<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039; ของขึ้น! จ้วงยับ &#039;ปิแย-ก๊วนพิการนิ้ว&#039; โกหกหน้าด้านๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย. 64&amp;nbsp;- นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า โกหกหน้าด้านๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอ้พวกสัปดนเกิดในแผ่นดินไทย &amp;nbsp;แต่ดันไปชื่นชมประเทศอื่น &amp;nbsp;ความจริงคนพวกนี้ &amp;nbsp;ควรจะย้ายตัวเองไปอยู่ที่ๆตัวเชิดชู &amp;nbsp;จะได้สบายอกสบายใจ &amp;nbsp;อยู่เมืองไทยอึดอัดนักละก้อ &amp;nbsp;ประเทศไหนดีกว่ารีบๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พองบประมาณเข้าสภาที &amp;nbsp;พวกคลั่งฝรั่งเศส &amp;nbsp;ไม่ว่าจะปิแย หรือพวกพิการนิ้ว &amp;nbsp;ก็เอาเรื่องโกหกออกมาฉายซ้ำ &amp;nbsp;ทั้งๆที่รู้ว่า &amp;nbsp;ไม่จริง &amp;nbsp;ไม่ใช่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ขอให้ได้โกหก &amp;nbsp;หลอกสาวกที่โง่ๆ ให้หลับหูหลับตาเชื่อ &amp;nbsp;กดยากล่อมประสาท &amp;nbsp;สร้างชุดความคิด &amp;nbsp;ให้เกิดแผ่นเสียงตกร่อง ย้ำคำย้ำเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนพวกนี้มีความเก่ง &amp;nbsp;ในการสร้างเรื่องให้ตัวเองเป็นตำบลกระสุนตก หรือจะหิวแสง &amp;nbsp;กลัวโลกลืม ให้คนที่รักความถูกต้องเอาความจริงออกมาเอากระแทกใส่หน้า ชอบความเจ็บปวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันไหนไม่ได้กระแซะสถาบันคงจะอกแตกตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โกหกหน้าด้านๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105413</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5154ed3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวแต่งตั้ง 2 รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี &amp;nbsp;ไตรสรณกุล &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติตามที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบงานการข่าว(นักการข่าวทรงคุณวุฒิ) กลุ่มงานที่ปรึกษา ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นายรุ่งศักดิ์ ปิยะรัตน์ ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ (นักการข่าวทรงคุณวุฒิ) กลุ่มงานที่ปรึกษา ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96235</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์, รุ่งศักดิ์ ปิยะรัตน์, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb0ce3422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรอง ผอ.ข่าวกรองฯ ร่อนจดหมายประณาม &#039;ผู้แทน อียู&#039; ในไทยให้ท้ายม็อบ 3 นิ้ว-จุ้นกิจการภายใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อียู​: ท่าทีที่น่ารังเกลียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงอียูในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ไม่พอใจบทบาทหน้าที่​ และท่าทีของอียูประจำประเทศไทย​ ที่ทำหน้าที่ไม่สมบทบาททางการทูตที่จะต้องส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอียูกับไทย &amp;nbsp;ประสานผลประโยชน์ระหว่างอียูและไทยให้แน่นแฟ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่​ทุกวันนี้​ ผู้แทนอียูประจำไทยกลับทำหน้าที่ไม่สมบทบาทหน้าที่​ &amp;nbsp;ทำตัวเป็นเอ็นจีโออียูประจำไทย &amp;nbsp;ทำหน้าที่รับลูกกับท่าทีการเคลื่อนไหวของเอ็นจีโอไทย ที่ต่อต้านสถาบันฯและต่อต้านมาตรา &amp;nbsp;112​ &amp;nbsp;ซึ่งการกระทำ​ดังกล่าว​ กระทบกับความมั่นคงของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพูดแทนคนไทยทั้งประเทศว่า &amp;nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ &amp;nbsp;และจะไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นเหยียดหยาม​ &amp;nbsp;เราหวังว่า อียูจะไม่ร่วมสนับสนุนการกระทำของพวกหมิ่นสถาบันในไทย &amp;nbsp;และขอยืนยันว่า​ มาตรา 112 &amp;nbsp;ยังมีความจำเป็นที่ต้องคงไว้ &amp;nbsp;และกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งทำลายใคร &amp;nbsp;ยกเว้นกลุ่มคนที่มีอยู่ไม่ถึง .001% &amp;nbsp;ที่มุ่งทำลายบั่นทอนสถาบันฯ​ และกระทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ผู้แทนอียูยึดแนวทางการทูตที่นางแมร์เคิล​ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ไม่ต้องการให้ประเทศใดมาสั่งใครทำอะไรหรือต่อต้านประเทศใด &amp;nbsp;แต่ต้องมุ่งเดินไปข้างหน้าด้วยกันเพื่อฟื้นฟูความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำไว้ &amp;nbsp;คนไทยไม่ชอบให้ประเทศใดมาจุ้นจ้านวุ่นวายกับเรื่องภายในประเทศของเรา&lt;/p&gt;


	ขนลุกซู่ &amp;#39;อดีตบิ๊ก ศรภ.&amp;#39; เตือนแกนนำ 3 นิ้วที่รู้ &amp;#39;ความลับ&amp;#39; มามาก ขอให้ระวังตัวให้ดี!
