<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวแทนศูนย์อาสารามคำแหง ยื่น สตง.ตรวจสอบจัดซื้อ-กระจายวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายพานสุวรรณ​ ณ​ แก้ว​ แกนนำกลุ่มศูนย์​อาสารามคำแหง และตัวแทนภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์​ ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงาน การจัดซื้อ และการกระจายวัคซีน โดยนายพานสุวรรณ กล่าวว่า จากมาตรการภาครัฐในการควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงการปรับตัวของประชาชนนในวิกฤตโควิด 19 ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ และทั้งหมดส่งผลกระทบต่อดำรงชีพของประชาชนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนสถานการณ์วิกฤติที่หนักน่วง ยังเป็นเรื่องที่ประเมินได้ยากมากว่าจะส่งผลกระทบกับประชาชนอีกนานเท่าไหร่ จะจบเมื่อไร และจบอย่างไร เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ยังมีความไม่แน่นอนแม้รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงหน่วยงานภาครัฐจะใช้ความพยายามในการเร่งจัดหาวัคซีนเพื่อลดการติดเชื้อและลดความรุ่นแรงที่จะเกิดขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถผลิตและกระจายวัคซีนไปอย่างทั่วถึงได้เมื่อไหร่ ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19(ศบค).ได้คาดกันไว้ อย่างไรก็ตาม แม้วัคซีนจะเป็นความหวังเดียวในขณะนี้ แต่หากภาครัฐไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลที่ทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวมีความถูกต้องชอบธรรม ภายใต้ความเดือดร้อนของประชาชนในวิกฤติโควิด19 ซึ่งเป็นชะตากรรมร่วมกันของประชาชนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มีคนตายรายวันมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ วันเป็นปัญหาที่หนักหน่วงสร้างความเสียหายจนเป็นวิกฤติชาติ นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเป็นคำถามทางสังคมอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพานสุวรรณ กล่าวว่า ศูนย์อาสารามคำแหงเห็นว่า สตง.เป็นองค์กรที่ยังคงเป็นความหวังต่อบ้านเมืองในการทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน รวมถึงวิธีการในการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้มีคำถามจากสังคมและเกิดความสับสนอย่างมากมายในกรณีของวัคซีน ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการกระจายวัคซีนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ศูนย์อาสารามคำแหง จึงขอให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้สั่งการให้ สตง.ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน เข้าตรวจสอบการจัดซื้อวัคซีนตั้งแต่กระบวนการ วิธีการ จำนวน ราคา และมาตรการการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงตรวจสอบการกระจายวัคซีนในแต่ละจังหวัดเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับวัคซีนอย่างเสมอภาค เป็นป้องกันการใช้ระบบเส้นสาย ระบบการเมืองเข้าฉวยโอกาสในสถานการณ์วิกฤตินี้ และขอให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนำผลการตรวจสอบเผยแพร่ให้สังคมได้รับทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104351</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจายวัคซีน, วัคซีนโควิด, ศูนย์อาสารามคำแหง, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af3426ab493.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตง.สร้างประวัติศาสตร์ให้ไทย! ผงาดนั่งคณะมนตรีองค์การตรวจสอบสูงสุดโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 62 &amp;ndash; นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นำโดยศาสตราจารย์ ดร.