<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด10รายชื่อชิงเก้าอี้ป.ป.ช.ของ’พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า จากกรณีตำแหน่งคณะกรรมการป.ป.ช.ว่างลง 1 ตำแหน่ง เนื่องด้วย พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง เนื่องจากจะมีอายุครบ 70 ปี ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ดังนั้น เมื่อมีกรณีที่ต้องสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการป.ป.ช. ตามมาตรา 9 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ 2.ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการ 3.ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นกรรมการ และ4.บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยให้เลขาธิการวุฒิสภาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหา และให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารายงานว่า ภายหลังปิดการรับสมัคร ผู้เข้ารับการสรรหา มีผู้สมัครรวมจำนวนทั้งสิ้น 10 คน ดังนี้ &amp;nbsp;1.นายสมบัติ ธรธรรม อายุ 66 ปี ทนายความและที่ปรึกษากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 2.นายศิริชัย ศิริกุล อายุ 63 ปี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาตลิ่งชัน สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 3.ว่าที่ร้อยตรี อํานวย อุปถัมภ์ อายุ 57 ปี ทนายความอิสระและหัวหน้าสํานักกฎหมายอุปถัมภ์และธุรกิจ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 4. นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อายุ 65 ปี อธิบดีอัยการ สํานักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 4 สํานักงานอัยการสูงสุด สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 5.ศาสตราจารย์อารยะ ปรีชาเมตตา อายุ 62 ปี ศาสตราจารย์สาขาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 6.นายวิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์ อายุ 56 ปี ทนายความและอดีตกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 7.นายจาตุรงค์ สรนุวัตร อายุ 63 ปี ผู้พิพากษาศาลฎีกา สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 8.นายสมศักดิ์ วรวิจักษณ์ อายุ 60 ปี ทนายความและกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง 9.พล.อ.ประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ อายุ 59 ปี เจ้ากรมพระธรรมนูญ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 และ 10.นายประหยัด เสนวิรัช อายุ 63 ปี ทนายความ สมัครคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สําหรับขั้นตอนจากนี้ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งทําหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของคณะกรรมการสรรหา จะส่งรายชื่อผู้สมัครไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรา 9 มาตรา 10 และตรวจสอบลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 11 พ.ร.ป.ป.ป.ช. เมื่อได้รับผลการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเข้ารับการสรรหา จากนั้น จะเชิญผู้สมัครที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามมาสัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ สามารถส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้สมัครฯ มายังคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ที่ ตู้ปณ. 45 ปณฝ.รัฐสภา กรุงเทพฯ 10305 และ ทางเว็บไซต์ www.senate.go.th ภายในวันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5e4f8b64b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA มุ่งมั่นดำเนินงานด้วยคุณธรรม โปร่งใส ในระดับ AA สู่ Top Ten หน่วยงานรัฐวิสาหกิจของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (26 สิงหาคม 2564) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกาศผลคะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดย การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ได้รับผล 97.34 คะแนน อยู่ในระดับ AA และถือเป็นอันดับ 10 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของประเทศจากหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมินทั้งสิ้น 8,300 หน่วยงาน ซึ่งผลคะแนนในครั้งนี้ เป็นรางวัลทรงคุณค่าต่อองค์กร เชิดชูเกียรติความภาคภูมิใจและสร้างขวัญกำลังใจเป็นอย่างสูงให้กับผู้บริหารและพนักงาน MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานด้วยความสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และประพฤติตนเป็นต้นแบบที่ดี รวมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมในการไม่ยอมให้บุคคลใดกระทำการทุจริต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส ตั้งใจทำงาน พร้อมส่งมอบคุณภาพงานบริการที่ดีแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114674</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energize smart living, Energy for city life, ITA, MEA, กระทรวงมหาดไทย, การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ, การไฟฟ้านครหลวง, ป.ป.ช., พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ระดับ AA, รางวัลทรงคุณค่าต่อองค์กร, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม, เชิดชูเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61279f5a8d770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสมบัติ‘ยุทธนา โพธสุธน’ส.ส.พปชร.ป้ายแดงมั่งคั่ง302ล้านบาท  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยเอกสารประกอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายยุทธนา โพธสุธน กรณีตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 โดยนายยุทธนา แจ้งว่า ตนเอง และ น.ส.สาวิกา พาณิชย์พิศาล คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 302,129,290 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายยุทธนา 53,114,367 บาท เป็นทรัพย์สินของ น.ส.สาวิกา 249,014,922 บาท ทั้งคู่มีหนี้สินรวมกันทั้งสิ้น 13,976,268 บาท ซึ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น กับเงินเบิกเกินบัญชี ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนของนายยุทธนา และ น.ส.สาวิกา มูลค่ารวมกัน 186,003,649 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนใน บริษัท ไอดีล วิลเลจ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 20,625,000 บาท เงินลงทุนในบริษัท พรอพ เจ จำกัด 124,995,000 บาท รวมถึงกองทุน SCB SCBSFFPLUS-B 11,972,100 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของทั้งคู่ มูลค่ารวมกัน 39,000,000 บาท ประกอบด้วย ห้องชุด ย่านพญาไท และปทุมวัน กทม. บ้านที่ อ.สันกลาง และอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และบ้านที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับรายการทรัพย์สินอื่นของทั้งคู่ มีจำนวน 42 ราย มูลค่ารวมกัน 22,364,000 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจ พระสมเด็จ พระทองคำ พระรอด พระขุนแผน พระเงินหลวงพ่อคูณ พระครู เหรียญ ร.9 เหรียญ ร.5 นาฬิกายี่ห้อหรู สร้อยคอทองคำ ทองคำแท่ง ชุดเครื่องประดับเพชร ชุดเครื่องประดับเพชรมรกต แหวนหยก แหวนเพชร แหวนทับทิม สร้อยคอเพชร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายยุทธนา เป็นหลานชายของนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพย์สินและหนี้สิน, นายยุทธนา โพธสุธน, ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61135b4526c7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟัน‘เด็กพท.-อบต.’ งาบฟุตบอล-ฮั้วดับเพลิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ฟัน ส.ส.เพื่อไทยกับพวก ฮั้ว-งาบงบฯ ก่อสร้างสนามฟุตบอลโกลหนู 30 ล้าน เป็นขบวนการใหญ่ พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาถอดถอน จนท.เอี่ยวทุจริต ส่วนนายก อบต.ราชาเทวะโดนเป็นหางว่าว ฮั้วจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัย ซื้อกล้อง CCTV &amp;nbsp; โฆษก ป.ป.ช.เผย หากมีการชี้มูลและศาลตัดสินก็จะถูกโทษไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า จากกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนกรณีกล่าวหานายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;เขต 5 กับพวก รวม 95 คน ทุจริตโครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลโกลหนู สตรีทซอคเกอร์ (สนามหญ้าเทียม) ปีงบประมาณ 2556 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 15 แห่ง งบประมาณรวม 30 ล้านบาทนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการไต่สวน พบว่าโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายภาครัฐในการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปีงบประมาณ 2556 โดยนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 5 จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำกลุ่มบริษัทของนางสาวอัมพวัน แก้วนพมาศ เข้าเป็นคู่สัญญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายประสิทธิ์ได้เรียกรับค่าตอบแทนจากกลุ่มบริษัทดังกล่าวร้อยละ 25 ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 7.5 ล้านบาท นายประสิทธิ์จัดให้มีการประชุมผู้บริหารท้องถิ่นทั้ง 15 แห่ง มีเจ้าหน้าที่กองช่างเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางการก่อสร้างตามที่ น.