<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ล.ต. เผยผลคะแนน ITA พุ่งหลังปรับปรุงการทำงานป้องกันทุจริต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค. 2564 นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตามที่มีประกาศสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เรื่อง ผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2564 นั้น ก.ล.ต.ได้เข้ารับการประเมินเป็นปีที่ 3 มีคะแนนการประเมินผลในภาพรวมที่ดีขึ้นคิดเป็น 93.79 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 91.79 คะแนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คะแนนที่เพิ่มขึ้นมาจากการยกระดับการทำงานใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงการทำงานที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 86 คะแนน จากเดิม 77.48 คะแนน, การป้องกันการทุจริตที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 100 คะแนน จากเดิม 93.75 คะแนน และด้านประสิทธิภาพการสื่อสารที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 87.12 คะแนน จากเดิม 84.43 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คะแนนการประเมินของ ก.ล.ต. ในปีนี้ที่ 93.79 คะแนน โดยได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มองค์กรที่มีคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานระดับ A ซึ่งมีคะแนน 85 คะแนนขึ้นไป เป็นผลมาจากความตั้งใจและร่วมมือกันของทุกคนในองค์กรทั้งผู้บริหารและพนักงานในการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานให้ดีขึ้นจากปีที่แล้ว ทั้งนี้ ก.ล.ต. มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และจะพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114723</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะแนนทุจริต, รื่นวดี สุวรรณมงคล, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059b00b3ab54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบประมูลสร้างรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ พบพิรุธล็อกสเปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดรับการยื่นซองประมูลหาบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างทางรันเวย์แห่งที่ 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 6 มี.ค.นี้วงเงิน 21,795.941 ล้านบาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบ TOR ของโครงการประมูลฯดังกล่าวพบข้อพิรุธหลายเรื่อง โด ยเฉพาะด้านคุณสมบัติของบริษัทที่จะมีสิทธิเข้าร่วมประมูลซึ่งในอดีตไม่เคยกำหนดการให้คะแนนคุณสมบัติของบริษัทที่เข้าร่วมประมูลว่าจะต้องผ่านเกณฑ์ถึงร้อยละ 85 แตกต่างจาก TOR ที่เคยกำหนดในโครงการประมูลก่อสร้างต่างๆ ที่ผ่านมาของ ทอท. นอกจากนั้นยังมีข้อพิรุธอีกหลายประการ อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มีการกำหนดให้บริษัทที่มีเพียงผลงานซ่อมแซมทางวิ่งในวงเงินเพียง 150 ล้านบาท ก็สามารถเข้าร่วมประมูลโครงการรันเวย์ที่ 3 มูลค่าเกือบ 2.2 หมื่นล้านบาทได้ ซึ่งโดยปกติควรกำหนดเอาผลงานการเคยก่อสร้างสนามบินมาเป็นเงื่อนไขหลัก ไม่ใช่เอาคุณสมบัติแค่เคยซ่อมรันเวย์ก็ให้มาร่วมประมูลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มีการล็อคสเปกให้บริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ภายในประเทศ ที่เคยมีผลงานก่อสร้างหรือซ่อมแซมรันเวย์ภายในประเทศเท่านั้นที่จะสามารถเข้าร่วมประมูลได้ จึงเป็นการปิดกั้นโอกาสที่จะได้บริษัทจากต่างประเทศที่มีความชำนาญและผลงานการสร้างสนามบินในต่างประเทศซึ่งสามารถเข้าร่วมเป็นกลุ่มกิจการร่วมค้า (Joint Venture) หรือนิติบุคคลร่วมทำงาน (Consortium)กับบริษัทไทยได้ แต่ TOR กลับรับเฉพาะบริษัทไทยซึ่งมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ค้าของ ทอท. กลุมงานก่อสร้างโยธา ประเภทที่ 1 เท่านั้น ดังนั้นจึงจะมีบริษัทขนาดใหญ่ที่เคยมีผลงานภายในประเทศเพียง 2-3 บริษัทเท่านั้นที่จะผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเปิดยื่นประมูลใช้เวลาที่รวบรัดมาก โดยเปิดขายเอกสารระหว่างวันที่ 22 ม.ค.-5 มี.ค.63 และให้ยื่นเอกสารประมูลทันทีในวันที่ 6 มี.ค. โดยจะประกาศผลการประมูลในวันที่ 9 มี.