อรพิน ผลสุวรรณ์ สบายรูป กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะเจ้าหน้าที่ของ สตง. ได้เดินทางไปร่วมประชุมคณะมนตรีขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดแห่งเอเชีย (Asian Organization of Supreme Audit Institutions &amp;ndash; ASOSAI) ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2562 ณ เมืองคูเวตซิตี้ รัฐคูเวต โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ&amp;nbsp; การคัดเลือกประเทศสมาชิกที่เป็นคณะมนตรีของ ASOSAI (ASOSAI Governing Board) จำนวน 2 ประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในระดับภูมิภาคเอเชีย ให้ทำหน้าที่เป็นคณะมนตรีขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ (INTOSAI Governing Board)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเลือกตั้งครั้งนี้มีองค์กรตรวจเงินแผ่นดิน 4 ประเทศที่เสนอตัวเข้าแข่งขัน ได้แก่ 1) ญี่ปุ่น ซึ่งดำรงตำแหน่ง INTOSAI Governing Board ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543-2561 2) เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอดีตประธาน INTOSAI Governing Board ปี พ.ศ. 2543-2549&amp;nbsp; &amp;nbsp;3) เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน ASOSAI&amp;nbsp; และ 4) ประเทศไทย ซึ่งจะดำรงตำแหน่งประธาน ASOSAI ในวาระถัดไปคือ ปี พ.ศ. 2564-2566 โดยผลการลงคะแนนปรากฏว่า สตง.ไทย ได้รับคะแนนเสียง 6 เสียง จากประเทศคณะมนตรี ASOSAI ทั้งหมด 11 ประเทศ ถือว่ามีคะแนนสูงสุดเป็นลำดับที่สอง รองจากองค์กรตรวจเงินแผ่นดินญี่ปุ่น มีผลทำให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินของญี่ปุ่น และไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในระดับภูมิภาคเอเชีย ให้ทำหน้าที่เป็น INTOSAI Governing Board ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทย ตั้งแต่การตรวจเงินแผ่นดินได้ถือกำเนิดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของคนตรวจเงินแผ่นดินทุกคน&amp;rdquo; นายประจักษ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า INTOSAI Governing Board ประกอบด้วย 21 ประเทศ โดยแบ่งออกเป็นคณะมนตรีโดยตำแหน่ง (Ex-officio) จำนวน 10 ประเทศ และคณะมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของสมัชชาใหญ่ จำนวน 11 ที่นั่ง มีวาระคราวละ 6 ปี ซึ่งในบทบัญญัติธรรมนูญการบริหารงานของ INTOSAI ได้กำหนดให้ INTOSAI Governing Board มีหน้าที่และอำนาจที่สำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากสมัชชาใหญ่ ปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ INTOSAI&amp;nbsp; รวมถึงการทบทวนและรับรองแผนยุทธศาสตร์ของ INTOSAI เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้กำหนดนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินที่สำคัญในหลายด้าน โดยเฉพาะการยกระดับให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินไทยก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านการตรวจสอบในระดับสากล รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ สตง. ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินผล ติดตามตรวจสอบความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ในการบริหารเงินแผ่นดินที่ตอบสนองต่อการนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Auditing Sustainable Development Goals)&amp;nbsp; หรือ Auditing SDGs ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนางานตรวจสอบของ INTOSAI ในอนาคตที่มุ่งหวังให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องการตรวจสอบ SDGs ดังนั้น การดำรงตำแหน่งคณะมนตรีของ INTOSAI จึงเป็นการตอบสนองต่อนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน และนับเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ สตง.