<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเจ๊เพชรปอยเปต ลอบขนต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตม.ตามจับได้แล้ว &amp;quot;เจ๊เพชร ปอยเปต&amp;quot; หลังโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กรับจ้างนำต่างด้าวเข้า-ออกประทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว 14 วันและไม่ผ่านการตรวจโรค สารภาพคิดหัวละ 4 พัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ รอง ผบช.สำนักงบประมาณและการเงิน (สงป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ร่วมแถลงผลการจับกุมนางเพชรรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ในข้อหา &amp;ldquo;เป็นบุคคลซึ่งเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่เข้าออกตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองเขตท่าสถานีหรือท้องที่และตามกำหนดเวลา, ไม่ยื่นรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และไม่ผ่านการตรวจหรืออนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำเส้นทางนั้น&amp;rdquo; และฝ่าฝืนข้อกำหนด ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 3 (6) (ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด) โดยจับกุมได้ที่โรงแรมใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับบุคคลที่อ้างว่าสามารถลอบพาคนเข้าออกประเทศได้ ชื่อ &amp;ldquo;เจ๊เพชร ปอยเปต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ &amp;ldquo;เจ๊เพชร ปอยเปต&amp;rdquo; ผู้โพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความโฆษณาว่า &amp;ldquo;จะเข้าจะออก บอกเจ๊เพชร ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องลุยน้ำ หรือลุยโคลน ทักเจ้เพชร ปอยเปต ชัวร์ ๑๐๐%&amp;rdquo; สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้ว ออกสืบสวนในพื้นที่ จนกระทั่งเย็นวันที่ 14 ก.ค.63 ชุดสืบสวน ตม.จว.สระแก้วได้พบตัวเจ๊เพชรที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบ ผู้ถูกจับกุมได้แสดงหนังสือเดินทาง ระบุชื่อ นางเพชรรัตน์ อายุ 55 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามผู้ถูกจับรับว่าตนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ได้ปฏิบัติตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 3 (6) นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ถูกจับมีข้อมูลเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 13 มี.ค.63 เวลา 13.39 น. ทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และไม่พบข้อมูลเดินทางเข้าราชอาณาจักรแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเพชรรัตน์ยังได้รับสารภาพว่าตนเป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊ก โฆษณาว่าสามารถนำพาคนเข้าออกประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน และไม่ต้องผ่านการตรวจโรค เรียกเก็บค่าใช้จ่ายครั้งละ 4,000 บาท โดยผู้เดินทางต้องโอนค่ามัดจำเป็นค่ารถ จำนวน 500 บาท และจ่ายอีก 3,500 บาท เมื่อถึงปลายทาง โดยมีนายบอง ไม่ทราบชื่อ นามสกุล และสัญชาติที่แท้จริง และมีคนไทยบางกลุ่มร่วมขบวนการ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตากยังสามารถจับชายไทย ขณะขับรถโดยสารไม่ประจำทางที่มีกลุ่มแรงงานต่างด้าว 20 คน ผ่านจุดตรวจบ้านห้วยหินฝน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากการตรวจค้น พบในจำนวนนี้มีเอกสารถูกต้องเพียง 4 คน ส่วนอีก 16 คน พบเอกสารการแจ้งความหนังสือเดินทางหาย แต่เมื่อตรวจสอบในฐานข้อมูลของตรวจคนเข้าเมือง พบเป็นหนังสือเดินทางของบุคคลอื่น จึงสอบสวนและทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นชาวเมียนมาหลบหนีเข้ามาทำงานทั่วไปในประเทศไทย แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นายจ้างบอกเลิกจ้าง จึงจะเดินทางกลับประเทศ แต่มาถูกจับได้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 14 กรกฎาคม 2563 มีการจับกุมผู้นำพาและลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายได้แล้ว 2,169 คน พร้อมเตือนผู้ประกอบการ หากแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่มีการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการตรวจคัดกรองจะมีความเสี่ยงในการติดโรคได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71554</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ๊เพชร ปอยเปต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0ef46b76cf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.1 รวบแก๊งค้าหน้ากากอนามัยเกินราคาผ่านออนไลน์ แค่ 7 วันขายได้ 1.7 