<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-ดีป้า-มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย-ภาคีเครือข่าย เปิดตัวเว็บไซต์ธนาคารหนังสือออนไลน์ คัดกรองหนังสือ-บทความเพื่อเด็กปฐมวัยกว่า 580 เรื่อง มุ่งให้พ่อแม่-คนใกล้ชิดเด็กเล็ก ใช้พลังการอ่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานเสวนา &amp;ldquo;สร้างสมรรถนะเด็กปฐมวัยออนไลน์&amp;rdquo; พร้อมเปิดตัว &amp;ldquo;เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์&amp;rdquo; โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบโดยตรงกับเด็กไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีมาตรการเลื่อนการเปิดภาคเรียน อาจทำให้การเรียนรู้ของเด็กถดถอย สื่อออนไลน์จึงเป็นเครื่องมือเข้ามาช่วยลดช่องว่างในการสื่อสารและเป็นช่องทางเสริมสร้างการเรียนรู้และเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สื่อออนไลน์จึงควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้กับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กเล็ก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว และชะลอความรุนแรงของปัญหาการถดถอยในการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;ดร.สุปรีดา กล่าวว่า สสส. เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงเร่งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายพัฒนา &amp;ldquo;เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์&amp;rdquo; ถือเป็นนวัตกรรมเครื่องมือการเรียนรู้ โดยมีการคัดกรองหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย 464 เล่ม บทความ 121 เรื่องสามารถดาวน์โหลดอ่านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงกิจกรรมอีกกว่า 70 กิจกรรม เพื่อช่วยให้พ่อ แม่ และผู้ดูแลเด็กเล็ก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องดูแลเด็กปฐมวัย ใช้เป็นเครื่องมือสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้และการสร้างเสริมศักยภาพที่จำเป็นในวัยเด็ก มุ่งให้เกิดกระบวนการสร้างทักษะฉลาดรู้ด้านสื่อดิจิทัล (Digital Intelligence Quotient : DQ) และการอ่าน (Reading Literacy : RD) ที่สามารถวางรากฐานทักษะการเรียนรู้ของเด็กรอบด้าน ทั้งทักษะการรู้เท่าทันสื่อ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และทักษะป้องกันตนเองจากโควิด-19 ทำให้เด็กมีการพัฒนาศักยภาพนำไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;นางสาวกษมา กองสมัคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ด้านนโยบายและความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า ดีป้า ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เห็นความสำคัญของการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตลอดจนตระหนักถึงพลังของการใช้สื่อดิจิทัลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพกำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล &amp;ldquo;วิทยากรตัวคูณ สูงวัย สร้างสรรค์ รู้เท่าทันสื่อดิจิทัล&amp;rdquo; กิจกรรมพัฒนาทักษะยูทูบเบอร์ผู้พิการทางสายตา การร่วมมือกับ สสส. และภาคีเครือข่าย จัดทำเว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ เพื่อเป็นหนึ่งในสื่อที่ให้ความสำคัญในการวางรากฐานทักษะการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและสื่อดิจิทัล หรือ Media Information and Digital Literacy (MIDL) ตั้งแต่ปฐมวัยซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ เกิดขึ้นเพื่อจะนำไปสู่คำตอบสำคัญของการร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤต พัฒนาเด็กปฐมวัยที่กำลังเผชิญภาวะพัฒนาการถดถอย ขณะเดียวกัน ได้ใช้พลังของการอ่านในการพัฒนาเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มศักยภาพให้เกิดความสมดุล ทั้งโลกดิจิทัลด้วยการวางฐานการสร้างสมรรถนะ สร้างทักษะชีวิต และทักษะเท่าทันสื่อ สร้างปรากฏการณ์ &amp;ldquo;มหัศจรรย์แห่งการอ่าน&amp;rdquo; ในการขยายพื้นที่เรียนรู้อย่างกว้างขวาง เพื่อร่วมสร้างสังคมสุขภาวะที่ปรารถนาให้เป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า พ่อ แม่ ผู้ดูแลเด็กเล็ก ถือเป็นบุคคลสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ทั้งด้านสติปัญญา ความคิด ภาษา และพฤติกรรม หากเด็กสามารถเข้าถึงสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ อาจส่งผลให้เด็กเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เช่น ก้าวร้าว ต่อต้าน การร่วมมือกับ สสส. จัดทำเว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย จึงถือเป็นการเปิดพื้นที่สื่อปลอดภัยให้พ่อ แม่ ผู้ดูแลเด็กเล็ก มีทางเลือกที่ถูกต้องในการเลี้ยงลูกด้วยเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ซึ่งการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุด มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1.ใช้ภาษา อ่านนิทาน ถาม-ตอบกับผู้ปกครอง 2.เคลื่อนไหว ทำกิจกรรมในครอบครัว 3.ปรับตัว เข้าสังคมกับคนรอบข้าง 4.มองตา และ 5.สัมผัสหรือกอด เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย นอกจากจะนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านแล้วยังสร้างกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้แก่คนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:7.2pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.2pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์ www.earlychildhoodbookbank.com เว็บไซต์แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส.&amp;nbsp; www.happyreading.in.th หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ &amp;ldquo;อ่านยกกำลังสุข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118822</URL_LINK>
