<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ส.ฮึ่ม!ฟันโทษหนักโรงแรม-คอนโดปล่อยมั่วสุ่มเสพยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;31 มี.ค.63-นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึงการเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับเยาวชนชาย/หญิงรวม 20 คน รวมกลุ่มกันเสพยาเสพติดและมีเพศสัมพันธ์กันในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า มักพบเยาวชนนัดหมายกันไปใช้สถานประกอบการห้องพักประเภทคอนโดมิเนียม รีสอร์ท และโรงแรมเพื่อรวมกลุ่มดื่มสุรา เสพยาเสพติด และมีเพศสัมพันธ์กัน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2562-มีนาคม2563) หน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่ได้เข้าตรวจค้นและจับเยาวชนที่รวมตัวกันในลักษณะดังกล่าวมากกว่า 10 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ พ.ศ. 2543 กำหนดให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานประกอบการ ต้องควบคุม สอดส่อง ดูแลไม่ให้พนักงาน หรือบุคคลภายนอกกระทำการ หรือมั่วสุมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในหรือบริเวณสถานประกอบการ ต้องมีการติดป้าย หรือประกาศที่มีข้อความเตือนเกี่ยวกับพิษภัย หรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด และหากพบสถานประกอบการละเลยไม่ปฏิบัติตาม มีโทษถูกปรับตั้งแต่ 10,000 - 50,000 บาท หรือถูกปิดสถานประกอบการชั่วคราว หรือถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบการครั้งละไม่เกิน 30 วัน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวย้ำเตือนเยาวชนว่าการรวมกลุ่มกันในลักษณะดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญในการทำลายอนาคตของตนเอง เพราะนอกจากฤทธิ์ของสุราและยาเสพติดจากการเสพที่มีผลต่อร่างกายและสมอง ยังเป็นความผิดตามกฎหมายแล้ว การมีเพศสัมพันธ์กันเป็นกลุ่มอาจพลาดต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์โดยไม่มีความพร้อม และโดยเฉพาะในภาวะที่ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดก็อาจทำให้มีการแพร่เชื้อถึงกันได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61549</URL_LINK>
                <HASHTAG>มั่วสุม, สำนักงาน ป.ป.ส., เสพยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82b50dba913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;คุยเรื่องกัญชาแล้วมันเคลิบเคล้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ต้องอีกซักจ๊วบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเห็นรัฐบาลจริงจังที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มจากกัญชาทางการแพทย์ นำไปสู่ความเป็นพืชอุตสาหกรรมในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยากนำมาบอกให้รู้กันไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันไม่สนุกหรอก แต่ทนสนใจกันบ้างก็ดี เพราะเรื่องนี้ มีความหมายทางการแพทย์และทางอุตสาหกรรม เป็นอนาคตประเทศเรามาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๙ พ.ย.คือ พรุ่งนี้ พ.ร.บ.ที่ยกร่างใหม่ สมาชิก สนช.จะแจกแจงให้รัฐบาลฟังในสภา ว่าจะเอา-ไม่เอา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่าที่ฟังรองนายกฯ &amp;quot;พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง&amp;quot; พูด ร่างใหม่ ตอบโจทย์ประเด็นกัญชาส่วนสัมพันธ์ชาวบ้านกว้างขวางขึ้น โดยมีสาระถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-การขออนุญาตปลูกและผลิตในพื้นที่ควบคุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-การขออนุญาตครอบครอง โดยแพทย์, เภสัชกร ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ป่วยที่จะครอบครองและพกพา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องมีใบรับรองแพทย์ และครอบครองได้ปริมาณจำกัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข, อย., ป.ป.ส.จะร่วมดูแลการปลูกการใช้ประโยชน์จากกัญชา, กระท่อม แบบมีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบคลุมถึงพัฒนาสู่ความเป็นอุตสาหกรรม ที่ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้การควบคุมและการอนุญาตจากทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องเข้าใจให้ชัด........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไงๆ กัญชา ก็ยังเป็นยาเสพติด เปิดเสรีให้ปลูก ให้มี ให้ใช้ ตามใจชอบไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอดี เมื่อวาน (๗ พ.ย.๖๑) ทาง ป.ป.ส.