ไทยในเวทีระหว่างประเทศ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงกลไกการตรวจสอบของประเทศไทยที่ได้รับความเชื่อมั่นในสายตาของนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสของประเทศไทยในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประจักษ์ กล่าวในตอนท้ายว่า การดำรงตำแหน่ง INTOSAI Governing Board นับเป็นก้าวแรกของการยกระดับงานด้านการต่างประเทศ&amp;nbsp; สตง. จึงจำเป็นต้องกำหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในส่วนของทิศทางการสร้างความร่วมมือกับองค์กรตรวจเงินแผ่นดินและแหล่งทุนต่างประเทศ การพัฒนางานวิชาการต่างประเทศโดยเผยแพร่ผ่านช่องทางที่มีความหลากหลาย ตลอดจนการเตรียมความพร้อมและพัฒนาทีม External auditor สำหรับการตรวจสอบองค์กรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดประชุม Workshop แลกเปลี่ยนความรู้กับองค์กรตรวจเงินแผ่นดินประเทศอื่น ๆ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43409</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีองค์การตรวจสอบสูงสุดโลก, ประจักษ์ บุญยัง, สตง., สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d5379396f4b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดินจำนวน 10 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.62 - &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรื่อง แต่งตั้งข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 10 คน ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2562 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายธนพล โกมารกุล ณ นคร ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักอำนวยการคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นางเกล็ดนที มโนสันติ์ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. นายชัยวัฒน์ อนันตศานต์ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบพิเศษที่ 2 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. นายปรีชา อิ่มสุวรรณ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 3 (จังหวัดนครปฐม) แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. นางพจนีย์ มโนดำรงธรรม ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แต่งตั้งใหดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นางสาวถนอม สุรวงศ์ตระกูล ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. นางวิภัสรา ผลลาภทวี ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. นางสาวอัจฉรา แก้วรัตนปัทมา ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการเงินและบริหารพัสดุที่ 21 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. นายเสริมพันธ์ นิลละออง ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักคดี แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. นายวินัย กลับประสิทธิ์ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 12 (จังหวัดเพชรบุรี) แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2562
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ชนะทัพ อินทามระ
ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงยิบสเปกเฮลิคอปเตอร์ กห.ย้อนจัดซื้อยุคยิ่งลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; นำทีมดีดปาก &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; มั่วข้อมูล ฮ.ออกุสตา &amp;ldquo;โฆษก กห.&amp;rdquo; เฉลยแล้วจัดซื้อยุค &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; เป็นใหญ่นะจ๊ะ อัดกังวลทุกเรื่องแต่ไม่ทำการบ้าน &amp;ldquo;ศิริจันทร์&amp;rdquo; สำทับใช้ข้อมูลสุดหยาบเอาวงเงินงบประมาณแล้วมาหาร ทบ.