<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสป.คว้าแชมป์”สาขาเกษตร” ผลประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2563 ชี้ชัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อสป.ปลื้มขึ้นแชมป์สาขาเกษตร ด้วยคะแนน 3.7125 คะแนน ผอ.มณเฑียร ลั่น! จะพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน เพื่อให้ อสป.บรรลุเป้าหมายเป็นรัฐวิสาหกิจแนวหน้าของประเทศในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้คะแนนผลประเมิน ผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2563 ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้ออกมาแล้ว ณ วันที่ 24 ก.พ.2564 ซึ่งองค์การสะพานปลา(อสป.) ถือเป็นม้ามืด ที่กระโดดขึ้นมาเป็นแชมป์รัฐวิสาหกิจที่ได้คะแนนอันดับ 1 ในสาขาเกษตร โดยได้คะแนนสูงถึง 3.7125 คะแนน นอกจากนี้ หากเทียบกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ในปีงบประมาณเดียวกัน (ไม่รวมรัฐวิสาหกิจ ที่ผลการดำเนินงานนับเป็นปีปฎิทิน) คะแนนรวมของ อสป.ก็ถือว่าพุ่งแรง โดยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 14 จากที่เคยอยู่อันดับที่ 43 ของคะแนนผลประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม หากคะแนนผลประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ที่รวมทุกแห่ง คือ 52 แห่ง ทั้งในปีงบประมาณและปีปฎิทินออกมาครบ อันดับของ อสป.และรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่ประกาศผลออกมาแล้วในขณะนี้ อาจมีการขยับขึ้น-ลงบ้าง ซึ่งก็คงต้องจับตาดูกันอีกครั้งว่าใครจะอยู่อันดับที่เท่าไร รวมถึง อสป.ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า รู้สึกภูมิใจและดีใจเป็นอย่างมากที่ อสป.ติดอันดับเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้คะแนนอันดับ 1 ในสาขาเกษตร โดยได้ถึง 3.7125 คะแนน ทั้งนี้ คะแนนที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นจุดเริ่มต้น ที่ อสป.จะพัฒนาต่อในแผนงานต่างๆ ที่วางไว้ รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเป็นรัฐวิสาหกิจแนวหน้าของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อสป.ยังมีเป้าหมายนำระบบคุณภาพมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ พร้อมยกระดับการบริหารจัดการเข้าสู่มาตรฐานระดับสากล พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้กับระบบงานต่าง ๆ ขององค์กร ยกระดับการให้บริการให้มีมาตรฐาน เพื่อสร้างความพึงพอใจกับผู้รับบริการ และพัฒนาระบบบริการของหน่วยงาน จากการพัฒนาและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มณเฑียร กล่าวว่า หลักการทำงานของผม&amp;nbsp; คือ ต้องมีหลักธรรมาภิบาลเป็นหลัก ด้วยคุณธรรม ด้วยสติปัญญา และความมุ่งมั่นอย่างสูงสุด พนักงานทุกคนต้องใส่ใจการทำงาน และต้องมีความภักดีกับองค์กรให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหา ทั้งปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96571</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณเฑียร อินทร์น้อย, รัฐวิสาหกิจ, สคร., สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ, องค์การสะพานปลา(อสป.), อสป.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_60543244a498a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด PPP ไฟเขียว 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 19,000 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.2563 นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ PPP ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งมีผลการประชุมสรุปได้ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คณะกรรมการ PPP ได้เห็นชอบในหลักการของโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost จำนวน 2 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 18,961 ล้านบาท ได้แก่ 1.1 &amp;nbsp;โครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อขนถ่ายสินค้าเหลว ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) มูลค่ารวม 16,096 ล้านบาท ในรูปแบบการให้เอกชนบริหารจัดการโดยให้สัมปทาน โดย กนอ. จะมอบสิทธิแก่เอกชนเข้าใช้ทรัพย์สินเดิมของโครงการและดำเนินโครงการ ทั้งนี้ เอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด โดยภาครัฐไม่มีภาระการลงทุนในโครงการ ตลอดระยะเวลาร่วมลงทุน 30 ปี เพื่อสนับสนุนการประกอบกิจการของผู้ประกอบการในพื้นที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 &amp;nbsp;โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ของกรมการขนส่งทางบกมูลค่ารวม 2,865 ล้านบาท โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า อุปกรณ์สำนักงานและส่วนประกอบ และงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ รวมถึง O&amp;amp;M ทั้งหมด ตลอดระยะเวลาโครงการ 15 ปี เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนรูปแบบ การขนส่งระหว่างประเทศบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน รวมถึงเชื่อมต่อระบบการขนส่งจากทางถนนไปสู่ทางรถไฟ โดยให้ไปพิจารณาผลตอบแทนของรัฐอย่างรอบคอบในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน รวมถึงการขอรับสิทธิประโยชน์ BOI&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คณะกรรมการ PPP เห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรองและแนวทางปฏิบัติภายใต้ พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 ในเรื่องหลักเกณฑ์ในการพิจารณาใช้การคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูล รวมถึงแนวทางการพิจารณาความสำคัญของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 - 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกฎหมายลำดับรองที่ใช้สำหรับการจัดทำและดำเนินโครงการครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คณะกรรมการ PPP ยังได้วินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 ตามมาตรา 20 (9) ตามที่มีหน่วยงานหารือในกรณีปัญหาข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ปี 2562 &amp;nbsp;ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82277</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประภาศ คงเอียด, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9bb3f2b1f42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ยัง &#039;ทอท.