ส่งเอกสารเป็นประเด็น &amp;quot;ปลดล็อกกัญชา&amp;quot; มา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงด้วยเห็นว่า ผมพูดบ่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดโดยไม่มีฐานความรู้-ความเข้าใจถูกต้องสอดคล้องกฎหมาย อาจทำให้สาระถูกเบี่ยงเบน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วที่เบี่ยงเบนนั้น จะไปสร้างความเข้าใจผิดๆ กับคนอ่านด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ป.ส.ก็เลยให้ความรู้เป็น &amp;quot;ฐานข้อมูล&amp;quot; มา แบ่งกันอ่านนะ จะได้เป็นภูมิเรื่องกัญชาไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.&amp;quot;ปลดล็อก&amp;quot; กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาแปลว่าอะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ คือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้มนุษย์เสพกัญชาได้ เพื่อวัตถุประสงค์ ๒ ประการ คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๑) เสพเพื่อศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ เช่น รักษาโรคชนิดหนึ่งชนิดใดได้หรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๒) เพื่อให้แพทย์นำไปใช้รักษาโรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.ทำไมไม่อนุญาตให้ชาวบ้านปลูกใช้กัญชา?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ กรอบการปลดล็อกให้ใช้กัญชาในประเทศไทย ควรยังอยู่ภายใต้กรอบการนำไปใช้เพื่อศึกษาวิจัย หรือเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ขยายไปถึงการอนุญาตให้ชาวบ้านปลูกหรือใช้กัญชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอนาคต มีผลการทดลองในมนุษย์ที่แน่นอนแล้ว และยาจากกัญชาขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องมีเพิ่มการผลิตกัญชาที่มีคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านอาจเข้าโครงการร่วมกับรัฐ ปลูกกัญชาป้อนสู่ตลาดยา เพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐมีแผนการพัฒนากัญชาสู่อุตสาหกรรมยารองรับไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.ทำไม &amp;quot;ปลดล็อก&amp;quot; ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้แค่ ๔ โรค?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แบ่งคณะทำงานย่อยออกเป็น ๔ คณะทำงาน ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานด้านสายพันธุ์, ด้านการสกัด, ด้านการใช้ทางการแพทย์ และด้านทำงานการควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานด้านการใช้ทางแพทย์นี้เอง ที่ได้ตรวจสอบการวิจัยในประเทศไทยแล้ว พบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาเกี่ยวกับกัญชาที่ชัดเจนในสัตว์ทดลอง มีเฉพาะการรักษา ๓ โรค ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๑) ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๒) ลดอาการโรคลมชักในเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๓) ลดอาการปวดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทอักเสบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไป เมื่อปลดล็อกกฎหมายแล้ว คือทดสอบยากับผู้ป่วยซึ่งเป็นอาสาสมัครในโครงการวิจัยใน ๓ กลุ่มนี้ก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าได้ผลทดสอบสำเร็จ จึงจะอนุญาตให้แพทย์สั่งยากับผู้ป่วยใน ๓ กลุ่มโรคนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนโรคอื่นๆ ที่มีการวิจัยในต่างประเทศ ว่าใช้กัญชารักษาได้ เช่น โรคจิตเวช โรคอัลไซเมอร์ โรคนอนไม่หลับ โรคมะเร็ง เป็นต้น ต้องผ่านการวิจัยตามลำดับขั้นก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ เอกสาร ห้องแล็บ สัตว์ทดลอง และมนุษย์ จึงจะนำมาใช้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่ต้องมีการศึกษาวิจัยหรือทดลองก่อน.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากการนำยามารักษาผู้ป่วยได้มีหลักเกณฑ์ว่า ต้องขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยา ต้องมีการศึกษาวิจัยตามลำดับขั้นดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นสากลทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.ใช้กัญชาในฐานะแพทย์ทางเลือกได้หรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๒๒ หรือก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ใช้บังคับ พบหลักฐานว่าเคยมีการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ทางเลือกหรือ &amp;quot;แพทย์แผนไทย&amp;quot; ซึ่งมีกว่า ๕๐ ตำรับยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คณะทำงานด้านการใช้ทางการแพทย์ ได้ข้อสรุปในการนำกัญชาใช้ในฐานะพืชสมุนไพรหรือแพทย์ทางเลือก ว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเคยมีการใช้มาก่อน.