<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คันกั้นน้ำสะพานพระราม7-บางนายังไม่กระทบจากปล่อยน้ำเขื่อนเจ้าพระยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot;&gt;10 ต.ค.-เพจสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์น้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระรามหก ปริมาณไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ณ อำเภอบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และสถานการณ์น้ำหนุนที่จะเกิดผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิดว่า วันนี้มีปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านอำเภอบางไทรเฉลี่ย 2,808 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยน้ำขึ้นเต็มที่ 2 ช่วงเวลาคือ​เวลา​ 09.19 น.​ และ​ 19.32 น. ซึ่งในช่วงน้ำขึ้นเช้านี้ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาดยกตัวสูงขึ้น เมื่อเวลา 09.30 น. ระดับน้ำ +2.06 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร +0.94 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง&amp;nbsp; ระดับแนวป้องกันที่บริเวณ ปตร.ปากคลองตลาดสูง +3.00 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง​ (ระดับแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ของกรุงเทพมหานครตลอดแนวความยาวประมาณความยาวประมาณ 78.93 กิโลเมตร ระดับ ตั้งแต่ + 2.80 ถึง +3.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของสำนักการระบายน้ำ ได้เฝ้าติดตามและตรวจสอบแนวคันป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา ยังไม่ได้ผลกระทบจากน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาและจากน้ำขึ้นเต็มที่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119301</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, สำนักการระบายน้ำ, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_616290b595afc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านใหม่-ชีวิตใหม่ของชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร ฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สภาพชุมชนริมคลองลาดพร้าวจากเดิมเป็นชุมชนเสื่อมโทรม&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นชุมชนใหม่ที่ดูสวยงาม&amp;nbsp; มีทางเดินและจักรยานเลียบคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีคลอง&amp;nbsp; คู ลำกระโดง&amp;nbsp; รวมกัน&amp;nbsp; 1,980&amp;nbsp; สาย&amp;nbsp; ความยาวรวมประมาณ&amp;nbsp; 2,700 &amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในจำนวนนี้ถูกรุกล้ำ 1,161 &amp;nbsp;สาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำประมาณ 23,500&amp;nbsp; หลัง !! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ปี 2554&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแผนงานการแก้ไขสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่าเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำลงสู่คลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp; น้ำจากท่อระบายน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะไหลและถูกสูบลงคลอง&amp;nbsp; แต่การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เพราะมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำในลำคลอง&amp;nbsp; โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขุดลอกคลองให้ลึกและกว้างกว่าเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่กว่าจะดำเนินการได้ก็ล่วงเข้าไปในสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นคลองแรกในปี 2559&amp;nbsp; โดยรัฐบาล คสช. ได้จัดตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เป็นประธาน &amp;nbsp;มอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลองที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การขยายตัวของชุมชนริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 (ใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไหลผ่านวัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดบางบัว&amp;nbsp; ตลาดสะพานใหม่&amp;nbsp; จนถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ตลอดคลองลาดพร้าวสองฝั่งมีชุมชนตั้งอยู่เรียงราย&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; บางชุมชนอยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า 60-70 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำเนียง&amp;nbsp; บุญลือ&amp;nbsp; วัย 65&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนพิบูลร่วมใจ 2&amp;nbsp; ริมคลองลาดพร้าว (หลังโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์&amp;nbsp; ถนนลาดพร้าว)&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนแถวห้วยขวางและลาดพร้าวเป็นทุ่งนาทั้งหมด&amp;nbsp; ครอบครัวของตนก็ทำนามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่&amp;nbsp; แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่านาทำ&amp;nbsp; เมื่อก่อนริมคลองใกล้วัดลาดพร้าวยังมีโรงสีข้าว-รับซื้อข้าว&amp;nbsp; 2 &amp;nbsp;โรง&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น&amp;nbsp; ราวปี 2520&amp;nbsp; แถวลาดพร้าว-ห้วยขวางเริ่มมีอาคารพาณิชย์&amp;nbsp; มีหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าของที่นาจึงขายที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่เคยทำนาก็ต้องเลิก&amp;nbsp; ลูกหลานเปลี่ยนไปทำงานรับจ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงสีก็หมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชุมชนที่ผมอยู่&amp;nbsp; คนดั้งเดิมก็จะเป็นชาวนานี่แหละ&amp;nbsp; มาอาศัยปลูกบ้านอยู่ริมคลอง