<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เกมเตะตัดขาหลังเลือกตั้ง&quot; ชิงเก้าอี้ส.ส.ในสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การนับคะแนนใหม่ ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม ระหว่าง &amp;ldquo;พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร&amp;rdquo; ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และ &amp;rdquo;สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ&amp;rdquo; ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ ที่บทสรุปสุดท้ายเป็นทาง ปชป.ได้รับการชูมือด้วยคะแนนที่มากกว่า 4 คะแนน ท่ามกลางความสับสนและเสียงสวดส่งของบรรดา &amp;ldquo;ฟิวเจอร์ริสต้า&amp;rdquo; ทั้งหลาย ถึงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปดูต้นเรื่องนับแต่หลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา จะพบว่าเขตนี้มีการนับคะแนน จากทั้ง กกต.เอง รวมทั้งทีมงานผู้สมัครจากทั้ง 2 พรรค พลิกไปพลิกมาถึง 5 ตลบ จากการประกาศคะแนนดิบอย่างไม่เป็นทางการ การรวมคะแนนเองแล้วผลออกมาไม่ตรงกัน สู่การขอนับคะแนนใหม่แล้วยังมีความผิดพลาดเกิดขึ้นตอนนับคะแนนใหม่อีก ก่อนที่จะได้เป็นผู้ชนะหน้าเดิม แต่ระยะห่างที่ 147 คะแนน เปลี่ยนมาเป็น 4 คะแนนแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สามารถ นาคสกุล&amp;rdquo; ผอ.กกต. จ.นครปฐม ได้พูดถึงการโยกคะแนน 66 คะแนน ของพรรคประชาธิปัตย์ในหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ไปให้กับพรรคประชาภิวัฒน์ โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าว เป็น &amp;ldquo;ความผิดพลาดของมนุษย์&amp;rdquo; และดูเหมือนประโยคนี้น่าจะงอกมาอีกหลายครั้งต่อจากนี้ เมื่อ กกต.ถูกทวงถามข้อสงสัยในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ทางหนึ่งต้องยอมรับว่า การที่ประเทศไม่ได้มีการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบถึง 8 ปี การปรับเปลี่ยนกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่รูปแบบของบัตรเลือก การแข่งเขตเลือกตั้งใหม่ เบอร์ผู้สมัครในแต่ละเขตที่ต่างกัน และอื่นๆ อีกมากมาย เช่นเดียวกับการผลัด &amp;ldquo;7 อรหันต์ กกต.&amp;rdquo; ที่เป็นป้ายแดงทั้งหมด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ความตะกุกตะกัก และความผิดพลาดจะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กระแสความไม่พอใจของประชาชนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ระบุให้ 250 ส.ว.มามีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ท่ามกลางความสงสัยของฝ่ายตรงข้ามว่า เป็นการเอื้อให้กับ ส.ส.เขตของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ความสับสนเรื่องเบอร์ผู้สมัคร มาจนถึงการเลื่อนเลือกตั้งจากเดิม ในวันที่ 24 ก.พ. เลื่อนไปเป็น 24 มี.ค. การยุบพรรคไทยรักษาชาติ และสารพันปัญหาตั้งแต่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การเลือกตั้งล่วงหน้า การประกาศผลคะแนนล่าช้า การดำเนินจนถึงปัญหาการตีความสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป ความไม่พอใจทั้งหมดทั้งมวล จึงระบายมาสู่ กกต. ในฐานะ &amp;ldquo;หนังหน้าไฟ&amp;rdquo; ที่ต้องรับไปเต็มๆ เพราะถือเป็น &amp;ldquo;ผู้รับผิดชอบรายล่าสุด&amp;rdquo; จนนำไปสู่การล่ารายชื่อถอดถอน โดยเฉพาะการลงชื่อผ่านเว็บไซต์ change.org ที่รวบรวมรายชื่อประชาชนไปได้แล้วกว่า 820,000 ชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในการนับคะแนนใหม่ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีเขตอื่นๆ อีกหรือไม่ ที่หากมีการนับคะแนนใหม่อีกครั้ง อาจมีการ &amp;ldquo;พลิก&amp;rdquo; โฉมหน้าผู้ชนะในเขตนั้นเป็นอีกพรรค จากการประกาศคะแนนของ กกต. พบว่าใน 350 เขตทั่วประเทศ มีทั้งหมด 24 เขต ที่ผู้ชนะและอันดับ 2 มีคะแนนห่างไม่ถึง 1,000 คะแนน ในจำนวนั้นมี 9 เขต ที่คะแนนห่างอยู่ที่ไม่เกิน 500 คะแนน โดยมีเขตที่เฉือนกันสุดๆ 5 เขต ได้แก่ เขต 5 กทม. ที่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ชนะ คะแนนผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐไป 27,897-27,667 ห่างกัน 230 คะแนน, เขต 28 กทม. อนาคตใหม่ ชนะ พลังประชารัฐ 29,590 ต่อ 29,413 ห่างกัน 173 คะแนน, เขต 6 เชียงราย อนาคตใหม่ ชนะ เพื่อไทย 23,273 ต่อ 23,081 ห่างกัน 192 คะแนน, เขต 2 ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไทย ชนะ ประชาธิปัตย์ 32,507 ต่อ 3401 ห่างกัน 106 คะแนน, เขต 3 พิษณุโลก 25,207 ต่อ 25,003 พลังประชารัฐ ชนะ ประชาธิปัตย์ ห่างกัน 204 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ใน 5 เขตนั้น หากมีการ &amp;rdquo;พลิก&amp;rdquo; เกิดขึ้นจริง ก็ไม่น่าจะส่งผลต่อการรวม ส.ส.