<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อบรบ “โดรน” อากาศยานไร้คนขับ กับ DTI-UTC ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (Defence Technology Institute Unmanned Aircraft Systems Training Centre : DTI-UTC)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ ตามมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน พร้อมพัฒนาบุคลากรผู้ใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองเทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับ หรือ &amp;quot;โดรน&amp;quot; ที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้งานด้านการพัฒนาประเทศ ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคพลเรือน และเพื่อการพาณิชย์ อีกทั้งมีแนวโน้มในการนำระบบอากาศยานไร้คนขับมาประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆ อาทิ การบินสำรวจถ่ายภาพ จัดทำแผนที่ 3 มิติ งานด้านการเกษตรกรรม การตรวจสภาวะแวดล้อม เพื่อการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย การปราบปรามอาชญากรรม ภารกิจด้านการรักษากฎหมาย และภารกิจด้านมนุษยธรรม ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น DTI-UTC จึงมุ่งเน้นในการสร้างและพัฒนาบุคลากรของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ด้วยกระบวนการฝึกอบรมในรูปแบบ Competency Base Training เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานด้านการบิน (Knowledge) และความเข้าใจการใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และเป็นไปตามมาตรฐานสากล สร้างทักษะความชำนาญ (Skill) พร้อมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกด้านการบิน (Attitude) หลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการจัดการความปลอดภัย (Safety Management System) ในการใช้ห้วงอากาศ (Air Space) ขณะทำภารกิจการบิน ควบคู่กับการสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักบินที่ดี (Airmanship) ให้แก่ นักบินอากาศยานไร้คนขับ หรือผู้บังคับโดรน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะก่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อภาพรวมด้านการบินในประเทศ&amp;nbsp; DTI-UTC เป็นสถาบันการฝึกอบรมการบินระบบอากาศยานไร้คนขับ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคอากาศ ตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลแห่งแรกในประเทศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ให้แก่ กำลังพลของเหล่าทัพ หน่วยงานพลเรือน ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไป รวมถึง ศึกษา รวบรวมข้อมูล สร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาด้านการฝึกอบรมและใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับ และบูรณาการความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศ และมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานด้านการบินระบบอากาศยานไร้คนขับให้กับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบัน DTI-UTC ได้รับการรับรองให้เป็นสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน (Approved Training Organisation) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน 2563 ซึ่งถือเป็นสถาบันการฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับ กฎ ระเบียบข้อบังคับ และหลักการเดินอากาศ การใช้ห้วงอากาศทฤษฎีอากาศพลศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา และการจัดการความปลอดภัย พร้อมการสร้างทักษะการบังคับอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงการบำรุงรักษาขั้นต้น เมื่อจบการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตร (Certificate) เพื่อเป็นการรับรองหลักสูตรนั้น ๆ ให้แก่ศิษย์การบินเพื่อนำไปสอบใบอนุญาตนักบินอากาศยานไร้คนขับ หรือ Remote Pilot Licence (RPL) จาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในอนาคตต่อไป รวมถึงการต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการนำไปใช้สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ในอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับที่กำลังขยายตัวและเติบโตทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นอย่างมากในเวลานี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลักสูตรที่ได้รับการรับรองได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นักบินอากาศยานไร้คนขับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรรับรองการปฏิบัติงานอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตา (Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate: RVC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 หลักสูตรรับรองการปฏิบัติงานอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตาแบบปีกนิ่ง Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate (RVC: Fixed-Wing)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคทฤษฎี จำนวน 18 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคฝึกจำลอง Simulator จำนวน 2 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคอากาศ จำนวน 10 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 หลักสูตรรับรองการปฏิบัติงานอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตาแบบปีกหมุน Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate (RVC : Multi-Rotor)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคทฤษฎี จำนวน 18 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคฝึกจำลอง Simulator จำนวน 2 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคอากาศ จำนวน 5 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หลักสูตรครูการบิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรรับรองครูการบินระบบอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตา (Instructor Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate: IRVC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดต่อสอบถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (แจ้งวัฒนะ) ชั้น 6 เลขที่ 47/433 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทุบรี 11120&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ DTI-UTC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;www.dtiutc.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;083 099 7158 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;DTI-UTC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118033</URL_LINK>
                <HASHTAG>CAAT, Competency Base Training, DTI-UTC, กระทรวงกลาโหม, ระบบอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย, ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ, ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สทป., สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, โดรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151c06856cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กพท.&#039; สั่งปิด &#039;สนามบินภูเก็ต&#039; ต่ออีก 15 วัน หลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดเป็นลำดับที่ 2 รองของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)เปิดเผยว่า ได้เซ็นคำสั่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยที่ 103/2563เรื่อง การระงับการดำเนินงานของสนามบินภูเก็ตตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้ออกมาตรการยกระดับความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและยับยั้งการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(COVID 19) โดยได้ปิดซ่องทางเข้า - ออกในช่องทางบกและช่องทางน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศจังหวัดภูเก็ตฉบับที่ 11/2563ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2563โดยได้ประสานการปฏิบัติในการใช้มาตรการเพิ่มเติมในการปิดช่องทางเดินอากาศยานและได้มีคำสั่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ที่ 85/2563เรื่อง การระงับการดำเนินงานของสนามบินภูเก็ต สั่ง ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563ให้ระงับการดำเนินงานของสนามบินภูเก็ต ตั้งแต่วันที่10เมษายน 2563เวลา 00.01 น. จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 เวลา 23.59 น. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามด้วยปัจจุบันสถานการณ์การติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส(COVD 19)ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นลำดับ 2ของประเทศ และมีอัตราการติดเชื้อสูงที่สุดในประเทศไทย ถึงแม้การระบาดของโรคจะมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ยังพบว่ามีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องทุกวันในหลายพื้นที่ของจังหวัด ทำให้ยังต้องมีการคัดกรอง เฝ้าระวัง ควบคุมโรคและรักษาพยาบาล ซึ่งส่งผลให้จังหวัดภูเก็ตมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมช่องทางการเดินทางเข้า-ออกดังนั้น เพื่อเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ในคราวการประชุม ครั้งที่28/2563เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563ได้ประสานขอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยพิจารณาขยายระยะเวลาการระงับการดำเนินงานของสนามบินภูเก็ตออกไปอีก 15วันเพื่อประโยชน์ในการป้องกันสาธารณะมีให้เกิดเหตุการณ์การระบาดของโรครุนแรงมากยิ่งขึ้นและเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตสามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60/22แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
1ให้ระงับการดำเนินงานของสนามบึนภูเก็ต วันแต่เป็นการให้บริการแก่อากาศยานดังต่อไปนี้
(1) อากาศยานราชการหรือที่ใช้ในราชการทหาร (State or Military Aircraft)
(2) อากาศยานที่ขอลงฉุกเฉิน (Emergency Landing)