เปิดยิบเทียบสเปกแต่ละรุ่น พร้อมเรียกบริษัทผู้ผลิตตรวจสมรรถนะแบบเงียบๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ยังคงมีปฏิกิริยาในกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ รุ่นออกุสตา เวสต์แลนด์ เอดับเบิลยู 139 และ 149 กว่า 14 เครื่อง ที่มีราคาสูงกว่า 2 เท่า จากรุ่นออกุสตา เวสต์แลนด์ เอดับเบิลยู 169 ของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี ซึ่งประสบอุบัติเหตุนอกสนามคิง เพาเวอร์สเตเดียมประเทศอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เขาซื้อเครื่องเปล่า และราคาก็ไม่ใช่ราคาที่นายศรีสุวรรณระบุมาด้วย โดยกองทัพบกซื้อเฮลิคอปเตอร์รุ่น AW 139 และรุ่น AW 149 ส่วน AW 169 ยังไม่มี เพราะยังไม่มา ซึ่งการซื้อเป็นไปเพื่อเตรียมอุปกรณ์ทางการทหาร โดยออปชั่นของเครื่องบินแต่ละลำไม่เหมือนกัน เป็นคนละแบบ จากนี้กองทัพบกจะออกมาชี้แจงถึงการจัดซื้อดังกล่าว แต่ก่อนหน้านี้มีการชี้แจงไปแล้ว ไม่ฟังกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการอาจทำให้สังคมเข้าใจผิด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เดี๋ยวกองทัพบกจะชี้แจง ซึ่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ชี้แจงไปแล้ว จะอะไรอีก ยืนยันว่าไม่มีแพงกว่า ที่แพงเพราะออปชั่นแต่ละลำไม่เหมือนกันเท่านั้น&amp;nbsp;
เมื่อถามต่อว่า ออปชั่นที่ว่านั้นมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง พล.อ.ประวิตรสวนว่า &amp;ldquo;โอ้โห ผมไม่ใช่นักบิน จะให้ผมเป็นนักบินหรืออย่างไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เครื่องบิน 2 ลำดังกล่าวจัดซื้อในยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นการซื้อคนละแบบ เพราะเราซื้อ AW 139 แต่นายวิชัยใช้ AW 169 เรื่องนี้ยังไม่มีอะไร ไม่ทันไรก็ไปยื่นแล้ว ไม่รู้อะไรเลยว่าถูกหรือผิด กองทัพบกซื้อแบบจีทูจี ไม่ซื้อแพงไม่ซื้อถูก เราซื้อตามราคาที่เขากำหนด และยืนยันว่าโปร่งใส ตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.กล่าวเรื่องนี้ว่า เฮลิคอปเตอร์รุ่น AW 139 และรุ่น AW 149 เป็นแบบที่ใช้กับทหาร ต่างกับเฮลิคอปเตอร์รุ่น AW 169 ที่นายวิชัยประสบอุบัติเหตุ โดยเฮลิคอปเตอร์ของนายวิชัยเป็นขนาด 5-7 ที่นั่ง แต่ของทหารมี 2 ขนาด คือ 14-16 ที่นั่งกับ 10 ที่นั่ง และเป็นการจัดซื้อในทางทหาร สมรรถนะจะเป็นแบบทหาร เครื่องและตัวลำของทหารจึงใหญ่กว่า อีกทั้งเรายังได้ซื้อแพ็กเกจเรื่องการอบรมและซ่อมบำรุงมาด้วย นอกจากนี้ เฮลิคอปเตอร์ของทหารดังกล่าวยังซื้อมาประกอบที่ไทย เพราะเรามีข้อตกลงกันอยู่ ดังนั้นอย่าเป็นกังวลเลย เชื่อว่ากองทัพบกชี้แจงได้
โป๊ะแตก!ซื้อฮ.ยุคปู
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวอีกว่า เฮลิคอปเตอร์ รุ่น AW 139 และ AW 149 จัดซื้อในปี 2555 ซึ่งการจะจัดซื้อต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน ลองคิดดูว่า ครม.ปี 2555 เป็นรัฐบาลชุดไหน และก่อนที่จะเข้า ครม.ต้องผ่านการกลั่นกรองงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรด้วย ซึ่งเป็นงบประมาณปี 2554 ดังนั้น การกลั่นกรองในสภาปี 2554 และ ครม.เห็นชอบปี 2555 จึงอยากให้ลองดูว่ามันเกิดขึ้นในยุคไหน ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่ามันมีการกลั่นกรองจากสภาและ ครม.แล้ว โดยรายละเอียดจะให้กองทัพบกเป็นผู้ชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า ความกังวลของนายศรีสุวรรณคงกังวลในทุกเรื่อง แต่นโยบายของ พล.อ.ประวิตรและกองทัพบกได้บอกไปแล้วว่าการจัดซื้อจัดจ้างต้องทำให้ถูกต้อง พร้อมรับการตรวจสอบจากภาครัฐและภาคประชาชน กองทัพบกพร้อมที่จะรับการตรวจสอบ และทราบว่า ผบ.ทบ.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการชี้แจงแล้ว แต่ตนเองพูดในหลักการคร่าวๆ เพราะเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ไปจุดพลุหาว่าซื้อเฮลิคอปเตอร์มาแพง ประชาชนจะไม่เข้าใจ เพราะแค่ขนาดก็ต่างกันแล้ว รวมทั้งซื้อในเชิงพาณิชย์กับในทางทหารต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าอะไรที่ไม่เข้าใจ เดินเข้ามาหากองทัพบกถามเสียก่อนดีกว่า ก่อนไปให้ข้อมูลกับสื่อหรือจะไปร้องเรียนอะไร เพราะวันนี้ไปให้ข้อมูลในโซเชียลมีเดียหรือสื่อกันมาก จนบางทีขาดการกลั่นกรอง และข้อมูลที่เป็นจริง ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อไปก่อน ขอให้อย่าไปเต้นกับกระแสอะไรที่เขาพยายามเปิดเข้ามา อะไรที่มันถูกต้องรัฐให้ข้อมูลที่เป็นจริงอยู่แล้ว&amp;rdquo; พล.ท.คงชีพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ครม.