เพื่อตั้งรัฐบาล แต่ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง การที่ &amp;quot;ได้&amp;quot; หรือ &amp;quot;ไม่ได้&amp;quot; เข้าไปนั่งในสภานั้น มี &amp;rdquo;มูลค่า&amp;rdquo; ต่างกันอย่างลิบลับ แต่ในเมื่อไม่มีใครยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อขอนับคะแนนใหม่ ก็คงไม่มีเหตุอันควรใดจะต้องไปนับใหม่ให้เสียทั้งเงินและเวลา ทั้งนี้สำหรับการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่เขต 1 นครปฐมนั้น คาดว่าใช้งบประมาณประมาณ 280,000 บาท ต่อการนับคะแนนใหม่ 1 เขต ซึ่งทั้ง 5 เขตข้างต้นอาจใช้งบประมาณต่ำกว่าจากจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่น้อยกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมาที่เขต 1 นครปฐม ทางอนาคตใหม่ได้ออกแถลงการณ์เสนอให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จากความเคลือบแคลงสงสัยที่เกิดขึ้น และเตรียมจะยื่นเรื่องขอเลือกตั้งใหม่อีกที่เขต 4 นครปฐม สืบเนื่องจากผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ชนะเลือกตั้ง แต่ทางอนาคตใหม่เองบอกว่า มีหลักฐานที่ทางผู้ชนะนั้น ซื้อเสียง และส่งเรื่องให้ตำรวจไปแล้ว ความวุ่นวายที่เกิดแล้วและกำลังจะเกิด โดยเฉพาะกรณี &amp;rdquo;ตรวจสอบผู้สมัครถือหุ้นสื่อ&amp;rdquo; ที่กลายเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ตัดฝ่ายตรงข้ามออกจากเกมการเมือง เมื่อ นายภูเบศร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่ เขต 2 สกลนคร ฟาวล์ไปจากปมดังกล่าวตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง ทีนี้ก็ต้องรอดูต่อไปว่า จากมาตรฐานที่มาจากดุลยพินิจของศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง กับกรณีอื่นๆ หากเรื่องไปถึงศาลจริงจะมีการตัดสินกรณีนี้อย่างไร เพราะ อาจมีผู้เกี่ยวข้องจากทุกพรรคการเมืองอีกเพียบเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สถานการณ์การเลือกตั้งยังคงไม่นิ่งจนกว่าจะถึงวันที่ 24 มี.ค.2563 หรือ 1 ปีหลังการเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญระบุ ระหว่างนั้นอาจมี &amp;ldquo;ฟ้าผ่า&amp;rdquo; ใส่ผู้สมัครพรรคใดพรรคหนึ่ง หรืออาจจะหลายพรรค ก็ไม่รู้ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ กกต.เองต้องเป็นคนที่ต้องคอยตอบคำถามเหล่านี้ และปาดเหงื่อไปด้วยจน ปากเปียก ปากแฉะอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย ไม่ว่าจะมีการนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ สักกี่เขต หรือจะฟัน ส.ส.ไปกี่คน อย่างไรเสียท่ามกลางความสับสนอลหม่านทางการเมือง ที่ยังไม่รู้ว่าจะเดินหน้าไปทางไหนต่อ ผู้ที่ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจตามไปด้วย คงเป็น &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;ldquo; และคณะ ที่จะยังคงได้นั่งอยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่าเรื่องต่างๆ จะนิ่ง และมีความชัดเจนแล้วนั่นเอง. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34829</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร, สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc859b65523c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สมัครส.ส.ส้มหวานเปรียบตัวเองเป็นหิ่งห้อยรวมแสงนำทางคนนครปฐมลุกขึ้นเปลี่ยนแปลง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62 - น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงผลการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม หลังจากเกิดปัญหาสับสนระหว่างการนับคะแนน ว่าใครเป็นผู้ชนะกันแน่ระหว่าง พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือตนเอง ซึ่งสุดท้ายผลคะแนนพลิกกลับมาให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะ โดยมีการโพสต์ข่าวที่ตนเองถูกเปรียบเป็น &amp;ldquo;หิ่งห้อย&amp;rdquo; เทียบกับคู่แข่งที่เป็นเหมือน &amp;ldquo;แสงจันทร์&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;ldquo;หิ่งห้อยด้อยแสงอาจหาญมาสู้เทียมจันทร์ คำถามที่ติดอยู่ในใจคนนครปฐมหลายท่าน เราจะเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หิ่งห้อยแม้น้อยแสง เมื่อรวมตัวกันก็ย่อมเป็นแสงที่เจิดจ้าท้าทายแสงจันทร์ พลังของประชาชนก็เช่นกัน เมื่อเรารวมกันก็จะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวข้ามพ้นอดีตและปัจจุบัน ก้าวไปสู่อนาคตใหม่ที่สดใสด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเป็นหนึ่งแสงนำทาง รอวันที่คนนครปฐมลุกขึ้นมาช่วยกันเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หากเราเชื่อมั่นและลงมือทำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34761</URL_LINK>