                <HASHTAG>Digital Intelligence Quotient : DQ, Reading Literacy : RD, กระบวนการสร้างทักษะฉลาดรู้ด้านสื่อดิจิทัล, ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, ดีป้า, นางสาวกษมา กองสมัคร, นางสุดใจ พรหมเกิด, ภาคีเครือข่าย, มหัศจรรย์แห่งการอ่าน, มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย, สร้างสมรรถนะเด็กปฐมวัยออนไลน์, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, เว็บไซต์ธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bf7f8ec8ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. ร่วมกับ มช. ขยายเปิดอบรม “จัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน” ผ่านระบบ “อีเลิร์นนิง” เรียนรู้ได้ตลอดเวลา ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมคู่มือ-คลิปวิดีโอ แนะวิธีจัดตั้ง CI อย่างง่าย สาธิตวิธีใส่-ถอดชุด PPE ที่ถูกต้อง ตรวจเชื้อด้วย ATK พร้อมแปล 2 ภาษา อูรักลาโว้ย-ไทใหญ่ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ มีพันธกิจพัฒนาศักยภาพ ให้คำปรึกษาภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับความสามารถนักสร้างเสริมสุขภาพมืออาชีพ การพัฒนาวิจัย และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดยร่วมกับวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต (CMU School of Lifelong Education) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขยายผลการอบรมออนไลน์สู่หลักสูตรแนวทางการจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation : CI) เป็นหลักสูตรการเรียนรู้ระยะสั้น ใช้เวลา 1 สัปดาห์ เรียนรู้และฝึกปฏิบัติทุกวัน มุ่งให้ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ฯ และเครือข่ายในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจทักษะต่างๆ ที่จำเป็นในการจัดทำศูนย์แยกกักตัวในชุมชน หรือศูนย์พักคอย เปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร จิตอาสาในชุมชน บุคลากรในศูนย์พักคอย และนักสังคมสงเคราะห์ เข้ามาเรียนรู้ ผ่านระบบอีเลิร์นนิง ในเว็บไซต์ www.lifelong.cmu.ac.th ไม่มีค่าใช้จ่าย เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เมื่อสำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ( e-certification)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วง 3-6 เดือนนี้ ศูนย์แยกกักตัวในชุมชน มีความจำเป็น เพราะโควิด-19 ยังระบาดหนัก มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะไวรัสสายพันธุ์เดลต้าที่แพร่เชื้อง่าย หลักสูตรการจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน จึงสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพื่อสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุข ทั้งผู้ป่วยโควิด-19 หรือโรคไม่ติดต่อต่างๆ&amp;nbsp; โดย สสส. ได้จัดอบรมนำร่องให้กับทางมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กลุ่มแรก 70 คน ได้ผลน่าพอใจ ทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไปทำงานในพื้นที่ และสามารถทบทวนบทเรียน มีที่ปรึกษาเป็นผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;rdquo; รศ.ดร.นพ.นันทวัช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.นพ.นันทวัช กล่าวต่อว่า สสส. ได้ทำคลิปวิดีโอขั้นตอนการตั้งศูนย์แยกกักตัว คู่มือการจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) ที่เข้าใจได้ง่าย มีคลิปวิดีโอสาธิตวิธีใส่-ถอดชุดป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) วิดีโอสาธิตวิธีการใช้ชุดตรวจแอนติเจน (Antigen Test Kit : ATK) ในการตรวจคัดกรองการติดเชื้อโควิด 19 ที่สำคัญได้อัปเดตข้อมูลใหม่ๆ อยู่ตลอด นอกจากนี้ ยังเตรียมแปลคลิปวิดีโอการตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชนเพื่อกลุ่มคนเปราะบางโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นภาษาอูรักลาโว้ย และภาษาไทใหญ่ เพื่อขยายผลต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ผู้สนใจหลักสูตรแนวทางการจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation : CI) สามารถเข้าไปดูรายละเอียด https://www.lifelong.cmu.ac.th/ หรือ ดาวน์โหลดคู่มือการจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) ได้ที่ http://ssss.network/w15nq&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116569</URL_LINK>
                <HASHTAG>CMU School of Lifelong Education, Community Isolation : CI, ThaiHealth Academy, การสร้างเสริมสุขภาพ, จัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ., รศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์, วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต, ศูนย์แยกกักตัวในชุมชน, สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ, สนับสนุนระบบบริการสาธารณสุข, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, หลักสูตรแนวทางการจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน, อีเลิร์นนิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f1c6be00ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. – School of Changemakers จัดงาน ThaiHealth Youth Solutions ครั้งที่ 2 เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติปี 2564 ซึ่งตรงกับวันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นโอกาสที่สังคมจะร่วมตระหนักถึงศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในปีนี้ สสส. ร่วมมือกับ School of Changemakers จัดกิจกรรม ThaiHealth Youth Solutions ครั้งที่ 2 สำหรับเยาวชนอายุ 14 &amp;ndash; 20 ปี ที่สนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคม โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศได้สมัครเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเสวนา 8 ครั้ง อบรมเชิงปฏิบัติการ 15 ครั้ง และกิจกรรมทดลองแนวคิดหรือทดสอบไอเดียใหม่ในการแก้ปัญหาอีก 5 กิจกรรม ซึ่งผู้สมัครสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตามได้ความสนใจโดยทุกกิจกรรมจะนำเสนอตลอดเดือนกันยายนผ่านโปรแกรมซูม (Zoom) โดยปีนี้มีเยาวชนอายุ 14-20 ปีสมัครเข้าร่วมโครงการรวม 354 คน เป็นเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 83 คน ที่เหลือกระจายอยู่ในทั่วทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวณัฐยา กล่าวต่อว่า กิจกรรม ThaiHealth Youth Solutions เกิดจากเจตนารมณ์ที่ต้องการพลิกมุมมองต่อเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มักถูกนำเสนอในมุมของปัญหา ให้เห็นถึงความตั้งใจที่ดีและความกระตือรือล้นที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงดีๆให้เกิดกับสังคมรอบตัว ในการจัดงานปีแรก เป็นงานแบบออนไซต์ 2 วัน มีเยาวชนเข้าร่วมงานเกือบ 150 คน แต่ในปีนี้สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องเปลี่ยนมาจัดแบบออนไลน์แต่พบว่าสามารถเข้าถึงเยาวชนจำนวนมากจากทั่วทุกภาคของประเทศ เห็นได้จากการเปิดรับสมัครเพียง 5 วัน ผ่านหน้าเพจแต่กลับมีเยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมหลายร้อยคน ซึ่ง