ในปี 2555 นั้น เป็นยุครัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจมองได้ว่าเป็นการกล่าวหากองทัพบก อีกทั้งดูไม่น่าจะเหมาะสมที่นำเอาเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมาเชื่อมโยงกับการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก เพราะข้อเท็จจริงกองทัพบกได้ดำเนินการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ AW139 และ AW149 &amp;nbsp;ตามความจำเป็นของภารกิจ ผ่านขั้นตอนและกระบวนการจัดซื้อจัดหาตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งอากาศยานยังคงสามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ&amp;nbsp;
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ระบุอีกว่า เฮลิคอปเตอร์ AW139 และ AW149 ของกองทัพบก ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับเฮลิคอปเตอร์ AW169 ได้ โดยเฉพาะในเรื่องราคา เพราะมีองค์ประกอบแตกต่างกัน ทั้งด้านขนาดของอากาศยาน ขนาดเครื่องยนต์ เพดานบิน น้ำหนักบรรทุก ความเร็วในการบิน ระบบนำทาง ระบบรักษาความปลอดภัย ที่นั่งนักบิน จำนวนนักบินและผู้โดยสาร &amp;nbsp;ระยะเวลาและระยะทางการบินสูงสุด อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เป็นต้น อีกทั้งคุณลักษณะในการใช้งานก็แตกต่างกันเฮลิคอปเตอร์ AW139 และ AW149 ของกองทัพบกที่นำมาประจำการนั้น เพื่อใช้ในปฏิบัติการทางการทหาร ซึ่งแตกต่างกับ AW169 ที่มีขนาดเล็กกว่ามาก และบริษัทผู้ผลิตได้ผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของพลเรือน ทั้งนี้ ขนาด ขีดความสามารถ ทำให้เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในภารกิจทางทหารมีราคาแตกต่างกับเฮลิคอปเตอร์ทั่วไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวต่อว่า ในปี 2557 กองทัพบกได้จัดหาเฮลิคอปเตอร์ AW139 สำหรับภารกิจบุคคลสำคัญ โดยจัดซื้อชิ้นส่วนซ่อมอุปกรณ์ประกอบและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นแบบ Total Package ประกอบด้วยการปรับปรุงแผนที่เดินอากาศ เครื่องมือพิเศษสำหรับซ่อมระบบใบพัด การเพิ่มระบบการบินอัตโนมัติ และหลักสูตรการอบรมนักบินและช่างเพิ่มเติม เป็นต้น ซึ่งการจัดซื้อแบบ Total Package ในครั้งนี้ได้เพิ่มเวลาของการสนับสนุนชิ้นส่วนซ่อมและการบำรุงรักษาจาก 2 ปีเป็น 4 ปีด้วย ทำให้ราคาในการจัดซื้อในครั้งนี้แตกต่างกับการจัดซื้อที่ผ่านมา และการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกทุกครั้งจะรวมถึงการฝึกนักบินและช่าง ชิ้นส่วนซ่อมควบคู่ เครื่องมือซ่อมบำรุง &amp;nbsp;บริภัณฑ์ภาคพื้น และอุปกรณ์เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้สามารถคงสภาพของอากาศยาน พร้อมปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้มีราคาการจัดซื้อแตกต่างกับการจัดซื้อเฉพาะเครื่องเปล่า&amp;nbsp;
อัดคิดแบบหยาบ
&amp;ldquo;การเปรียบเทียบราคาด้วยการนำเอาวงเงินงบประมาณของโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ แล้วมาหารแบ่งเป็นจำนวนลำ แล้วระบุว่าเป็นราคาของเฮลิคอปเตอร์นั้น เป็นลักษณะข้อมูลที่หยาบเกินไป ทำให้ข้อเท็จจริงผิดจากความจริงไปมาก อีกทั้งการนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบนั้น หากเป็นช่องทางที่เป็นไปตามกลไกการตรวจสอบของภาครัฐ กองทัพบกก็พร้อมให้ข้อเท็จจริง และขอยืนยันในกระบวนการจัดซื้อจัดหาอากาศยานที่ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามระเบียบและกฎหมาย ยึดประโยชน์สูงสุดในเรื่องความคุ้มค่าของการใช้งานเป็นสำคัญ&amp;rdquo; พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก ทบ.แจ้งว่า รายละเอียดข้อมูล เฮลิคอปเตอร์รุ่น AW139 และ AW149 ถึงมือ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.