<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 21:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลจากเกาหลีย้ำ ฉีดแอสตร้าฯตามด้วยไฟเซอร์แอนติบอดีพุ่ง6เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานอ้างผลการศึกษาจากเกาหลีใต้ ระบุว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผสม 2 ชนิด โดยเข็มแรกฉีดแอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยไฟเซอร์ในเข็มที่ 2 ช่วยกระตุ้นระดับของแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์เพิ่มขึ้น 6 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับการฉีดแอสตร้าเซนเนก้าอย่างเดียว 2 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม อ้างอิงผลการศึกษากับผู้ปฏิบัติงานทางการแพทย์ของเกาหลีใต้ 499 คน โดยแบ่งกลุ่มตามประเภทของการฉีดวัคซีน ได้แก่ 100 คนฉีดแบบผสม 2 ชนิด, 200 คนฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคอย่างเดียว 2 โดส และที่เหลือฉีดแอสตร้าเซนเนก้าอย่างเดียว 2 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่ออกมาชี้ว่า ทุกคนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดส ร่างกายสร้างสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี ที่ป้องกันไวรัสไม่ให้เข้าสู่เซลล์และเพิ่มจำนวน ขณะผลที่ได้จากการฉีดวัคซีนแบบผสมสูตรแสดงให้เห็นจำนวนของแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์คล้ายกับกลุ่มที่ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว ผลการศึกษาของอังกฤษก็ให้ผลลัพธ์คล้ายกัน โดยการฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกแล้วตามด้วยไฟเซอร์นั้นให้การตอบสนองของที-เซลล์ดีที่สุด และการตอบสนองของแอนติบอดีสูงกว่าการฉีดไฟเซอร์เข็มแรกแล้วตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่ได้ยิ่งสนับสนุนการตัดสินใจของหลายประเทศที่เสนอทางเลือกวัคซีนโดสที่ 2 ที่นอกเหนือจากแอสตร้าเซนเนก้า หลังจากเกิดความกังวลเรื่องความเกี่ยวโยงกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคดีซีเอ) กล่าวว่า การศึกษาของเกาหลีใต้ยังได้วิเคราะห์การยับยั้งหรือลบล้างฤทธิ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์น่ากังวลหลักๆ ด้วย โดยไม่มีกลุ่มใดที่แสดงให้เห็นว่าการลบล้างฤทธิ์ลดลงกับสายพันธุ์แอลฟา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอังกฤษ ส่วนสายพันธุ์อื่นๆ ทั้งบีตา, แกมมา และเดลตา ซึ่งพบครั้งแรกที่แอฟริกาใต้, บราซิล และอินเดีย ตามลำดับนั้น พบว่าการลบล้างฤทธิ์ลดลง 2.5-6 เท่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111212</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดผสมสูตร, ผลศึกษาจากเกาหลีใต้, วัคซีนโควิด, สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี, เคดีซีเอ, แอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิด-19, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f96414dca8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 23:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้สอบเหตุเสียชีวิต2คนหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเกาหลีใต้แถลงเมื่อวันพุธว่ากำลังสอบสวนการเสียชีวิตของผู้สูงวัย 2 คน หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิดของแอสตร้าเซนเนก้าได้ไม่กี่วัน แต่ข้อมูลระบุว่าทั้งคู่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอง อึนกย็อง ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคดีซีเอ) แถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า เคดีซีเอกำลังทำการสำรวจทางระบาดวิทยาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าการเสียชีวิตของบุคคลทั้งสองมีความเชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือไม่ แต่ถึงขณะนี้การสำรวจยังไม่ยืนยันว่ามีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแอสตร้าเซนเนก้ากล่าวว่า บริษัทรับทราบเรื่องการสอบสวนของเคดีซีเอ แต่ความปลอดภัยของวัคซีนได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวางในการทดลองทางคลินิก โดยข้อมูลยืนยันว่าวัคซีนนี้เป็นที่ยอมรับได้โดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตนั้นรายหนึ่งอายุ 63 ปี อีกรายอายุ 50 ปีเศษ คำแถลงของผู้อำนวยการเคดีซีเอเผยว่า ชายอายุ 63 ปีเป็นผู้ป่วยในบ้านพักคนชราที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองอยู่ก่อน เขามีอาการหลายอย่างรวมถึงไข้สูง หลังจากฉีดวัคซีนเมื่อ 4 วันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวยอนฮับบอกว่า ชายคนนี้ถูกย้ายไปโรงพยาบาลเมื่อวันอังคาร แต่เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมาภายหลังมีอาการโลหิตเป็นพิษและปอดอักเสบ ส่วนคนไข้อีกรายอยู่ในบ้านพักคนชราอีกแห่ง เขาเป็นโรคหัวใจและเบาหวาน เสียชีวิตเมื่อวันพุธหลังจากหัวใจล้มเหลวหลายครั้ง เขาได้รับวัคซีนหนึ่งวันก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จองกล่าวด้วยว่า ไม่พบการเสียชีวิตจากการรับวัคซีนที่พัฒนาโดยแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์/ไบออนเทค แต่เขาเรียกร้องให้ประชาชนฉีดวัคซีนนี้หากรู้สึกว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคดีซีเอเปิดเผยอีกว่า ในกลุ่มผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วนั้น มี 207 รายที่เกิดปฏิกิริยาข้างเคียง รวมถึง 3 รายที่มีอาการแพ้ขั้นรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แถลงการณ์ของเคดีซีเอกล่าวว่า เกาหลีใต้เริ่มฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และจนถึงเที่ยงคืนวันอังคาร มีคนได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรกแล้ว 85,904 คน และ 1,524 คนได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ ก่อนหน้านี้ เคดีซีเอกล่าวไว้ว่าจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 รายละ 430 ล้านวอน (11.6 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ที่ตรวจยืนยัน 444 รายในวันอังคาร เพิ่มขึ้นจาก 344 คนในวันจันทร์ และทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 90,816 คน เสียชีวิต 1,612 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94946</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี, เกาหลีใต้สอบสวน, เคดีซีเอ, เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603fb2b533f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