ส.อัมพวัน ร่วมกับ น.ส.ฐิตารีย์ ศิริคะเณรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองย่า อินเตอร์เทรด จำกัด กำหนดคุณลักษณะเฉพาะความยาวของใบหญ้าเทียม 6 เซนติเมตร ซึ่งโดยทั่วไปความยาวเพียง 5 เซนติเมตร ขนาด 1 ตารางเมตร พร้อมหนังสือรับรองจากผู้ผลิต และแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในวันยื่นซองเสนอราคา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในขั้นตอนการยื่นเสนอราคา ก็จะมีเฉพาะบริษัทในกลุ่มของพวกตนเองเท่านั้น ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงทุนและเครือญาติ โดยมีนายสมบูรณ์ ถากาศ เป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัทเอกชนนี้ เป็นผู้รวบรวมเงินไปจ่ายให้เอกชนรายอื่นเพื่อไม่ให้เข้ายื่นซองเสนอราคาแข่ง กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของแผ่นพื้นหญ้าเทียมจำนวนรวมฝีเข็มไม่น้อยกว่า 12,000 ฝีเข็มต่อตารางเมตร ทั้งที่ผู้ประกอบการทั่วไป เพียง 8,000 เท่านั้น และกำหนดให้มีการเคลือบกาวพียู ทั้งที่ผู้ประกอบการทั่วไปไม่มีการเคลือบกาวดังกล่าว ถือเป็นการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเพื่อกีดกันผู้เสนอราคาอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสิทธิ์ได้นำเอกสารดังกล่าวมากำหนดคุณลักษณะและราคากลางโดยไม่ได้สืบหาราคาตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติของทางราชการแต่อย่างใด ซึ่งพบว่าราคากลางที่กำหนดนั้นราคาสูงกว่าความเป็นจริงสนามละ 1 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วมีมติว่า นายประสิทธิ์มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) มาตรา 5 และ 13
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่นประกอบด้วยนายกเทศมนตรีและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่อำเภอฝางและอำเภอแม่อาย จำนวน 10 ราย มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 10 และ 12
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการกำหนดราคากลางจำนวน 21 ราย มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 และมาตรา 162 (1) (4) พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 และพ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 11 และ 12 และยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มเอกชนจำนวน 6 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงทุนและเครือญาติ ได้ร่วมกันเข้าเสนอราคาในลักษณะสมยอม มีมูลความผิดทางอาญามาตรา 151 และ 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐในการกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ส่งรายงานสำนวนดังกล่าวไปยังอัยการสูงสุดเพื่อให้ดำเนินคดีอาญา พร้อมกับส่งสำนวนและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อให้ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายกรณีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยยังแถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกล่าวหานายทรงชัย นกขมิ้น ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กับพวกรวม 14 ราย กระทำความผิดทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ &amp;nbsp;และกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 กรณีจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยแบบกระเช้าบันไดสูงไม่น้อยกว่า 22 เมตร ขนาด 10 ล้อ จำนวน 1 คัน ในราคา &amp;nbsp;33,920,000 บาท เมื่อปี พ.ศ.2555&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนายทรงชัยมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) ประกอบมาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดฐานจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่อันจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่ หรือประพฤติตน ฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 90/1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหลายเรื่องที่ยังไม่ได้มีการวินิจฉัย อาทิ เรื่องการจัดซื้อกล้อง CCTV ในพื้นที่ อบต.