เพราะตอนนั้นยังเป็นที่รกร้าง&amp;nbsp; ราชการยังไม่เข้ามาดูแล&amp;nbsp; น้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผักปลาก็หากินในคลอง&amp;nbsp; ไม่อดอยาก&amp;nbsp; ตอนหลังราวปี 2526 &amp;nbsp;บ้านเรือนในชุมชนเริ่มหนาแน่น&amp;nbsp; เพราะคนที่อยู่ก่อนก็ไปชักชวนญาติพี่น้องจากต่างจังหวัดมาอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาทำงานหากินในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ตอนหลังจึงเริ่มมีบ้านเช่าในชุมชน&amp;nbsp; เพราะมีโรงงาน&amp;nbsp; มีคนงานมาอยู่&amp;nbsp; บ้านเรือนจึงหนาแน่นขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;ลุงสำเนียงบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2 เป็นตัวอย่างการขยายตัวของชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพราะกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นเสมือนแม่เหล็กยักษ์ที่ดึงดูดความหวังของผู้คนทั่วสารทิศให้มารวมกันอยู่ที่นี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางชุมชนย่านดอนเมืองเคยเป็นที่พักของแรงงานก่อสร้างสนามบินมาก่อน&amp;nbsp; เมื่อหมดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรงงานส่วนหนึ่งจึงปลูกสร้างบ้านอยู่ริมคลองใกล้แคมป์งานเดิม &amp;nbsp;จนภายหลังจึงกลายเป็นชุมชนหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนลาดพร้าวช่วงใกล้ ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; ก่อนการปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; สายไหม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นที่ดินริมคลองหรือที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ดูแล&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนก่อนการปรับปรุงส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรมและแออัด&amp;nbsp; เพราะพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; แรงงาน&amp;nbsp; พนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; แท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านใหม่-ชีวิตใหม่ของชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าว ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครว่าจ้างบริษัทเอกชน&amp;nbsp; วงเงินก่อสร้างจำนวน&amp;nbsp; 1,645&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; จากริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บริเวณคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ในเดือนมีนาคม 2559&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 4,061 ล้านบาท &amp;nbsp; ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช.&amp;nbsp; นำไปดำเนินการใน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างบ้านชุมชนแรกที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; (ตรงข้ามตลาดสะพานใหม่) เขตสายไหม&amp;nbsp; ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน จำนวน&amp;nbsp; 64&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยคอนกรีต ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราคาก่อสร้างตั้งแต่ 187,000 - 367,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สภาพชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญปี 2559&amp;nbsp; ก่อนการรื้อย้ายสร้างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อวยชัย&amp;nbsp; สุขประเสริฐ &amp;nbsp;ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ก่อนการก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จะเข้ามาสนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านได้บุกรุกที่ดินริมคลองปลูกสร้างบ้านกันมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; จึงกลัวว่าจะถูกไล่ที่มากกว่า&amp;nbsp; แต่ใจจริงทุกคนก็อยากจะได้บ้านใหม่&amp;nbsp; และอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง เพราะจะได้เช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ระยะยาว&amp;nbsp; เมื่อเจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาให้คำแนะนำการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; จึงร่วมกันออมทรัพย์เป็นทุน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 500 -600&amp;nbsp; บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้ชุมชนของเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ&amp;nbsp; แต่เดิมบ้านส่วนใหญ่จะทรุดโทรมเพราะสร้างกันมานาน&amp;nbsp; สะพานไม้ก็ผุพัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่มีที่วิ่งเล่น&amp;nbsp; ขยะก็ทิ้งลงในคลอง&amp;nbsp; น้ำก็เน่าเหม็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเริ่มสร้างบ้านใหม่เป็นชุมชนนำร่อง&amp;nbsp; เราก็ต้องรื้อบ้านที่ปลูกล้ำในคลองออกมา&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ก็เข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยสร้างสนามเด็กเล่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเครื่องออกกำลังกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีถังบำบัดน้ำเสียรวม&amp;nbsp; มีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp; ช่วยกันปลูกต้นไม้ริมคลอง&amp;nbsp; ชุมชนของเราก็ดูสวยงาม&amp;nbsp; ไม่เป็นชุมชนแออัดเหมือนแต่ก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp; อวยชัยบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญหลังการสร้างเสร็จในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว&amp;nbsp; แกนนำในชุมชนต่างๆ ยังรื้อฟื้นการใช้ประโยชน์จากลำคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำขึ้นมาเหมือนในอดีตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำรัส&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลิ่นอุบล &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนซอยลาดพร้าว 45&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนในคลองลาดพร้าวชาวบ้านยังใช้เรือพายไปมาหาสู่กัน&amp;nbsp; เวลามีงานบุญก็จะพายเรือไปวัดลาดพร้าว&amp;nbsp; ตอนหลังถนนหนทางสะดวกขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงเลิกใช้เรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนยังมีเรือหางยาววิ่งรับส่งผู้โดยสารจากตลาดสะพานใหม่ไปพระโขนง&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้โดยสาร แถมยังโดนชาวบ้านร้องเรียนเพราะเรือวิ่งเร็วและเสียงดัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกคลื่นไปกระแทกเสาเรือนชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือโดยสารจึงต้องเลิกวิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกผมเริ่มฟื้นฟูคลองลาดพร้าวขึ้นมาก่อนที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยร่วมกันล่องเรือไปทอดกฐินและทำบุญที่วัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงานลอยกระทง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกแฝกเพื่อกรองน้ำเสียในคลอง&amp;nbsp; และมีแผนล่องเรือท่องเที่ยวในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งเดินเรือโดยสารในคลองด้วย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในถนนลาดพร้าวเชื่อมต่อกับรัชดาภิเษก&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถติดมานานหลายปี&amp;nbsp; หากเดินเรือจาก วัดลาดพร้าวเข้าไปในคลองบางซื่อก็จะไปเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้ารัชดาฯ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไปทางรถไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง&amp;rdquo;&amp;nbsp; จำรัสบอก&amp;nbsp; และว่า ที่ผ่านมาชุมชนได้รับบริจาคเรือโดยสารขนาดเล็กจากภาคเอกชนพร้อมใช้งาน&amp;nbsp; 2 ลำ&amp;nbsp; แต่ต้องรอให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าวเสร็จก่อนจึงจะเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านมั่นคงของคนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชี้แจงว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นการดำเนินการตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ซึ่ง พอช.ทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี 2546 หลักการสำคัญคือ &amp;nbsp;ให้ชาวชุมชนริมคลองรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เป็นการ พัฒนาแนวใหม่ ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า แต่ให้ชุมชน&amp;nbsp;หรือชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา เช่น รวมกลุ่มกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ ช่วยกันออกแบบบ้าน วางผังชุมชน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถานเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือจัดซื้อที่ดิน และร่วมกันบริหารโครงการ ฯลฯ โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ เช่น พอช.&amp;nbsp;ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน เรื่องการออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน กรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรนระยะยาว&amp;nbsp; ครั้งละ 30 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนริมคลองบางซื่อ (ติดถนนรัชดาภิเษก) เชื่อมต่อกับคลองลาดพร้าวร่วมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองและเขื่อนเพื่อสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้  (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp;อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 บาท/ตารางวา/เดือน โดยทุกครอบครัวจะได้รับที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; ขนาดบ้านประมาณ 4x6 - 4x8 ตารางเมตร มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&amp;nbsp; (ประมาณเดือนละ 1-3 พันบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุน 1.สินเชื่อก่อสร้างบ้านไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) &amp;nbsp;ระยะเวลาผ่อน&amp;nbsp;20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี &amp;nbsp;และสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภค-เงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุดหนุน 147,000 บาท/ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;2.หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ  ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง&amp;nbsp; เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการสร้างบ้านนั้น ชุมชนจะคัดเลือกบริษัทหรือผู้รับเหมามาสร้างบ้านทั้งชุมชน มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการ เช่น สืบราคา จัดซื้อวัสดุ ตรวจสอบ จัดทำบัญชี ฯลฯ เพื่อให้การก่อสร้างบ้านและการบริหารโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;ชุมชนใหม่-ชีวิตใหม่&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง มีพื้นที่ว่างตามแนวสันเขื่อนกว้าง 3 เมตรใช้เป็นทางเดิน&amp;nbsp; ขี่จักรยานเลียบคลองและสันทนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:3.55pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:3.55pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000 บาท เพื่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส เช่น ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ, ชุมชน กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม, ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน (กรกฏาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองลาดพร้าวแล้ว 35 ชุมชน รวม 3,536 ครัวเรือน (ร้อยละ 50.02 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด) &amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็น &amp;nbsp;1.บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3,065 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 132 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3. พื้นที่รื้อย้ายแล้วพร้อมก่อสร้างบ้าน 339 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พลิกโฉมคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อร่นระยะเวลาในการล่องเรือจากกรุงเทพฯ-บางปะอิน (จ.พระนครศรีอยุธยา) &amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อขยายพื้นที่ทำนาสองฝั่งคลองออกไป มีความยาวประมาณ 50 กิโลเมตร กว้าง 12 เมตร แต่ปัจจุบันสภาพลำคลองตื้นเขิน น้ำเน่าเสีย มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก ทำให้กีดขวางทางเดินของน้ำ การระบายน้ำในคลองเปรมฯ จากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สภาพคลองเปรมประชากรปี 2560 &amp;nbsp;ก่อนการพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเหมือนกับคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; อุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ปรับทัศนียภาพชุมชนริมคลอง-พัฒนาชีวิตชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การท่องเที่ยวทางน้ำ&amp;nbsp; รวมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมรถ-ราง (ไฟฟ้า)&amp;nbsp; -เรือ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในปี 2562-2570&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำดำเนินการไปแล้วบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พอช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งหมด 38 &amp;nbsp;ชุมชน รวม 6,386 ครัวเรือน &amp;nbsp;ในเขตจตุจักร หลักสี่ &amp;nbsp;ดอนเมือง และใน จ.ปทุมธานี ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัย&amp;nbsp; ในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้ โดย พอช.จะสนับสนุนชุมชนเช่นเดียวกับโครงการบ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; เป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; เมื่อต้นเดือนมกราคม 2563 &amp;nbsp;โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านจำนวน 193 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; นายกฯ ประธานพิธียกเสาเอกสร้างบ้านชุมชนแรกในคลองเปรมฯ เมื่อ 13 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสมร&amp;nbsp; จันทร์ฉุน&amp;nbsp; ผู้นำชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนงบประมาณครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภค อุดหนุนการสร้างบ้าน  และงบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท  ผ่อนชำระ 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว เช่น บ้านแถวชั้นเดียว ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 290,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างบ้าน193&amp;nbsp; หลังแล้วเสร็จและชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านใหม่ริมคลองเปรม ฯ ของชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 &amp;nbsp;เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางปัทมา อาทรมนัสชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 บอกว่า&amp;nbsp; รู้สึกดีใจมากเพราะพวกเราอยู่กันที่นี่มา 40-50 ปีแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีใครอยากย้ายไปที่ไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงนี้เหมือนเป็นชีวิตและเป็นครอบครัวของเรา &amp;nbsp;การเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงทำให้บ้านของเราถูกกฎหมาย&amp;nbsp; อยู่ได้โดยไม่หวาดระแวง และหวังว่าเรื่องยาเสพติดจะน้อยลง เพราะเมื่อพื้นที่พัฒนาขึ้น&amp;nbsp; สังคมก็จะพัฒนาขึ้นไปด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พอได้บ้านใหม่ตรงนี้&amp;nbsp; สิ่งที่เรารู้สึกได้คือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน จากแต่ก่อนที่เคยอยู่กันแบบไม่มีระเบียบ&amp;nbsp; ใครอยากทำอะไรก็ทำ&amp;nbsp; เพราะเป็นสังคมแออัด&amp;nbsp; ไม่ค่อยมีความเกรงใจกัน&amp;nbsp; แต่พอเริ่มสร้างบ้านขึ้นมาใหม่&amp;nbsp; เราได้มีการวางกฎระเบียบเพื่อรักษาสังคมของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; ต่อไปสิ่งที่เราอยากจะพัฒนาก็คือ การสร้างอาชีพให้ชุมชนว่าตรงนี้เปรียบเสมือนหัวใจของชุมชน มีลานกีฬา&amp;nbsp; มีตลาด&amp;nbsp; เราอยากจะจัดทำตลาดชุมชน&amp;nbsp; เพื่อในอนาคตเมื่อมีการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน &amp;nbsp;ชุมชนเราจะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้ที่มั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางปัทมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; 4 ชุมชน &amp;nbsp;(มีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน) รวม&amp;nbsp; 668 ครัวเรือน &amp;nbsp;(ร้อยละ 10.46 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด) แยกเป็น &amp;nbsp;1.บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 196 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 457 ครัวเรือน &amp;nbsp;และ 3.