<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!พี่ศรีเตรียมนำพนักงาน สกสค.961ชีวิตร้องศาลระงับเลิกจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ประกาศคำสั่งเลิกจ้างพนักงานจำนวน 961 คนจากทั้งหมด 1,035 ราย โดยมีผลเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ ลงนามโดยนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน.ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค. โดยอ้างว่าเป็นผลมาจากภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 15 ปี และเพื่อเป็นการปรับปรุงอัตรากำลัง และผลประโยชน์ตอบแทนขององค์กรนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งการเลิกจ้างดังกล่าว เป็นการเลือกปฏิบัติของคณะกรรมการ สกสค. และไม่มีธรรมาภิบาลของผู้บริหาร ซึ่งภาวะการขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากนักการเมืองที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ใน สกสค.ทั้งสิ้น โดยใช้อำนาจในการบริหารในการนำงานพิมพ์ของ สกสค.ไปว่าจ้างเอกชนให้พิมพ์แทน ทำให้ สกสค.ไม่มีงานพิมพ์ เกิดภาวะการขาดทุน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ สกสค.ต่างมีผลประกอบการทำกำไรให้กับองค์กรมาอย่างต่อเนื่องปีๆ หนึ่งนับพันล้านบาท ซึ่งจากนี้ไปหาก สกสค.ไม่ได้พิมพ์หนังสือเรียนเอง ก็จะทำให้ราคาหนังสือเรียนของนักเรียนมีราคาแพงขึ้นแน่นอน นอกจากนั้นเป็นที่สังเกตว่าที่ดินขององค์การค้าของ สกสค.ที่ลาดพร้าวกว่า 49 ไร่ ซึ่งอยู่ในทำเลทองใกล้เส้นทางรถไฟฟ้า กำลังเป็นที่หมายปองของมหาเศรษฐีในลำดับต้นๆของประเทศที่อาจจะเข้ามาขอเช่าเพื่อนำมาพัฒนาเป็นศูนย์การค้าได้ จึงส่งนอมินีเข้ามาทำลายองค์การค้า สกสค.ให้เกิดภาวการณ์ขาดทุน จะได้ใช้เป็นเหตุอ้างในการปล่อยเช่าที่ดินดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานของ สกสค.ที่ลูกคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่าด้วยการบริหารบุคคลของพนักงานเจ้าหน้าที่และลูกจ้างองค์การค้าของ สกสค.พ.ศ.2554 จึงได้มาร้องเรียนต่อสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เพื่อขอให้ช่วยเป็นธุระในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง โดยขอให้ศาลสั่งระงับคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวเสีย
ทั้งนี้สมาคมฯและพนักงานขององค์การค้า สกสค.จะร่วมกันเดินทางไปยื่นฟ้อง ผอ.องค์การค้า สกสค. ต่อศาลปกครองกลาง ในวันพฤหัสที่ 30 ก.ค.63 เวลา 10.00 น. พร้อมกับมีคำขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวพนักงาน สกสค.ทั้ง 961 คนที่จะถูกเลิกจ้างในวันที่ 1 ส.ค.63 นี้ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72771</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ จรรยา, ศาลปกครอง, สกสค., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f20cc183f83f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงานปปง.ยึดเงินคืน สกสค.กว่า 600 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;18 ต.ค.61 - พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า จากกรณีผู้บริหารกองทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท บิลเลี่ยนอินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อกองทุนของ สกสค. มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดหรืออายัดทรัพย์สินของนายเกษม กลั่นยิ่ง กับพวก จำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย อสังหาริมทรัพย์ เงินฝากในบัญชีธนาคาร และหุ้นของบริษัท ต่อมาได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;รักษาการเลขาธิการปปง. เปิดเผยด้วยว่า. ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค.61&amp;nbsp; ศาลแพ่งได้มีคำสั่งตามคดีหมายเลขดำ ฟ.96/2558 กรณีการกระทำของ นายเกษม กลั่นยิ่ง กับพวก เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ มีทรัพย์สินจำนวน 84 รายการ รวมเป็นเงินประมาณ 500 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกผล เป็นทรัพย์สิน &amp;nbsp;ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดให้นำไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ สกสค.