                <HASHTAG>นับคะแนนใหม่ที่นครปฐม, พรรคอนาคตใหม่, สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, อนค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caec8cd7bbd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost โธ่เอ้ย ปล่อยข่าวอีกแล้วก็แป้กไปตามระเบียบ &amp;ldquo;พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; (พปชร.) ว่างจัดวันหยุดหรือกระไร? ถึงมีใครมาปล่อยข่าวเจรจาทาบทาม &amp;ldquo;พรรคเพื่อชาติ&amp;ndash;พรรคประชาชาติ&amp;rdquo; เข้าร่วมรัฐบาล ทั้งที่ 2 พรรคดังกล่าวเป็นกลุ่มที่ร่วมลงสัตยาบันเป็นพันธมิตรพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เคยมีท่าทีลังเลชวนสงสัยแต่อย่างใดว่าจะแปรเปลี่ยนจุดยืนไปเป็นอื่น จนต่อมา &amp;ldquo;สงคราม กิจเลิศไพโรจน์&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กับ &amp;ldquo;วันมูหะมัดนอร์ มะทา&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาชาติ ต้องประสานเสียงยืนยันไม่เคยมีการเจรจาหารือใดๆ กับพรรค พปชร. ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ไม่ว่างแล้วยังน่าปวดหัว คงไม่พ้น กกต.นครปฐม ในการนับคะแนนใหม่กรณีการเลือกตั้งเขต 1 นครปฐม ที่คะแนนสูสีกันระหว่าง &amp;ldquo;พรรคประชาธิปัตย์ &amp;ndash; พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; จนเกิดปัญหาว่าใครชนะกันแน่ เดิมประกาศให้พรรคประชาธิปัตย์ชนะ พรรคอนาคตใหม่นำคะแนนรายหน่วยไปรวมเองแล้วพบว่าตัวเองชนะ จึงนำมาร้อง กกต. เมื่อ กกต.นับใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงค่ำปรากฏข่าวว่าพรรคอนาคตใหม่ชนะนำ 62 คะแนน แต่ไปมามีความผิดพลาดจากการกรอกเอกสาร ในที่สุดผลคือพรรคประชาธิปัตย์ชนะนำ 4 คะแนน แม้จะได้ข้อยุติ แต่ความไม่เชื่อมั่นเกิดขึ้นได้ตรงที่ผลคะแนนเดิม&amp;ndash;ใหม่ ไม่ตรงกัน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;สาธิต ปิตุเตชะ&amp;rdquo; รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงยืนยัน &amp;ldquo;พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร&amp;rdquo; ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 นครปฐม ชนะนำ 4 คะแนน (เดิม 35,762 ใหม่ 35,711) และขอให้ กกต.ประกาศรับรองผลโดยเร็ว ส่วน &amp;ldquo;สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ&amp;rdquo; ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 1 นครปฐม (เดิม 35,615 ใหม่ 35,707) โพสต์เฟซบุ๊กหลังแพ้ เผยความรู้สึกว่าภูมิใจในผลคะแนนที่ออกมาเกินเป้าหมายตั้งแต่แรก แต่ข้อสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่เคยได้รับการชี้แจงจนถึงวันนี้ รู้สึกผิดหวังกับความผิดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังคงไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าผลที่ออกมาจะบริสุทธิ์ยุติธรรม ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนรอยกรณีนี้ &amp;ldquo;สาวิกา&amp;rdquo; เข้ายื่นร้องต่อ กกต. วันที่ 9 เม.ย.2562 หลังนำคะแนนรายหน่วยไปรวมเองแล้วมีเพิ่ม 151 คะแนน รวมเป็น 35,766 คะแนน ต่างจากที่ กกต.ประกาศเดิม 35,615 คะแนน ซึ่งหมายความว่าจะชนะประชาธิปัตย์นำไปเพียง 4 คะแนน จากที่ กกต.ประกาศเดิม 35,762 คะแนน เป็นเหตุให้นำมาสู่การนับคะแนนใหม่ครั้งนี้ ซึ่งผลออกมาก็บังเอิญห่างกัน 4 คะแนน เหมือนกันเป๊ะจริงๆ แต่กลับไม่ใช่อนาคตใหม่ที่ชนะ ล่าสุดพรรคอนาคตใหม่ยังออกแถลงการณ์ขอให้เลือกตั้งใหม่ในเขต 1 นครปฐม ทั้งนี้ &amp;ldquo;ปิยบุตร แสงกนกกุล&amp;rdquo; เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยังนัดแถลงข่าวถล่ม กกต. วันนี้ด้วย (30 เม.ย.) ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก่อนที่ &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; จะแถลงข่าว &amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; ก็โดนถล่มเพราะแถลงการณ์ขอให้เลือกตั้งใหม่ไปก่อนเรียบร้อยแล้ว ทั้งบรรดาชาวโซเชียลมีเดีย ร่วมด้วย &amp;ldquo;บุญยอด สุขถิ่นไทย&amp;rdquo; สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;แพ้! ขอนับใหม่ นับใหม่แพ้! ขอเลือกใหม่!! เลือกตั้ง ส.ส.นะครับ ไม่ใช่เรื่องเด็กเล่น!!&amp;rdquo; อาการน่าเป็นห่วงเพิ่มบ่วงให้คนเขาด่าอีกแล้ว ถ้าไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ต่อให้เลือกตั้งใหม่ได้จริง เกิดคนหมั่นไส้เปลี่ยนใจขึ้นมา โทษฐานเพิ่มภาระให้ออกจากบ้านไปเลือกตั้งใหม่มาแทน คะแนนจะร่วงเอากว่าเดิม นอกจากจะเสียเงิน เสียแรง แล้วยังเสียหน้าอีกด้วย คิดผิดหรือเปล่าเนี่ย? ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34729</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, บุญยอด สุขถิ่นไทย, ปิยบุตร แสงกนกกุล, สาธิต ปิตุเตชะ, สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงยุบพรรคเฮียมิ่ง ผู้สมัครสส.