<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>138ชีวิตกลับถึงไทย กักตัวดูอาการ14วัน/โลกระสํ่า‘ไวรัสอู่ฮั่น’ขยายวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.พบผู้ป่วย &amp;quot;โคโรนาสายพันธุ์ใหม่&amp;quot; เพิ่มอีก 6 ราย ผงะ! สาวเกาหลีติดเชื้อหลังจากมาเที่ยวไทย เร่งขอข้อมูลจากรัฐบาลโสมขาว นายกฯ ออกคลิปให้กำลังใจคนไทย-จีนและทุกภูมิภาครวมใจเป็นหนึ่งเดียวสู้ไวรัส ลั่นขอให้มั่นใจสาธารณสุขไทย &amp;nbsp;138 คนไทยกลับจากอู่ฮั่นถึงอู่ตะเภาแล้ว สธ.เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 14 วัน ขณะที่ยอดสังเวยโคโรนาจีนพุ่งรายวันเป็น 425 ศพ เมืองนอกหูเป่ย์ชัตดาวน์กันระนาว ฮ่องกงเสียชีวิตรายแรก สิงคโปร์-มาเลเซียพบการติดเชื้อภายในประเทศครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมควบคุมโรค วันที่ 4 กุมภาพันธ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป แถลงสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่าจากการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ระบาดวิทยา และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) พบว่าล่าสุดประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 6 ราย เป็นชาวไทย 4 ราย 2 รายเป็นสามีภรรยา ไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมาแล้วป่วย อีก 2 รายคนขับรถรับจ้างไม่ประจำทาง ซึ่งรับชาวจีน และอีก 2 รายเป็นนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ได้ประสานไปที่ญี่ปุ่นเพื่อขอข้อมูลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ป่วย 6 ราย มี 5 รายอาการดี รอผลตรวจเป็นลบจะให้ออกจาก รพ. สำหรับรายล่าสุดรับส่งต่อจาก รพ.เอกชนแห่งหนึ่งมาที่สถาบันบำราศนราดูร แรกรับใส่ท่อช่วยหายใจ ตรวจพบวัณโรค และติดโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เดิมประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 19 ราย รวมกับผู้ป่วยที่ประกาศเพิ่มวันที่ 4 ก.พ. อีก 6 ราย รวมเป็น 25 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายกลับบ้านแล้ว 8 ราย เหลือยังรักษาตัวใน รพ.อีก 17 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงว่า ขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยยืนยันผู้ติดเชื้อนอนในโรงพยาบาล 11 คน กลับบ้านแล้ว 8 คน รวมสะสม 19 คน มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 492 คน คัดกรองจากสนามบิน 43 คน มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 449 คน อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 119 คน ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลยังคงรักษาในโรงพยาบาล 373 คน โดยวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณรงค์กล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลกใน 26 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 17,205 คน ส่วนประเทศจีน ข้อมูล ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วย 17,079 คน เสียชีวิต 361 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ ยืนยันวันที่ 4 ก.พ.ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รายที่ 16 เป็นหญิงวัย 42 ปี เพิ่งกลับจากไทย 19 ม.ค. เริ่มมีอาการหนาวสั่น 25 ม.ค.ก่อนเข้ารับการตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ซึ่งผลยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะนี้เราได้ประสานไปยังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยรายนี้แล้วว่ามีการสอบสวนโรคอย่างไร อาการอย่างไร ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เป็นอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสอบสวนโรคในประเทศไทยต่อไป
