amp;rdquo; ซึ่งศึกษาในหลอดทดลองพบว่า &amp;ldquo;สารเคอร์คูมิน&amp;rdquo; ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็งรังไข่ได้ เช่นเดียวกับการศึกษาใน &amp;ldquo;เซลล์เยื่อบุปากมดลูก&amp;rdquo; โดยให้สารเคอร์คูมินเข้มข้น 100 ไมโครโมล ในช่วงเวลา 15 นาที ถึง 24 ชั่วโมง ก็พบว่า &amp;ldquo;สารเคอร์คูมิน&amp;rdquo; ช่วยลดการลุกลามของเซลล์มะเร็งปากมดลูก ระยะแพร่กระจาย และลดการกลายพันธุ์เซลล์เยื่อบุปากมดลูกที่ผิดปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;ldquo;ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม&amp;rdquo; มีรายงานการวิจัยพบว่า &amp;ldquo;สารเคอร์คูมิน&amp;rdquo; ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกเต้านมในหลอดทดลอง โดยไปยับยั้งเซลล์ที่ผิดปกติ ก่อนเข้าสู่ระยะสังเคราะห์ดีเอ็นเอ และกลายเป็นมะเร็ง จึงสรุปได้ว่า &amp;ldquo;เคอร์คูมิน&amp;rdquo; มีฤทธิ์เป็นสารต้านมะเร็งเต้านมได้ ทั้งนี้การจะใช้ &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; ในการรักษาโรคและแก้อาการเจ็บปวดต่างๆ ต้องระมัดระวังให้ดี เนื่องจากสารสกัดขมิ้นชันทั่วไปมีข้อจำกัดเรื่องการดูดซึม ที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เพราะมีคุณสมบัติไม่คงตัว  ไม่ละลายในทางเดินอาหาร และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบกับนวัตกรรมทางการแพทย์ที่รุดหน้าไปไกล และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้มีการค้นพบนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของ &amp;ldquo;ขมิ้นชัน&amp;rdquo; โดยหนึ่งในนั้นคือ การคิดค้นเทคโนโลยีล่าสุด PNS (Polar and Non-Polar Sandwiching) ด้วยการจัดเรียงโมเลกุลใหม่ ให้เคอร์คูมินอยู่ตรงกลาง แล้วถูกประกบด้วยส่วนที่มีขั้วและไม่มีขั้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายแซนด์วิช ส่งผลให้ &amp;ldquo;สารสกัดขมิ้นชัน&amp;rdquo; ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี PNS มีความคงตัวไม่สลายตัวได้ง่าย สามารถละลายในทางเดินอาหารได้ดี และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิฟฟารีน, ขมิ้นชัน, คุณภาพชีวิต, สารเคอร์คูมินอยด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4ded368ccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