(3) อากาศยานที่ขอลงทางเทคนิค (Technical landing) โดยไม่มีผู้โดยสารออกจากเครื่อง
(3) อากาศยานที่ทำการบินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ทำการบินทางการแพทย์
หรือการขนส่งสิ่งของเพื่อสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัส(COVID 19)
(Humanitarian Aid, Medical and Relief Flights)
(5) อากาศยานที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินรับส่งบุคคลกลับภูมิลำเนา (Repatriation)
(6) อากาศยานขนส่งสินค้า (Cargo Aircraft)
2.ให้ผู้ควบคุมอากาศยาน เจ้าหน้าที่ประจำอากาศยาน และบุคคลผู้เดินทางโดยอากาศยาน
ตาม 1.ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548และปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งของจังหวัดภูเก็ตโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1พฤษภาคม 2563เวลา 00.01 น.จนถึงวันที่ 15พฤษภาคม 2563
เวลา 23.59น.หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
สั่ง ณวันที่30เมษายน 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพท., สนามบินภูเก็ต, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, โรคโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa7662331c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยามสั่งจับคุมเข้มฐานะทางการเงินสายการบินไม่ให้กระทบผู้โดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ไปตรวจสอบสถานะทางการเงินของสายการบินที่ได้รับใบอนุญาตการเดินอากาศ (AOC) ทุกราย โดยเฉพาะสายการบินที่มีสถานะทางการเงินน่าเป็นห่วง พร้อมทั้งให้สายการบินนั้นๆ ไปปรับปรุงธุรกิจให้อยู่ในคุณสมบัติที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีสายการบินใดไม่ดำเนินการแก้ไข หรือเรียกมาเจรจาแล้วพบว่าไม่ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็จะต้องเลิกใบอนุญาตไปก่อน ดังนั้นต้องจับตาสายการบินที่ขาดทุนจำนวนมาก หากยอดขาดทุนกินทุนคงเหลือจะต้องดำเนินการก่อนที่สายการบินดังกล่าวจะล้มละลาย

&amp;ldquo;สั่งให้เร่งทำทันที เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผู้โดยสารหรือเกิดการทอดทิ้งผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้แล้ว หากตรวจสอบพบว่าไปต่อไม่ไหวกก็ต้องเลิกไปก่อนเพื่อหยุดความเสียหาย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยามกล่าว

รายงานข่าวจาก กพท. ระบุว่า สำหรับสายการบินที่สถานะทางการเงินน่าเป็นห่วง มีทั้งหมด 5 สายการบิน ประกอบด้วย 1.การบินไทย ‭2.ไทย‬สมายล์ 3.นกแอร์ ‭4.ไทย‬แอร์เอเชียเอ็กซ์ และ ‭5.ไทย‬ไลอ้อนแอร์ โดยจาก 5 สายการบินดังกล่าวนั้น สายการไลอ้อนแอร์มีสถานการณ์น่าเป็นห่วงมากที่สุด

ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.)ว่าได้รายงานความคืบหน้าองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ( ICAO) จะเข้ามาตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัยการวันที่ 11- 21 กุมพาพันธ์ 2563 จะเกี่ยวกับเรื่องการักษาความปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยได้รับการตรวจเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา โดย ICAO จะเข้ามาตรวจซ้ำอีกรอบ ซึ้งเมื่อปี 60 มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างแก้ไขจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้

สำหรับข้อบกพร่องจากเดิมมี 29 ข้อ โดย ICAO จะเข้ามาตรวจใหม่ทั้งหมดกว่า 300 รายการ โดยส่วนใหญ่จะดูเรื่องกฎระเบียบเรื่องการบริหารจัดการของเราเป็นอย่างไร และจะมีการไปตรวจสนามบิน 2 แห่ง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต ขณะเดียวกันตามนโยบายของนาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการว่าสนามบินทุกแห่งต้องมีมาตรฐานเหมือนกันทั้งหมด

นายจุฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (FAA) ปรับลดระดับความปลอดภัยด้านการบินไทยลงจาก Category 1 มาที่ระดับ Category 2 ทำให้สายการบินของไทยไม่สามารถทำการบินในสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนต.ค.2558 นั้น หลังจากที่ได้รับการตรวจเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา และ FAA ได้กำหนดไว้ 35 ประเด็น เหลือ 26 ประเด็น ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขเยอะพอสมควรแล้ว โดยภายในเดือน ม.ค.63 FAA ได้นัดไปพรีเซนต์งานว่า 26 ข้อจะแก้คืบหน้าถึงไหนแล้ว ซึ่งบ้างเรื่องเราแก้เสร็จแล้ว โดยมีบ้างเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินอยู่