ค.63 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก หากไม่มีการเตรี๊ยมกันมาก่อนจะไม่มีทางยื่นประมูลทันตามเวลาที่กำหนดเพราะต้องมีการเตรียมเอกสารทางเทคนิค การจัดทำข้อเสนอในแผนต่าง ๆ รวมทั้งต้องหาสถาบันการเงินมาค้ำประกันซองอีก 540 ล้านบาท ซึ่งงานประมูลที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาทเยี่ยงนี้ กลับเร่งรีบในการรับซองประมูลและประกาศผลในเวลาอันรวดเร็ว จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติผิดวิสัยของการเปิดประมูลงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาทเยี่ยงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำต้องนำข้อพิรุธดังกล่าวไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดทำ TOR และการประมูลก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่รัฐจะเสียหายไปมากกว่านี้ โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันศุกร์ที่ 7 ก.พ.63 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56423</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมูลก่อสร้างรันเวย์, ศรีสุวรรณ จรรยา, สนามบินสุวรรณภูมิ, สำนักงาน ป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3b6b3946426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ษิทรา&#039; ให้ปากคำป.ป.ช. คดีไบโอแมทริกซ์-รถตรวจการไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.63 - ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม เดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. กรณีที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริกซ์ และรถตรวจการไฟฟ้าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วงเงิน 2,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายษิทรา กล่าวว่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ให้มีการตรวจสอบโครงการไบโอแมทริคซ์ โดย ป.ป.ช. ได้มีหนังสือแจ้งให้ตนเข้าให้ปากคำในวันนี้ (9ม.ค.) พร้อมให้ระบุตัวบุคคลที่ต้องการจะให้สอบสวน ซึ่งตนได้นำเอกสารหลักฐานรายงานการใช้งานเครื่องไบโอแมทริคซ์ จากเจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดต่างๆ เช่น &amp;nbsp;เชียงใหม่ ตาก เชียงแสน ชลบุรี ซึ่งทั้งหมดพบว่าระบบมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ในทีโออาร์ และรายงานปัญหาดังกล่าวไปยังบริษัทคู่สัญญา แต่ไม่ได้มีการแก้ไขใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในการส่งมอบงานบางงวดเอกชนยังไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดนัด แต่สตช.เซ็นตรวจรับงานให้ก่อน เพื่อไม่ให้เอกชนเสียเงินค่าปรับวันละ 5 ล้านบาท รวมถึงกรณีรถตรวจการไฟฟ้าที่จัดซื้อในราคาคันละ 4 ล้านบาท ที่อาจใช้งานได้ไม่คุ้มค่าและไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟได้โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่อาจมีปัญหาสัญญาณอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวว่า ตนจึงขอให้ป.ป.ช.เรียกสอบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง ซึ่ง 2 คนนี้เกี่ยวข้องในฐานะผู้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว รวมทั้ง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะเป็นผู้ตรวจรับงานโครงการและเป็นผู้ขยายสัญญาให้กับเอกชน โดยเฉพาะพล.ต.ต.สุรพงษ์ ซึ่งย้ายมาจากตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อมาตรวจรับงาน งวดที่ 6 โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวอีกว่า ยังขอยื่นเอกสารเพิ่มรายชื่อในบัญชีพยานเป็น 13 ปาก เพิ่มเติมจากที่ก่อนหน้านี้มีเพียง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อขอให้ป.ป.ช.เรียกมาไต่สวนข้อมูลเพิ่มเติมโดยทั้ง 13 คนประกอบไปด้วยนายตำรวจระดับนายพล 2 คน ระดับนายพัน 10 คน และชั้นประทวน 1 คนโดยทั้งหมดเป็นตำรวจที่เคยเกี่ยวข้องกับการตรวจรับงานโครงการไบโอแมทริกซ์ แต่พบความไม่ชอบมาพากล จึงไม่ได้เซ็นอนุมัติการตรวจรับ และต่อมาตำรวจทั้ง 13 คนถูกย้าย ไปประจำการในตำแหน่งอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยกตัวอย่างปัญหาการทำงานของเครื่องไบโอแมทริกซ์ ในคดีเสี่ยท๊อปกำมะลอ หรือนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร &amp;nbsp;ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;ออกมาให้ข่าวว่าเป็นผลงานของเครื่องไบโอแมทริคซ์ &amp;nbsp;แต่จากข้อมูลเชิงลึกที่ผมตรวจสอบพบว่าฮ่องกงได้ประสานแจ้งข้อมูลมายังทางการไทย ว่า เสี่ยท็อปจะเดินทางกลับในวันดังกล่าว &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เห็นและจำหน้าได้จึงเอาหมายจับไปแสดงก่อนจะพาเสี่ยท๊อปเข้าเครื่องไบโอแมทริกซ์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องเดินผ่านเครื่องถึง 3 ครั้ง เครื่องจึงอ่านข้อมูลว่าเป็นเสี่ยท็อป&amp;rdquo;นายษิทรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;กรณียื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริคซ์ &amp;nbsp;และรถตรวจการไฟฟ้า ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;วงเงิน 2,100 ล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว &amp;nbsp;โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา เปิดเผยว่า ตนได้เข้าให้ถ้อยคำกับคณะอนุกรรมการไต่สวน &amp;nbsp;ตามที่ได้ยื่นร้องเรียน และยื่นรายชื่อพยานเพิ่มเติม หลังจากนี้ ป.