สสส. มีความตั้งใจที่จะเปิดพื้นที่แห่งโอกาสและการเรียนรู้เช่นนี้ให้แก่วัยรุ่นและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการที่หลากหลายตลอดทั้งปีสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กของ สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพรจรรย์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร School of Changemakers กล่าวว่า อยากจะเชิญชวน เยาวชนที่สนใจ เข้าร่วมหรือต้องการติดตามผลงานของผู้เข้าร่วมงานสามารถติดตามได้ที่ แฟนเพจเฟซบุ๊ก School of Changemakers น้องๆ จะได้พบปะ พูดคุยกัน เรียนรู้การทำโปรเจกต์เพื่อสังคมของเพื่อนๆ เยาวชน เวิร์คชอปเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และกิจกรรมเพื่อสังคมที่เริ่มต้นได้ทันทีจากพี่ๆ ที่กำลังทำกิจการเพื่อสังคมต่างๆ กิจกรรมภายในงานจะจัดขึ้นทุกเสาร์-อาทิตย์ ผ่าน Zoom ตลอดเดือนกันยายน 2564 เวลา 13.00-21.00 น. ภายในงานมีหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย เช่น ชวนตามหาไลฟ์สไตล์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม, คิดไอเดียเที่ยวทิพย์ ฟื้นฟูการท่องเที่ยว, แชร์ปัญหาผู้สูงอายุ สถานการณ์และโอกาสการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยสามารถติดตามตารางกิจกรรมแต่ละสัปดาห์ได้ที่ www.Schoolofchangemakers.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115824</URL_LINK>
                <HASHTAG>School of Changemakers, ThaiHealth Youth Solutions, นางสาวณัฐยา บุญภักดี, นางสาวพรจรรย์ ไกรวัตนุสสรณ์, วันเยาวชนแห่งชาติปี 2564, ศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_61360ebd44bcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. – มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม เปิดตัว ชุมชนต้นแบบ &quot;บ้านยางชุม-วังศิลาโมเดล&quot; จ.สุรินทร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างส่งผลกระทบต่อทุกคนจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างงาน สถานประกอบการบางแห่งต้องปรับลดอัตรากำลังการจ้างงานให้น้อยลง ลดเวลาการทำงาน ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี 2564 พบคนพิการวัยทำงานที่ยังไม่มีอาชีพ จำนวน 72,466 คน จากจำนวนคนพิการวัยทำงานทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบ 857,253 คน สสส. ได้ร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ เพื่อพัฒนาการจ้างงานคนพิการระยะยาวในวิกฤตโควิด-19 โดยใช้กลไกชุมชนด้านความมั่นคงทางอาหารมาจ้างงานเชิงสังคม ให้คนพิการทำงานที่บ้านและในท้องถิ่นของตัวเองได้ เช่น เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ เพราะการจ้างงานลักษณะนี้คนพิการมีความรู้พื้นฐานเป็นทุนเดิม ทำให้ไม่ต้องปรับตัวจากการทำงานมาก และเป็นอาชีพที่สามารถทำงานที่บ้านและไม่ขาดแคลนอาหารในการบริโภค โดยโมเดลความมั่นคงทางอาหารและสนับสนุนอาชีพคนพิการมีเป้าหมาย 3 อย่าง คือ 1. พัฒนาทักษะคนพิการให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพที่ท้องถิ่นของตัวเองในภาวะวิกฤต 2. พัฒนาให้คนพิการทำงานตามแผนการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.พัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อถอดบทเรียนการทำชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ ระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในวิกฤตโควิด-19 นี้ ถือเป็นโอกาสสร้างอาชีพแก่คนพิการซึ่งเป็นอีกกลุ่มประชากรที่ควรได้รับความเป็นธรรมทางสุขภาพในทุกมิติ ทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม การที่คนพิการสามารถประกอบอาชีพ และมีรายได้จากการทำงานเหมือนคนทั่วไป ทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเอง และช่วยให้คนพิการมีพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดีขึ้น เกิดการยอมรับจากสังคม โดยที่ผ่านมา สสส. ได้สนับสนุนเรื่องการส่งเสริมโอกาสการมีงานทำ ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของทั้งคนพิการ สถานประกอบการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนอยู่แล้ว&amp;rdquo; นางภรณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า โครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ สนับสนุนโดย สสส. จะเป็นการร่วมกันพัฒนาอาชีพไปยังคนพิการและครอบครัวในต่างจังหวัด ที่ตั้งใจพัฒนาเรื่องอาชีพและต้องการมีรายได้ในช่วงโควิด-19 ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างหรือมีรายได้น้อยลง โดยบริษัทที่จ้างงานจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่องวัตถุดิบอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และประสานเรื่องการจัดทำเอกสารและติดตามส่งรายงานให้บริษัทที่เข้าร่วมการจ้างงานเชิงสังคม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีบัตรคนพิการ อายุ 20 &amp;ndash; 70 ปี และผู้ดูแลจะต้องมีชื่อหลังบัตรคนพิการให้สามารถใช้สิทธิแทนคนพิการ เพื่อนำเงินไปเตรียมพื้นที่สำหรับการประกอบอาชีพ ซึ่งครอบครัวคนพิการส่วนใหญ่จะนิยมปลูกผัก สมุนไพร ผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ และหลังจากผลผลิตถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็จะถูกจำหน่ายหรือมีผู้ค้าเข้ามารับซื้อ และผลผลิตส่วนที่เหลือหรือแบ่งเก็บไว้ครอบครัวคนพิการจะนำมาบริโภคเป็นอาหาร ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะวิกฤตโควิด-19 โดยผลกำไรหรือรายได้ทั้งหมดที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของคนพิการและครอบครัว บริษัทจะไม่เรียกรับเงินคืน เพราะต้องการสร้างอาชีพให้คนพิการในระยะยาวและสามารถต่อยอดไปถึงอนาคตได้ ปัจจุบันได้จัดทำนำร่องไปแล้วตั้งแต่โควิด-19 ระลอกแรกเมื่อปี 2563 ที่บ้านยางชุม และบ้านวังศิลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ และเตรียมขยายพื้นที่เพิ่มไปยังจังหวัดต่างๆ ในอนาคตโดยมีโมเดลนำร่องจากที่นี่เป็นแบบอย่าง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก คนพิการต้องมีงานทำ-มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 02 279- 9385&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113353</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กลุ่มคนพิการ, ชุมชนต้นแบบ, นางภรณี ภู่ประเสริฐ, นายอภิชาติ การุณกรสกุล, บ้านยางชุม-วังศิลาโมเดล, ปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างงาน, มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม, สร้างอาชีพแก่คนพิการ, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ, โครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118bdeb635c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 19:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าพรรษายุคโควิด..