เชื่อมั่นสาธารณสุขไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยก็อยู่ในระยะที่มีพบการติดเชื้อภายในประเทศแล้วในวงจำกัด ถ้ามองตามเหตุตามผลว่าคนจีนที่ยังอยู่ในเมืองไทยสามารถป่วยในเมืองไทย และสามารถแพร่เชื้อให้คนไทยได้ และโดยทั่วไปนักท่องเที่ยวเวลาไปเที่ยวที่ไหนมักจะไปเป็นกลุ่มก้อน พื้นที่ไหนนักท่องเที่ยวเยอะคนจีนไปที่ไหน คนเกาหลีก็ไปที่นั่น ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อระหว่างนักท่องเที่ยวด้วยกันก็เป็นไปได้อยู่แล้ว เรามีการแพร่เชื้อในประเทศแล้ว คนจีนเริ่มแพร่เชื้อให้คนไทย ดังนั้นตอนนี้ยังเป็นการแพร่โรคในวงจำกัดเหมือนเดิม และไม่ได้เปลี่ยนระดับความเสี่ยงของคนไทยตอนนี้อยู่ในระดับที่เราพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุม และค้นหาผู้ป่วยให้เจอมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะถ้าค้นพบก็จะค้นเจอคนสัมผัส จะได้นำเข้าสู่ระบบการตรวจติดตามเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงการเดินทางไปรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่นว่า จะเดินทางกลับถึงประเทศไทยประมาณ 19.00 น. จะต้องมีมาตรการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่องเพื่อระมัดระวังการกลับมาแพร่เชื้อในไทย ฉะนั้นเมื่อเข้ามาก็ต้องหาพื้นที่รองรับ ก็ต้องเห็นใจคนที่กลับมาที่ต้องถูกกักตัวไว้ 14 วัน จะต้องดูแลทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ญาติพี่น้องเยี่ยมได้หรือไม่อย่างไร ตอนนี้มีมาตรการพร้อม โดยตนตัดสินใจใช้พื้นที่อู่ตะเภาของกองทัพเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นั่นแหละมีทหารไว้ทำไม ทุกคนอยากได้กลับมา แต่ทุกคนไม่ต้องการ เอ๊ะมันยังไงกัน ท้ายที่สุดทหารรับกันไป นั่นแหละเห็นใจทหารเขาบ้างสิ เขาเสียสละ เขากลัวไหม เขาก็กลัว แต่ทหารเรือเขาก็ยินดีตอบรับ หาพื้นที่ที่เหมาะสม เป็นอาคารที่พักที่สะดวกสบายพอสมควร มันต้องช่วยกันแบบนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากังวลเรื่องการแพร่ระบาดในไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าถามว่ากังวลหรือไม่ ต้องบอกว่ากังวล เพราะสถานการณ์ยังมีอยู่ เราไม่ต้องการให้ไปสู่ระดับ 3 คือการแพร่ระบาดในประเทศไทย เราพยายามหยุดยั้งไว้ในระยะที่ 2 คัดกรองการเข้ามา ควบคุม ดูแล จัดเตรียมการรักษาพยาบาลให้เหมาะสมตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้มั่นใจ ถึงจะกังวลยังไงก็ตาม เราก็ต้องมั่นใจในมาตรการของเรา และมาตรการของบุคลากรสาธารณสุขของเรา ซึ่งมาตรฐานของเราถือว่าระดับต้นของโลก แต่ถ้าจะมีการแพร่ระบาดก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องแก้ปัญหาต่อไป เราไปสั่งให้เชื้อโรคมันหยุดก็คงไม่ได้ แต่ก็คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้โดยเร็วด้วยความร่วมมือของประเทศต้นทาง กลางทาง ปลายทาง วันนี้เราต้องดูแลทุกพื้นที่ ทำเต็มที่แล้ว ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่เหมือนกับไข้หวัดนก เอาไก่ไปฆ่าทีนึง 3-4 ล้านตัว มันทำได้ไหม&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทางการไทยจะมีการกักเรือที่มาจากจีนไว้ที่ท่าเรือเพื่อกักโรค 14 วันเหมือนที่ออสเตรเลียทำแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีการทำทุกที่ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และบริเวณชายแดนด่านตรวจต่างๆ ทางช่องทางธรรมชาติและช่องทางอื่นๆ ได้สอบถามกระทรวงคมนาคมทราบว่าคนที่เข้ามาต้องถูกคัดกรองโรคอยู่แล้ว
นายกฯ แพร่คลิปให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงมาตรการที่ให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะมีการประกาศกฎกระทรวงในช่วงบ่ายวันที่ 4 ก.พ. ในราชกิจจานุเบกษา ตนได้สั่งการให้ กทม.และหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์รับหน้ากากฯ จากโรงงานมาจัดจุดจำหน่าย ให้ร้านค้าปลีกค้าส่งมาซื้อเพื่อไม่ให้ถูกใครหลอก หรือขึ้นราคา หากพบว่ามีการขายหน้ากากฯ เกินราคา สามารถแจ้งได้ทันที จะได้จับกุมลงโทษดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ &amp;quot;วิกฤติไวรัสโคโรนา&amp;quot; ความยาว 1.17 นาที พร้อมเอ็มวีเพลงไม่ต้องกลัว ของวงลิปตา รวมทั้งคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขปัญหากับโรคปอดอักเสบไวรัสโคโรนา โดยนายกฯ ระบุว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับคนไทย และให้กำลังใจกับคนจีน ประเทศจีน ตลอดจนทุกประเทศในทุกภูมิภาค ซึ่งได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว ขอให้ทุกคนรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว สู้ๆ และนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน สถานการณ์คลี่คลายให้ได้โดยเร็ว ด้วยการจับมือร่วมกันเดินไปข้างหน้า ฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน ขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า นายกฯ ได้แจ้งให้ ครม.รับทราบถึงข้อสั่งการต่างๆ ในการประชุมสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และให้ความมั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และได้กำชับ ครม.เรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มข้น ในกรณีที่มีข่าวลือข่าวปลอม ที่สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบ ส่วนกรณีที่มีการกักตุนหรือขายหน้ากากอนามัยเกินราคา หากพบสามารถแจ้งสายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยคนที่จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า และปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ขายที่ไม่แสดงราคาสินค้ามีโทษปรับ 10,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ. กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมการดูแลกลุ่มคนไทยในอู่ฮั่นที่กลับประเทศ มีมาตรการดูแล 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.มาตรการเฝ้าระวังก่อนเดินทาง จะมีการคัดกรองสุขภาพโดยทีมของทางการจีนก่อนขึ้นเครื่อง 2.มาตรการดูแลขณะการเดินทางและเมื่อถึงประเทศไทย ทีมแพทย์ไทยจะให้การดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตไปพร้อมกัน ระหว่างอยู่บนเครื่องจะคัดกรองซ้ำ เพื่อแยกผู้ที่อาจมีอาการป่วยออกจากคนอื่นและให้การดูแลในพื้นที่ที่แยกไว้ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยจะวัดไข้ซ้ำอีกครั้ง ผู้ที่มีอาการป่วยจะส่งไปรับการรักษาตามมาตรฐาน ส่วนผู้ที่ยังไม่มีอาการจะได้รับการดูแลติดตามอาการอย่างใกล้ชิดทุกวันจนครบ 14 วันตามมาตรฐานการเฝ้าระวังควบคุมโรค และ 3.การสื่อสารญาติเพื่อลดความวิตกกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, นายธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8, นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ร่วมให้การต้อนรับคนไทย 138 ชีวิต ที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเที่ยวบิน FD571 สายการบินแอร์เอเชีย ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ลงจอดอย่างปลอดภัย ในเวลา 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายอนุทินแถลงว่า คนไทยที่อยู่ระหว่างเดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่นมีทั้งหมด 138 คน ก่อนที่จะขึ้นเครื่องมีการตรวจร่างกาย พบว่าทุกคนแข็งแรง นอกจากนี้มี 2 คนที่ทางการจีนตรวจพบว่ามีไข้สูงกว่าเกณฑ์กำหนดอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส ยังต้องอยู่ที่จีน 14 วัน ส่วนอีก 1 คนวีซ่าหมดอายุนาน 7 เดือน เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ที่จีนจะช่วยดูแลทั้ง 