แล้ว ซึ่งเฮลิคอปเตอร์รุ่น AW 139 ปัจจุบันกองทัพบกมีประจำการไว้ 10 เครื่อง ส่วน AW 149 มี 2 เครื่อง และอยู่ระหว่างรอเข้าประจำการ 3 เครื่อง โดยทั้งหมดเป็นงบประมาณปี 2555 ซึ่งมีทั้งที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาและอิตาลี ซึ่งเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าว เป็นเฮลิคอปเตอร์ยุทธการ สามารถใช้งานได้ทั้งหมด และตรวจสภาพเช็กสภาพตามวงรอบ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การจัดซื้อ AW139 และ AW149 &amp;nbsp;เป็นการจัดซื้อในลักษณะแพ็กเกจทั้งโครงการ โดยมีระบบซิมูเลเตอร์ หรือเครื่องฝึกจำลอง เครื่องเดินอากาศที่สามารถปฏิบัติทางทหารได้ อุปกรณ์บริการภาคพื้นดิน รวมถึงการสำรองอะไหล่และหลักสูตรฝึกนักบิน การฝึกช่างเครื่อง โดยหลังเฮลิคอปเตอร์ AW 169 ของนายวิชัยประสบอุบัติเหตุ บริษัทผู้ผลิตยังไม่ได้แจ้งให้ยกเลิกการบิน ขณะที่กองทัพบกได้เรียกวิศวกร คณะกรรมการทางเทคนิคของบริษัทผู้ผลิตจากประเทศมาเลเซียเข้ามาตรวจสอบเมื่อ 2 วันที่แล้ว โดยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมยืนยันว่าเครื่องที่กองทัพบกมีไว้ประจำการ เป็นคนละรุ่นกับที่นายวิชัยใช้ เพราะ AW 169 มีขนาดเล็กกว่า&amp;rdquo; รายงานข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคุณสมบัติของ ฮ.รุ่น AW 139 นั้น บรรจุผู้โดยสารได้ 15 คน, น้ำหนักสูงสุดก่อนบิน 6,400 กิโลกรัม, ทำการบินต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง 56 นาที, ความเร็วสูงสุด 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และระยะทางการบินสูงสุด 1,250 กิโลเมตร AW 149 บรรจุผู้โดยสารได้ 19 คน, น้ำหนักสูงสุดก่อนบิน 8,300 กก., บินต่อเนื่องได้ 5 ชม. ความเร็วสูงสุด 313 กม./ชม. และระยะทางการบินสูงสุด 1,200 กม. ส่วน AW 169 บรรจุผู้โดยสารได้ 10 คน, น้ำหนักสูงสุดก่อนบิน 4,600 กก., บินต่อเนื่องได้ 4 ชม., ความเร็วสูงสุด 289 กม./ชม. และระยะบินสูงสุด 768 กม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวเรื่องนี้ว่า สตง.และสำนักงบประมาณต้องเร่งตรวจสอบการจัดซื้อดังกล่าว และแถลงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ มิใช่ให้หน่วยจัดซื้อคือกองทัพชี้แจงฝ่ายเดียว และหากพบว่ามีการกระทำผิด ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ รวมทั้งต้องปฏิรูปราคากลางของพัสดุที่จะจัดซื้อทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพหรือส่วนราชการไหน ต้องไม่มีการละเว้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21245</URL_LINK>
                <HASHTAG>AW139, AW149, AW169, การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdc5589afd92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวกตรรกะบัญชีเรืองไกร โชว์โง่ฟอกขาวยิ่งลักษณ์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมบัญชีกลางโต้ &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; เหตุไม่โชว์ผลขาดทุนจำนำข้าว 536 แสนล้าน แจงเป็นเงิน ธ.ก.ส. แยกจากรายงานเงินแผ่นดิน &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; เย้ยดูบัญชีผิดเล่มโชว์โง่ฟอกยิ่งลักษณ์ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง ป.ป.ช.สอบ &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; โรงไฟฟ้าขยะ คุณธรรมจริยธรรมนักการเมืองแย่! โพลชี้ต้องปรับปรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุจะยื่นหนังสือให้ รมว.การคลังตรวจสอบและชี้แจงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติรับทราบรายงานการเงินแผ่นดินสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2558 และ 2557 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ซึ่งตรวจสอบรับรองโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้ว และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2561 ซึ่งในรายงานไม่มีผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว ณ วันที่ 30 ก.ย.2557 จำนวน 536,908.30 ล้านบาทรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง คดีแดงที่ อม.211/2560 เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2560 หรือคดีโครงการรับจำนำข้าว ได้ระบุถึงผลขาดทุนจำนวนดังกล่าวไว้ จึงมีข้อสังเกตว่า ผลขาดทุนจำนวน 536,908.30 ล้านบาทที่ถูกนำไปกล่าวอ้างในคดีนั้นไม่มีอยู่จริงใช่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงว่า 1.หลักการจัดทำบัญชีและรายงานการเงินแผ่นดินในปัจจุบันเป็นหลักการที่ได้นำเสนอ ครม.เพื่อรับทราบการปรับเปลี่ยนหลักการจัดทำรายงานการเงินของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2552 ให้จัดทำตามเกณฑ์คงค้างแบบผสม (Modified Accrual Basis) โดยมีขั้นตอนโดยสรุปดังนี้ 1.1 กรมบัญชีกลางทำบัญชีชุดรัฐบาลโดยบันทึกข้อมูลการรับจ่ายเงินคงคลังของรัฐบาลเป็นหลักด้วยเกณฑ์เงินสด ซึ่งประกอบด้วย รายการเงินรายได้แผ่นดิน เงินงบประมาณรายจ่าย และเงินนอกงบประมาณที่ส่วนราชการฝากไว้กับกระทรวงการคลังและจะปรับปรุงบัญชีค้างรับค้างจ่ายตามเกณฑ์คงค้าง เมื่อสิ้นปีงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.2 กรมบัญชีกลางรวบรวมข้อมูลที่มีสาระสำคัญเฉพาะสินทรัพย์และหนี้สินของรัฐบาลจากส่วนราชการที่ทำหน้าที่บริหารจัดการแทนรัฐบาล ได้แก่ ข้อมูลที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ ข้อมูลเงินลงทุนจากสำนักงานรัฐวิสาหกิจ และข้อมูลหนี้สาธารณะจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ตามลำดับ มาปรับปรุงบัญชีชุดรัฐบาล 1.3 กรมบัญชีกลางนำข้อมูลบัญชีตามข้อ 1.1 และ 1.2 แสดงในรายงานการเงินแผ่นดินส่งให้ สตง.ตรวจสอบและรับรอง ก่อนนำเสนอ ครม.และรัฐสภาต่อไป ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2548 เป็นต้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการไปก่อนแล้วรัฐบาลจึงตั้งงบประมาณชดใช้คืนเป็นรายปีจนกว่าจะครบวงเงิน ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงเป็นผู้ทำบัญชีโครงการนี้ เพื่อแสดงต่อรัฐบาลประกอบการขอตั้งงบประมาณ ธ.ก.ส.จึงไม่ต้องส่งข้อมูลดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง เนื่องจากเป็นรายการที่ไม่ต้องนำมาทำบัญชีในชุดรัฐบาล อย่างไรก็ดี กรมบัญชีกลางจะรับรู้รายการนี้ และลงบัญชีเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณใช้คืนให้ ธ.ก.ส. โดยลงบัญชีเป็นรายจ่ายตามงบประมาณตามปกติในปีที่ ธ.ก.ส.ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.จากหลักการจัดทำบัญชีและรายงานการเงินแผ่นดินตามเกณฑ์คงค้างแบบผสมดังกล่าว จึงไม่มีหรือไม่สามารถมีรายการผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง จำนวน 536,908.30 ล้านบาท ที่ดำเนินการโดย ธ.ก.ส. เป็นรายการบัญชีค่าใช้จ่ายแยกต่างหากในรายงานการเงินแผ่นดินที่กรมบัญชีกลางจัดทำสำหรับปีสิ้นสุด 30 ก.ย.2558 และ 2557 ได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการบัญชีที่ได้เสนอ ครม.รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสอนนายเรืองไกรว่า รายงานการเงินแผ่นดิน เป็นบัญชีรายการแสดงฐานะการเงินและงบรายได้และค่าใช้จ่าย ที่เป็นภาพใหญ่ของรัฐบาล ที่จะไม่มีการลงรายละเอียดของโครงการต่างๆ ไม่ว่าเป็นโครงการข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรือโครงการอื่นๆ หากต้องการรับทราบถึงผลกำไรขาดทุนของแต่ละโครงการ ต้องไปดูการปิดบัญชีของแต่ละโครงการในแต่ละปีที่ต้องการทราบ ไม่ใช่ไปดูบัญชีรวมของประเทศแล้วไม่เห็นมาเหมารวมว่าไม่มีการขาดทุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่านายเรืองไกรเป็นนักบัญชี น่าจะมีความรู้เรื่องบัญชี รายงานการเงินแผ่นดินเป็นอย่างดี แต่กลับกลายตรงกันข้าม นั่นคือไม่รู้เรื่องเลย เท่ากับดูบัญชีผิดเล่ม แล้วยังมีการเอาไปโยงแบบผิดๆ ว่ามีการตีค่าคุณภาพข้าวให้เสื่อมกว่าความเป็นจริง ผมอยากเตือนนายเรืองไกรและพรรคเพื่อไทยว่า การทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีและโครงการรับจำนำข้าว มีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแล้ว และคำพิพากษานี้ผูกพันทุกองค์กร การที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จมีความผิดฐานหมิ่นศาลได้ ดังนั้นอย่าโชว์ความไม่รู้เพื่อฟอกผิดให้นางสาวยิ่งลักษณ์เช่นนี้อีก&amp;rdquo; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 ส.