&#039;ยุคใหม่พร้อมต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 เม.ย.62-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่าทอท.ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อปี 2560 เพื่อส่งเสริม สนับสนุนพันธกิจ การสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านการทุจริต และยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ และปฏิรูปกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมทั้งบูรณาการและประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทอท.ยังได้เข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity &amp;amp; Transparency Assessment : ITA) ตั้งแต่ปี 2558 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของ ทอท.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทอท.จึงได้จัดโครงการ &amp;ldquo;วันต่อต้านการทุจริตของ ทอท.&amp;rdquo; ประจำปี 2562 ในวันที่ 2 เมษายน 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ รวมทั้งสร้างความตระหนักและจิตสำนึก เกี่ยวกับความสำคัญของการป้องกันและต่อต้านการทุจริตให้กับพนักงาน ทอท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงาน &amp;ldquo;วันต่อต้านการทุจริตของ ทอท.&amp;rdquo; ได้จัดให้มีกิจกรรมร่วมประกาศเจตจำนงในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตของผู้บริหารและพนักงาน ทอท. ตลอดจนมีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ โดยมีการจัดบูธจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงาน ราชการและรัฐวิสาหกิจชั้นนำ ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ช., ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงคมนาคม, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารออมสิน ร่วมกับส่วนงานภายใน ทอท.ซึ่งเป็นส่วนงานที่ตั้งขึ้น เพื่อรับผิดชอบภารกิจด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) รวมทั้งมีการเผยแพร่เอกสาร และจัดบอร์ดประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความสำคัญของการป้องกันและต่อต้านการทุจริต นอกจากนั้น ทอท.ยังได้เชิญวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. มาบรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;ผลประโยชน์ทับซ้อน&amp;nbsp;ภัยร้ายทำลายองค์กร&amp;rdquo; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่า ทอท.มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรในด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรม โดยกระตุ้นให้บุคลากรของ ทอท.เกิดจิตสำนึกในการบริหารงานและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งปัจจุบัน ทอท.มีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลองค์กรที่จัดทำในรูปแบบคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้บุคลากรได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส สุจริต เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน และเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการส่งเสริมกิจการการขนส่งทางอากาศและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ, ไร้ทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca32eb9f3439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;แนะรัฐวิสาหกิจสร้างวัฒนธรรมมีส่วนร่วมในองค์กร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ พร้อมกล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานการประชุมว่า รัฐบาลมีหน้าที่สำคัญที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง ซึ่งยังถือเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งของรัฐบาล จึงฝากให้รัฐวิสาหกิจช่วยกันติดตามดูเรื่องยุทธศาสตร์ชาติหลายอย่าง ซึ่งอยู่ในแผนแม่บททั้งหมด เพื่อวางแผนงานให้สอดคล้องกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้หลายรัฐวิสาหกิจมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่หลายอย่างยังเป็นปัญหา นอกจากนี้ยังต้องให้ทุกรัฐวิสาหกิจสร้างวัฒนธรรมองค์กรว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในรัฐวิสาหกิจของตนเอง ไม่ใช่เฉพาะเพียงแต่มุ่งหวังผลตอบแทนสูงเท่านั้น เพราะหากรายจ่ายส่วนนั้นมากเกินไป องค์กรก็จะเสียหาย ดังนั้นจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17381</URL_LINK>