ราชาเทวะ แพงเกินจริง โดยเหตุเกิดประมาณปีเดียวกัน 2555-2556 ซึ่ง อบต.ราชาเทวะมีการร้องเรียนหลายเรื่องมาก แต่ทุกเรื่องยังไม่ได้สรุป เพราะเป็นการแยกกันทำงานคนละคณะกัน ความจริงน่าจะเสริมกันด้วยซ้ำไป เพราะอาจจะมีกลุ่มผู้รับจ้างกลุ่มผู้เข้าไปเสนอราคาในรูปแบบเดียวกัน ฉะนั้น เรื่องนี้จะเป็นฐานข้อมูลในเรื่องอื่นได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การชี้มูลความผิดในคดีอาญา แยกเป็นกรรม ในโครงการหนึ่งก็กรรมหนึ่ง อีกโครงการก็เป็นอีกกรรมหนึ่ง ดังนั้น หากมีการชี้มูลและศาลตัดสินก็จะถูกโทษไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิวัติไชยกล่าวว่า ป.ป.ช.ชี้มูลนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีทุจริตจากการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเกี่ยวกับการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ จำนวน 281 เครื่อง ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มูลค่า 13 ล้านบาทเศษ จริงส่วนรายละเอียดอยากให้รอก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109994</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิวัติไชย เกษมมงคล, รองเลขาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f144a9845a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น็อตทิพย์ไม่รอด!ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.สอบ‘กรมทางหลวง’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้สอบเอาผิดกรมทางหลวง กรณีปล่อยให้ผู้รับเหมาทำน็อตทิพย์เพื่อหลอกตาโดยไม่มีการเชื่อมต่อกับพื้นปูนซีเมนต์จริงบริเวณเสาราวจับบันไดและเสาโครงหลังคากันแดดฝนในโครงการปรับปรุงสะพานลอย บนถนนกาญจนาภิเษกหรือถนนวงแหวนตะวันตก มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำมาเผยแพร่ประจานให้รู้กันทั่ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรณีดังกล่าวผู้บริหารของแขวงทางหลวงนนทบุรี และวิศวกรโยธาปฏิบัติการ กรมทางหลวง ได้รีบออกมาแก้ข่าวและอ้างกับสื่อมวลชนว่า เป็นการก่อสร้างเพิ่มเติมช่วงโครงหลังคากันฝน ครอบทับสะพานลอยเก่ามีอยู่แล้ว ผู้รับเหมาจึงเพิ่มเติมเสาขึ้นมาเพื่อยึดติดกับโครงสร้างสะพานลอยของเดิม ซึ่งโครงสร้างสะพานลอยของเดิมนั้นมีเสาพร้อมน็อตติดกับพื้นอยู่ก่อนแล้ว ทางผู้รับเหมาจึงนำแผ่นเหล็กของฐานเสาใหม่มาเชื่อมกับฐานเหล็กเก่าเพื่อต้องการให้แข็งแรงมากขึ้น และแผ่นสแตนเลสที่ทำลอยไว้เป็นการทำโชว์เพื่อความสวยงามของผู้รับเหมา ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบกับโครงสร้างหลักแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบพบว่า มีหลายเสาสแตนเลสที่ลอยสูงจากพื้นปูนของตัวสะพานและหรือบันไดสะพานลอยดังกล่าว ไม่มีตัวน็อตที่ขันติดกับพื้นแต่อย่างใด แต่มีบางจุด บางเสาเท่านั้น ที่อาจทำในลักษณะเหมือนเป็นการติดหัวน็อตไว้เพื่อหลอกตาไว้ ซึ่งหากตรวจสอบทุกโครงเสาสแตนเลสทั้งหมดทั้งสองด้านของสะพานลอย และโครงหลังคาก็เชื่อว่า จะมีหลายเสาที่ไม่มีตัวน็อตด้านล่างที่ขันติดกับพื้นปูนหรือพื้นสะพาน เพื่อให้ทุกเสามั่นคง แข็งแรง และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้สัญจร และใช้ประโยชน์จากสะพานดังกล่าว นอกจากนั้นการเชื่อมโครงหลังคาสะพานลอยที่มีการอ็อคเชื่อมเพียงจุดเล็กๆ ไม่มีการเชื่อมรอบเสาแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คำชี้แจงของวิศวกรกรมทางหลวงจึงฟังไม่ขึ้น และเชื่อว่ายังมีอีกหลายโครงการสะพานลอยของถนนกาญจนาภิเษก และถนนทางหลวงต่างๆทั่วประเทศ ที่อาจมีลักษณะเช่นเดียวกัน หรือปล่อยให้ผู้รับเหมาดำเนินการโดยอำเภอใจ เพียงแต่ยังไม่ถูกจับพิรุธขึ้นมาเสียก่อน ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความพร้อมหลักฐานมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อใช้อำนาจตาม พรป.ป.ป.