<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคมจ่าย6แสนแม่สาวถูกน้ำกรด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประกันสังคมจ่ายร่วม 6 แสนเยียวยาครอบครัวสาวถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิต เตรียมทบทวนต่อสัญญา รพ.พระราม 2 หลังปฏิเสธผู้ป่วยทั้งที่รับปีละกว่า 50 ล้านรักษาผู้ประกันตน แม่เผย ขอโทษสักคำ พรีดสักพวงก็ไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน มอบเงินช่วยเหลือแก่นางทองอาด ทาระวัน แม่ของ น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน ผู้ประกันตนประกันสังคม ที่เสียชีวิตจากการถูกกรอกน้ำกรด เป็นค่าทำศพ 40,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 72,720 บาท เงินชราภาพ 119,455 บาท และเนื่องจากผู้ตายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระราม 2 แล้วถูกปฏิเสธให้กลับไปรักษาตามสิทธิ์ประกันสังคมที่มีอยู่ คือโรงพยาบาลบางมด จนเป็นเหตุให้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา เข้าข่ายเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการบริการทางการเเพทย์ของโรงพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคม จึงมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น หรือเงินค่าเยียวยาทางการแพทย์ จำนวน 360,000 บาท รวมทั้งสิ้น 592,175 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า เนื่องจาก รพ.พระราม 2 เป็นโรงพยาบาลคู่สัญญา สถานพยาบาลรักษาผู้ประกันตนจำนวนกว่า 3 หมื่นราย ได้รับเงินอุดหนุนการรักษาพยาบาลผู้ประกันตนแบบเหมาจ่ายจากสำนักงานประกันสังคมปีละกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งจะมีกำหนดต่อสัญญาประจำปีสิ้นปีนี้ หากผลการสอบสวนของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต จะต้องทบทวนการต่อสัญญาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทองอาดกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนเผาศพลูกสาวเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ไร้วี่แววของโรงพยาบาลที่ไม่เคยติดต่อสอบถาม กล่าวคำขอโทษ หรือส่งพวงหรีดมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย เชื่อว่าลูกสาวจะไม่เสียชีวิตถ้าให้การรักษาอย่างเต็มที่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยไว้นานกลัวว่าเรื่องจะเงียบ และไม่อยากให้ผู้ป่วยต้องมีชะตากรรมเหมือนลูกสาว ที่ถูกโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมกฎหมาย สบส.ได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อให้ดำเนินคดีกับ รพ.พระราม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กระทงที่เกี่ยวข้องกับกรณีส่งต่อ น.ส.ช่อลัดดา ผู้ป่วยที่ถูกสามีสาดน้ำกรดไปรักษาที่ รพ.อื่น จนผู้ป่วยเสียชีวิต ส่วนการพิจารณาความผิดของพยาบาล รพ.พระราม&amp;nbsp;2 ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541&amp;nbsp;ฉบับแก้ไข&amp;nbsp;2559 สามารถพิจารณาโทษได้เพียงแค่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลกับผู้ขออนุญาตเปิดสถานพยาบาลเท่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่หรือพยาบาลนั้นไม่สามารถพิจารณาลงโทษได้ตามกฎหมายนี้ จึงต้องใช้ พ.ร.บ.วิชาชีพแทน แต่ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงเพื่อให้พิจารณาอีกครั้ง ว่าจะส่งเพียงแค่ความผิดทางจริยธรรมหรือเพิ่มเติมส่วนใด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, รพ.พระราม 2, สาวถูกสาดน้ำกรด, หนังสือพิมพ์, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc039f8b4d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วสิ ! ลูกสาวกับแท็กซี่ให้ข้อมูลตรงกันรพ.พระราม 2 ไม่ออกเวชระเบียน-ใบส่งตัวไปอีกรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19พ.ย.61- นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีรพ.พระราม 2 ส่งต่อน.ส.ช่อลัดดา ที่ถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิตว่า การเข้าให้ข้อมูลวันนี้ทั้งในส่วนของลูกสาวและคนขับแท็กซี่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยลูกสาวยืนยันว่าในการส่งต่อไม่มีใบเวชระเบียน และใบส่งตัวจากแพทย์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกันกับที่พนักงานเจ้าหน้าของสบส.ตรวจสอบพบ ก็มั่นใจว่าเราจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนตัวมั่นใจว่ารพ.มีความผิด ส่วนรพ.พระราม 2 วันนี้ตนไม่ได้เจอใคร อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบว่าทางคณะกรรมการจะสรุปผลและแถลงเรื่องนี้เลยหรือไม่ ซึ่งไม่ได้รอฟัง &amp;nbsp;แต่ในวันที่ 20 พ.ย.จะเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กรณีตั้งข้อสังเกตว่ามีการลงข้อมูลเพื่อเบิกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.พีระ คณานุวัฒน์ รองผอ.รพ.พระราม 2 พร้อมด้วยทีมงาน เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ต่อจากทีมของผู้เสียหาย โดยให้ข้อมูลประมาณ 30 นาที ก่อนจะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ไม่อยากพูดอะไรมาก เรื่องหลักฐานได้ส่งให้คณะกรรมการไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่สบส.