	&amp;#39;ไผ่&amp;#39; ควง &amp;#39;ทราย&amp;#39; รณรงค์เลิก 112 ผวาเริ่มจับจริง!มีอีกกว่า 50 คน
	อุ๊ต๊ะ!ใกล้ถึงเส้นชัยอีกแล้ว &amp;#39;3 นิ้ว&amp;#39; นัดกันไปนับหนึ่งถึงล้าน ที่อนุสาวรีย์ ปชต.
	&amp;#39;กนก&amp;#39; มาแล้ว!จวกยับ ครูบาอาจารย์บางคนไร้ความรับผิดชอบ เชิญผู้ต้องหา ม.112 มาสอนเด็ก
	คณะเศรษฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ แจงปมเชิญ &amp;#39;ปวิน&amp;#39; สอนออนไลน์วิชาการต่างประเทศ
	ชาว 3 นิ้วรู้ยัง &amp;#39;วัดสระเกศ&amp;#39; ออกประกาศปิด 14 กุมภา ทำความสะอาดป้องกันโควิด-19

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92866</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, ม็อบ13กุมภาพันธ์, ม็อบราษฎร, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, อียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_60063c7182ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตบิ๊กข่าวกรอง ซัดแก๊งวีโว่ก่อเหตุปะทะตำรวจ ทำลายความชอบธรรม-ด้อยค่าม็อบพม่าประท้วงรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ&amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Nantiwat Samart ว่า เลอะเทอะ เมื่อวานนี้ (1 ก.พ.)​ มีเหตุการณ์ประหลาดและทุเรศที่สุดในความพยายามเคลื่อนไหวแสดงออกทางการเมืองที่มีแกนนำบ้าเลือด อยากให้​มีเรื่อง​ เกิดความรุนแรง​ ให้มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมทุกครั้ง แต่ดันเรียกตัวเองว่า เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมโดยสงบ เกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจทางทหารในพม่า ไม่ใช่เรื่องจะที่เกินความคาดหมาย ชาวพม่าที่อยู่อาศัยในไทยจะต้องแสดงออกไม่เห็นด้วยที่หน้าสถานทูตพม่า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ไม่น่าแปลกใจ
แต่ดันมีคนไทยบางกลุ่มไปแย่งซีนฉวยโอกาสที่คนพม่าประท้วงที่สถานทูตพม่า ไปร่วมประท้วงและสร้างความรุนแรง​ ปั่นป่วน​ ผู้สื่อข่าวต่างชาติเรียกเหตุการณ์ที่คนไทยไปสร้างความวุ่นวายและปะทะกับตำรวจที่หน้าสถานทูตพม่าว่า​ เป็นการไฮแจ๊ก Hi Jacked ทำลายความชอบธรรม​ ลดคุณค่าของการชุมนุมประท้วงของคนพม่าให้ด้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเดียวกันนั้น มีการชุมนุมของคนพม่าที่ตลาดกลางกุ้งที่ตลาดมหาชัย ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย​ จบลงด้วยดี อย่างนี้ต้องเรียกว่า เลอะเทอะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91788</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดวีโว่, นันทิวัฒน์ สามารถ, รัฐประหารเมียนมา, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_60063c7182ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกรับมือม็อบ 14 ตุลา วางแผนเผชิญเหตุ คุมเข้มไทยคู่ฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลกรณีการชุมนุมประท้วง โดยมี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคมนี้

โดยกองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 และสำนักข่าวกรองฯ ได้รายงานสถานการณ์ด้านการข่าวในปัจจุบัน โดยได้เสนอแผนเผชิญเหตุในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลและแผนการรักษาความปลอดภัยในทำเนียบฯของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านกองสถานที่ยานพาหนะ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงรายชื่อผู้ประสานงานหลักประจำกองอำนวยการร่วม และผู้ปฏิบัติงานประจำพื้นที่ตลอดจนรายการทรัพย์สินของทางราชการที่ใช้ในภารกิจประกอบแผนเผชิญเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79862</URL_LINK>