&amp;ldquo;เราหวังว่าถ้ารอบนี้ FAA เข้ามาตรวจแล้วเขาพอใจในความก้าวหน้าเราของ เขาจะมาตรวจเหมือนกับที่เป็น Category 1 ใหม่ ซึ่งตรงนี้ถามว่าเมื่อไร ยังตอบไม่ได้ต้องรอผล โดยทาง กพท.จะนำคณะเดินทางไปช่วง 6- 11 ม.ค.&amp;rdquo; นายจุฬา กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52073</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9af78135ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.สั่งจับตา&quot;นกแอร์&quot;กลัวมีปัญหาด้านการเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน 2562 -นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยว่า กทพ.ได้มีการจับตาการดำเนินธุรกิจของบริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินนกแอร์เนื่องจากมองว่าสายการบินนกแอร์ยังมีปัญหาเรื่องสถานะทางการเงินและกระแสเงินสดซึ่งหากปัญหาเหล่านี้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจก็จะ ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จากการตรวจสอบงบทางการเงินของนกแอร์ในปัจจุบันพบว่ามีการจ่ายหนี้ตามปกติแต่ที่ผ่านมามีการยกเลิกเที่ยวบินบ้างซึ่งอาจจากหลายสาเหตุเช่นเครื่องยนต์มีปัญหาขัดข้องหรือไม่มีผู้โดยสารจองตั๋วโดยล่าสุดนกแอร์ได้มีการปลดระวางเครื่องบินขนาดเล็กART รวมถึงนักบิน สายการบินนกแอร์ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้มีการดูตั๋วที่ขายไปล่วงหน้าก่อนหน้านี้ซึ่งพบว่าปัจจุบันนกแอร์มีการยกเลิกเที่ยวบินบ้างเช่นในเส้นทางที่เคยบินสามเที่ยวบินต่อวันลดเหลือสองเที่ยวบินต่อวันทั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้โดยสารใช้บริการน้อย ซึ่งก็อาจได้รับผลกระทบบ้างจึงได้มีการยกเลิกเที่ยวบินออกไป&amp;quot;นายจุฬา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์และตรวจสอบมาตรการดูแลผู้โดยสาร กทพ.ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ในสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อดูการดำเนินธุรกิจของสายการบินทุกสายการบินอย่างใกล้ชิดหากมีการยกเลิกเที่ยวบินจะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบกรณียกเลิกเที่ยวบินโดยไม่ได้แจ้ง และกทพ.ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งหามาตรการมากำกับดูแลต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32962</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., จุฬา สุขมานพ, นกแอร์, วิกฤตการเงิน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afb01fc3495f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.สั่ง ไทยไลอ้อนแอร์ หยุดบิน โบอิ้ง737 MAX 9 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทพ.สั่งไทยไลอ้อนแอร์ ให้หยุดบิน โบอิ้ง737 MAX 9 ทุกเส้นทาง เป็นระยะเวลา 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14-20 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค.62-นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า กพท.ได้ออกคำสั่งด่วนไปยังสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ให้ทำการยุติการทำการบินโดยใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 9 ในทุกเส้นทาง เป็นระยะเวลา 7 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14-20 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากกพท.พิจารณาแล้วเห็นว่าขณะนี้บริษัทโบอิ้งซึ่งเป็นผู้ผลิตอากาศยานรุ่นที่มีปัญหายังไม่มีคำชี้แจงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ รวมทั้งยังไม่มีการออกมาตรการป้องกันแก้ไขที่ทำหมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดเหตุการกาณืดังกล่าวขึ้นอีก ดังนั้น กพท.จำเป็นต้องสั่งให้ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์หยุดปฏิบัติการบินเครื่องบินโบอิ้ง737 MAX 9 ก่อน เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ ไทยไลอ้อนแอร์ มีเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 9 ประจำในฝูงบินอยู่ 3 เครื่อง ซึ่งตั้งแต่เช้าวันที่ 14 มี.ค.เป็นต้นไป จะต้องหยุดทำการบินในทุกเส้นทาง เพื่อรอฟังความชัดเจนในการแก้ปัญหาจากโบอิ้งก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กทพ.จะดำเนินการตรวจสอบกระบวนการบริหารความเสี่ยง การฝึกอบรมพิเศษแก่นักบินของ บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี่ จำกัด รวมถึงประสานข้อมูลกับบริษัทผู้ผลิตอากาศยานและรัฐผู้ออกแบบอากาศยานอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาด้านความปลอดภัยต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31246</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, โบอิ้ง, โบอิ้ง737 MAX 9, ไลอ้อนแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88d0080da8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CAATแจงไม่มีสายการบินไทยใช้เครื่องโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CAAT แจงกรณีเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ระบุไม่มีสายการบินของไทยที่ใช้เครื่องดังกล่าว รอFAA ชี้แจงรับรองออกมาตรการด้านความปลอดภัย หลังเหตุการณ์เครื่องบินตก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.62-นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ชี้แจงถึงกรณีความเป็นห่วง &amp;nbsp;ในการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 สืบเนื่องจากกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ &amp;nbsp;โดยระบุว่า ปัจจุบันไม่มีสายการบินใดของไทยที่ใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุฬา กล่าวว่ามีสายการบินของไทยหนึ่งสายที่ใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 9 จำนวน 3 ลำ ซึ่งตั้งแต่เครื่องบิน 3 ลำดังกล่าวมีการนำมาใช้ในประเทศไทย CAAT ได้ดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับความสมควรเดินอากาศตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีที่ในขณะนี้มีบางประเทศประกาศให้สายการบินระงับการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 เป็นการชั่วคราวนั้น น่าจะต้องการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทโบอิ้ง ในฐานะผู้ผลิตเครื่องบิน และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (FAA) ในฐานะรัฐรับรองแบบของเครื่องบิน เกี่ยวกับมาตรการที่จะให้ผู้ใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวปฏิบัติเพิ่มเติม หลังจากที่มีเหตุการณ์เครื่องบินตก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;CAAT ขอเน้นย้ำว่าความปลอดภัยในการบินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หาก CAAT มีข้อมูลที่ชัดเจนที่จำเป็นต้องสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดในทันที CAAT พร้อมที่จะดำเนินการดังกล่าวโดยทันที&amp;rdquo;นายจุฬา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31152</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬา สุขมานพ, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริก, เครื่องบินโบอิ้ง, เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c8773c50c464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบร.ไฟเขียวแก้ไขเปิดระดมทุนอุ้มสายการบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบร.ไฟเขียวแก้กฎหมายเปิดช่องระดมทุนอุ้มสายการบิน เอกชน-คนทั่วไปซื้อได้ คาดการันตีผลตอบแทน 3-5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน(กบร.)ได้มีมติเห็นชอบในหลักการแก้กฎกระทรวงเพื่อปลดล็อคเงื่อนไขการระดมทุนสำหรับสายการบินและผู้ประกอบการธุรกิจการบินให้สามารถดำเนินการจัดตั้งกองทุนเพื่อเปิดระดมทุนในประเทศได้ เอื้อให้ สายการบินสามารถลงทุนระดมทุนได้หลากหลายมากขึ้นเป็นการลดความเสี่ยงทางการเงินได้ดีอีกทางหนึ่ง เช่น การระดมทุนเพื่อเปิดสายการบินใหม่รองรับตลาดการบินที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด หรือการระดมทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมองว่าการระดมทุนจะดีกว่าการกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องเนื่องจากธนาคารกำหนดดอกเบี้ยที่ขั้นต่ำ 5% ดังนั้นผู้ประกอบการสามารถเสนอเงื่อนไขผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ในกรอบดังกล่าว 3-5% โดยจะต้องไปดูกองทุนในธุรกิจรวมถึงหน่วยงานกำกับว่ามีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จัดตั้งกองทุนตามกฎหมายหลักทรัพย์และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้ามามีบทบาทสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในสายการบินได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแต่เดิมกองทุนมีข้อจำกัดในการที่จะเข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นในสายการบิน โดยหลังจากนี้จะกลับมาเสนอแนวทางแก้กฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมกบร.ในเดือน พ.ย.นี้ก่อนเสนอเรื่องไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุฬากล่าวต่อว่านอกจากนี้ที่ประชุมกบร.ได้มีมติเห็นชอบหลักการเกี่ยวกับเรื่องนิรภัยการบินแห่งชาติที่จะมีการปรับนโยบายการบริหารจัดการความปลอดภัยในเรื่องการบินให้สอดคล้องกับคู่มือปฎิบัติขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO) ทั้งนี้แผนนิรภัยดังกล่าวเป็นแผนที่ICAO บังคับให้ทำภายในปี 2565 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นประเทศไทยจะหยิบมาเริ่มต้นก่อน โดย
แผนนิรภัยการบินแห่งชาตินั้น จะครอบคลุมทั้งการจัดการเรื่องความปลอดภัยทั้งหมดเป็นแผนแม่บทเรื่องความปลอดภัยทางด้านการบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ตามนโยบายดังกล่าวสายการบินจะต้องดำเนินการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยขององค์กรสายการบินเอง รวมถึง กพท.จะเข้าไปกำกับและกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) เรื่องการบินว่าเกณฑ์มีอะไรบ้าง และเมื่อเกิดเหตุต้องรายงานไม่รายงานต้องถูกลงโทษแต่เกิดจากความประมาทต้องลงโทษเนื่องจากจะต้องใช้บทเรียนมานำมาพัฒนาด้านความปลอดภัย ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมจะเสนอแผนแม่บทดังกล่าวให้ที่ประชุมกบร.อีกครั้งในเดือนหน้า&amp;quot;นายจุฬากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบร., ตั้งกองทุนเพื่อเปิดระดมทุนในประเทศได้, ปลดล็อคเงื่อนไขการระดมทุนสำหรับสายการบิน, ระดมทุน, สายการบิน, สายการบินสามารถลงทุนระดมทุนได้หลากหลาย, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbd6a1a467c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