                <HASHTAG>การมีส่วนร่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัฒนธรรมในองค์กร, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9898b5ca373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชัวร์แล้ว! คลังกดปุ่มขายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟันด์กลาง ต.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัวร์แล้ว! คลังประกาศกดปุ่มขายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ต.ค. 2561 เตรียมเหินฟ้าโรดโชว์นักลงทุนฮ่องกง-สิงคโปร์ มั่นใจกระแสตอบรับแจ่ม พร้อมดึงมอเตอร์เวย์สาย 7-9 ลุยเฟส 2 แจงกรมทางหลวงอยู่ระหว่างปลดล็อกกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง มีนโยบายให้เริ่มเปิดขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : ทีเอฟเอฟ) ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ต.ค. 2561 หลังจากได้มีการยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟล์ลิ่ง) กับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแล้ว และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 16-20 ก.ย. 2561 จะเดินทางไปให้ข้อมูลนักลงทุน (โรดโชว์) ที่ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความสนใจและสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการยืนยันความชัดเจนและความคืบหน้าของโครงการลงทุนที่กำลังดำเนินการ และโครงการต่อ ๆ ไปของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามแผนจะระดมทุนผ่านทีเอฟเอฟก้อนแรก อยู่ที่ 4-4.5 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดสัดส่วนนักลงทุนรายย่อย และรายใหญ่ รวมถึงผลตอบแทน ซึ่ง รมว.การคลัง มีนโยบายชัดเจนว่าการระดมทุนครั้งนี้ต้องการให้นักลงทุนรายย่อยได้ประโยชน์มากที่สุด ดังนั้นตามแผนก็จะเปิดขายหน่วยลงทุนให้กับรายย่อยตามสัดส่วนที่กำหนดก่อน จึงจะทยอยเปิดขายให้กับนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ที่สนใจ ซึ่งหลัก ๆ จะเน้นที่นักลงทุนในประเทศมากกว่า เพราะมีจำนวนมากอยู่แล้ว โดยตามแผนก็จะมีการเดินสายโรดโชว์ตามจังหวัดสำคัญภายในประเทศ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น เป็นต้น&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการระดมทุนผ่านกองทุนทีเอฟเอฟ ระยะที่ 2 นั้น ตามแผนจะเป็นโครงการของกรมทางหลวง ได้แก่ โครงการทางพิเศษ (มอเตอร์เวย์) สาย 7 กรุงเทพฯ &amp;ndash; บ้านฉาง เส้นทางช่วงพัทยา-มาบตาพุด และมอเตอร์เวย์ สาย 9 บางปะอิน-บางพลี โดยกรมทางหลวงอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายเรื่องค่าสัมปทานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ และคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเร็ว ๆ นี้ ส่วนวงเงินที่จะระดมทุนอยู่ระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลตอบแทนของกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ อยู่ที่ 5 % &amp;nbsp;ถ้าจากการประเมินรายได้ที่มาจากหลักทรัพย์คือรายได้จากทางด่วนพิเศษของ 2 ทาง ในอนาคตมีโอกาสที่จะเพิ่มสูงขึ้นซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนจากกองทุนนี้ เพิ่มได้สูงสุดถึง 8 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. สนใจเข้าลงทุนในกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เนื่องเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศ และถือว่าเป็นกองทุนที่ดี มีความเสี่ยงต่ำ เพราะสินทรัพย์ที่นำมาเป็นหลักประกันถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ดีทั้ง 2 ตัว ในระยะยาวสามารถสร้างรายได้ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17283</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลางเดือน ต.ค., ประภาศ คงเอียด, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ, เปิดขายไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สคร. อวดรัฐวิสาหกิจตะลุยเบิกจ่าย 7 เดือนโตพรวด 71%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สคร. อวดผลงานเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจ ช่วง 7 เดือน ปี 2561 ขยายตัว 71% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อานิสงส์ตะลุยใช้เงินลงทุนโครงการรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม-เขียว และโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1 หนุนเต็มพิกัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
08 ก.ย.61- &amp;nbsp;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรง ในช่วง 7 เดือน ปี 2561 (ม.ค.-ก.ค.) &amp;nbsp;อยู่ที่ 2.62 แสนล้านบาท ขยายตัว 71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการลงทุนที่เติบโตของรัฐวิสาหกิจเป็นผลมาจากการเร่งลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม- มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คู่คต ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมถึงการเพิ่มทุนให้แก่บริษัทในเครือ บมจ. ปตท. เพื่อไปลงทุนต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปี 2561 รัฐวิสาหกิจมีแผนเบิกจ่ายลงทุนทั้งสิ้น 4.46 แสนล้านบาท ซึ่งการลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบาย สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวต่อไป&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ในช่วง 10 เดือนของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60-ก.ค. 2561) อยู่ที่ 2.81 แสนล้านบาท คิดเป็น 91% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมที่ 3.09 แสนล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 &amp;ndash; ก.ค. 2561 อยู่ที่ 7.87 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 78% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ขณะที่รัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน เบิกจ่ายงบลงทุนสะสมตั้งแต่ ม.ค. &amp;ndash; ก.ค. 2561 อยู่ที่ 2.02 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับสาขาของรัฐวิสาหกิจที่มีการเบิกจ่ายสูงสุด ได้แก่ สาขาพลังงาน เบิกจ่าย 1.88 แสนล้านบาท, สาขาขนส่ง เบิกจ่าย 7.04 หมื่นล้านบาท, สาขาสาธารณูปการ เบิกจ่าย 1.27 หมื่นล้านบาท และสาขาอื่น ๆ เบิกจ่าย 9.99 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17042</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิระ-ขอนแก่น, รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, รัฐวิสาหกิจ, สคร, สายสีเขียว, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