                <HASHTAG>14ตุลา, กรุงเทพมหานคร, กองทัพบก, กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3, ทำเนียบรัฐบาล, ม็อบปลดแอก, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ed16ab272b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตบิ๊กข่าวกรอง จี้ผู้บริหารจุฬาฯ เร่งหาตัวคนสวมชุดครุยร่วมม็อบ เห็นแล้วไม่สนุกด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทำอย่างนี้ได้หรือภาพที่มีคนแต่งตัวใส่เสื้อครุยของจุฬา​ฯ​ และติดตราพระเกี้ยวด้วย&amp;nbsp;มีคำถามว่า​ คนเหล่านั้นเป็นบัณฑิตที่จบจากจุฬาฯ​จริงหรือไม่​ หากไม่ใช่บัณฑิตที่จบจากจุฬา​ พรบ.จุฬา​ มีบทบัญญัติ​ มาตรา​ 69 ระบุคนที่มีสิทธิใส่และบทลงโทษผู้ที่ไม่มีสิทธิใส่ครุยบัณฑิตจุฬาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ไม่รู้เจตนาของคนใส่ครุยไปชุมนุมประท้วง​ คิดอะไรในใจ​ ถึงได้เอาครุยไปใส่เดินเล่น​ ยิ่งถ้าคนนั้นเป็นนิสิตหรือบัณฑิตจุฬา​ ยิ่งเศร้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงต้องถามอธิการบดีและผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ได้เห็นภาพเหล่านี้แล้วหรือยัง​ ท่านจะสอบสวนมั้ยว่า​ คนเหล่านี้ใช่นิสิตหรือบัณฑิตจุฬาฯ​ มีสิทธิใส่มั้ย​ ทำให้จุฬาฯเสียหายมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยใส่ครุยนี้สองครั้ง​ ด้วยความภาคภูมิใจ​ แต่ภาพข้างต้น​ เห็นแล้วไม่สนุกด้วยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74744</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, ม็อบปลดแอก, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, เสื้อครุยจุฬาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a782ab765b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผอ.ข่าวกรองชำแหละแก๊ง&#039;ชักศึกเข้าบ้าน&#039;หวังเอาฝรั่งเสริมภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดีขึ้นลำดับสากล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.62 - นายภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เขียนบทความเรื่อง &amp;quot;อย่าชักศึกเข้าบ้าน&amp;quot; เผยแพร่ผ่าน โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ ดอน ปรมัตถ์วินัย ได้แสดงท่าทีของรัฐบาลไทยต่อการกระทำของบรรดา &amp;ldquo;ทูตเผือก&amp;rdquo; ทั้งหลาย นับว่าเป็นการแสดงจุดยืนที่มั่นคงของที่มั่นคงของไทย ไม่มากและไม่น้อยเกินไป และอิงข้อตกลงระหว่างประเทศแบบมวยหลัก คนไทยสบายใจที่มีรัฐมนตรีต่างประเทศแบบท่านดอนที่ดูแลผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของชาติ จากประสบการณ์การเป็น &amp;ldquo;นักการทูตมืออาชีพ&amp;rdquo; ตลอดชีวิตการทำงานของท่านได้แสดงจุดยืนของประเทศอย่างมั่นคง ที่ทำให้ฝรั่งสะอึกไปเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านรัฐมนตรีได้เตือนคนไทยไว้ว่า &amp;ldquo; เราทุกคนจะต้องช่วยกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ช่วยกันดันและยกระดับประเทศ แทนที่จะช่วยฉุดประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ ประโยชน์ที่พึงได้ต่อประเทศก็จะเสียไป.......การต่างประเทศไม่ได้มาจากคนที่ทำงานด้านการต่างประเทศเท่านั้น แต่ทุกภาคส่วนสามารถช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศของตัวเองมีฐานะที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศได้.......