<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบนโยบาย ผอ.สพท. ต้อนรับวิทยาลัยอาชีวะแนะแนวเรียนต่อสายอาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 พ.ค.ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ (สพท.) โดยนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวในการมอบนโยบายเรื่องทิศทางการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานตอนหนึ่งว่า การจัดการศึกษาที่มุ่งแต่สร้างให้เด็กเรียนเก่ง เรียนดี เรียนอย่างมีความสุข และมุ่งสู่ใบปริญญานั้น พบว่า เด็กเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ เราต้องจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ดังนั้น การบริหารงานจากนี้ต้องสร้างสะพานเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และ สพฐ. เช่น การจัดหลักสูตรอาชีพในโรงเรียน สพฐ. &amp;nbsp;เป็นต้น รวมถึงการเปิดโอกาสให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาได้เข้ามาแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพในโรงเรียน เนื่องจากพบว่า โรงเรียนบางแห่งปิดกั้นไม่ให้มีการเข้ามาแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพ ทั้งนี้ ตนเชื่อมั่นว่า สพท. จะทำหน้าที่เป็นคีย์แมนสำคัญขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เพราะใกล้ชิดกับโรงเรียนมากที่สุด ซึ่งตนจะขอรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาการจัดการศึกษาในพื้นที่จากเขตพื้นที่ ไม่อยากมอบเป็นนโยบายที่สั่งการจากส่วนกลางลงไปอย่างเดียว อยากให้เขตพื้นที่ช่วยคิดและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อร่วมกำหนดเป้าหมายคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน ทำให้ได้รับเสียงสะท้อนเกี่ยวกับนโยบาย โรงเรียนดีประจำตำบลว่า มีโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับประเทศอยู่แล้ว แต่กลับได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีประจำตำบล ในความรู้สึกของโรงเรียนเหมือนถูกลดเกรด อยากให้ทบทวนการดำเนินการใหม่ จากนี้ตนจะนำรายชื่อของโรงเรียนที่เข้าโครงการนี้มาทบทวนใหม่ เพื่อที่จะให้ได้โรงเรียนดีประจำตำบลจริง ทั้งนี้ สำหรับนโยบายโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership school) และโรงเรียนประชารัฐที่ดึงภาคเอกชนช่วยจัดการศึกษา ถือเป็นโครงการที่ดีมาก ตนต้องการจะขยายผลหลักการดังกล่าว โดยมอบโจทย์ให้ สพท.ทุกแห่งดึงภาคเอกชนมาร่วมสนับสนุนการศึกษานำร่องเขตพื้นที่ละ 5 โรง ต้องทำงานเชิงรุก จะมารองบประมาณจากรัฐอย่างเดียวไม่เพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ผมได้รับเสียงสะท้อนเรื่องโครงการพัฒนาครูแบบครบวงจร หรือ คูปองครูว่า มีปัญหาในส่วนการปฏิบัติ ผมเห็นว่านโยบายนี้มีหลักการที่ดี แต่คงต้องมีการปรับส่วนการปฏิบัติ และขอรับฟังเสียงสะท้อนจาก สพท. อีกครั้งด้วยว่า แนวทางการพัฒนาครูในอนาคตจะมีรูปแบบใด ทั้งนี้ ผมอยากฝากนโยบายทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ตามมาตรฐานของแต่ละชั้นเรียนเร่งทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 2 เดือน เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอบถามและให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก &amp;quot; นายสุเทพ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37153</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผอ.สพท., สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สุเทพ ชิตยวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b099914d9cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 00:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาชีวะรุกปั้นอาชีพช่างซ่อมเรือเจ็ทสกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กอศ. ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างอุตสาหกรรม s-Curve ล่าสุดสั้งอบรมอาชีพช่างซ่อมเจ็มสกี เน้นกลุ่มเป้าหมายนักศึกษาอาชีวะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ ครั้งที่ 3 ปีการศึกษา 2560 ในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนกำลังคน และเป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับ New Engine of Growth (S-Curve, New S-Curve) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้มอบหมายให้สอศ. เป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยวิทยาลัยเทคนิคพัทยา ได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรงานบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี และหลักสูตรงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้กระทรวงศึกษาธิการจัดหลักสูตรระยะสั้นในการพัฒนาฝีมือและความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้แรงงานที่มีทักษะความรู้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการในยุคประเทศไทย 4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการกล่าวต่อไปว่า การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะ เป็นการจัดอบรมที่สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคน โดยมุ่งส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีสุดท้าย และประชาชนทั่วไป ให้มีความสามารถทางด้านทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำมากขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน และการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นที่ปฏิบัติงานได้จริง ประกอบอาชีพได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ดร.ชาติชาย ตลุนจันทร์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพัทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรงานบำรุงรักษาเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี และหลักสูตรงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี เป็นหลักสูตรที่ฝึกอบรมเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์เรือเจ็ทสกี 15 ชั่วโมง และระบบไฟฟ้าเรือเจ็ทสกี 21 ชั่วโมง วิทยากรที่ให้ความรู้มาจากสถานประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับเรือเจ็ทสกี และสโมสรเรือเจ็ทสกีเมืองพัทยา โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ที่ทำงานในด้านเจ็ทสกี หรืออยากเปลี่ยนงานมาทำงานด้านธุรกิจเจ็ทสกี หรือผู้ที่เรียนจบแล้วกำลังหางานทำ &amp;nbsp; ซึ่งหลังจบหลักสูตรจะได้รับวุฒิบัตร และสามารถเข้าทำงานในสถานประกอบการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10075</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอศ., นักเรียนอาชีวะ, ประเทศไทย 4.0, สอศ., สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สุเทพ ชิตยวงษ์, เรือเจ็ทสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b099914d9cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดสิ้นสัปดาห์นี้ รู้ผลใครโกง&quot;อควาเรียม&quot;คกก.สืบขอเวลาอีกนิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คกก.สืบข้อเท็จจริง กรณีอควาเรียม ขอขยายเวลาสืบตัวสัญญาเพิ่ม หวังสรุปผลการสืบข้อเท็จจริงมีความแน่นหนา และไม่เป็นการแกล้งใคร &amp;quot;รมว.ศธ.&amp;quot; ลั่น สิ้นสัปดาห์นี้น่าจะสรุปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการสืบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา หรือ อควาเรียม ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ได้รายงานให้ตนทราบว่าขณะนี้นายพีระพล พูลทวี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ผช.เลขาฯ กอศ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ได้ขอขยายเวลาการดำเนินการสรุปผลการสืบข้อเท็จจริง เนื่องจากต้องการที่จะสืบเพิ่มในส่วนของการแก้สัญญาทั้งหมด จากเดิมที่สืบเพียงสัญญาฉบับเดียว ซึ่งจะทำให้การสรุปผลการสืบข้อเท็จจริงมีความแน่นหนาขึ้น &amp;nbsp;และจะไม่เป็นการแกล้งใครด้วย โดยตนคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานอย่างแน่นอน สิ้นสัปดาห์นี้น่าจะสรุปและใช้แนวปฏิบัติคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ผมยังไม่ทราบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บางเพราะ คณะกรรมการสืบฯ ยังไม่รายงานผม แต่สำหรับการดำเนินการตามแนวทางของ คสช.ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับ 10 หรือ 11 ก็สามารถทำได้ทันทีไม่จำเป็นต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะไม่ใช่การโยกย้ายตามปกติ เป็นแค่เพียงคำสั่งที่ให้ไปช่วยราชการเท่านั้น สามารถดำเนินการผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรีได้ แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่ามีใครเกี่ยวข้อง&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าวและว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องสืบข้อเท็จจริงการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตนั้น ขณะนี้นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานสืบข้อเท็จจริงได้ เสนอขอขยายเวลาอีก 15 วัน แต่ตอนนี้ในส่วนของอดีตปลัด ศธ.และรองปลัด ศธ. ได้ให้การมาครบแล้ว จึงขอเวลารวบรวม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7774</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อควาเรียม, คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf12baa499d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