พื้นที่รื้อย้ายพร้อมก่อสร้างบ้าน 15 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;แบบร่างอุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมฯ ก่อนจะผันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่พลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ มีคำสั่งล่าสุดเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเดินหน้าโครงการต่างๆ ที่ยังติดขัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองเปรมฯ&amp;nbsp; และคลองแสนแสบ&amp;nbsp; โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้การพัฒนาคลองทั้งระบบแล้วเสร็จตามแผนงานภายในปี 2570 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกไม่กี่ปีข้างหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองสายสำคัญในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จะต้องพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน&amp;nbsp; ที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนริมคลองจะต้องดีขึ้นด้วย !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109968</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), คนริมคลอง, คลองลาดพร้าว, คลองเปรมประชากร, จำรัส   กลิ่นอุบล, ชีวิตใหม่, ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2, ชุมชนริมคลอง, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ, ธนัช  นฤพรพงศ์, นางสมร  จันทร์ฉุน, บ้านมั่นคง, บ้านใหม่, พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักการระบายน้ำ, สำเนียง  บุญลือ, สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลอง, อวยชัย  สุขประเสริฐ, เขื่อนระบายน้ำ, โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14c55f338a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งแผนรับฝนป้องกันน้ำท่วม กทม. พร้อมขับเคลื่อนแนวทางการศึกษาแก้น้ำเค็มรุกเจ้าพระยาตอนล่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สทนช.ผนึก กทม. - ชป. &amp;ndash; กรมอุทกศาสตร์ เร่งแผนป้องกันน้ำท่วมกทม.ก่อนเข้าหน้าฝน พร้อมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกเจ้าพระยาเฉพาะหน้า และระยะยาวตามมติ กนช. เล็งประชุมนัดแรก 8 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วย นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน นายมนต์ชัย มโนสมุทร ผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ติดตามแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปี 2564 ร่วมกับ นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ณ ห้องประชุมชีนิมิตร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง เพื่อประชุมติดตามความพร้อมมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานครในช่วงฤดูฝนที่จะถึงนี้ ก่อนเดินทางต่อไปยังท่าเรือวาสุกรี สโมสรราชนาวี เพื่อลงเรือติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยา จุดรอยต่อในการรับน้ำจากพื้นที่ตอนบน รวมถึงสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยัง กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เพื่อหารือร่วมกับ พลเรือโท จักรกฤช มะลิขาว เจ้ากรมอุทกศาสตร์ ในเรื่องระบบติดตามระดับน้ำทะเล ระดับน้ำขึ้นลง พร้อมศึกษาข้อมูลอุทกศาสตร์ต่างๆ&amp;nbsp;การคาดการณ์ระดับน้ำทะเล และการประเมินสถานการณ์การรุกล้ำของน้ำเค็ม เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณากรอบแนวทางมาตรการและแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับการรุกล้ำของน้ำเค็มบริเวณปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะยาว ตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยที่ประชุม กนช. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย&amp;nbsp; เพื่อร่วมศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ เสนอแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนและระยะยาว จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ อาทิ สทนช. กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรุงเทพมหานคร กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่ส่งผลให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำ 4 สายหลัก ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำบางปะกง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ชุดดังกล่าวนัดแรกในวันที่ 8 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการหลายหน่วยงานด้านน้ำ เพื่อหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนที่จะถึงนี้ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีระบบป้องกันน้ำท่วมของตนเองและระบบคูคลองที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัดปริมณฑลเพื่อการระบายน้ำ และการจัดหาพื้นที่แก้มลิงรองรับน้ำฝนและเก็บกักน้ำไว้ใช้ โดยประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทานและจังหวัดปริมณฑล ในการควบคุมปริมาณน้ำในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมาณน้ำนอกพื้นที่ตอนบนกรุงเทพมหานครเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งสองพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงท่วมซ้ำซากในเขต กทม.ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ขณะที่การแก้ไขปัญหาน้ำเค็มเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา สำนักการระบายน้ำได้ร่วมมือกับกรมชลประทาน การประปานครหลวงและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ปฏิการผลักดันลิ่มน้ำเค็ม (Water Hammer Operation) ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาที่สถานีสูบน้ำสำแล จังหวัดปทุมธานี โดย กทม.ใช้สถานีสูบน้ำของอุโมงค์ระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำในแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาในการสูบน้ำช่วยปฏิบัติการดังกล่าว หากช่วงใดมีค่าความเค็มเกินมาตรฐานและอาจส่งผลกระทบต่อการเกษตร หรือสัตว์น้ำในพื้นที่ จะใช้วิธีการควบคุม การปิดเปิดประตูระบายน้ำ ลดการนำน้ำที่มีความเค็มจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาไหลเวียน โดยจะใช้น้ำจากโรงบำบัดน้ำเสียของกรุงเทพมหานครที่ผ่านการบำบัดแล้ว รวมกับน้ำพื้นที่มาใช้เพื่อเจือจางความเค็มในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นการดำเนินการในช่วงฤดูแล้ง โดยคาดว่าช่วงที่จะมีค่าความเค็มสูงขึ้นหลังจากนี้จะมีอีก 2 ช่วง คือ 17-19 เม.