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม1,พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวจับกุม โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 หรือ โควิด 19&amp;nbsp;ทำให้มีผู้ต้องการใช้หน้ากากอนามัยจำนวนมาก กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 โดย กองกำกับการสืบสวน ซึ่งได้เฝ้าติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ได้รับแจ้งจากสายลับว่า น่าจะมีชาวต่างชาติจำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในประเทศไทยเกินราคา โดยมีการเสนอขายออนไลน์ผ่านโปรแกรมวีแชท ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;หวางต้า Amazing&amp;rsquo;Tom Cafe&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จึงได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลในโปรแกรมวีแชท ชื่อ &amp;ldquo;หวางต้า Amazing&amp;rsquo;Tom Cafe&amp;rdquo; ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสนทนาด้วยภาษาจีน พบว่ามีการโพสต์ขายหน้ากากอนามัยให้แก่คนไทยและชาวต่างชาติ โดยไม่จำกัดจำนวนจริง เจ้าหน้าที่จึงให้สายลับชาวจีนติดต่อผ่านโปรแกรมวีแชทฯดังกล่าว ทำทีขอซื้อหน้ากากอนามัย จำนวน 5,000 ชิ้น โดยตกลงซื้อขายกันในราคาชิ้นละ 15 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 75,000 บาท และนัดหมายส่งมอบสินค้าบริเวณจุดจอดรถหน้าโรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ถนนกำแพงเพชร 6 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 9 มี.ค.2563 เวลา 21.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ ได้จัดวางกำลังไว้โดยรอบบริเวณสถานที่นัดหมายและเฝ้ารอ จนกระทั่งเวลา 21.45 น. สายลับได้รับแจ้งว่าสินค้ามาถึงแล้ว ขอให้มารับสินค้าได้ที่บริเวณด้านหน้าโรงแรม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบดูจนแน่ใจว่าเป็นเป้าหมาย จึงได้แสดงตัวและตรวจสอบรถยนต์คันต้องสงสัย ซึ่งมี นายชัย (นามสมมุติ) เป็นผู้ขับขี่ ตรวจสอบภายในตัวรถและกระโปรงท้าย พบลังกระดาษสีน้ำตาลจำนวน 5 ลัง ภายในบรรลุหน้ากากอนามัยยี่ห้อหนึ่ง จำนวน 5,000 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ นายชัยให้การรับสารภาพว่า หวางต้า Amazing&amp;rsquo;Tom Cafe เป็นชื่อที่ตนใช้ในการขายหน้ากากอนามัยในโปรแกรมวีแชท สาเหตุที่โพสต์ผ่านโปรแกรมวีแชทเพราะตนสามารถพูดภาษาจีนได้ ซึ่งอาจมีลูกค้าชาวต่างชาติให้ความสนใจนอกเหนือจากลูกค้าชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฯยังได้ทำการตรวจสอบขยายผล จนทราบว่าในการซื้อขายแต่ละครั้ง จะมีนางสาวณัฐ (นามสมมุติ) เป็นนายทุน เจ้าหน้าที่จึงได้ไปเชิญตัว นางสาวญัฐ มาทำการสอบสวน ซึ่งนางสาวญัฐ ให้การว่า ตนจะมีหน้าที่เป็นผู้ทำธุรการทางการเงินในการซื้อขายสินค้าทุกครั้ง โดยใช้บัญชีชื่อ MR. ZAW นักธุรกิจชาวบังกลาเทศในการโอนเงิน และตนจะได้รับส่วนแบ่งจากการขายสินค้าดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า&amp;rdquo; และนำตัวส่งหนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง แล้วดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบการโอนเงินของบัญชีผู้ต้องสงสัยในรอบ 7 วัน มีมูลค่าการหมุนเวียนทางการเงินจากการขายหน้ากากอนามัย เกินกว่า 1.7 ล้านบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนขยายผลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเรียนว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทยและเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการเข้ามาของหญิงต่างด้าวในคราบนักท่องเที่ยวเพื่อลักลอบค้าประเวณีตามแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 &amp;nbsp;ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหน้ากากอนามัยแพง, สตม., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สินค้าควบคุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69cf9a4f6be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ษิทรา&#039; ให้ปากคำป.ป.ช. คดีไบโอแมทริกซ์-รถตรวจการไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.63 - ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม เดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. กรณีที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริกซ์ และรถตรวจการไฟฟ้าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วงเงิน 2,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายษิทรา กล่าวว่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ให้มีการตรวจสอบโครงการไบโอแมทริคซ์ โดย ป.ป.ช. ได้มีหนังสือแจ้งให้ตนเข้าให้ปากคำในวันนี้ (9ม.ค.) พร้อมให้ระบุตัวบุคคลที่ต้องการจะให้สอบสวน ซึ่งตนได้นำเอกสารหลักฐานรายงานการใช้งานเครื่องไบโอแมทริคซ์ จากเจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดต่างๆ เช่น &amp;nbsp;เชียงใหม่ ตาก เชียงแสน ชลบุรี ซึ่งทั้งหมดพบว่าระบบมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ในทีโออาร์ และรายงานปัญหาดังกล่าวไปยังบริษัทคู่สัญญา แต่ไม่ได้มีการแก้ไขใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในการส่งมอบงานบางงวดเอกชนยังไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดนัด แต่สตช.เซ็นตรวจรับงานให้ก่อน เพื่อไม่ให้เอกชนเสียเงินค่าปรับวันละ 5 ล้านบาท รวมถึงกรณีรถตรวจการไฟฟ้าที่จัดซื้อในราคาคันละ 4 ล้านบาท ที่อาจใช้งานได้ไม่คุ้มค่าและไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟได้โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่อาจมีปัญหาสัญญาณอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวว่า ตนจึงขอให้ป.ป.ช.เรียกสอบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ติณภัทร ภุมรินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง ซึ่ง 2 คนนี้เกี่ยวข้องในฐานะผู้อนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าว รวมทั้ง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะเป็นผู้ตรวจรับงานโครงการและเป็นผู้ขยายสัญญาให้กับเอกชน โดยเฉพาะพล.ต.ต.สุรพงษ์ ซึ่งย้ายมาจากตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อมาตรวจรับงาน งวดที่ 6 โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวอีกว่า ยังขอยื่นเอกสารเพิ่มรายชื่อในบัญชีพยานเป็น 13 ปาก เพิ่มเติมจากที่ก่อนหน้านี้มีเพียง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อขอให้ป.ป.ช.เรียกมาไต่สวนข้อมูลเพิ่มเติมโดยทั้ง 13 คนประกอบไปด้วยนายตำรวจระดับนายพล 2 คน ระดับนายพัน 10 คน และชั้นประทวน 1 คนโดยทั้งหมดเป็นตำรวจที่เคยเกี่ยวข้องกับการตรวจรับงานโครงการไบโอแมทริกซ์ แต่พบความไม่ชอบมาพากล จึงไม่ได้เซ็นอนุมัติการตรวจรับ และต่อมาตำรวจทั้ง 13 คนถูกย้าย ไปประจำการในตำแหน่งอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยกตัวอย่างปัญหาการทำงานของเครื่องไบโอแมทริกซ์ ในคดีเสี่ยท๊อปกำมะลอ หรือนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร &amp;nbsp;ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;ออกมาให้ข่าวว่าเป็นผลงานของเครื่องไบโอแมทริคซ์ &amp;nbsp;แต่จากข้อมูลเชิงลึกที่ผมตรวจสอบพบว่าฮ่องกงได้ประสานแจ้งข้อมูลมายังทางการไทย ว่า เสี่ยท็อปจะเดินทางกลับในวันดังกล่าว &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เห็นและจำหน้าได้จึงเอาหมายจับไปแสดงก่อนจะพาเสี่ยท๊อปเข้าเครื่องไบโอแมทริกซ์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องเดินผ่านเครื่องถึง 3 ครั้ง เครื่องจึงอ่านข้อมูลว่าเป็นเสี่ยท็อป&amp;rdquo;นายษิทรากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อประชาชนและสังคม &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;กรณียื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริคซ์ &amp;nbsp;และรถตรวจการไฟฟ้า ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง &amp;nbsp;วงเงิน 2,100 ล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว &amp;nbsp;โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา เปิดเผยว่า ตนได้เข้าให้ถ้อยคำกับคณะอนุกรรมการไต่สวน &amp;nbsp;ตามที่ได้ยื่นร้องเรียน และยื่นรายชื่อพยานเพิ่มเติม หลังจากนี้ ป.ป.ช. จะทยอยเรียกสอบปากคำพยาน เริ่มจากวันพรุ่งนี้ (10 ม.ค.) เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล จะเข้าให้ปากคำเป็นพยานปากแรก และจะมาพร้อมอดีตรองผู้บัญชาการ &amp;nbsp;สตม. คนที่ไม่ยอมเช็นต์รับมอบโครงการจนถูกย้าย &amp;nbsp;ส่วนพยานคนอื่นๆจะทยอยเรียกมาให้ข้อมูลจนครบทั้ง 13 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายษิทรา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามทราบว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช. เรียกเอกสารจากสำนักงานส่งกำลังบำรุง และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปมากพอสมควรแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่สุ่มตรวจการใช้งานเครื่องไบโอแมสทริคซ์ ทั้งนี้หากการไต่สวนพบว่ามีมูลก็เชื่อว่า ป.ป.ช.ก็จะเรียกผู้ถูกร้องทั้ง 4 คน รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาชี้แจง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54170</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายษิทรา เบี้ยบังเกิด, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, เครื่องไบโอแมทริกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16c54fc22ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039; สั่งจับตาบุคคลอันตรายเข้าประเทศช่วงประชุมผู้นำอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.