ละเลิกบุหรี่ หยุดสูบได้!! ด้วยสายด่วน1600</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.ผนึก สธ. สายเลิกบุหรี่ 1600 รณรงค์ลดละเลิกบุหรี่ช่วงเข้าพรรษาในจังหวะโควิดระบาดระลอก 4 ข่าวดีคนไทยสูบบุหรี่ลดลง สสส.ผนึกภาคีรุกโซเชียล เร่งช่วยคนอยากเลิกบุหรี่ เหตุโควิดระบาด สิงห์อมควันแห่ขอคำปรึกษาเลิกสูบพุ่ง สายเลิกบุหรี่ 1600 มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลิกบุหรี่ปลอดภัย ขยายเวลาให้คำปรึกษา ชี้สิงห์อมควันได้รับวัคซีนทำกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่า สังคมให้กำลังใจคนเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ เป็นสังคมไร้ควันสูดอากาศบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายเลิกบุหรี่ 1600) จัดเสวนาออนไลน์หัวข้อ &amp;ldquo;เข้าพรรษายุคโควิด เลิกเสพติดบุหรี่ด้วยสายเลิกบุหรี่ 1600&amp;rdquo; ผ่านทาง Facebook สายเลิกบุหรี่ 1600 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เพื่อร่วมกันหาแนวทางให้คนไทยเข้าถึงช่องทางการสื่อสารในการลดละเลิกสูบบุหรี่ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังมีการระบาดของโรคโควิด-19 ที่การสูบบุหรี่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรงจนถึงเสียชีวิตในผู้ที่ติดเชื้อ และในโอกาสเข้าพรรษาที่พุทธศาสนิกชนจะได้ถือศีล ลดละเลิกพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำร้ายตนเองและผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า กม.คุ้มครองให้พวกเราได้อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ในสถานที่สาธารณะ ขณะเดียวกัน สสส.ก็ไม่เคยลืมว่าแม้คุณจะเป็นผู้สูบบุหรี่ แต่ก็มีคุณค่า สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีความรักและเป็นห่วง สสส. พร้อมที่จะหนุนช่วยให้คุณเลิกบุหรี่ได้อย่างปลอดภัยเพื่อดูแลตัวเองเป็นอย่างดี บางคนกล่าวว่า ฉันไม่สูบบุหรี่ในบ้านแล้วนะ ก็เป็นเรื่องน่าขอบคุณ แต่ในระยะยาวแล้วบุหรี่เป็นสารเสพติดที่แม้ว่าคนติดบุหรี่หลายคนอยากจะเลิกบุหรี่ แต่ไม่ได้เลิกกันได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันคนที่ไม่สูบบุหรี่ควรเข้าใจความรู้สึกของคนที่ติดบุหรี่ด้วยการสนับสนุนให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการลดละเลิกบุหรี่ที่มีหลายช่องทาง แม้แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ผลักดันให้มีหมายเลขโทรศัพท์ 1600 บนซองบุหรี่ เป็นส่วนสำคัญให้ผู้สูบบุหรี่ได้ทดลองใช้บริการ ทั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการทางโทรศัพท์ว่าการเลิกบุหรี่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ขอให้สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันแนวโน้มคนไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลง โดยข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 คนไทยสูบบุหรี่ลดลงเหลือร้อยละ 17.4 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 19.1 ในปี 2560 ขณะที่องค์การอนามัยโลก ประมาณการในปี 2562 มีคนไทยที่เสียชีวิตจากบุหรี่ถึง 70,952 คน และเสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง 9,435 คน ซึ่งก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายถึงสูงถึงร้อยละ 15 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศทั้งหมด ในสถานการณ์การระบาดโควิด-19 สสส.และภาคีเครือข่ายได้ปรับแผนการทำงาน โดยให้ความสำคัญการทำงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในการให้ความรู้ การรณรงค์สังคม ให้ลดละเลิกยาสูบและสิ่งเสพติดต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ ยูทูบ และซูม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยากเชิญชวนผู้ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ ใช้โอกาสในช่วงเข้าพรรษาเป็นวันเริ่มต้นที่ตัดสินใจเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และเตรียมพร้อมรับการฉีดวัคซีน ซึ่งมีข้อมูลจากหลายประเทศยืนยันว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีประวัติการสูบบุหรี่ มีความเสี่ยงที่อาการของโรคจะรุนแรงและเสียชีวิตได้มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ที่สำคัญคนสูบบุหรี่เมื่อได้รับวัคซีนโควิด-19 ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้น้อยกว่าคนไม่สูบ ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ที่จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ควรเลิกสูบบุหรี่ก่อนได้รับวัคซีน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันและปอดฟื้นฟูกลับมาทำงานได้แข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยลดควันบุหรี่มือสองที่อาจกระทบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะคนในครอบครัว คนที่เรารัก โดยสามารถขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่จากสายเลิกบุหรี่ 1600&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผอ.กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตอกย้ำว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักในการทำลายปอดและเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดโควิด-19 มีอันตรายและเสี่ยงตายสูง โอกาสรับเชื้อรุนแรงเพิ่มขึ้น 0-15 เท่า มีความเสี่ยงรับเชื้อได้ง่ายขึ้น ภูมิต้านทานต่ำลง และยังมีโรคเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด องค์การอนามัยโลกมีการตั้งเป้าหมายที่จะให้คนทั่วโลกเลิกบุหรี่ 100 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรณรงค์ครั้งนี้ผลักดันในคณะกรรมการยาสูบ รณรงค์ให้มีคำขวัญ &amp;quot;เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้&amp;quot; ด้วยนโยบาย เป้าหมาย แผนการควบคุมยาสูบแห่งชาติ กำหนดเป็นแผนฉบับที่ 3 ยุทธศาสตร์ความเข้มแข็ง ยกระดับขีดความสามารถเฝ้าระวังนักสูบหน้าใหม่ ขณะเดียวกันติดตามอย่างรู้เท่าทันธุรกิจยาสูบ การบำบัดรักษาผู้เสพให้เลิกใช้ยาสูบ การทำสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ ลดควันบุหรี่มือสอง ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อปราบปรามยาสูบ ด้วยความตั้งใจให้สังคมไทยปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นภารกิจสำคัญของสายด่วน 1600 มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพคอยให้คำแนะนำติดตามผลการรักษาอย่างเป็นระบบ Chance for Change ในบรรยากาศ New Normal &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง การสูบบุหรี่ทำให้ระบบภูมิต้านทานร่างกายแย่ลง ติดโควิดได้ง่ายและมีอาการรุนแรงมากขึ้น เส้นทางคนที่สูบบุหรี่มีโอกาสป่วยโรคเรื้อรังสูงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ โรคเรื้อรังเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้อาการป่วยรุนแรงมากยิ่งขึ้น มือที่คีบบุหรี่เพื่อสูบเสี่ยงต่อการนำเชื้อโควิดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่มวนหรือการสูบบุหรี่ไฟฟ้าล้วนเสี่ยงต่อโควิดทั้งหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลยุทธ์การตลาดของบริษัทบุหรี่ มีการบิดเบือนผลของการสูบบุหรี่ต่อการติดเชื้อโควิดว่านิโคตินช่วยต้านการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการใช้ความพยายามให้เชื่อว่านิโคตินต้านโควิด-19 ซึ่งไม่เป็นความจริง ดังนั้นจะต้องช่วยกันเปิดโปงกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบอ้างประโยชน์จากนิโคติน ด้วยการกลบเกลื่อนในเรื่องฤทธิ์เสพติดและอันตรายต่อสุขภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;สูบบุหรี่เบียดเบียนตัวเองและทำร้ายผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระวิสิทธิ ฐิตวิสิทฺโร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ร่วมในการเสวนาครั้งนี้ กล่าวว่า เทศกาลเข้าพรรษามีความสำคัญในการให้รางวัลชีวิตอย่างมีคุณค่า สถานการณ์ทุกวันนี้ย่อมมีโอกาสดีให้สังคมไทยเมื่อเจอสถานการณ์โควิด เรามีเครื่องมือดูแลตัวเอง ใช้โอกาสสำคัญในวันพุทธศาสนามีความสำคัญทางจิตใจ ทำอย่างไรให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกัน ด้วยการให้ความสำคัญในเทศกาลวันเข้าพรรษาด้วยการเลิกบุหรี่ การทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเข้าพรรษาเดินทางลำบาก เหมาะกับสถานการณ์โควิดที่ไม่ให้เดินทางไปพบปะกัน พระภิกษุก็ต้องรักษาพระธรรมวินัย ญาติโยมอธิษฐานจิตทำสิ่งดีๆ ประพฤติปฏิบัติรักษาศีล มีความศรัทธา การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยที่จะทำให้ผิดศีลทุกข้อ เบียดเบียนตัวเองและยังทำร้ายผู้อื่นด้วย หากเลิกบุหรี่ได้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ยิ่งในสถานการณ์โควิดเราเลิกบุหรี่ได้ งดอบายมุข เป็นการลดปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายที่จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ การสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อาตมาเชิญชวนให้ช่วยกันดูแลร่างกายและจิตใจ ช่วยกันรักษาศีล 5 ห่างไกลจากโรคโควิด ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น ช่วยกันตระหนักและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติธรรม จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;สายด่วนเลิกบุหรี่บริการทั้งเชิงรับ-รุก&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;เข้าใจ เข้าถึง ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายเลิกบุหรี่ 1600) เปิดเผยว่า ในช่วงวิกฤติโควิด-19 มีประชาชนขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่กับสายเลิกบุหรี่ 1600 จำนวนมาก โดยให้เหตุผลว่า กลัวการติดเชื้อโควิด-19 จากเดิมที่เหตุผลของการโทรมาปรึกษาคือ เลิกเพื่อสุขภาพ และเลิกสูบเพื่อคนรอบข้าง สะท้อนว่าประชาชนให้ความสำคัญต่อการระบาดของโควิด-19 โดยขณะนี้สายเลิกบุหรี่ 1600 ได้ปรับแผนการทำงานเพื่อให้สามารถบริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งการบริการเชิงรับและเชิงรุก โดยเพิ่มเวลาให้บริการ ตั้งแต่ 09.00-23.00 น. เนื่องจากพบว่าช่วงเวลาบ่ายและค่ำเป็นช่วงที่มีการโทรเข้ามาขอคำปรึกษาจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ได้เพิ่มช่องทางการติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ เฟชบุ๊กแฟนเพจ เว็บไซต์ และศูนย์บริการเลิกบุหรี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการอย่างเต็มที่ นอกจากให้ความรู้เรื่องยาสูบแล้ว ยังสามารถให้คำปรึกษาการสูบบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ด้วย โดยประชาชนสามารถโทรศัพท์ขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่ได้ฟรีทุกเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางคลินิกชานุมานจะมีพยาบาลคอยซักถามคุณต้องการเลิกบุหรี่ ภาวะแทรกซ้อนจะลดลงได้&amp;nbsp; แต่มีปัญหาหลายคนยังไม่ได้มีความพร้อมจริงในการเลิกบุหรี่ เราจะให้คำปรึกษาสั้นๆ ถ้าให้คำปรึกษายาวๆ ผู้สูบจะไม่ให้ความสนใจ เป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย อีกทั้งผู้สูบเกิดความไม่พึงพอใจเมื่อไหร่ที่ผู้สูบพร้อมเลิกจริง จึงให้คำปรึกษาแบบเข้มข้นมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกรณีที่ให้คำปรึกษาแล้วก็ต้องติดตามผลทุกเดือน 2 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มีการเลิกสูบบุหรี่ไม่หันกลับมาสูบบุหรี่ใหม่ แต่ถ้าประเมินแล้วว่าผู้สูบหันมาสูบบุหรี่ใหม่ ก็ต้องมีการประสานงานอย่างต่อเนื่องไม่เว้นวันหยุด การฝากข้อความอัตโนมัติติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ ทาง Social Network การให้บริการผ่านทางไลน์ มีการสำรวจคนที่รับคำปรึกษา 1600 ด้วยการใช้สายโทรศัพท์เลิกบุหรี่ได้อย่างน้อย 32% มีงานวิจัยจากวารสารนานาชาติ ไม่มีใครป่วยจากการเลิกบุหรี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลินิกฟ้าใส ให้บริการผู้ติดบุหรี่ที่บางครั้งจะส่งต่อจาก 1600 แพทย์ให้ยาเพราะมีการประเมินแล้วว่าผู้ป่วยเลิกบุหรี่แล้วหลายครั้งยังเลิกไม่ได้ เพราะติดบุหรี่มาก และยังมีโรคประจำตัวหลายโรค งานนี้ร่วมมือกันหลายหน่วยงาน สสส., สปสช. แผนการควบคุมยาเสพติดจะลดการสูบบุหรี่แบบบูรณาการได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111676</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chance for Change, กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ (กคส.), คลินิกฟ้าใส, นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์, พญ.