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การเดินทางกลับมาถึงไทยวันนี้ ขอขอบคุณ 4 เหล่าทัพ กระทรวงการต่างประเทศ และทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือดูแล ส่วนการที่ไม่สามารถประกาศอย่างเป็นทางการได้ว่าจะนำทั้ง 138 คนไปเฝ้าดูอาการได้ที่ไหน ก็เพื่อความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และจะไม่เสี่ยงในเรื่องการแพร่เชื้อ จึงได้ข้อสรุปว่าจะนำมาพักดูอาการที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่ที่ดีที่สุด และทางกองทัพเรือได้เสนอให้มาใช้ที่นี่ มีห้องพัก มีการคมนาคมสะดวก มีแพทย์พยาบาลดูแล อาหาร เครื่องมือ สะดวกในการดูแลทำให้ทั้ง 138 คนได้รับความสะดวกและได้รับอากาศที่ดีและอยู่ใกล้ กทม.ด้วย ทั้งหมดจะพักอยู่ 14 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ ยืนยันความพร้อมของกองทัพเรือในการดูแลทุกคน ด้วยการนำรถไปรับที่สนามบินอู่ตะเภา หากพบใครมีไข้ ไอ จะแยกออกมาก่อน ส่วนใครที่ไม่มีอาการจะพาไปที่บ้านพัก ส่วนการดูแลเรื่องอาหาร ที่อยู่ที่พัก ดูแลเต็มที่ ถ้ามาถึงแล้วทุกคนจะมีความสบายใจ อากาศดี ลมแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อมูลของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนประจำวันอังคารที่ 4 ก.พ.2563 กล่าวว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เสียชีวิตเพิ่มอีก 64 รายเมื่อวันจันทร์ เป็นยอดเพิ่มขึ้นมากที่สุดทำลายสถิติของวันอาทิตย์ ทั้งหมดอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ โดย 48 รายอยู่ในเมืองอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการระบาด จำนวนรวมผู้เสียชีวิตภายในจีนเพิ่มเป็น 425 ราย นับข้อมูลถึงวันจันทร์ ส่วนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มขึ้น 3,232 ราย จำนวนรวมอยู่ที่ 20,438 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังควบคุมไม่ได้นี้ ทำให้คณะกรรมการประจำกรมการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แถลงยอมรับเมื่อวันจันทร์ว่า การตอบสนองต่อการแพร่ระบาดยังมีข้อบกพร่องและปัญหายุ่งยาก และเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินระดับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอังคาร โรงพยาบาลสนามขนาด 1,000 เตียงในเมืองอู่ฮั่นที่ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 10 วัน เริ่มเปิดรับคนไข้แล้ว ส่วน รพ.สนามแห่งที่ 2 จะเปิดตามมาภายในสัปดาห์นี้ ความขาดแคลนเตียงยังทำให้จีนต้องดัดแปลงอาคารศูนย์วัฒนธรรม, ศูนย์จัดแสดง และโรงยิมเนเซียม เป็นคลินิกชั่วคราวรองรับคนไข้อีก 3,400 เตียง
จีนสั่งปิดเมืองเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ความหวาดวิตกที่ไวรัสจะแพร่ระบาดในมหานครที่ประชากรหนาแน่น ทำให้ทางการจีนสั่งปิดเมืองเพิ่มมณฑลอื่นนอกเหนือจากหูเป่ย์ ที่ประชากรกว่า 50 ล้านคนถูกกักกันโรคไว้ โดยเอเอฟพีรายงานว่า มณฑลเจ้อเจียงในภาคตะวันออกซึ่งมีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 829 ราย มากรองจากหูเป่ย์ ทางการท้องถิ่น 3 อำเภอของเมืองหางโจวรวมประชากร 3 ล้านคน และอีก 3 อำเภอในเมืองไท่โจว รวมประชากร 9 ล้านคน สั่งปิดเมืองห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน โดยยกเว้นครอบครัวละ 1 รายที่อนุญาตให้ออกนอกบ้านได้ทุกๆ 2 วัน เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็น ก่อนหน้านี้เมืองเหวินโจวของเจ้อเจียงก็ใช้มาตรการเดียวกันกับประชากร 9 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายนอกจีน หลังจากฟิลิปปินส์มีผู้เสียชีวิตรายแรกเมื่อวันอาทิตย์ เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อวันอังคาร ฮ่องกงก็มีผู้เสียชีวิตเป็นรายแรกด้วย เป็นชายวัย 39 