ลงไปตรวจสอบในพื้นที่ วันนี้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ไม่ขอพูดอะไร เรื่องคณะกรรมการตนไม่ก้าวล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ได้มีการพูดคุยกับญาติผู้ป่วยอีกหรือไม่ นพ.พีระ กล่าวว่าไม่ได้พูดคุย เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะดำเนินการทางกฎหมายกลับหรือไม่ นพ.พีระ กล่าวว่า ส่วนตนไม่ฟ้อง เรื่องนี้พูดไปหมดแล้ว ถามว่ากังวลหรือไม่ ก็ตอบว่ามีใครบ้างไม่กังวลกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ หลังจากได้รับข้อมูลจากฝ่ายผู้เสียหาย รพ.พระราม 2 รวมถึงรพ.เอกชนอีกหนึ่งแห่งแล้วยังคงมีการหารือต่อยังไม่ได้ข้อสรุป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายอัจฉริยะ, รพ.พระราม2, สาวถูกสาดน้ำกรด, ใบส่งตัวไปอีกรพ., ไม่ออกเวฃระเบียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf29221b1f81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายอัจฉริยะ พาครอบครัวสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง กรมสนับสนุนสุขภาพ รพ.เอกชนย่านพระราม2 ปฎิเสธคนไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12พ.ย.61-ทนายอัจฉริยะ พร้อมด้วย ครอบครัวของผู้เสียชีวิตกรณีสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่หน้า &amp;nbsp;มาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้มีการดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งกระทำความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาลพ.ศ.2541โดยปฏิเสธการรักษาทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จากกรณีสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่หน้า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมด้วย ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้มีการดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งกระทำความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาลพ.ศ.2541โดยปฏิเสธการรักษาทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิต ซึ่งมี นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เป็นผู้รับมอบหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า อยากให้ สบส.มีการดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน และขอให้ดำเนินการให้เร็วที่สุดภายใน 3 วัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่มีแพทย์มาวินิจฉัยโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องให้กระทรวงแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอัจฉริยะ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรกในประเทศไทย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานับหมื่นชีวิตกับโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่ได้มาตรฐานที่ต้องสูญเสียเช่นนี้ อยากให้เป็นกรณีตัวอย่างของประเทศไทย การที่รพ.เอกปฏิเสธการรักษาคนไข้ โดยระบุว่าไม่ฉุกเฉิน เป็นเรื่องที่ไร้คุณธรรมมาก และผู้ป่วยได้ออกจากรพ.ประมาณ 10นาทีก็เสียชีวิต ส่วนคำถามว่าเมื่อไปถึงรพ.นั้นๆ ได้มีแพทย์มาวินิจฉัยหรือไม่ เพราะจากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า เป็นพยาบาลมาให้บริการ ซึ่งยังมีคำถามว่า พยาบาลสามารถแยกอาการของผู้ป่วย ระหว่างถูกน้ำร้อนหรือน้ำกรดได้หรือไม่ อันไหนมีผลต่อร่างกายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการที่พยาบาลให้เงินเด็ก 40 บาท เพื่อให้พาแม่ไปรักษาต่อที่รพ.บางมดที่เป็นประกันสังคมของผู้ป่วย เด็กแค่นี้จะรู้อะไร ส่วนความผิดนั้นน่าจะผิดหลายข้อ ตั้งแต่ผู้เสียชีวิตจะไปขึ้นรถอยู่ในสภาพไหน ถ้าสุจริตจริงเอากล้องวงปิดมาเปิดทุกอย่างก็จบ อยู่ที่ สบส.จะทำหรือไม่ ในขณะที่มีการประเมินหมอคนไหนเป็นคนประเมินว่าไม่ใช่ฉุกเฉิน นอกจากเอาผิดโรงพยาบาลจะเอาผิดหมด ไม่ว่าจะหมอเวร พยาบาล ผู้ประกอบการตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง&amp;rdquo; นายอัจฉริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ประภาส กล่าวว่า เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในวันที่ 12 พฤศจิกายน สบส. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ว่า สถานพยาบาลมีการดำเนินตามเงื่อนไขสถานพยาบาลหรือไม่ หากพบว่าไม่ได้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ ถือว่าผิดพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท แต่ทั้งนี้ต้องตรวจทางมาตรฐานว่าสถานพยาบาลทำไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยต้องแบ่งเป็น 2 ขั้น เรื่องทางปกครองเพิกถอนใบอนุญาต ทางแพ่งต้องดูว่ามีความเสียหายอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม กรณีนายอัจฉริยะให้เวลาตรวจสอบภายใน 3 วันนั้นจะทำได้จริงหรือไม่ ทาง สบส. จะดำเนินการให้เร็วที่สุด .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21818</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, ทนายอัจฉริยะ, รพ.ปฎิเสธคนไข้, รพ.เอกชนพระราม 2, สบส., สาวถูกสาดน้ำกรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be929b61e81c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
