<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; รมว.การอุดมศึกษาฯ เผย อว. พร้อมเป็นกองหนุนในทุกสถานการณ์ ทุ่มกำลังและเทคโนโลยีร่วมดูแลสถานการณ์การระเบิดและไฟไหม้โรงงานที่สมุทรปราการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 64 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง อว. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความรุนแรงจากเหตุระเบิดที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ต.ราชเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดย อว. ได้ระดมเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาร่วมดูแลสถานการณ์นี้ เช่น ให้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแบบทันต่อสถานการณ์ แผนที่แบบละเอียดถึงบริเวณเสี่ยง รวมทั้งทิศทางลม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ซึ่งล่าสุดได้เปิดเผยแผนที่ละเอียดการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของชุมชนบริเวณรอบๆ โรงงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และประชาชนเข้าใจ สามารถประเมินสถานการณ์ของโรงงาน ชุมชน หมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงได้ในเบื้องต้น หรือเตรียมการเคลื่อนย้ายได้ทันการณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ให้การสนับสนุนทีม &amp;ldquo;Novy โดรน&amp;rdquo; สตาร์ทอัพผู้ให้บริการโดรนเพื่อการเกษตร ที่สนับสนุนโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้เข้ามาร่วมทีมเฉพาะกิจ โดยการปล่อยโดรนบินเพื่อหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมีที่อยู่ใต้ดิน จนพบจุดสำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงฉีดโฟมเข้าสกัด และปิดวาล์วดังกล่าวได้สำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้เข้ามาเป็นหน่วยให้ข้อมูลชนิดของสารเคมี ความเสี่ยง อันตราย ข้อควรระวังต่างๆ โดยเฉพาะการป้องกันและการทำงานสะอาดหากมีการสัมผัสสารสไตรีนโมโนเมอร์ (styrene monomer) และยังมีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ให้ข้อมูลความปลอดภัยทางรังสีจากการเข้าไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลใบอนุญาติมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีของโรงงานในบริเวณนั้นแล้ว พบว่าทั้งโรงงานหมิงตี้ฯ และโรงงานที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยรัศมี 5 กม.โดยรอบไม่มีการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี อีกทั้งรายงานตรวจวัดปริมาณรังสีในอากาศจากสถานีเฝ้าระวังทางรังสียังพบว่าอยู่ในระดับปกติอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแง่ของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น อว. ได้เตรียมการให้โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินหากมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องมือพร้อมในการดูแลในสถานการณ์ขนาดใหญ่ รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในพื้นที่ ก็ได้จัดเตรียมอาคารสถานที่ไว้รองรับ หากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายหรืออพยพคนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงออกมา ในส่วนของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรที่มีที่พักอาศัยหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียง ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ และจุดอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้เตรียมการที่จะดูแลให้สถานที่และที่พักสำหรับผู้ได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้าน รศ.ดร.อิทธิพล แจ้งชัด คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ฯ วัตถุดิบที่ติดไฟและระเบิดคือ &amp;ldquo;สไตรีน&amp;rdquo;(Styrene) เป็นของเหลวใส ติดไฟง่าย มีกลิ่นแรงเฉพาะตัว และมีความหนาแน่นที่น้อยกว่าน้ำ และละลายน้ำได้น้อยมาก ซึ่งควันดำที่เห็นลอยไกลๆ คือสิ่งที่เกิดจากการเผาไหม้สไตรีน คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และคาร์บอนมอนออกไซด์ รวมถึงสารในกลุ่มอะโรมาติก คล้ายการเผาไหม้เชื้อเพลิงทั่วไป จริงๆ แล้วไม่น่ากลัวเท่าไอสไตรีน โชคดีที่สไตรีนหนักกว่าอากาศ ไม่ลอยไกล อยู่ในอากาศ 7-8 ชม. ก็สลายตัว การดับไฟจากสไตรีน ใช้น้ำ โฟม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสารเคมีแห้ง ใช้น้ำควบคุมไฟได้ แต่ต้องระวังเนื่องจากสไตรีนเบากว่าน้ำและไม่ละลายน้ำ จะลอยน้ำและนำไฟไปลุกลามจุดอื่น ยืนยันว่าควันดำลอยไกลไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือการระเบิดของถังบรรจุสไตรีน และสไตรีนตกค้างรอบๆ จุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108926</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIA, Novy โดรน, Styrene, styrene monomer, กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม, จิสด้า, บรรเทาความรุนแรง, รศ.ดร.อิทธิพล แจ้งชั, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.), สารสไตรีนโมโนเมอร์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, สไตรีน, อว., โดรนเพื่อการเกษตร, โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e547a679ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก&quot;ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เอนก เหล่าธรรมทัศน์&amp;rdquo; รมว.อว. ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด ปรับ รพ.สนามให้พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเหลือง และขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน&amp;nbsp;ด้าน ปลัด อว.ให้จิสด้าใช้ข้อมูลดาวเทียมสำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยงพร้อมปรับงบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ช่วยหมอแนวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ อว.ได้สนับสนุนโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - 19 ระลอก 3 ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ดังนั้น อว.จะมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ โดยจะขยายกำลังมาดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง ได้ มากขึ้น จากเดิมที่ดูแลกลุ่มเขียวเป็นหลักด้วย รพ.สนาม&amp;nbsp; ทั้งนี้ได้ให้กลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet มาทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและ กทม. อย่างใกล้ชิดในการรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง ส้ม และเหลืองแก่&amp;nbsp; ส่วน รพ.