และก่อนหน้านี้ ศาลแพ่งได้เคยมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 20 รายการ มูลค่ารวม 123,743,932 .21 บาท พร้อมดอกผล ไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ สกสค. มาแล้ว รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ศาลมีคำสั่งให้นำไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ สกสค. เป็นเงินจำนวนประมาณ 600 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พล.ต.ต. ปรีชา เจริญสหายานนท์, ศาลแพ่ง, สกสค., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc81800567e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 23:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ออมสินคืนเงิน สกสค.แล้ว 2 พันล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และธนาคารออมสินเกี่ยวกับข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ตั้งแต่โครงการ 2-7 รวมกว่า 475,000 บัญชี มูลหนี้กว่า 400,000 ล้านบาท ว่า ที่ประชุมได้การพิจารณากรณี ธ.ออมสิน ได้ดำเนินการถอนเงินออกจากบัญชีโครงการ ช.พ.ค.ตั้งแต่โครงการที่ 2-7 ตามข้อตกลงเก่านั้น &amp;nbsp;ขณะนี้ ทาง ธ.ออมสินได้นำเงินที่ผู้กู้หนี้ได้มาชำระตามขั้นตอนถูกต้องมาคืนแล้วจำนวน 2,000 กว่าล้านบาท จากค่าบริหารจัดการกองทุนโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ที่ทางธนาคารออมสินได้หักจากบัญชีสำนักงาน สกสค.ไปกว่า 10,000 ล้านบาท &amp;nbsp;ส่วนเงินที่เหลือทางธนาคารออมสินจะนำมาทยอยคืนตามที่มีผู้กู้หนี้มาชำระคืน และยังมีการหารือกรณีผู้กู้กองทุน ช.พ.ค.ที่เป็นหนี้วิกฤตหรือผู้กู้หนี้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวด ประมาณ 4,000 คน ที่ขณะนี้ทาง ธ.ออมสินได้ดำเนินการฟ้องร้องแล้ว ตอนนี้มีลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวติดต่อมาขอประนีประนอม และปรับโครงสร้างหนี้แล้วประมาณ 1,500 คน ส่วนที่เหลือทาง ธ.ออมสินได้เปิดโอกาสให้สามารถมาประนีประนอม ปรับโครงสร้างหนี้ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ที่ประชุมยังได้หารือกรณีการชดใช้เงินกองทุนเงิน ช.พ.ค. เป็นเงินที่ต้องชดใช้เงินคืนให้แก่ ธ.ออมสินในกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิต ทำให้เกิดข้อซักถามว่า ทำไมต้องชดใช้เงินคืนให้แก่ทางธนาคารออมสิน แทนที่ลูกหลานจะได้รับเงินดังกล่าวนั้น เรื่องนี้ทางธนาคารมีความประสงค์มานานแล้ว และพร้อมที่จะให้เปลี่ยนหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นหลักทรัพย์ประกันอย่างอื่น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกองทุน ช.พ.ค. &amp;nbsp;ในกรณีผู้ที่มีความประสงค์ต้องการจะเปลี่ยน นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการทำประกันชีวิตของผู้กู้เงินในโครงการดังกล่าว จะมีครูบางส่วนทำประกันชีวิตครบตามสัญญาแล้ว ทาง ธ.ออมสิน จะหาบริษัทประกันอื่นๆ ที่ดีและถูกที่สุดเพื่อเป็นข้อเสนอช่วยเหลือผู้กู้ ซึ่งผู้กู้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชาติชาย พยุหนาวิชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การฟ้องร้องผู้กู้วิกฤตประมาณ 4,000 ราย เป็นหนี้กว่า 3,800 ล้าน &amp;nbsp;แต่ขณะนี้มีครูที่สามารถมาชำระหนี้และปิดบัญชีได้ จำนวน 178 คน อีกส่วนได้เข้ามาประนีประนอม และปรับโครงสร้างหนี้ จนสามารถกลายเป็นผู้กู้หนี้ปกติ ประมาณ 1,375 คน &amp;nbsp;รวมแล้วขณะนี้มีผู้กู้ที่ไม่ได้ถือว่าอยู่ในกระบวนการฟ้องร้อง ประมาณ &amp;nbsp;1,553 คน &amp;nbsp;ทั้งนี้ ส่วนผู้กู้หนี้ที่เหลือประมาณ 2,000 กว่าคนนั้น ทาง ธ.ออมสินยังเปิดให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ &amp;nbsp;อยากเชิญชวนให้ทุกคนเข้าร่วมตามกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารจะได้ไม่ต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย &amp;nbsp;รวมถึงผู้ที่เป็นหนี้ปกติ หากมีปัญหาในการผ่อนชำระหนี้สามารถมาขอประนีประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างได้เช่นเดียวกัน ส่วนกรณีการเปลี่ยนหลักประกันการกู้เงิน ช.พ.ค.นั้น ทางธนาคารได้ดำเนินการให้สามารถปรับเปลี่ยนหลักประกันได้ตลอดเวลา ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;7 พ.ค.2561 ผู้กู้หนี้ ช.พ.ค. สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารออมสิน, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, ผู้กู้กองทุน ช.พ.ค., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา, หลักประกันเงินกู้ ช.พ.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b68315912ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