ปีที่มีปัญหาสุขภาพเป็นอุปสรรคต่อการรักษา เขาเพิ่งไปอู่ฮั่นเมื่อเดือนที่แล้ว และแม่วัย 72 ปีของเขาก็ติดเชื้อด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มในสิงคโปร์และมาเลเซียด้วยเมื่อวันอังคาร โดยเป็นการติดเชื้อจากคนสู่คนครั้งแรกในสองประเทศนี้ ของสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่ม 4 ราย รวมเป็น 24 ราย มาเลเซียพบชายวัย 41 ปีติดเชื้อแม้ไม่เคยเดินทางไปจีน แต่เขาเคยไปอยู่สิงคโปร์ 1 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม และได้เข้าร่วมการประชุมที่มีชาวจีนรวมอยู่ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) เผยว่าพบหญิงชาวเกาหลีใต้อายุ 42 ปีติดเชื้อไวรัสโคโรนา ภายหลังเดินทางกลับจากท่องเที่ยวที่เมืองไทยเมื่อวันที่ 19 มกราคม คนไข้รายนี้เริ่มมีอาการไข้และอาการอื่นๆ แต่เพิ่งเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 25 มกราคม อาการของเธอเริ่มดีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ แต่จอง อึนคยอง ผู้อำนวยการเคซีดีซี กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะสรุปว่าคนไข้รายนี้ติดเชื้อไวรัสระหว่างอยู่ในไทยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คนไข้รายล่าสุดนี้ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 16 ราย โดยก่อนหน้านี้มีอย่างน้อย 4 รายที่ติดเชื้อจากคนสู่คน และยังมีมัคคุเทศก์ชาวจีนคนหนึ่งที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลโดยเชื่อว่าเริ่มป่วยระหว่างทำงานที่ญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ที่ถูกวิจารณ์ว่าตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศล่าช้า ในวันอังคารดับเบิลยูเอชโอแถลงที่นครเจนีวา ย้ำว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนายังไม่อยู่ใน &amp;quot;ภาวะแพร่ระบาดทั่ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงขณะนี้พบผู้ติดเชื้อในมากกว่า 24 ประเทศและดินแดนแล้ว และรัฐบาลหลายแห่งประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางของตนเอง แม้ดับเบิลยูเอชโอไม่มีคำแนะนำเช่นนั้น ล่าสุดความวิตกทำให้ญี่ปุ่นสั่งกักกันโรคผู้คน 3,711 คนบนเรือสำราญ และทำการตรวจเชื้อทุกคนบนเรือ หลังจากพบอดีตผู้โดยสารของเรือลำนี้คนหนึ่งล้มป่วยที่ฮ่องกง ส่วนทางการมาเก๊าสั่งปิดกาสิโนทุกแห่งบนเกาะอย่างน้อย 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การรวบรวมข้อมูลของเอเอฟพีเผยว่า มีผู้ติดเชื้อในดินแดนและประเทศนอกจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า 150 รายแล้ว แบ่งตามภูมิภาคได้แก่ เอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วย สิงคโปร์ 24 ราย, ญี่ปุ่น 20 ราย, ไทย 25 ราย, ฮ่องกง 17 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย, เกาหลีใต้ 16 ราย, ออสเตรเลีย 12 ราย, มาเลเซีย 10 ราย, ไต้หวัน 10 ราย, เวียดนาม 10, มาเก๊า 9 ราย, อินเดีย 3 ราย, ฟิลิปปินส์ 2 ราย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย, เนปาล ศรีลังกา และกัมพูชา ประเทศละ 1 ราย ส่วนตะวันออกกลางมีผู้ติดเชื้อที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในอเมริกา พบผู้ติดเชื้อในสหรัฐ 11 ราย และแคนาดา 4 ราย ที่ยุโรป เยอรมนีพบติดเชื้อมากสุด 12 ราย, ฝรั่งเศส 6 ราย, อังกฤษ อิตาลี และรัสเซีย ชาติละ 2 ราย, ฟินแลนด์ สเปน และสวีเดน ชาติละ 1 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กักตัวดูอาการ14วัน, สาธารณสุข, สาวเกาหลีติดเชื้อหลังจากมาเที่ยวไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อู่ตะเภา, โคโรนาสายพันธุ์ใหม่, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e398a351962b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
