<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มัฐธิณี&#039;สาวอุดรฯ ฟันธง  ปชป.ให้โอกาส-นโยบายทำได้จริงเข้าถึงง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.พ.62- &amp;nbsp;กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผลงานเขียนชิ้นหนึ่งเปลี่ยนชีวิตของ &amp;ldquo;มัฐธิณี มูลทิพย์&amp;rdquo; สาวกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ให้วันนี้เธอได้ยืนอยู่ในฐานะผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 52 ของพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;มัฐ&amp;rdquo; มัฐธิณี สาวแดนอีสานในครอบครัวยากจน พ่อประกอบอาชีพขับรถสามล้อรับจ้าง แม่มีอาชีพค้าขาย ฝันทางการศึกษาของเธอต้องการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญา แต่เพราะครอบครัวมีรายได้น้อยจึงไปไกลได้เพียงมัธยมศึกษาตอนปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่า ด้วยกยศ.ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ กลับทำให้ &amp;ldquo;มัฐ&amp;rdquo; ได้เรียนต่อและคว้าใบปริญญาในคณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หนูเป็นคนต่างจังหวัด นโยบายของพรรคเข้าถึงจริงๆ ครอบครัวมัฐไม่ได้ร่ำรวย แต่นโยบายกยศ.นี้ให้โอกาสเรา จากเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อทำให้ได้จบปริญญา เพราะสมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา แม่ไม่มีเงินจะส่งให้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ในใจเราอยากเรียนให้ได้ปริญญาตรี ซึ่งโครงการกยศ.เข้ามา และเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เราจริงๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;เธอเล่าย้อนขณะสอบประวัติส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อถึงที่มาที่ไป จุดเชื่อมโยงว่ากลายเป็นผู้สมัครส.ส.ของประชาธิปัตย์ได้อย่างไร เธอบอกว่า เริ่มต้นจากการส่งบทความชิ้นหนึ่งเข้าร่วมประกวดในโครงการ &amp;ldquo;คิดสร้างชาติ&amp;rdquo; ของสถาบันออกแบบประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้มูลนิธิควง อภัยวงศ์ &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และมีนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นเลขาธิการพรรค พรรคได้ตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาขึ้น เพราะต้องการเปลี่ยนพรรคจริงๆ &amp;nbsp;ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงได้จัดโครงการ &amp;ldquo;คิดสร้างชาติ&amp;rdquo; เพื่อเปิดรับฟังเสียงจากทั่วประเทศขึ้น โดยได้รับเสียงตอบรับดีมีคนส่งเนื้อหาเข้าสู่โครงการจำนวนมาก และเราก็ได้เข้ารอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัฐ กล่าวว่า มาทราบภายหลังว่างานเขียนของเราสะดุดตากรรมการ เพราะนำเสนอความคิดที่แตกต่างจนกรรมการคาดไม่ถึง โดยมองเห็นปัญหาประเทศและมีทางออกให้กับปัญหานั้น นอกจากนี้ คณะกรรมการและผู้ใหญ่ในพรรคเห็นว่างานเขียนที่ส่งประกวด ทำให้เขาสรุปได้ว่าการแก้ไขความเหลื่อมล้ำของประเทศ ต้องแก้ด้วยสวัสดิการที่ดี จากนั้นพรรคก็ดึงตัวเรามาช่วยงานในด้านการวิจัยและพัฒนานโยบายตั้งแต่ปี 58 เป็นต้นมา &amp;nbsp;ผู้ใหญ่ให้เราลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้านต่างๆ และปัญหาความเหลื่อมล้ำของภาคอีสานมารายงาน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงของคนอิสานแบบมุมมองคนอิสานเองไม่ใช่แบบคนเมืองมอง และคิดเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าส่วนใหญ่ชาวอีสานจะชื่นชอบบางพรรคการเมือง แต่อะไรที่ทำให้ครอบครัวมูลทิพย์เลือกอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;ldquo;มัฐธิณี&amp;rdquo; ระบุว่า ครอบครัวของมัฐชื่นชอบประชาธิปัตย์ตั้งแต่รุ่นคุณย่า เพราะชอบนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 300 บาท ของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ส่วนในรุ่นคุณพ่อนั้น เป็นคนที่ติดตามข้อมูลข่าวสารการเมืองค่อนข้างมาก ศึกษา อ่านด้วยตัวเอง จนรู้ว่านโยบายของพรรคการเมืองต่างๆเป็นดี ไม่ดี อย่างไร จนกระทั่งรุ่นของมัฐได้รับประโยชน์จากโครงการกยศ. ซึ่งพรรคทำไว้โดยตรง เป็นโครงการที่ให้โอกาสเราจริงๆ ทำให้เราเรียนจบปริญญาตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ได้มีใครบอกให้ชอบพรรคประชาธิปัตย์ เราก็มีความคิดของเรา เพราะเรารู้สึกได้รับโอกาสจากพรรคนี้ &amp;nbsp;แม้จะฐานะยากจน อยากจะบอกว่าเข้ามาพรรคได้ง่าย เข้าถึงง่าย &amp;nbsp;นโยบายเข้าถึงคนจนจริงๆ และดูแลทุกคนไม่เคยทิ้งใคร&amp;rdquo; พร้อมขยายความว่า ในเวลาที่เราอยู่ในทีมคิดนโยบาย ท่านหัวหน้าพรรค ย้ำอยู่เสมอว่านโยบายต่างๆต้องมีประโยชน์กับคนทุกกลุ่มและปฏิบัติได้จริง กระบวนการตามกฏหมายต้องทำได้จริงและไม่เป็นภาระงบประมาณแผ่นดินมากเกินไป และกว่าจะออกมาเป็นนโยบายสู่ประชาชนต้องกลั่นกรองจนตกผลึก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มัฐ ยังบอกเพิ่มเติมว่า พรรคขอเชื้อเชิญให้ชาวอีสานเข้ามาลอง และช่องทางการเข้าถึงอาจจะง่ายกว่าพรรคอื่นๆก็ได้ เสนอความคิดเข้ามา เพราะเราไม่ได้ตั้งธงอะไรเลย เราอิสระมาก สายตาคนภายนอกอาจมองพรรคประชาธิปัตย์ คือ พรรคอนุรักษ์นิยมและเต็มไปด้วยทายาทนักการเมือง ซึ่งความจริงสิ่งที่คนมองเห็นในพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์คือคนที่ทำงานเบื้องหลังทั้งหมด และเรามีคนจากทั่วประเทศที่ทยอยหมุนเวียนเข้าสู่การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับหลายคนที่มองว่าคนอีสานคือเสื้อแดงทั้งหมด ตอบว่าไม่ใช่ เพียงแต่ว่าคนที่แสดงออกในอีสาน ซึ่งมีไม่เยอะเป็นเสื้อแดงต่างหาก ขณะเดียวกันเราขาดบุคคลที่จะแสดงออกทางการเมืองที่เป็นประชาธิปัตย์ในพื้นที่ และไม่ได้แปลว่าคนในพื้นที่ที่ชอบประชาธิปัตย์จะไม่มี เพียงแต่ไม่ได้แสดงออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย เธอคนนี้ตั้งใจจะใช้นโยบายประกันรายได้ของพรรคแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ให้ได้ โดยเริ่มจากการปิดช่องว่างให้กับราคาผลผลิตของเกษตรกร เพราะทราบดีว่าชาวอีสานไม่ได้อยากจะจากบ้านเกิดเข้ากรุงเทพมหานครมาทำงาน เพราะรู้ว่าชีวิตกรุงเทพไม่ได้สบายอย่างที่คิดไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29044</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนให้ยืมการศึกษา, ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ, พรรคประชาธิปัตย์, มัฐ, มัฐธิณี มูลทิพย์, สาวกุมภวาปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63dc41c4b5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