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นระยะเวลายาวนานถึง ๓๙ ปีแล้ว จึงต้องทำการศึกษาวิจัยก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้คัดเลือกตำรับยา ๘ ตำรับยา เพื่อจะศึกษาวิจัยในมนุษย์ในกลุ่มโรค ๔ กลุ่ม ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๑) กลุ่มคลายเครียด ตำรับยาศุกไสยาศน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๒) กลุ่มโรคมะเร็งตับ: ตำรับยาแก้ฝีรวงผึ้ง จากจารึกวัดโพธิ์ (เช้า) เบญจอำมฤตเข้ากัญชา (น้ำกระสาย คือ ดีเกลือ กาละเสมหะ ปิตตะ วาตะ) ทัพยาธิคุณ (กาละเสมหะ) และ ยาน้ำมันสนั่นไตรภพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๓) กลุ่มแก้ปวดเมื่อย/กันชัก:ตำรับทำลายพระสุเมรุ (ท้องมาน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๔) กลุ่มกษัย (เบาหวาน):ตำรับยาขาวแท่งทอง (จารึกวัดโพธิ์) ยาปถวีอาโปวาโย (จารึกวัดโพธิ์) และยาทัพยาธิคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิจัยลำดับแรก เป็นกลุ่มโรคมะเร็งตับ โดยตำรับยา กลุ่ม (๒) ที่ใช้รักษามะเร็งตับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.ดอก-ใบกัญชา ยังเป็นยาเสพติดประเภท ๕ เท่ากับการปฏิเสธแพทย์แผนไทยหรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบ สารสำคัญที่พบในกัญชา มีมากกว่า ๔๐๐ ชนิด แต่สารสำคัญในกัญชาที่นำมาทำเป็นยา ที่พบเป็นสารหลักสำคัญในกลุ่ม cannabinoids และมีผลต่อจิตประสาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มี ๒ ชนิด คือ THC และ CBD
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวรับการทำงานของสารกลุ่มนี้ในร่างกาย เรียกว่า CB ที่แบ่งเป็น CB1 และ CB2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่ง CB1 พบการแสดงออกส่วนใหญ่ในประสาทส่วนกลาง มีผลให้ THC ออกกฤทธิ์ส่วนใหญ่ในประสาทส่วนกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ CB2 พบในส่วนอื่นๆ และพบมากที่เซลล์เม็ดเลือดขาว และสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาต่างๆ พบว่า THC ส่งผลเฉียบพลันให้ร่างกายผ่อนคลายและมีความรู้สึกสนุก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีอาการข้างเคียงต่อจิตประสาท กระวนกระวาย ซึมเศร้า มีความพร่องในความจำและการเรียนรู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนการทำงานของระบบเคลื่อนไหวและการพูดและการใช้ศัพท์ มีผลต่อการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การมองพืชสมุนไพร ต้องมอง ๒ ด้าน ทั้งด้านสรรพคุณและโทษ และต้องรักษาสมดุลของทั้งสองด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากปล่อยปละละเลยโดยไม่จำกัด ปราศจากการศึกษาวิจัย ย่อมเกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยผู้ใช้ยาในด้านความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขับเคลื่อนของรัฐในการปลดล็อกกัญชาควรจะเป็นไปตามขั้นตอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการนับหนึ่งที่แข็งแรง เพื่อจะได้มีก้าวต่อๆ ไปอย่างมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็น &amp;quot;ฐานข้อมูล&amp;quot; จากส่วนพัฒนาและวิจัยกฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำความเข้าใจกันไว้ จะได้ตามเรื่องได้รู้เรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องปลูกกัญชา ตอนนี้ &amp;quot;องค์การเภสัชกรรม&amp;quot; ของคุณหมอโสภณ เมฆธน เพื่อใช้ในงานวิจัยและสกัดสารใช้ทางอุตสาหกรรมยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นรูปธรรมมาก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คลอง ๑๐ ปทุมธานี โรงงาน &amp;quot;องค์การเภสัชฯ&amp;quot; เตรียมการ &amp;quot;สกัดสารต้นแบบ&amp;quot; กัญชา ทางการแพทย์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี ๖๒ จะมี &amp;quot;โรงงานกึ่งอุตสาหกรรม&amp;quot; ผลิตสารสกัดกัญชาและปลูกกัญชาทางการแพทย์ครั้งแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะทำไร่กัญชาในพื้นที่ ๑,๕๐๐ ไร่ ที่หนองใหญ่ ชลบุรี ตั้งโรงงานผลิต เป็นคอมเพล็กซ์ กันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งวิจัยและผลิตสมุนไพรอื่นๆ เช่น สมุนไพร บัวบก ขมิ้นชัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังแล้ว ชาวบ้านชื่นใจ แต่ถ้ารัฐบาลเปลี่ยน นายกฯ ไม่ใช่ &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อุตสาหกรรมกัญชา&amp;quot; อาจมีพวกรวยแล้วไม่โกงนำเข้าสู่ระบบ &amp;quot;สัมปทาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามนโยบาย........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอาไปแบ่งกันโกง&amp;quot;!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21581</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัย, กัญชาทางการแพทย์, ยาแก้ฝีรวงผึ้ง, สำนักงาน ป.ป.ส., แก้ปวดเมื่อย, โรคมะเร็งตับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