ย. และ 28 เม.ย.- 3 พ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่แผนปฏิบัติการที่แต่ละหน่วยงานจะเร่งดำเนินการร่วมกันทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันแล้ว&amp;nbsp; สทนช. จะนำข้อมูลการศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาวะวิกฤติ ทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำ ภายใต้โครงการนำร่องศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำกับระบบการประเมินด้านเศรษฐกิจและและพัฒนาระบบบัญชาการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาวะวิกฤติโดยพิจารณาครอบคลุมทั้ง 22 ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;ทั้งมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้มาใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำเชิงนโยบาย โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่เป็นตัวชี้วัดบ่งชี้ภาวะน้ำแล้งแบบบูรณาการ เพื่อประกอบการกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้ภาวะปกติและภาวะวิกฤติ การใช้แบบจำลองเศรษฐกิจและอุทกวิทยา เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของทุกหน่วยงานที่จะทำงานร่วมกันทั้งในภาวะปกติ หรือภายใต้การบัญชาการของศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจเมื่อเกิดกรณีวิฤติด้านน้ำในพื้นที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98659</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรมชลประทาน, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กรมอุทกศาสตร์, ชป., ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, นายณรงค์ เรืองศรี, นายประพิศ จันทร์มา, นายมนต์ชัย มโนสมุทร, น้ำท่วม, ฤดูฝน, สทนช., สำนักการระบายน้ำ, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, แผนป้องกันน้ำท่วมกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d6e04db051.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดักขยะ&#039;คลองลาดพร้าว&#039;   ขจัดมลภาวะคลองหลักใจกลางเมืองกรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครื่องดักขยะในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยบรรเทาปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขยะในกรุงเทพมหานครนับว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดีว่า มีปริมาณมาก โดยในปี 2562 มีปริมาณขยะเฉลี่ย 10,500 ตันต่อวัน ปัจจัยหลักที่ขยะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มาจากการขยายตัวของเมืองและประชากรเข้ามาอาศัยอยู่ที่มากขึ้น รวมทั้งยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง และการขาดความตระหนักถึงปัญหาขยะของคนเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น สิ่งที่คนเมืองต้องเจอจากปัญหาขยะ ไม่เพียงแค่ขยะบนบกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงขยะเวลาที่เกิดน้ำท่วมขังในบางจุดของกรุงเทพฯ ที่เป็นผลมาจากการระบายน้ำไม่ทันของคูคลอง แม้ว่าในเขตกรุงเทพมหานครจะมีจำนวนคูคลองทั้งหมดกว่า 1,600 คูคลอง มีความยาวกว่า 2,600 กิโลเมตร ในจำนวนนี้มีคลองประมาณกว่า 900 คลอง ความยาว 1,300,000 เมตร ที่ใช้เป็นช่องทางหลักในการระบายน้ำจากกรุงเทพมหานครลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและลงสู่ทะเล แต่กลับพบปัญหาขยะจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลการเก็บขยะในคูคลอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558&amp;ndash;2562 เป็นระยะเวลา 5 ปี ของสำนักงานเขต สำนักการระบาย และสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร พบว่า สามารถรวมปริมาณขยะที่เก็บได้กว่า 380,000 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนในชุมชนช่วยกันตักขยะจากคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากมองในส่วนของคลองเส้นหลักใจกลางเมือง อย่างคลองลาดพร้าว ในแค่ระยะทาง 12 กิโลเมตร จากความยาวทั้งหมดของคลองกว่า 20 กิโลเมตร ต้องแบกรับขยะที่มีถึง 4-5 ตัน/วัน ช่วง 12 กม.ดังกล่าวนี้ ก็คือจากทางปากคลองแสน-เส้นปากคลองหลุมไผ่ ซึ่งทางกรุงเทพมหาคน ก็ได้มีจัดการขยะโดยใช้แพดักขยะไม้ไผ่จำนวน 2 อัน สามารถดักขยะได้ประมาณ 2 ตัน/วัน ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ส่วนขยะในคลอง มีทั้งโทรทัศน์ เตียง ตุ๊กตา ขาวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะขยะพลาสติกทั้งที่เป็นถุง ขวดน้ำ หรือมาในรูปแบบ ถุงดำที่ใส่ขยะมัดปากแล้ว ก็มีจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิโคคา-โคลา โดยบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย และสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร จัดทำโครงการติดตั้งเครื่องดักขยะในคลองลาดพร้าว จำนวน 2 เครื่อง โดย &amp;quot;คลองลาดพร้าว&amp;quot; ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการทำความสะอาดแม่น้ำ 9 แห่งทั่วโลก ภายใต้การเป็นพันธมิตรร่วมกันระหว่างมูลนิธิโคคา-โคลา ที่มอบเงินรวม 11 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 345 ล้านบาท ให้แก่โครงการ Benioff Ocean Initiative ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา ในการสนับสนุนโครงการเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อดักจับขยะจากคลอง ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดแยก เพื่อนำไปกำจัดและรีไซเคิลอย่างถูกต้อง ควบคู่ไปกับการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ สร้างความตระหนักรู้แก่ชุมชนและส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นันทิวัต ธรรมหทัย ผอ.