- 4 พ.ย.ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร&amp;nbsp;โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้นั่งหัวโต๊ะสั่งการด้วยตนเอง จะไม่ปล่อยให้บุคคลที่จะเป็นภยันอันตรายต่อความมั่นคงเข้ามาในประเทศ โดยให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) คัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาในประเทศ มีการบูรณาการด้านการข่าวกับหน่วยข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) เป็นหน่วยงานหลักในการเฝ้าระวังด้านการข่าว และให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) &amp;nbsp;รับผิดชอบในส่วนขบวนรถของผู้นำประเทศต่างๆ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยให้มีผลกระทบด้านการจราจรกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, ดูแลความปลอดภัย, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อำนวยความสะดวกการจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db28534c93ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.อนุมัติ33นายตำรวจช่วยราชการ&#039;สตม.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 &amp;ndash;&amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา กองทะเบียนพลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือถึง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) จากกรณี บช.สตม.เสนอ ตร. ขออนุมัติให้ข้าราชการตำรวจ จำนวน 33 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ที่ บช.สตม. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบช.สตม.มอบหมายเป็นครั้งคราว ไม่ขาดจากต้นสังกัด มีกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ ตร. อนุมัติเป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบัญชีรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ตร.อนุมัติให้ไปปฏิบัติราชการที่ บช.สตม. ประกอบด้วย พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.3 ว่าที่ร.ต.อ.พงศกร จันทันอก รอง สว.ฝอ.ภ.จว.นครราชสีมา ว่าที่พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4 ว่าที่พ.ต.ต.อชิรพงศ์ ประจง สว.ฝอ.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.ท.กัลป์ กลิ่นศรี รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ชูศักดิ์ พนัสอัมพร รอง ผกก.ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รอง ผบก.กฝ.บช.ตชด.พ.ต.ท.วิทูรตั้งวุฒิสาร สว.กก.ตชด.33&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.กรกต เทศทอง สว.กก.ตชด.33 พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.อิมธิพล จันทร์ศรีบุตร รอง ผบก.สกส.บช.ปส. พ.ต.ท.จิรพงษ์ รุจิรดำรงชัย รอง ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.2&amp;nbsp; พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส. ว่าที่พ.ต.อ.สมพงศ์ มั่นหมาย ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.ทล. พ.ต.ท.อนุสรณ์ แก่งสันเทียะ รอง ผกก.4 บก.ปปป. ว่าที่พ.ต.ต.ตุลย์วรรษ ณรงค์ศักดิ์ สว.กก.สส.บก.น.4&amp;nbsp; พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ เล็กประดิษฐ์ อาจารย์ (สบ2) ศฝร.บช.น. พ.ต.ท.ธีรวุฒิ นกยูงทอง อาจารย์ (สบ2) ศฝร.บช.น. พ.ต.ต.บรรจง ทัพภูมี สว.ฝอ.บก.น.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ต.สมคิด คำสวัสดิ์ ผบ.หมู่กก.สส.บก.น.1 ส.ต.ท.ณัฏฐนันท์ ระยารักษ์ ผบ.หมู่กก.สส.บก.น.4&amp;nbsp; ส.ต.ท.โรจน์ศิพงศ์ ราชเดิม ผบ.หมู่ฝอ.5 บก.อก.บช.น. พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก. ว่าที่ร.ต.อ.เอกวิน ชีวมงคล รอง สว.ฝอ.สส. พ.ต.ต.พิริยะพันธ์ จันทราวุฒิ สว.(กอ.รมน.)สกพ. ว่าที่พ.ต.ท.สถิตย์ บุตรฉิม สว.ฝ่ายวิเคราะห์ตำแหน่ง 1 อต. ว่าที่พ.ต.ท.หญิง อนงค์นาฎ กลันทกพันธ์ สว.ฝ่ายสวัสดิการการเงิน สก. ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง สุนิสา ธรรมโชติ สว.ฝอ.กม. ว่าที่พ.ต.ท.หญิง สมมาตร์ พึ่งพวง สว.ฝ่ายการเงิน 2 กง. และพ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.กลุ่มงานการมีส่วนร่วมของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39502</URL_LINK>
                <HASHTAG>33นายตำรวจ, ช่วยงาน สตม., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง, สตช., สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12f89293c21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