เริงฤดี ปธานวนิช, พระวิสิทธิ ฐิตวิสิทฺโร, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธุ์, รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, ลดควันบุหรี่, ลดละเลิกพฤติกรรมเสี่ยง, ละเลิกบุหรี่, ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ, ศูนย์บริการเลิกบุหรี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, สธ., สสส., สายด่วน1600, สายเลิกบุหรี่1600, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส., สิงห์อมควัน, เข้าพรรษา, เข้าพรรษายุคโควิด เลิกเสพติดบุหรี่ด้วยสายเลิกบุหรี่ 1600, เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้, เลิกเพื่อสุขภาพ, เสวนาออนไลน์, โรงพยาบาลรามาธิบดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103f4c7f03dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-สช.-อว.-สมาพันธ์นิสัตนักศึกษานานาชาติฯ เปิดเวทีตีแผ่ปัญหา PM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสมาพันธ์นิสัตนักศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย (International Federation of Medical Students&amp;#39; Associations : IFMSA) จัดงานประกาศผลการตัดสินการประกวดนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 ภายใต้โครงการ Thailand Youth Policy Initiative (TYPI) โดยมีเยาวชนและวัยทำงาน อายุ 16-30 ปี รวมกลุ่มจากสาขาต่างๆ 5 คนต่อทีม ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดรวม 30 ผลงาน โดยผู้ได้รับรางวัล Best Innovation ได้แก่ ทีม People Matter (PM 4.0) ผลงานแพลตฟอร์มดิจิทัลสาธารณะ เพื่อการจัดการมาตรการ PM2.5 แบบชี้เป้า สร้างระบบกลไกการทำงานที่ตอบโจทย์บริบทของพื้นที่ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;นโยบายสะท้อนเสียงประชาชนมากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง กรุงเทพฯ เนื่องจากมีการก่อสร้างพัฒนาเมืองตลอดเวลา รวมถึงการเผาไหม้ของรถบนท้องถนน จากข้อมูลการประมาณการณ์ความเสียหายจากฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ปี 2563 พบว่า กรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 3 หมื่นล้านบาท ทั้งค่าเสียโอกาสด้านสุขภาพ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเครื่องฟอกอากาศ ค่าเสียโอกาสด้านการท่องเที่ยว และค่าเสียโอกาสของภาคธุรกิจ การประกวดนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งนี้ ผู้ที่ส่งผลงานเข้าประกวดทุกคน ถือเป็นกำลังสำคัญในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับโอกาสต่อยอดผลงานถูกนำไปใช้งานได้จริง และขยายผลต่อไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อเร่งแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่ต้นเหตุ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า โครงการฯ นี้ จะทำให้มีนโยบายสาธารณะที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่สะท้อนให้เห็นว่านโยบายสาธารณะไม่จำเป็นต้องเกิดจากการคิดของนักนโยบายของหน่วยงานราชการเท่านั้น แต่อาจมาจากกลุ่มคนในวัยที่หลากหลายที่มีความเชี่ยวชาญต่างสาขากัน ปัญหาฝุ่น PM2.5 มีแหล่งกำเนิดมาจากทั้งในเขตชนบท ในเขตเมือง ซึ่งอาจเกิดจากการเผาวัสดุทางการเกษตรเป็นวิถีชีวิต และแหล่งกำเนิดที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนานโยบายสาธารณะต้องพิจารณาทั้งสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม กฎหมายระเบียบ ความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ของคน ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีของพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกกำหนดค่ามาตรฐานของฝุ่น PM2.5 ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ในประเทศไทยกลับพบฝุ่น PM2.5 ที่ 50-68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่ามากกว่ามาตรฐานเกือบ 2 เท่าตัว กลายเป็นปัญหามลพิษทางอากาศต้นเหตุสำคัญทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินทางใจ สสส. ตระหนักถึงผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 มุ่งขับเคลื่อนการทำงานตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้&amp;nbsp; การแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ต้องเร่งแก้ไขแบบองค์รวม ทั้งการปลูกจิตสำนึกส่วนบุคคล การสร้างความสัมพันธ์แบบมีส่วนร่วมของคนในสังคม เพื่อร่วมแก้ปัญหา ไม่ใช่เป็นการออกกฎ ระเบียบบังคับใช้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า สสส. สนับสนุนการสร้างเมล็ดพันธุ์นักนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพจากพลังคนรุ่นใหม่ที่สำคัญของประเทศ เพื่อพัฒนานวัตกรรมให้เป็นรูปธรรม และขยายผลไปสู่การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่ผ่านมา สสส. แก้ปัญหาฝุ่นควันภายใต้แนวคิด 3 ข. คือ 1.เขย่า คิดนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น นวัตกรรมธงสุขภาพ สีฟ้า เขียว เหลือง ส้ม แดง ใช้คู่กับเครื่องวัดค่าฝุ่น แจ้งเตือนให้คนในพื้นที่รู้ระดับคุณภาพอากาศ ดำเนินการใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งลดเสี่ยงต่อสุขภาพ 2.ขยับ นำสิ่งใหม่ที่คิดไปปรับใช้จริงตามบริบทของแต่ละพื้นที่และ 3.เขยื้อน ขยายผลจากระดับปัจเจกหรือระดับพื้นที่ นำไปสู่การผลักดันนโยบายเพื่อการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเร่งด่วน โดย สสส. ร่วมกับสภาลมหายใจ 8 จังหวัดภาคเหนือ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมทำงานอย่างทุ่มเท สามารถแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดความร่วมมือและเปลี่ยนแปลงค่านิยมในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ หากทุกพื้นที่นำแนวคิด 3 ข. ไปปฏิบัติได้สำเร็จสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในพื้นที่ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนิศรา ปานช้าง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้แทนทีม People Matter (PM 4.0) กล่าวว่า ผลงานแพลตฟอร์มดิจิทัลสาธารณะ เพื่อการจัดการมาตรการ PM2.5 แบบชี้เป้า มีแนวคิดทำให้นโยบายสะท้อนเสียงประชาชนมากที่สุด เพื่อลดช่องว่าง และเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและประชาชน ผ่านกลไกการทำงานที่ให้สื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมากขึ้น เพื่อเอื้อให้เกิดการออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่และความต้องการของประชาชนมากขึ้น โดยแพลตฟอร์มออกแบบให้มี 3 คุณลักษณะ คือ 1.ชุดดัชนีนโยบายและมาตรการที่เข้ากับบริบทเฉพาะพื้นที่กับข้อมูลเปิดสาธารณะด้านคุณภาพอากาศ 2.ระบบติดตามการกำเนินนโยบายและมาตรการของภาครัฐ และ 3.