องค์กรสัมพันธ์ มูลนิธิโคคา-โคลา และเจมส์ สกอทท์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คลองลาดพร้าวในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็น 1 ในแม่น้ำ 9 แห่งที่ได้ถูกคัดเลือก เพื่อทำให้สะอาด ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ไร้ขยะในแม่น้ำลำคลอง เหตุผลเพราะคลองลาดพร้าวเป็นคลองที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เชื่อมต่อระหว่างคลองแสนแสบและคลองสอง เป็นระยะทางยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ที่ได้รับเลือกผ่านการหารือ และพูดคุยระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพฯ ทีมงาน Urban Action และผู้นำชุมชน โดยคลองลาดพร้าวนับเป็นคลองที่ประสบปัญหามลพิษขยะเป็นจำนวนมาก และจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน จากเดิมที่หน่วยงานในพื้นที่และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างก็ทำงานอย่างหนักในการช่วยทำความสะอาดคลองอยู่แล้ว แต่ขยะในคลองยังคงมีปริมาณมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจัดการที่ไม่เหมาะสมของชุมชนริมคลอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การได้ร่วมสนับสนุนในโครงการติดตั้งเครื่องดักขยะในคลองลาดพร้าว ที่ผลิตขึ้นในประเทศจำนวน 2 เครื่อง และเริ่มทำงานตั้งแต่ในเดือนมิถุนายน 2563 ภายใต้การทำงานของมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย โดยการดักขยะจากอุปกรณ์ทั้งสองนี้จะใช้เวลาดำเนินงาน 5 วันต่อสัปดาห์ คาดว่าจะช่วยดักจับขยะได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติก ก่อนจะนำไปตากให้แห้งและคัดแยก ที่สถานที่คัดแยกในเขตลาดพร้าว ส่วนขยะที่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้องและเหมาะสม และตลอดกระบวนการทำงานจะมีการบันทึกปริมาณและประเภทของขยะที่เก็บรวบรวมได้อย่างถี่ถ้วน เพื่อนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาโครงการการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชุมชนริมคลอง อีกทั้งยังช่วยให้ขยะไม่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายเจมส์ สกอทท์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย ที่มีส่วนในการคัดเลือกคลองลาดพร้าว ในการเป็นโมเดลการใช้เครื่องดักขยะ กล่าวว่า ในช่วงที่เริ่มทำโครงการนี้ทางมูลนิธิได้มีการสำรวจคลองหลักๆ ในกรุงเทพฯ 3-4 คลอง เพื่อดูว่าคลองไหนเหมาะที่ทำการเสนอในโครงการทำความสะอาดแม่น้ำ 9 แห่งทั่วโลก เพื่อติดตั้งเครื่องดักขยะ มากที่สุด หลังจากสำรวจเสร็จก็มีการได้ปรึกษาพูดคุยกับกรุงเทพฯ หน่วยงานสำนักการระบายน้ำ และผู้นำชุมชนก็พบว่าคลองลาดพร้าวเหมาะสมที่สุด เพราะโดยสภาพทั่วไปของคลองลาดพร้าวจะเห็นว่ามีบ้านเรือนสร้างรุกล้ำเข้ามาในเขตคลอง ทำให้ส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำ ซึ่งตอนนี้ภาครัฐก็ได้เข้ามาช่วยในการสร้างบ้านประชารัฐประมาณ 3,000 หลัง สร้างระบบการระบายน้ำที่ดีและเหมาะสมเป็นส่วนสำคัญมาก เพราะแม้ว่าคลองจะมีขนาดเล็ก แต่กลับมีปริมาณขยะมาก ต่อมาได้รับความเห็นชอบจากสำนักการระบายน้ำ และเหล่าผู้นำชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; หลังจากได้ผ่านการลงมติจากทุกฝ่ายก็ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ในการติดตั้งเครื่องดักขยะจำนวน 3 เครื่อง ในจำนวนนี้ทางมูลนิธิโคคา-โคลา ได้สนับสนุน 2 เครื่อง โดยเครื่องนี้ผลิตในไทย ต้นทุน 2.5 แสนบาท/เครื่อง เพื่อมาเสริมเครื่องดักจับขยะเดิมของทางกรุงเทพฯ ในระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร สามารถรวบรวมขยะจากคลองลาดพร้าวได้กว่า 50 ตัน หรือ 50,000 กิโลกรัม โดยมีปริมาณขยะที่เก็บได้สูงสุดมากกว่า 2,000 กิโลกรัม/วัน แบ่งเป็นขยะที่รีไซเคิลได้ 20-30% ในจำนวนนี้ ไม่รวมถึงขยะอินทรีย์ขนาดใหญ่ เช่น ผักตบชวาและกิ่งไม้ ซึ่งขยะที่เก็บได้มากที่สุดคือถุงพลาสติก ควบคู่ไปกับขยะอื่นๆ อย่างภาชนะโฟมแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ขวดพลาสติก ขวดแก้วจำนวนมาก หรือบางทีก็มีขยะมาเป็นถุงใหญ่มัดปาก เหมือนกับการทิ้งขยะบนบก &amp;rdquo; เจมส์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนชุมชนคลองลาดพร้าวนำขยะมาตากให้แห้งและคัดแยกไปรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับลักษณะของเครื่องดักขยะชนิดนี้ เจมส์ได้ให้ข้อมูลว่า การออกแบบได้ให้ตัวเครื่องมีส่วนแขน ที่สามารถกางและยืดออกไปได้ยาวตามพื้นที่ แต่เนื่องจากลักษณะของคลองลาดพร้าวและการสัญจรในคลอง ทำให้ไม่สามารถทำให้เครื่องยืดได้ตามขนาดพื้นที่ หรือถ้าให้ดีที่สุดคือ 45 องศา และภายใต้แขนก็จะประกอบด้วยครีบ ที่จะสามารถช่วยดักจับขยะได้มากขึ้น และมีความทนทาน แต่ด้วยปัจจัยทางการเดินเรือต่างๆ ทำให้ยืดได้สั้น แต่ก็ยังสามารถดักจับขยะได้ถึงวันละ 1 ตัน โดยเครื่องจะทำงาน 5 วัน/สัปดาห์ แต่จะให้ดีในระยะคลองประมาณ 12 กิโลเมตร น่าจะมีเครื่องดักขยะประมาณ 6 เครื่อง โดยเป็นการเสริมเครื่องดักขยะเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ทั้งนี้ เราได้คนในชุมชนจำนวน 9 คน มาร่วมทำงานช่วยเก็บขยะบนเรือ และคัดแยกเพื่อเป็นสร้างรายได้ โดยในระยะเวลา 3 ปี ก็คาดว่าจะมีการดักจับขยะ และจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทางโครงการก็จะคอยประเมินระบบทำงานเครื่องดักขยะ เพื่อเป็นแนวทางในอนาคตที่จะทำร่วมงานกับนักศึกษาเพื่อพัฒนาตัวเครื่องให้มีประสิทธิภาพและดียิ่งขึ้น และเป็นโมเดลให้กับคลองอื่นๆ หลังจากโควิด-19 หายไป ก็จะเดินหน้าขยายสู่องค์กรที่สนใจในการจัดการขยะต่อไป&amp;quot; เจมส์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายตุ้ม ปิโย หัวหน้าหน่วยเก็บขยะทางน้ำ หน่วยลาดพร้าว 56 กลุ่มงานบำรุงรักษาคลอง 1 กองระบบคลอง สำนักการระบายนํ้า กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า คลองลาดพร้าวเป็นหนึ่งในคลองสายหลักของกรุงเทพฯ ซึ่งมีระยะกว่า 20 กิโลเมตร จากปากคลองลาดพร้าว ยาวไปจนถึงคลองสองสายใต้ ในปัจจุบันตนดูแลในระยะประมาณ 12 กิโลเมตร