ช.2561 ในการสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่วิศวกร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง ไปจนถึงอธิบดีกรมทางหลวง ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108141</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, นายศรีสุวรรณ จรรยา, น็อตทิพย์, ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbf8b0bd7fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ชี้มูล&#039;เกษม กลั่นยิ่ง&#039;2กระทง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;รายข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า กรณีนายเกษม กลั่นยิ่ง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ครั้ง เพื่อแก้ไขการดำรงตำแหน่งของประธานคณะกรรมการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จากวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ให้เป็น 6 ปี โดยมีเจตนาเพื่อรองรับกรณีที่ตนเองจะพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ให้เป็นประธาน ช.พ.ค. โดยที่ไม่ให้เหตุผลรายละเอียดในการขยายเวลาดังกล่าว &amp;nbsp;มีเจตนาชัดเจนในการเอื้อตนเองไปเป็นประธาน จึงมีมติชี้มูลความผิดนายเกษม ตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และกระทำความผิดต่อตำแหน่ง ตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 โดยหลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูลนายเกษม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธาน ช.พ.ค.เมื่อปี 2546 กรณีเซ็นอนุมัตินำเงินกองทุน ช.พ.ค. 500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญาจาก บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปดำเนินการร่วมทุน โดยจากหลักฐานพบว่ามีการโอนเงินให้บริษัทก่อนทั้งที่บริษัทยังไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเป็นการดำเนินการภายหลังกรรมการกองทุน ช.พ.ค.อนุมัติซื้อตั๋วสัญญาดังกล่าว และต่อมายังมีหลักฐานพบว่าเพิกถอนตั๋วสัญญาใช้เงิน มาสั่งจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คให้กับกรรมการกองทุน ช.พ.ค. โดยมีความผิดตามมาตรา 4 มาตรา 8 มาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 และตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106547</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเกษม กลั่นยิ่ง, ป.ป.ช., สกสค., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fe491cf1d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ติดโควิด-1เพิ่มอีก2รายทั้งเจ้าหน้าที่-แม่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ป.ป.ช. 1 คน และแม่บ้านอีก 1 คน ของสำนักงาน ป.ป.ช. ติดโควิด-19 โดยทั้ง 2 รายทราบผลตรวจเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงเข้ารับการรักษาในทันที พร้อมสอบสวนโรคกลุ่มผู้ใกล้ชิด และกลุ่มเสี่ยงสูงโดยเร็ว​ ทั้งนี้​ สำหรับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. 1 ราย เป็นเจ้าพนักงานไต่สวนหญิง สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 ซึ่งอยู่ที่อาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ ส่วนแม่บ้าน 1 ราย เป็นแม่บ้านประจำอาคาร 3 มาทำงานที่สำนักงาน ป.ป.ช. ล่าสุดวันที่ 26 เม.ย. จากนั้นเริ่มกักตัวอยู่ที่บ้าน กระทั่งวันที่ 3 พ.ค.เริ่มมีไข้และมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว จึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล บอกว่าเป็น ไข้หวัด ให้ยามารับประทาน จากนั้นอาการยังไม่ค่อยดีขึ้นในวันที่ 10 พ.ค. จึงไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาเชื้อ โควิด-19 และทราบผลในวันที่ 11 พ.ค.ว่าผลเป็นบวก ติดโควิด-19 จึงรีบแจ้งให้สามีซึ่งมีอาชีพขับแท็กซี่ให้รีบไปตรวจหาเชื้อแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.​ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งให้ทำการพ่นยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาด แต่ขณะนี้ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.90%ทำงานที่บ้าน มีเพียง 10%ที่หมุนเวียนกันมาสำนักงานเท่านั้น เจ้าหน้าที่คนที่ติดก็ทราบว่าใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน และติดจากญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม แนวทางการ ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้กำชับให้คงความเข้มข้น ตามประกาศของ ศบค. และสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะเรื่องการเวิร์กฟรอมโฮม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102633</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fe491cf1d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