พื้นที่สร้างการส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งทั้ง 3 คุณลักษณะนั้นออกแบบให้เชื่อมโยงและทำงานเกื้อหนุนกันอย่างเป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การออกแบบนโยบายและการนำไปปฏิบัตินั้นสอดคล้องกับบริบทและเงื่อนไขเฉพาะแต่ละพื้นที่มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัลชนะเลิศ 3 รางวัล ได้แก่ 1.ทีม Dustappear ผลงานศูนย์บริหารสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (ศบฝ.) และแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ไทยสู้ฝุ่น&amp;rdquo; ตั้งตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory carbon market) และภาษี Green Area 2.ทีม Airtopia ผลงาน PM2.5 Smart Tracking จัดสรรสิทธิ (PM2.5 เครดิต) ใช้ลดภาษี 3. ทีมทางของฝุ่น ผลงาน Inclusive sustainable area development แนวทางการสร้างพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมือง และรางวัลชมเชย 26 รางวัล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111109</URL_LINK>
                <HASHTAG>Airtopia, Dustappear, Inclusive sustainable area development, International Federation of Medical Students&#039; Associations : IFMSA, People Matter, PM 4.0, PM2.5, PM2.5 Smart Tracking, PM2.5 แบบชี้เป้า, Thailand Youth Policy Initiative (TYPI), TYPI, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การประกวดนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5, การสร้างเมล็ดพันธุ์นักนวัตกรรม, คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, ทางของฝุ่น, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, นางสาวนิศรา ปานช้าง, นโยบายสะท้อนเสียงประชาชนมากที่สุด, ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศูนย์บริหารสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (ศบฝ.), สมาพันธ์นิสัตนักศึกษานานาชาติแห่งประเทศไทย, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), ไทยสู้ฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fdfdb854d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ปลุกกระแสกินผักตามฤดูกาล ได้ใจคนไทยชนะรางวัลที่เมืองคานส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็นข่าวดีของคนไทย เมื่อผลงานโฆษณา Bok Choy กวางตุ้ง ซึ่งเป็นการรณรงค์ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อปลุกกระแส &amp;quot;กินผักตามฤดูกาล&amp;quot; ลดเสี่ยงปนเปื้อนสารเคมีนั้นได้รับรางวัลเหรียญเงิน หรือระดับ Silver จากเมืองคานส์ เมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.เป็นองค์กรเดียวของไทยที่คว้ารางวัลใหญ่ และถือเป็นรางวัลสูงสุดในเมืองไทยปีนี้ ด้วยการชี้ชวนให้ทุกคนรู้จักกินสารพัดผักพื้นบ้านหาง่าย ทั้งผักบุ้ง กระเฉด ผักโขม อร่อย มีประโยชน์ตามฤดูกาล โดยเฉพาะถ้าสามารถปลูกในสวนด้วยตัวเองก็ยิ่งปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เบื้องหลังของรางวัลอันน่าภาคภูมิใจดังกล่าวนี้ &amp;quot;สุพัฒนุช สอนดำริห์&amp;quot; ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า สสส.มุ่งหวังให้คนไทยหันมากินผักให้มากขึ้น และเลือกกินผักตามฤดูกาล โดยสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยกินผักให้เพียงพอ และปลอดภัย ผ่านการสื่อสารรณรงค์ในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 มีการประกาศรางวัลให้โฆษณา ชุด Bok Choy (กวางตุ้ง) ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน (Silver) ในหมวดภาพยนตร์ (Film) จากงาน Cannes Lions International Festival 2021 ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของปีนี้ที่ประเทศไทยได้รับ และมีเพียงองค์กรเดียวที่ได้รับรางวัลถึงระดับ Silver นำมาซึ่งความภูมิใจให้กับประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รางวัล Cannes Lion Silva-Snap&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ดีใจมากที่ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัล ช่วงต้นปี 2563 ที่มีการเผยแพร่โฆษณาชุดนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี คนไทยชื่นชอบ เห็นประโยชน์ มียอดผู้เข้าชมในยูทูบมากกว่า 20 ล้านครั้ง ที่สำคัญมองว่า เป็นการสะกิดให้คนเลือกกินผักที่ปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาพฤติกรรมการกินผักของคนไทย มักกินผักที่ไม่ทราบแหล่งที่มามากกว่าผักตามฤดูกาลที่ปลอดภัยใกล้บ้าน สสส.ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมเหล่านี้อาจนำมาซึ่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะผักที่ซื้อมาปรุงอาหารอาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การกินผักที่สะอาดและปลอดภัย ไม่ใช่แค่การเลือกผักที่ดูสด หรือล้างให้สะอาดเท่านั้น แต่การกินผักให้ตรงตามฤดูกาลก็สำคัญเช่นกัน ซึ่งถ้าทุกคนไม่กินผักนอกฤดูกาล การเพาะปลูกผักนอกฤดูของเกษตรกรก็จะลดลง รวมถึงการใช้สารเคมีต่างๆ ก็จะลดลงตามไปด้วย&amp;rdquo; นางสาวสุพัฒนุชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สุพัฒนุช สอนดำริห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติกำหนดให้ปี 2564 เป็น &amp;ldquo;ปีแห่งผักและผลไม้สากล&amp;rdquo; (International Year of Fruits and Vegetables, 2021) เพื่อเพิ่มความตระหนักถึงความสำคัญของผักและผลไม้ในเวทีระดับนานาชาติและระดับโลก ซึ่งปัจจุบันกระแสใส่ใจสุขภาพมีมากขึ้น จากผลสำรวจสถานการณ์การกินผักและผลไม้ในประเทศไทย ปี 2561-2562 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนไทยมีแนวโน้มกินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป กินผักและผลไม้เพียงพอ ร้อยละ 34.50 ในปี 2561 เพิ่มเป็นร้อยละ 38.7 ในปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม นอกจากการสื่อสารรณรงค์ในสังคมเพื่อกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการกินผักผลไม้แล้ว สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายยังได้สนับสนุนให้รัฐบาลแสดงบทบาทนำด้านการส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืน โดยเสนอให้ยกระดับประเด็นการบริโภคผักผลไม้เป็นเป้าหมายระดับชาติ พร้อมการขับเคลื่อนเพื่อจัดการระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ ส่งเสริมมาตรการให้เกษตรกรปลูกผักผลไม้ปลอดภัยหรืออินทรีย์ เชื่อมโยงผลผลิตปลอดภัยหรืออินทรีย์เข้าสู่ครัวโรงเรียน โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ตามกรอบยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560-2579 