เศรษฐกิจใหม่ยื่นเองแฉ&#039;นายทุนส.&#039;จุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.สั่งนับคะแนนใหม่ยกเขต 1 จังหวัดนครปฐม &amp;ldquo;ปชป.-อนค.&amp;rdquo; ได้เสียวใครจะยึดเก้าอี้ พร้อมสั่งเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยใน จ.ชุมพร ขอนแก่นประเดิมนับใหม่พบนับผิดแค่หน่วยละใบ อึ้ง! ลูกพรรคเฮียมิ่งชงยุบพรรคตัวเอง อ้างนายทุนจุ้น วิษณุให้ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญรับ-ไม่รับตีความสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ &amp;ldquo;พรเพชร&amp;rdquo; เชื่อยึดหลักกฎหมายไม่มีทางตัน พาเหรดอัดแนวคิด &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; เลอะเทอะอ้างมาตรา 270 ปชป.ดีเดย์ 15 พ.ค. ได้ชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่าที่ประชุม กกต.มีมตินับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ทุกหน่วยเลือกตั้ง หลังปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ถูกต้องตามมาตรา 124 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดนอาจมีผลทำให้เปลี่ยนแปลงลำดับผู้ได้รับการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมนั้น มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 236 หน่วย รวมกับอีก 9 หน่วยของบัตรนอกเขตและนอกราชอาณาจักร โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่ผ่านมา ผู้ได้คะแนนลำดับ 1 คือ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้คะแนน 35,762 คะแนน ส่วนอันดับสองคือ น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้คะแนน 35,615 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ประชุมยังมีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดชุมพร หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ในหมู่ที่ 7 บ้านดวงดี ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ โดยกำหนดให้ลงคะแนนในวันที่ 28 เม.ย. เนื่องจากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผลการนับคะแนนมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หอประชุมอำเภอน้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่ กกต.เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ขอนแก่น ได้กำหนดให้เป็นสถานที่นับคะแนนใหม่ตามคำสั่ง กกต.ที่ 181/2562 ในการนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บัวใหญ่ จำนวน 324 ใบ และหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพองจำนวน 624 ใบนั้น นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ได้ลงพื้นติดตามการนับคะแนนใหม่ทั้ง 2 หน่วย ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์จากผู้สมัคร ผู้แทนพรรคการเมืองและประชาชนอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. การนับคะแนนใหม่ก็เสร็จสิ้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งหรือการร้องเรียนในการนับคะแนนใหม่ นายฉัตรไชยจึงให้ กกต.เขต 3 ทำการรับรองผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันที โดยการนับใหม่ครั้งนี้พบว่ามีคะแนนเกินมาหน่วยละ 1 คะแนน โดยในกรณี ต.บัวใหญ่ เป็นกรณีบัตรเสีย ส่วนที่ ต.ม่วงหวาน เป็นกรณีนับคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกิน 1 คะแนน ซึ่งคาดว่าทั้ง 2 กรณีเกิดจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งกาคะแนนผิด&amp;nbsp;
ลูกพรรคเฮียมิ่งชงยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงาน กกต. ผู้สมัครพรรคเศรษฐกิจใหม่ นำโดย น.ส.อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย, นายประยงค์ สร้างศรีหา และนายคมกฤษ สุภักดี ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ และระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค เนื่องจากถูกครอบงำจากบุคคลภายนอกที่สั่งการชี้นำไม่ให้พรรคสามารถดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในเอกสารระบุว่า การส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 350 เขต นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรค ได้ให้เงินค่าสมัคร ส.ส.คนละ 15,000 บาท โดยนัดกับว่าที่ผู้สมัครว่าหลังการประกาศรับรองผู้สมัครนายมิ่งขวัญจะนัดประชุมผู้สมัครเพื่อแนะแนวทางกับผู้สมัครอีกครั้ง แต่ปรากฏว่านายมิ่งขวัญไม่ได้นัดประชุมแต่อย่างใด จนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครสืบทราบมาว่าการที่ไม่ได้นัดประชุมผู้สมัคร เป็นเพราะมีนายทุนพรรคที่มีชื่อย่อ ส.ได้บงการควบคุม ครอบงำชี้นำพรรคไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำดังกล่าวถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงขอให้ กกต.ไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมสั่งระงับการประกาศคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และการประกาศผลการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ จนกว่าวินิจฉัยแล้วเสร็จ และขอให้มีคำสั่งยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วย&amp;rdquo; คำร้องระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่ กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าศาลไม่รับเรื่อง กกต.ต้องชี้แจงรายละเอียดเอง ถ้าชี้แจงแล้วมีใครไม่เห็นด้วยก็ต้องไปร้องต่อศาล เรื่องนี้ต้องรอดูว่าศาลจะว่าอย่างไร ถ้ารับเรื่องเอาไว้ก็หมดเรื่อง เมื่อรับแล้วจะพิจารณาช้าหรือเร็วก็ว่ากันไป แต่คิดว่าศาลต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้ ตามที่ กกต.ระบุว่าต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่กฎหมายเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ ส่วนการพิจารณาใบเหลือง ใบส้ม และใบแดง เป็นเรื่อง ส.ส.เขต ไม่เกี่ยวกับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่ง กกต.สามารถทำควบคู่ไปได้ แต่ถ้าศาลมีคำวินิจฉัยแล้วยังมาติดเรื่องใบเหลืองใบแดง อย่างนั้นถือเป็นความบกพร่องของ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้า กกต.ประกาศรับรอง ส.ส.ไม่ทันในวันที่ 9 พ.ค.นี้ จะทำให้เกิดเดดล็อกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่รู้ ไว้ถึงเวลาค่อยบอกค่อยคิดกันต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า กกต.ต้องมีแผนสำรอง เพราะที่ประชุมใหญ่ของศาลจะพิจารณาว่ารับหรือไม่รับก็ย่างเข้าไป 24 เม.ย. และหากรับ ศาลอาจต้องใช้เวลาพิจารณาอีก 2 สัปดาห์ ก็เข้าใกล้เส้นตายที่ต้องประกาศคือ 9 พ.ค.เข้าทุกที และหากมีคำพิพากษาแบบกว้างๆ แบบให้ไปดำเนินการเองโดยไม่ผิดรัฐธรรมนูญ นั่นแปลว่าบทเล่นทั้งหมดจะกลับไปอยู่ที่ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนใหญ่แผนหนึ่งจะเป็นแผนรุก และแผนสองคือแผนถอย แต่ต้องถอยที่ตนเองไม่บาดเจ็บ ไพร่พลไม่ล้มตาย เรียกว่าถอยอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ถอยกรูดแบบหมดรูป คงต้องรอดูและให้กำลังใจ กกต.ว่าจะมีแผนสองอย่างไร&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า 9 พ.ค. คือเส้นตายที่ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ก่อนวันที่ 9 พ.ค. หรือศาลยังพิจารณาไม่เสร็จ กกต.ต้องตัดสินใจตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ คือไม่ต้องรอศาลพิจารณา เพราะหากเลยเวลาไปจะเกิดผลเสียหาย กกต.ต้องรับรองผลภายในกำหนดเวลา
พรเพชรเชื่อไม่มีถึงทางตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางมายื่นหนังสือ โดยขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 128 วรรคหนึ่ง (5) ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ขัดมาตรา 83 วรรค 1 (2) หรือไม่ และหาก กกต.จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครบ 150 คน จะถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (4) หรือไม่ และเป็นการกระทำที่ใช้บังคับมิได้ตามมาตรา 5 หรือไม่ ขณะเดียวกันการประกาศของ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดพึงมี เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 86 ประกอบมาตรา 95 หรือไม่ เนื่องจากตามประกาศ กกต.เรื่องจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี กกต.ใช้ตัวเลขประกาศจากสำนักทะเบียนกลางของวันที่ 31 ธ.ค.2560 จำนวน 66,188,543 คน ได้รวมราษฎรที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยจำนวน 875,814 คนไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตรวจดูความพร้อมของห้องประชุมทีโอที อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับการประชุมรัฐสภาในการประชุมเพื่อเลือกนายกฯ โดยมีตัวแทนพรรคการเมือง 7 พรรคเข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังปฏิเสธถึงกระแสข่าวการเมืองอาจเกิดทางตัน ว่ายังไม่ถึงทางตัน หากทุกคนปฏิบัติตามกฎหมาย และอย่าไปต่อว่าคนที่เขาเดินตามกฎหมายด้วย อย่างที่ กกต.ยื่นศาลสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ให้เป็นอำนาจของศาลจะรับหรือไม่ ขอให้เดินหน้าไปตามกฎหมาย ก็ไม่มีทางตัน แต่หากคุณเก่งกว่านั้น แสดงความรู้ ภูมิของคุณทำให้สังคมสับสนและไปโหวตกันโซเชียลมีเดีย มันก็เกิดความวุ่นวาย ดังนั้นอะไรที่ไม่ได้ผิดกฎหมายก็ควรปล่อยให้เขาเดินหน้า แต่อะไรที่ผิดกฎหมายก็ไปฟ้องร้องกันตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรยังกล่าวถึงข้อเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า รัฐธรรมนูญเปิดทาง แต่การพูดถึงในขณะนี้ก็เหมือนข้ามขั้นตอนไป เราต้องเคารพในทุกความเห็น หากเดินหน้าได้ตามข้อเสนอก็เดินไป แต่หากไม่ได้ก็ไม่ได้ และส่วนตัวยังไม่ได้วิเคราะห์ว่าการมีรัฐบาลแห่งชาติจะแก้ไขปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลแห่งชาติ กับรัฐบาลปรองดองมันต่างกันอย่างไร ทางที่ดีควรให้การเลือกตั้งเป็นไปตามวิถีทางของมัน พรรคใดรวมเสียงพรรคข้างมากตั้งรัฐบาล และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ก็ว่าไปตามนั้น ไม่ควรคิดอะไรนอกกรอบที่กฎหมายวางไว้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ต่อไปประเทศไทยจะคิดทำอะไร ก็จะนึกถึงข้อยกเว้นทำนอกเหนือรัฐธรรมนูญตลอด ซึ่งไม่เป็นผลดีโดยภาพรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า เวลานี้มีความจำเป็นอย่างไรที่จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ขณะนี้เพิ่งผ่านพ้นวันเลือกตั้งมาใหม่ๆ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะมาเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และเชื่อว่ากลไกของรัฐธรรมนูญเรื่องการให้มี ส.ว.มีส่วนร่วมเลือกนายกฯ ได้ จะเป็นช่องทางไม่ให้เกิดวิกฤติทางตัน ส่วนที่วิจารณ์ว่า ส.ว.ที่แต่งตั้งโดย คสช.จะไม่เป็นกลางนั้น ก็วิจารณ์กันไป แต่เชื่อว่าคนที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.จะใช้ดุลพินิจและเหตุผลเลือกนายกฯ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงหาทางออกแก้ปัญหาให้บ้านเมืองได้
รุมจวกข้อเสนอมาตรา 270
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอให้ช่องมาตรา 270 ให้ ส.ว.โหวตกฎหมายปฏิรูป เพื่อแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูปนั้น นายวิษณุกล่าวว่า สามารถแก้ได้บางส่วน แต่ไม่ได้ทั้งหมด จะใช้ได้กับกฎหมายบางฉบับเท่านั้น และแก้ไม่ได้ตลอดไป ซึ่งกฎหมายใดที่รัฐบาลบอกไปยังสภาว่าเป็นกฎหมายปฏิรูป ต้องประชุมร่วมกันอยู่แล้ว แต่มีบางฉบับที่ไม่ใช่กฎหมายปฏิรูป เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ ดังนั้นไม่ใช่ว่าต้องไปดึง ส.ว.มาร่วม หรืออันธพาลเสียงมากลากไป เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่าถ้าเป็นกฎหมายปฏิรูปต้องประชุมร่วม ไม่เช่นนั้นการประชุมเป็นโมฆะอยู่แล้ว แต่คงไปทำแบบนี้กับกฎหมายทุกฉบับไม่ได้ มาตราดังกล่าวไม่ใช่ทางออกที่หมดจด แต่การมีเสียงข้างมากจึงเป็นทางออกที่หมดจด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรมองว่า หากเข้าองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญกำหนดก็ทำได้ แต่การจะเดินหน้าตามมาตรา 270 จะทำได้ต่อเมื่อมีรัฐบาลแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศอยู่ในหมวด 16 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ชัดเจน มีปฏิรูปด้านใดบ้าง ซึ่งอ่านแล้วอ่านอีก ไม่คิดว่าจะมีใครไปตีความว่าให้ ส.ว.พิจารณากฎหมายงบประมาณ มันเป็นไปไม่ได้เลย จะตีความว่าเรื่องงบประมาณเป็นการปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่เลย ตีความอย่างนั้นไม่ได้ เพราะกฎหมายงบประมาณเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำทุกปี ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระก่อนแล้วถึงเข้าวุฒิสภาพิจารณาเท่านี้จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมองว่าเขาอาจมีเจตนาทำให้รัฐบาลปริ่มน้ำสามารถบริหารต่อไปได้ ด้วยความมั่นคง เพราะถือว่ามี ส.ว.มาช่วย เพราะในอดีตหากกฎหมายงบประมาณแผ่นดินไม่ผ่าน ทางจารีตประเพณีการปกครองรัฐบาลต้องลาออก เขาก็อาจมีเจตนาที่ต้องการช่วยๆ กัน&amp;rdquo; นายชูศักดิ์กล่าว และว่า ตัวรัฐธรรมนูญเองก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว อย่าไปตีความให้มันเลยเถิดไปใหญ่ ตีความแบบเข้ารกเข้าพง ประเทศชาติมันจะไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายไพบูลย์ การอ้างถึงมาตรา 270 เป็นการคิดแผลงๆ ที่ไม่เป็นไปตามระบบรัฐสภา ซึ่งจะสร้างปัญหามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค.กล่าวเช่นกันว่า มาตราที่นายไพบูลย์ยกขึ้นมาอยู่ในบทเฉพาะกาล ซึ่งไม่ควรมีตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเช่นนี้ก็เอายางลบไปลบมาตราต่างๆ ในรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยกระบวนการทางนิติบัญญัติออก ลบสภาผู้แทนราษฎรทิ้งไปเลยก็ได้ ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง มี ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.