ค. เวลา 10.30 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ท้าทายให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ กรณีที่บุตรชายของ พล.อ.อนุพงษ์บุกพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเมื่อ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า รมว.มหาดไทยมีเอี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะหรือไม่ เพราะวันนี้มีท้องถิ่นมีถึง 7,852 แห่ง ขณะที่กองขยะจากการสำรวจ พบว่ามี 2,810 กอง มีการสั่งการให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มถึง 324 คลัสเตอร์ การลงทุนสร้างโรงเผาขยะผลิตไฟฟ้าแต่ละแห่งจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในเรื่องนี้มากกว่า 324,000 ล้านบาท ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาขยะกำลังจะกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาลของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่ รมว.มหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การจัดการมูลฝอย 2560 และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด (ฉบับที่ 2) 2560 และหนังสือสั่งการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น อาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา184 (2) ประกอบมาตรา186 ห้ามไว้ และเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวม ตามมาตรา 126 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 หรือไม่ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลโพลเรื่อง มาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสายตาประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,256 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 10-18 ส.ค.2561 พบว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไทยในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมาต้องปรับปรุงทุกตัวชี้วัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.2 ระบุมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมาอยู่ระดับที่ต้องปรับปรุง ในขณะที่ร้อยละ 34.6 ระบุระดับปานกลาง และร้อยละ 5.2 อยู่ในระดับดี แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.2 ระบุมาตรฐานด้านความสำนึกในบาปบุญคุณโทษ เลิกลดละ การทุจริตคอร์รัปชันในอดีตของรัฐบาลที่ผ่านมาต้องปรับปรุง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 55.7 ระบุผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปรับปรุงมาตรฐานด้าน จิตสำนึก ยึดมั่น ผลประโยชน์ชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของครอบครัว เครือญาติ และพวกพ้อง นอกจากนี้ จำนวนมากหรือร้อยละ 47.9 ระบุต้องปรับปรุง มาตรฐานด้านความนอบน้อมถ่อมตัว ไม่กร่าง ไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ สร้างความหวาดเกรงในหมู่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.0 ระบุ มาตรฐานด้านความเป็นผู้นำ เสริมสร้างความปรองดองของคนในชาติ ไม่เป็นต้นตอแห่งความขัดแย้งเสียเอง และร้อยละ 50.5 ระบุผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องปรับปรุงมาตรฐานด้านความจริง ไม่บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนมากหรือร้อยละ 49.6 ระบุ ต้องปรับปรุงมาตรฐานด้านการมีจิตใจให้บริการ รับใช้ประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติ มีวินัย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.2 ระบุมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าจะแย่ลง ขณะที่ร้อยละ 34.9 ระบุจะเหมือนเดิม และร้อยละ 6.9 จะดีขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15734</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, หนังสือพิมพ์, อม.211/2560</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b796c607d8e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