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าวต่อว่า ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่มิถุนายน-ตุลาคม ผักที่ปลูกแล้วดูแลง่าย และมีรสชาติอร่อย เป็นผักมีน้ำเยอะ หรืออยู่ในน้ำ เช่น กุยช่ายดอก กุยช่ายใบ ขิง ข่า ชะอม ดอกขจร ดอกโสน ตำลึง ถั่วฝักยาว น้ำเต้า บัวบก ใบขี้เหล็ก ใบแมงลัก ผักปลัง ผักกระเฉด ผักกูด ผักโขม ผักบุ้งนา ผักแว่น ผักหวานบ้าน ฟักเขียว มะเขือพวง มะเขือส้ม หรือถ้าเป็นผลไม้ เช่น ส้มโอ ลิ้นจี่ สับปะรด มะเฟือง กล้วย จะเห็นว่ามีผักผลไม้หลายชนิดมาก เพราะผักและผลไม้ของบ้านเราหาได้ไม่ยาก มีขายในท้องตลาด เพียงแต่ต้องเลือกชนิด ความสด สะอาด โดยเฉพาะปลอดสารพิษได้ก็จะยิ่งดี หรือหากปลูกเองยิ่งเพิ่มความปลอดภัยให้ไม่มีสารตกค้างในร่างกายเพิ่มตามมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลงานโฆษณาชุดกวางตุ้ง ยังได้รับรางวัล Gold ประเภท Public Interest-Health safety จากงาน Epica Awards 2019, รางวัล Bronze ประเภท Strategy &amp;amp; Technique: Copywriting &amp;amp; Storytelling จากงาน 2020 PHNX Tribute (by Adforum) ทั้งนี้ สามารถติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=lP4bnsiK9gk &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ถอดรหัสโฆษณา Bok choy:กวางตุ้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปี 2563 กระแสรักสุขภาพเป็นหนึ่งกระแสที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญและใส่ใจกันอย่างมาก ภาพยนตร์โฆษณาชุด &amp;ldquo;Bokchoy&amp;rdquo; ถือเป็นภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่จาก สสส.ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั่วทั้งในและนอกประเทศในขณะนี้ โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ถูกสร้างสรรค์โดยทีมงาน Leo Burnett ประเทศไทย ในเครือ Publicio Groupe ซึ่งหยิบประเด็นที่สะท้อนสังคมปัจจุบันที่เกี่ยวกับการบริโภคผักของคนไทย ที่มักนิยมกินผักตามใจตนเองมากกว่ากินตามฤดูกาล แต่พฤติกรรมและความนิยมเหล่านั้นมีผลกระทบที่น่ากลัวตามมาคือ การปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวของการรับประทานผักที่ไม่ใช่แต่การรับประทานผักเป็นธรรมดา แต่เป็นการรับประทานผักอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด มีการหยิบยกเรื่องประเด็นที่ผู้คนรู้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้สนใจเรื่องการรับประทานผักตามใจความอยาก รับประทานผักนอกฤดูกาล ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพมากระตุ้นให้เกิดกระแสในสังคม ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้เป็นหนึ่งในแคมเปญ &amp;ldquo;ผลักดันให้ผักนำ&amp;rdquo; ของ สสส.ที่มุ่งหวังให้คนไทยหันมารับประทานผักให้มากขึ้นและเลือกกินให้ถูกเพื่อประโยชน์สูงสุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำเสนอถึงวิธีการที่จะบริโภคผักให้สะอาดและปลอดภัยที่สุด การเลือกผักที่ดูสดหรือการล้างให้สะอาดอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ สสส.จึงได้บอกเล่าวิธีการที่ดีที่สุด นั่นคือการรับประทานผักให้ตรงตามฤดูกาล โฆษณาชุดนี้ทำให้คนดูอมยิ้ม ปนหัวเราะด้วย Mood&amp;amp;tone ที่ตลก ไม่เครียด รวมถึง Acting ของเหล่านักแสดงในเรื่องช่วยทำให้โฆษณาชุดนี้น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ สสส.ผลิตภาพยนตร์โฆษณาหลายชิ้น เพื่อกระตุกสังคมไทยและการสร้างค่านิยมใหม่จากสโลแกนโฆษณา &amp;ldquo;ให้เหล้าเท่ากับแช่ง&amp;rdquo; &amp;quot;งดเหล้าเข้าพรรษา&amp;rdquo; &amp;ldquo;ลดพุงลดโรค&amp;rdquo; &amp;ldquo;จน เครียด กินเหล้า&amp;rdquo; ทั้งนี้ผลิตผลงานโฆษณามาแล้วมากกว่า 250 ชิ้น เพื่อมุ่งเน้นการขับเคลื่อน รณรงค์ สื่อสารสังคมของ สสส. ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสุพัฒนุช สอนดำริห์ ผอ.สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพยนตร์โฆษณาลดเร็ว ลดเสี่ยง ชุดต่อรองได้รางวัล Gold TVC.categories สสส.ได้รับรวม 15 รางวัล final list 3 รางวัล จากเวทีการประกวด Adman Awards 2019 ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของเบื้องหลังการผลิตสื่อรณรงค์ ที่กว่าจะออกมาเป็นผลงานเผยแพรออกสู่สายตาสาธารณะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;มารู้จัก..กินผักตามฤดูกาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กินผักตามฤดูกาลนอกจากอร่อยแล้วยังลดเสี่ยงสารเคมีอีกด้วย ใครที่นึกไม่ออกก็ลองเปิดตารางแนะนำนี้ดู &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.ฟักทอง 2.มะเขือเปราะ 3.เห็ดฟาง 4.แตงกวา 5.ใบแมงลัก 6.ใบเหลียง 7.หอมหัวใหญ่ 8.มะระ 9.แตงโมอ่อน 10.บีตรูต 11.กระเจี๊ยบเขียว 12.ผักหวานป่า 13.คะน้า 14.กะเพรา 15.ถั่วพู 16.มะเขือเทศ 17.มะนาว 18.มะเขือพวง 19.ถั่วฝักยาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.มะเขือพวง 2.กระเจี๊ยบเขียว 3.ขิง ข่า 4.ผักบุ้งจีน 5.ผักแว่น 6.ผักโขม 7.ดอกโสน 8.ผักเขียว 9.ผักหวานบ้าน 10.ตำลึง 11.ใบบัวบก 12.ชะอม 13.น้ำเต้า 14.กะเพรา 15.ผักกูด 16.หัวปลี 17.สะระแหน่ 18.ถั่วฝักยาว 19.หน่อไม้ 20.มะเขือส้ม 21.ผักบุ้งนา 22.ดอกขจร 23.มะนาว 24.สายบัว 25.กุยช่ายดอก 26.กุยช่ายใบ 27.ผักปลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;1.ตะลิงปลิง 2.ผักสลัด 3.ผักกาดหอม 4.ดอกแค 5.สะเดา 6.กวางตุ้ง 7.ปวยเล้ง 8.มะรุม 9.ผักปลัง 10.ผักชี 11.คะน้า 12.กะเพรา 13.ดอกกะหล่ำ 14.กะหล่ำปลี 15.ถั่วลันเตา 16.แครอต 17.พริกหวาน 18.ลูกเหรียง 19.ผักกาดขาว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110886</URL_LINK>
                <HASHTAG>2020 PHNX Tribute (by Adforum), 2021, Bok Choy กวางตุ้ง, Cannes Lion Silva-Snap, Cannes Lions International Festival 2021, Epica Awards 2019, International Year of Fruits and Vegetables, Leo Burnett, Public Interest-Health safety, Publicio Groupe, Strategy &amp; Technique: Copywriting &amp; Storytelling, กินผักตามฤดูกาล, คนไทยหันมากินผัก, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, ปีแห่งผักและผลไม้สากล, ผลงานโฆษณา, รางวัลเหรียญเงิน, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ, สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม, สุพัฒนุช สอนดำริห์, เมืองคานส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fac3040a054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