อย่างเดียวจบ มีอำนาจทั้งเลือกนายกฯ และออกกฎหมายเอง สุดท้ายก็เหมือน สนช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตีความรัฐธรรมนูญต้องเริ่มจากหลักก่อน ไม่ใช่เอาข้อยกเว้นมาใช้ตลอด ประเทศไทยอยากปกครองด้วยอำนาจการยกเว้น ที่ผ่านมาก็ใช้กันอยู่ตลอดคือ อำนาจพิเศษ การยกเว้น ทหารต้องเข้ามา พอยกเว้นกันไปมา ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติแล้วก็อยู่จนชิน นี่คือพิษร้ายที่สุดที่มีการนำสิ่งแปลกๆ เข้ามาในรัฐธรรมนูญ จนคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตรออกมากล่าวย้ำว่าศาลสามารถวิจารณ์ได้ ว่าการเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้นั้น ต้องคิดและวิจารณ์อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง การวิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลในคดีดังกล่าวของนายปิยบุตรถือว่าไม่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ เพราะทุกคนต้องเคารพต่อคำวินิจฉัยของศาลสถิตยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่นายปิยบุตรรวมทั้งเเกนนำพรรคอนาคตใหม่หลายคนออกมาเคลื่อนไหวช่วงที่ผ่านมาเเละช่วงนี้นั้น ผมมองว่าไม่เหมาะสมเท่าใดนัก เเละในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานการเมืองด้วยกัน ขอให้พรรคอนาคตใหม่ไตร่ตรองสิ่งที่จะสื่อสารกับสังคมด้วย เพื่อไม่สร้างชนวนขัดเเย้งใหม่ทางการเมืองขึ้นมาเพิ่ม&amp;rdquo;นายพันธ์ยศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุว่า ปรากฏการณ์ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. และนายปิยบุตรที่ถูกดำเนินคดีหลายๆ คดี แต่กระแสความนิยมยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและวิกฤติศรัทธาต่อระบบและกระบวนการยุติธรรมของไทยภายใต้รัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร หรือ คสช.
15 พ.ค.เคาะหัวหน้า ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงมีความเคลื่อนไหวของพรรค ปชป.ในการเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค แถลงว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ 7 คน โดยมีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ จะมีหน้าที่กำหนดวันเวลาและหลักเกณฑ์ในการเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ และหากมีกรณีใดจำเป็นต้องยกเว้นข้อบังคับหรือปรับปรุงข้อบังคับพรรคให้นำความเห็นนั้นเสนอต่อที่ประชุม กก.บห.พรรคเพื่อพิจารณาอีกขั้นหนึ่ง ในวันที่ 23 เม.ย. เวลา 14.00 น. ส่วนจะเปิดให้หยั่งเสียงสมาชิกพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวจะพิจารณา ซึ่งในที่ประชุมก็มีผู้ให้ความเห็นส่วนหนึ่งให้ยกเลิกกระบวนการหยั่งเสียง แต่จะยุติอย่างไร เป็นหน้าที่คณะกรรมการฯ จะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรอบเวลาในการเลือก กก.บห.ชุดใหม่สามารถดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งจะครบกำหนด 60 วันหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคลาออก&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทอดพงษ์กล่าวว่า จะยึดการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 95% ของ กกต.ในวันที่ 9 พ.ค.เป็นหลัก ซึ่งตามข้อบังคับพรรคต้องบวกไปอีก 5 วัน จึงกำหนดนัดประชุมใหญ่ในวันที่ 15 พ.ค. เพื่อเลือกหัวหน้าและ กก.บห.พรรค โดยจะให้ผู้เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแสดงวิสัยทัศน์คนละ 15 นาที โดยไม่เปิดให้ที่ประชุมอภิปราย และควรงดเว้นไม่ต้องทำการหยั่งเสียง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และจะได้ไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจะนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อ กก.บห.ในวันที่ 23 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์กล่าวว่า จะไม่ลงสมัครหัวหน้าพรรค เพราะที่ผ่านมาได้คะแนนเสียงเพียงกว่า 2,000 คะแนนเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, ดร.รยุศด์ บุญทัน, ประยงค์ สร้างศรีหา, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb88cab2cef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัฒนาการท่องเที่ยว-ปรับผังเมือง สอดคล้องกับการขยายตัวของกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.นครปฐม เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความสำคัญ จากชัยภูมิที่ใกล้กับเมืองหลวง เป็นประตูสู่ภาคตะวันตก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที ทำให้เป็นเมืองที่มีความคึกคัก เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองหลวง จ.นครปฐม ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับเกษตรกรรม และการค้าขาย ทำให้มีความหลากหลายของการประกอบธุรกิจ และมีขีดความสามารถในการพัฒนาเชิงอื่นอีกมาก และยังเป็นพื้นที่จังหวัดปริมณฑลสำคัญที่พรรคอนาคตใหม่มีความหวังว่าจะได้คะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ โดยผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ของพรรคใน จ.นครปฐม คือ &amp;ldquo;ขวัญ&amp;rdquo; นางสาวสาวิกา ลิมปะสุวัณณะ นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่อยากพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง พร้อมสร้างประชาธิปไตยให้หยั่งลึกลงไปในสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สาเหตุที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวสาวิการะบุว่า มองว่ารัฐประหาร พ.