<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผย ครม.เห็นชอบจ้างที่ปรึกษาประเมินผลงาน หลังใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายสุพัฒนพงษ์&amp;nbsp; พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เสนอขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปี 2564-2565 สำหรับโครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามประเมินผลแผนงานหรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ว่า ที่ประชุมครม.ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและอนุมัติเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และมีการใช้เงินตามแผน ซึ่งในกฎหมายให้มีการติดตามการใช้เงินในโครงการตามแผนเป็นไปตามวัตุประสงค์หรือไม่ และ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก็ต้องมีการจ้างที่ปรึกษาประเมินผลการใช้เงินดังกล่าวด้วย ซึ่งส่วนตัวได้เสนอไปว่าควรจะใช้ที่ปรึกษาชุดนี้เลยและขยายทีโออาร์ให้ดูครอบคลุม เพราะอย่างไรที่ปรึกษาสำหรับประเมินการใช้เงินตามแผนงานก็ต้องมีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ได้มีมติอนุมัติตามข้อเสนอแนวทาง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอแนวทางจัดสรรกรอบอัตรากำลังและกลไกการบริหารจัดการพนักงานข้าราชการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการเพิ่มอัตรากำลังการว่าจ้างพนักงานราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105672</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน 1 ล้านล้าน, จ้างที่ปรึกษา, วิษณุ เครืองาม, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf183f363ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติครม. เห็นชอบชะลอขยายเกษียณอายุราชการ เหตุต้องใช้งบประมาณจ้างงานกลุ่มเปราะบาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64- ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 มีสัดส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ภายในปี พ.ศ.2573 ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงต้องมีแผนรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งในส่วนของข้าราชการพลเรือน ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารบุคลากรภาครัฐ ได้ดำเนินการศึกษาแนวทางการขยายอายุเกษียณราชการ ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคม มาระยะหนึ่งแล้ว โดยกำหนดสาระสำคัญให้การขยายอายุเกษียณราชการเป็นมาตรการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย และสนับสนุนให้บุคลากรภาครัฐมีงานทำหลังเกษียณ รวมถึงการบริหารกำลังคนภาครัฐในช่วงวัยต่างๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งแนวทางหนึ่งคือ การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี เป็น 63 ปี โดยไม่ครอบคลุมหน่วยงานที่ต้องใช้ศักยภาพทางร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง สำนักงาน ก.พ. ได้รับรายงานและข้อเสนอแนะ เรื่อง การจ้างข้าราชการภายหลังเกษียณอายุ 60 ปี เพื่อรองรับสังคมสูงวัย ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา โดยทาง สำนักงาน ก.พ. ได้จัดให้มีการประชุมพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีข้อสรุปดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เห็นด้วยกับการชะลอการขยายเกษียณอายุราชการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านสังคม (จากเกษียณอายุ 60 ปีเป็น 63 ปี) เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมรวมถึงระบบการคลังและงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งควรใช้จ่ายงบประมาณที่มีจำกัดเพื่อให้เกิดการจ้างงานกลุ่มเปราะบางก่อนเป็นอันดับแรก และเมื่อสามารถจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้แล้ว จึงนำกลับมาพิจารณาใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เห็นด้วยกับการจ้างงานเพื่อใช้ศักยภาพข้าราชการเกษียณ ที่เสนอให้มีการกำหนดทางเลือกที่หลากหลายในการจ้างงานข้าราชการที่เกษียณอายุราชการควบคู่ไปกับมาตรการขยายอายุเกษียณ ทั้งนี้ ให้พิจารณาตามความจำเป็นและความต้องการบุคลากรในแต่ละตำแหน่งสาขา เช่น ตำแหน่งที่ขาดแคลนกำลังคน ตำแหน่งที่ต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และให้พิจารณาจ้างข้าราชการเกษียณอายุในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การจ้างเหมาบริการ การรับงานไปทำที่บ้าน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เห็นด้วยกับการศึกษาเพื่อปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญของข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวได้มีการเตรียมความพร้อมและวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง และจะได้มีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อมูลและแนวทางการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดรับกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำความสำคัญของการบริหารบุคลากรภาครัฐในภาพรวม ซึ่งต้องพิจารณาดำเนินการในหลายมิติควบคู่กันไปทั้งการลดกำลังคน การส่งเสริมบุคลากรคนรุ่นใหม่ การจ้างงานข้าราชการเกษียณที่มีศักยภาพในตำแหน่งขาดแคลน และการเตรียมรับสังคมสูงวัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94762</URL_LINK>
                <HASHTAG>มติครม., รัชดา ธนาดิเรก, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603dfe362ea52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