อย่าทำอะไรแบบไม่คิดอ่านให้รอบคอบ ไม่ตระหนักถึงผลดีผลเสีย ไม่ดูหน้าดูหลังอะไรทั้งสิ้น หรือจะเอาแต่ประโยชน์ฝ่ายเดียว ไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะทำขยายวง ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาภายในบ้านเมือง ในภูมิภาค และกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้น เราอย่าไปโทษฝรั่งฝ่ายเดียว แต่มีคนไทยบางกลุ่มที่ขอบ &amp;ldquo;ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน&amp;rdquo; โดยหวังเอาฝรั่งมาเสริมภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดีขึ้นทำนองว่า ตัวเองขึ้นลำดับ &amp;ldquo;สากล&amp;rdquo; แล้ว ส่วนฝรั่งก็หวังจะใช้เป็น &amp;ldquo;ตัวสำรอง&amp;rdquo; ในขณะที่ &amp;ldquo;ตัวจริง&amp;rdquo; ชักขายไม่ออก การเชิญเอกอัคราชทูตและอุปทูตไปรับ &amp;ldquo;บันทึกช่วยจำ&amp;rdquo; ถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงพอสมควร แต่ฝรั่งอเมริกันและสหภาพยุโรปได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทำนองว่าที่ไหน ๆ เขาก็ทำกันทำนองว่าเป็นเรื่องปกติในวงการทูต แม้จะมีข้อตกลงว่าด้วยแนวทางปฏิบัติทางการทูตจากการประชุมสหประชาชาติ ค.ศ.1961 มาตรา 41 ที่อ้างอิงอนุสัญญากรุงเวียนนาค.ศ.1815 ก็ไม่ได้ทำให้ทูตพวกนี้สำนึกแต่อย่างใด แต่ยัง &amp;ldquo;แถ&amp;rdquo; แบบเอาสีข้างเข้าถูกไปเรื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศจัดการกับเรื่องนี้ได้ดีพอสมควร แต่ต้องดำเนินการต่อไปและต่อเนื่อง และต้องทบทวนระเบียบปฏิบัติที่ทางการไทยได้ &amp;ldquo;ผ่อนปรน&amp;rdquo; ให้กับทูตต่างประเทศตลอดมา นับแต่นี้ไป กระทรวงฯ ต้องทำความเข้าใจกับกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องของไทยมากขึ้น เพราะข้อตกลงข้อที่ 41 ระบุไว้ชัดเจนว่า กิจกรรมทางการที่ทูตทำนั้นต้องทำที่กระทรวงต่างประเทศเท่านั้น จะเอาอะไร จะพบกับใคร จะเดินทางไปไหน กระทรวงต่างประเทศจะเป็นคนจัดการให้ อยากทราบเรื่องราวอะไร กระทรวงต่างประเทศจะบรรยายสรุปให้ ไม่ใช่ว่าทูตนึกจะทำอะไร จะไปไหนก็ไปอย่างที่เป็นอยู่เวลานี้โดยไม่ได้แจ้งให้กระทรวงต่างประเทศทราบ การที่เราผ่อนปรนเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงทูตจะทำอะไรได้ตามใจและกระทบต่อผลประโยชน์ของไทยประชาชนต้องจับตาดูพฤติกรรมของนักการเมืองไทยมากขึ้น ไม่ให้มีพฤติกรรม &amp;ldquo;ชักศึกเข้าบ้าน&amp;rdquo; โดยเอาต่างประเทศมาแทรกแซง กดดันรัฐบาลไทยหรือกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างที่เคยทำมา ครั้งนี้ &amp;ldquo;การจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้หวังผลด้านกฎหมาย&amp;rdquo; เพราะขอกฎหมายยังเป็น &amp;ldquo;สีเทา&amp;rdquo; ที่ยังไม่ชัดเจน เราเห็นว่า การกระทำของทูตเหล่านี้เกินกว่าการสังเกตการณ์ การหาข่าวทั่วไป แต่ข้ามเส้นไปเป็นการ &amp;ldquo;แทรกแซงกิจการภายใน&amp;rdquo; ของไทย แต่ทูตฝรั่งก็อ้างว่าสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องปกติ ขอบแบบนี้เราไม่ว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่เกิดขึ้นตามมา คือ &amp;ldquo;การแซงชั่นทางสังคม&amp;rdquo; ที่คนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าการกระทำของทูตพวกนี้ล้ำเส้นจนเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ดังนั้น จะเห็นว่า ปฏิกิริยาของคนไทยและสื่อมวลชนสวนใหญ่มองว่าการกระทำของทูตเหล่านี้ &amp;ldquo;ล้ำเส้น&amp;rdquo; และประชาชนมีปฏิกิริยาต่อนักการเมืองไทยที่ไปดึงเอาต่างชาติมาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรืออธิปไตยทางศาลของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยรับไม่ได้ ปฏิกิริยาของสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อออนไลน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ จะมีปฏิกิริยาตอบโต้การกระทำดังกล่าวต่อชัดเจนและต่อเนื่อง และเห็นว่า &amp;ldquo;รัฐบาลไทยทำถูกแล้ว&amp;rdquo; แต่ไม่ต้องไกลถึงกับการขับไล่ออกในฐานะบุคคลไม่พึงปรารถนา เพราะหลักฐานทางกฎหมายยังไปไม่ถึงขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลทางกฎหมายยังเป็น &amp;ldquo;สีเทา&amp;rdquo; แต่ผลทางสังคมแยกเป็น &amp;ldquo;ขาว&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ดำ&amp;rdquo; เห็นได้ชัดเจน และเกิด &amp;ldquo; โซเชียล แซงชั่น&amp;rdquo; อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง นี่เป็นบทเรียนสำหรับหน่วยงานของรัฐที่อย่าไปเกรงใจฝรั่งมากเกินไป เราต้อง &amp;ldquo;ไม่ให้รางวัลแก่ผู้ที่ผิดมรรยาททางการทูต&amp;rdquo; ที่จะทำให้ทูตพึงสำนึกบ้าง คนเป็นทูตก็ต้องมีมรรยาททางการทูตด้วย แม้สิ่งที่ทำอาจไม่ผิดข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่โดยมรรยาทเขาไม่ทำกัน ถ้าหากทูตพวกนี้ไปทำแบบนี้ในเมืองจีน ไปยืนสนับสนุนกลุ่มอุยกูร์ หรือทูตฝรั่งไปยืนเชียร์พรรค ดี.เอ.พี.ในมาเลเซีย อาจถูกรัฐบาลจีนและมาเลเซียประกาศเป็น &amp;ldquo;บุคคลไม่พึงปรารถนา&amp;rdquo; ไปแล้วก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ &amp;ldquo;เปิดเผย&amp;rdquo; ของบางสถานทูตในไทยนำโดยสหรัฐ ท่านลองนึกดูว่า &amp;ldquo;กิจกรรมทางลับ&amp;rdquo; ที่จารชนต่างชาติอำพรางมาเป็นนักการทูตเข้ามาวุ่นวาย ติดต่อผู้คน จัดตั้ง &amp;ldquo;เครือข่ายแหล่งข่าว&amp;rdquo; ในกลุ่มนักศึกษาปัญญาชน ในสถานทูตก็เต็มไปด้วยพนักงานที่ดักฟังการติดต่อสื่อสารของรัฐบาลและหน่วยงานสำคัญของรัฐตลอด 24 ชั่วโมง มี &amp;ldquo;กองทุนเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย&amp;rdquo; ของรัฐบางวอชิงตันและกองทุนเปิดของจอร์จ โซรอส ที่ให้การสนับสนุนด้านการเงินอย่างเงียบ ๆ กับกลุ่มจัดตั้งตามภาคต่าง ๆ ฯลฯ จะน่ากลัวขนาดไหน อย่าคิดว่า &amp;ldquo;ไทยสปริง&amp;rdquo; เป็นไปไม่ได้ในเมืองไทย เพียงเพื่อการสถาปนารัฐบาลที่สนับสนุนนโยบายของวอชิงตันในการต่อต้านอิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ แม้แต่สนับสนุนการ &amp;ldquo;เปลี่ยนระบอบ&amp;rdquo; หากทำให้ผลประโยชน์ของวอชิงตันได้รับการตอบสนอง เขาก็พร้อมจะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านพบเห็นทูตฝรั่งไปทำลับๆล่อๆที่ไหน โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ ๆ ที่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ ให้ช่วยกันถ่ายรูปและโพสต์ในไลน์ ถ้าทูตไปดีก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเพราะคนไทยจะคอยดูแล หัวหน้าส่วนราชการในต่างจังหวัดที่ทูตไปพบก็ต้องรายงานเข้ากระทรวงซึ่งจะส่งต่อไปยังกระทรวงต่างประเทศต่อไป คนไทยทุกคนนอกจากไม่ฉุดรั้งบ้านเมืองแล้ว ก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับบ้านเมืองด้วย กระทรวงต่างประเทศก็ต้องพบทวนระเบียบปฏิบัติบ้าง อย่าปล่อยให้ทูตต่างชาติทำอะไรข้ามหัวเราอย่างที่เป็นมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน, ชักศึกเข้าบ้าน, ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cba7fc97036d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