ศ.2557 ได้ทำให้ภาพของประชาธิปไตยเลือนลางไปมาก แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ได้เริ่มก่อตั้งขึ้น ด้วยเป้าหมายเพื่อการดำรงเสรีภาพและประชาธิปไตยในประเทศไทย จึงได้ให้ความสนใจ และถูกชักชวนให้มาลงสมัครโดยสมาชิกร่วมพรรคในจังหวัดนครปฐม ซึ่งโอกาสในการทำงานร่วมกันกับสมาชิกในพรรคได้เปิดโลกและมุมมองใหม่ๆ จากที่เคยคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องของอิทธิพลและเป็นเรื่องไกลตัว การได้มาสัมผัสกับกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่นและอุดมการณ์ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ได้สร้างความกล้าและพลังศรัทธาที่ทำให้รู้สึกว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อนาคตใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากอุดมการณ์ เราต้องการสังคมที่ให้ความสำคัญกับทุกคน ส่งต่อความเท่าเทียมในสังคม อย่างน้อยที่สุดให้เป็นการวางรากฐานและปักธงทางความคิดประชาธิปไตยให้กับสังคมของเรา จ.นครปฐม สามารถพัฒนาด้านใดได้อีกสำหรับกระจายรายได้ จากความหลากหลายที่มี?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอกล่าวว่า ในฐานะของจังหวัดปริมณฑลที่ได้เปรียบจากความใกล้กรุงเทพฯ คือ พัฒนาการท่องเที่ยว ที่สามารถทำได้ทุกชุมชน ซึ่งนอกจากแนวคิดเป็นครัวกรุงเทพฯ และการเปิดสอนทำอาหารไทยให้ชาวต่างชาติ ด้วยความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ อร่อย มีคุณภาพดี และราคาถูก นครปฐมยังสามารถผลักดันการท่องเที่ยวได้ จากความหลากหลายที่มี ทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงศาสนา การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ นครปฐมเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาอย่างยาวนาน หรือการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จากพื้นที่เกษตรกรรม ปศุสัตว์ รวมไปถึงการท่องเที่ยวด้วยการเดินทางทางน้ำผ่านทางแม่น้ำสายหลักของนครปฐม และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อีกด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าที่นี่มีขีดความสามารถในการพัฒนาได้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปัญหาระบบสาธารณูปโภคในระยะยาวที่ต้องแก้ไข?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวสาวิกากล่าวว่า ที่นี่มีปัญหาหลายด้าน ทั้งการระบายน้ำ การคมนาคม สถานพยาบาล ฯลฯ และด้วยทิศทางของการขยายตัวของเมืองหลวงกลายมาเป็นปัญหาหลักที่นครปฐมจะต้องรับมือและปรับตัวให้เชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ มากขึ้น พื้นที่เกษตรเริ่มเปลี่ยนเป็นพื้นที่อยู่อาศัย การพัฒนาถนนสายหลักและการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับการรองรับความเจริญและคุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไป จึงมีความสำคัญให้การที่จะช่วยกำหนดทิศทางและพัฒนาจังหวัดต่อไปในอนาคตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กระแสตอบรับในจังหวัดเป็นอย่างไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาลงพื้นที่พบสมาชิกในปลายเดือน พ.ย.2561 ซึ่งกระแสตอบรับจากทุกชุมชนที่เดินผ่าน เช่นเดียวกับการสัมมนาในมหาวิทยาลัย ให้ความสนใจและยินดีกับการมาเยือนของหัวหน้าพรรค คนที่แสดงความสนใจมีหลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มวัยเรียนที่มีความสนใจการเลือกตั้งมากขึ้น และได้รู้จักพรรคจากกระแสออนไลน์ ไปจนถึงวัยใกล้เกษียณที่มีความสนใจการเมืองอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เนื่องจากการเมืองในปัจจุบันยังมีภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิทธิพลที่สืบเนื่องมา เรียกได้ว่าต้องถามนามสกุลก่อน แม้ว่านครปฐมจะมีจำนวนประชากรเพศหญิงมากกว่าเพศชาย&amp;nbsp; แต่ความสนใจการเมืองของผู้หญิงในจังหวัดน้อยมาก และที่ผ่านมาไม่เคยมีนักการเมืองผู้หญิงหรือคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี เมื่อเห็นผู้หญิงมาเกี่ยวข้องในการเมืองจึงเป็นเรื่องแปลกใหม่ของคนนครปฐมที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอุตสาหการ มหาวิทยาลัยมหิดล จ.นครปฐม สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท MSc In Engineering Business Management University of Warwick ประเทศอังกฤษ ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ หอการค้า จ.นครปฐม และเป็นสมาชิกนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จ.นครปฐม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25070</URL_LINK>
                <HASHTAG>สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c223e346f1ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