ป.ช. จะทยอยเรียกสอบปากคำพยาน เริ่มจากวันพรุ่งนี้ (10 ม.ค.) เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล จะเข้าให้ปากคำเป็นพยานปากแรก และจะมาพร้อมอดีตรองผู้บัญชาการ &amp;nbsp;สตม. คนที่ไม่ยอมเช็นต์รับมอบโครงการจนถูกย้าย &amp;nbsp;ส่วนพยานคนอื่นๆจะทยอยเรียกมาให้ข้อมูลจนครบทั้ง 13 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามทราบว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช. เรียกเอกสารจากสำนักงานส่งกำลังบำรุง และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปมากพอสมควรแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่สุ่มตรวจการใช้งานเครื่องไบโอแมสทริคซ์ ทั้งนี้หากการไต่สวนพบว่ามีมูลก็เชื่อว่า ป.ป.ช.ก็จะเรียกผู้ถูกร้องทั้ง 4 คน รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาชี้แจง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54170</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, เครื่องไบโอแมทริกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16c54fc22ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ยัง &#039;ทอท.&#039;ยุคใหม่พร้อมต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 เม.ย.62-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่าทอท.ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อปี 2560 เพื่อส่งเสริม สนับสนุนพันธกิจ การสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านการทุจริต และยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ และปฏิรูปกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมทั้งบูรณาการและประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทอท.ยังได้เข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity &amp;amp; Transparency Assessment : ITA) ตั้งแต่ปี 2558 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของ ทอท.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทอท.จึงได้จัดโครงการ &amp;ldquo;วันต่อต้านการทุจริตของ ทอท.&amp;rdquo; ประจำปี 2562 ในวันที่ 2 เมษายน 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ รวมทั้งสร้างความตระหนักและจิตสำนึก เกี่ยวกับความสำคัญของการป้องกันและต่อต้านการทุจริตให้กับพนักงาน ทอท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงาน &amp;ldquo;วันต่อต้านการทุจริตของ ทอท.&amp;rdquo; ได้จัดให้มีกิจกรรมร่วมประกาศเจตจำนงในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตของผู้บริหารและพนักงาน ทอท. ตลอดจนมีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ โดยมีการจัดบูธจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงาน ราชการและรัฐวิสาหกิจชั้นนำ ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ช., ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงคมนาคม, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารออมสิน ร่วมกับส่วนงานภายใน ทอท.ซึ่งเป็นส่วนงานที่ตั้งขึ้น เพื่อรับผิดชอบภารกิจด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) รวมทั้งมีการเผยแพร่เอกสาร และจัดบอร์ดประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญของการป้องกันและต่อต้านการทุจริต นอกจากนั้น ทอท.ยังได้เชิญวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;ผลประโยชน์ทับซ้อน&amp;nbsp;ภัยร้ายทำลายองค์กร&amp;rdquo; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่า ทอท.มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรในด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรม โดยกระตุ้นให้บุคลากรของ ทอท.เกิดจิตสำนึกในการบริหารงานและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งปัจจุบัน ทอท.มีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลองค์กรที่จัดทำในรูปแบบคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้บุคลากรได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส สุจริต เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน และเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการส่งเสริมกิจการการขนส่งทางอากาศและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ, ไร้ทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca32eb9f3439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