เริ่มจากปากคลองแสนแสบ-คลองหลุมไผ่ ในส่วนขนาดของคลองตอนนี้กว้างเพิ่มขึ้น 38 เมตร จากเดิมอยู่ที่ 16-30 เมตร เพราะทางกรุงเทพฯ ได้เข้ามาดำเนินการสร้างบ้านประชารัฐและเขื่อนคลองลาดพร้าว ทำให้มีการระบายและกลิ่นที่ดีขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นที่มีบ้านที่รุกล้ำเข้ามาในคลอง ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าทำไม่ได้ และขยะก็เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าหน่วยเก็บขยะ กล่าวอีกว่า ยิ่งในหน้าฝนมีขยะที่ถูกชะล้างมา ทำให้ปริมาณขยะยิ่งมากขึ้น เราต้องเก็บขยะมากถึง 4-5 ตัน/วัน หรือมากกว่านั้น จากในช่วงปกติที่ฝนไม่ตกก็จะเก็บขยะประมาณ 2-3 ตัน/วัน ด้วยแพดักขยะไม้ไผ่คอยดัก 2 จุด แบ่งเก็บวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นทุกวัน เพราะขยะมีอยู่ตลอดไม่เคยลด ตนคิดว่าพอมีเครื่องดักขยะเข้ามาเพิ่มอีก 3 เครื่อง ก็สามารถช่วยเพิ่มการดักจับขยะได้อีก 1 ตัน หรือบางวันก็ 2 ตัน ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดักเก็บขยะได้มากถึง 5-6 ตัน/วัน และช่วยในการระบายน้ำในช่วงฝนตกให้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญคือความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชน ที่จะไม่ทิ้งขยะลงคลอง หรือหากจะทิ้งสามารถเรียกเรือเก็บขยะเราได้เลย เพราะมีขยะชิ้นใหญ่อย่างโซฟา เตียง ค่อนข้างที่จะเก็บยาก และทำให้อุดตันการระบายน้ำ เพราะปัจจุบันหลายองค์กรในประเทศไทยต่างช่วยกันเดินหน้าหาแนวทางแก้ไข เพื่อลดปัญหาขยะเหล่านี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้น นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแก่คลองในกรุงเทพมหานคร และช่วยบรรเทาวิกฤติระดับโลกได้อย่างประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะคลองลาดพร้าว, คลองในกรุงเทพฯ, นสพ.ไทยโพสต์, บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด, มูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย, สำนักการระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5dfb76d5848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมเปิดเทอมวันแรก! &#039;บางนา-ศรีนครินทร์&#039; รถติดหนัก เจอฝนตกหนักสูงสุด 51.0 มม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า ขณะนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกปานกลาง ปริมาณฝนรวมสูงสุดที่จุดวัดคลองบางนา-ถ.ศรีนครินทร์ เขตบางนา 51.0 มม. สถานีสำโรง อ.เมืองสมุทรปราการ 44.5 มม. สำนักงานเขตพระโขนง 21.5 มม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำในถนนสายหลัก ที่สำนักการระบายน้ำรับผิดชอบ จำนวน 1 รายการ (ปัจจุบันแห้งเป็นปกติ)
- ถนนสุขุมวิทขาเข้า บริเวณสุดเขต กทม.-คลองบางนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานค่าระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกวันนี้ ( 16 พฤษภาคม 2562 )
- ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี) (ระดับวิกฤติ +0.90) เวลา 07.00 น. ระดับ -0.53 ระดับน้ำปกติ
- ประตูระบายน้ำลาดกระบัง (ระดับวิกฤติ +0.60) เวลา 07.00 น. ระดับ -0.66 ระดับน้ำปกติ
- ประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้) (ระดับวิกฤติ +1.80) เวลา 07.00 น. -0.12 ระดับน้ำปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เว็บไซต์ข่าวจราจร สวพ.FM.91 ระบุว่าในพื้นที่สมุทรปราการ น้ำท่วมขังผิวจราจร หลังฝนตกหนักช่วงเช้ามืด
06.45 น. แยกแบริ่ง - ลาซาล น้ำท่วมขัง ถนนศรีนครินทร์ ขาเข้า ท้ายแถวสะสมใกล้แยกการไฟฟ้า สมุทรปราการ ขาออก ท้ายแถวสะสมตัดถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนสุขุมวิท แบริ่ง - แยกสำโรงเหนือ น้ำท่วมขังผิวจราจร การจราจรติดขัดมาก ขาออก ท้ายแถวสะสมคลองบางนา และขาเข้า ท้ายสะสมใกล้ช้างสามเศียร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนเทพารักษ์ ขาเข้า มุ่งหน้าแยกสำโรงเหนือ ท้ายสะสมใต้ทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนทางรถไฟสายเก่า ขาเข้า จากปู่เจ้าสมิงพราย มุ่งหน้าแยกสรรพาวุธ ติดขัดมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพมหานคร, จ.สมุทรปราการ, ฝนตกรถติด, สำนักการระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcc1eb8210d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนตกหนักหวั่นเปิดเทอมอ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยยังคงมีฝนต่อไป อุตุฯ เตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก กทม.และปริมณฑลโอกาสมีฝนร้อยละ 60 และมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 13-14 พฤษภาคม ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้จากทะเลจีนใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 13 พ.ค. มีฝนปานกลางถึงหนักบริเวณเขตดินแดง ราชเทวี พญาไท ป้อมปราบฯ พระนคร ดุสิต จตุจักร บางซื่อ บางพลัด ต่อเนื่อง จ.นนทบุรี และฝนเล็กน้อยบริเวณเขตสวนหลวง บึงกุ่ม ลาดพร้าว ห้วยขวาง ปริมาณฝนรวมสูงสุด เขตดุสิต 39.0 มม. รอบนอกฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง จ.ชลบุรี เคลื่อนตัวทิศเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกลงมา ทั้งบริเวณย่านบางพลัด สะพานซังฮี้ งามวงศ์วาน แยกพงษ์เพชร วงเวียนบางเขน ราชดำเนิน บางศรีเมือง บางใหญ่ และ จ.นนทบุรี นอกจากนี้ บริเวณถนนพิชัยและถนนสุโขทัย อาคารรัฐสภามีต้นไม้ล้ม ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9100</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, คลื่นกระแสลม, พยากรณ์อากาศ, ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม, สำนักการระบายน้ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อันตรายจากฝนตกหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af83b26bd022.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