สนามที่ อว.เปิดดำเนินการอยู่แล้ว จะปรับเพิ่มเติมให้พร้อมรับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ส้ม ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อว.จะเตรียมความพร้อมทางอาคาร สถานที่และนวัตกรรม ในกรณีที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น รพ.สนามสำหรับสีเหลืองส้ม ICU สนาม เพื่อเป็นกำลังหนุน โดยขอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหน่วยงานอื่นๆ เข้าช่วย โดยประสานร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย รวมทั้งสนับสนุนห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรองและการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน โดยคณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มติมว่า ที่สำคัญ อว.จะสนับสนุนข้อมูลและระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ที่ดำเนินการอยู่แล้ว สำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยทำมาแล้วที่ จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ อว.ได้ปรับงบประมาณที่มีอยู่มาสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรแนวหน้า โดยเฉพาะอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น หน้ากาก N95, ชุดหมี PPE, หน้ากากความดันบวกสำหรับบุคลากรการแพทย์ PAPR, High Flow Oxygen system, เครื่องวัด Pulse oximeter, ระบบเอกซเรย์ภาคสนามเคลื่อนที่ เป็นต้น โดยให้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนนวัตกรรมที่ใช้งานได้และมีสายการผลิตแล้ว มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งทำงานร่วมกับเอกชน ทั้งนี้หน่วยงานที่มีนวัตกรรม และบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการทำงานของ ศบค. ซึ่งมี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101603</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIA, TCELS, UHosNet, กทม., กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, จิสด้า, วช., ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, ศบค., ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, อว., โรงพยาบาลสนาม, โรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f974189a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์“เทคโนโลยีพิมพ์3 มิติขั้นสูง วินิจฉัย-ส่องในจุดที่ MRI/CT มีข้อจำกัดแสดงภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62-สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ร่วมกับ บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ผลงานนวัตกรรมและงานสัมมนา &amp;ldquo;เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติขั้นสูง เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นับเป็นนวัตกรรมที่สนับสนุนแพทย์ในการแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติหรือรอยโรคได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาที่มีข้อจำกัดในการสร้างภาพ CT Scan / MRI เช่น การผ่าตัดเปิดหัวใจเด็กแรกเกิด เนื่องจากมีขนาดหัวใจเล็ก ทำให้เห็นภาพจาก MRI/CT ไม่ชัดเจน และเทคโนโลยีดังกล่าวยังเป็นการทำให้เห็นภาพ 2 มิติ ที่แพทย์ต้องจินตนาการถึงมิติที่ 3 คือในมิติของความลึก ดังนั้นการใช้เทคโนโลยี 3D เข้ามาช่วยวางแผนในการรักษานี้ทำให้เกิดการรักษาที่ประสิทธิภาพ แม่นยำ และลดเวลาในการผ่าตัดลงได้ เป็นการยกระดับมาตรฐานการรักษา อีกทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายซึ่งในต่างประเทศพบว่าการสร้างแบบจำลองกะโหลกศีรษะช่วยลดเวลาในการผ่าตัดได้ถึง 3-4 ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่าจากการลดการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ทั้งห้องผ่าตัดและบุคลากรราว 100,000 บาทต่อการผ่าตัดหนึ่งครั้ง เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้มากเมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายการสร้างแบบจำลองอวัยวะระดับหลักพันถึงหมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างให้เกิดการบริการทางพาณิชย์ด้านการพิมพ์สามมิติในประเทศไทยครั้งแรก ที่ระบบบริการทางการแพทย์ของไทยสามารถเข้าถึงในราคาที่เหมาะสม ซึ่งความสำเร็จในโครงการจะช่วยยกระดับความสามารถของการแพทย์ไทยไปอีกขั้น ให้ใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วในระดับราคาที่เข้าถึงได้ &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดส่งแบบจำลองอวัยวะให้โรงพยาบาลต่างๆ ได้นำไปรักษาจริงแล้ว 50 ชิ้น ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ระยอง ชลบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น สงขลา และกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52831</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติขั้นสูง เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb27daa281c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคเอกชนไทยตื่นตัวรับ“บล็อกเชน”...วงการสื่อใช้สกัด“ข่าวลวง”ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ร่วมกับ&amp;ldquo;บิทคับ&amp;rdquo; จับมือภาครัฐและเอกชน จัดประชุมสัมมนาวิชาการ ใหญ่&amp;ldquo;สุดยอดบล็อกเชนเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; เชิญองค์กรบล็อกเชนยุโรปและอาเซียนมาให้ความรู้ ชี้ให้เห็นถึงก้าวหน้าของเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่กำลังเข้ามามีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคน รวมทั้งวงการสื่อมวลชนใช้ตรวจสอบ&amp;ldquo;ข่าวลวง&amp;rdquo;หรือ Fake News ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2561 เวลา 09.30 น. สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ร่วมกับ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ในฐานะประธานเครือข่ายบล็อกเชนในประเทศไทย จับมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เครือข่ายยูโรเปียนบล็อคเชนฮับ (European Blockchain Hub) และองค์กรนานาชาติที่ไม่แสวงผลกำไร ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติ&amp;ldquo;สุดยอดบล็อคเชนเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; (Blockchain For Sustainable Development Goals Tour Summit 2018/19) เพื่ออัพเดทความรู้บล็อคเชนโลกจากกลุ่มประเทศยุโรป อเมริกา อาเซียน พร้อมกรณีศึกษาจากอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ประยุกต์ใช้ได้ผลจริง ให้กับกลุ่มผู้นำภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทย ให้สามารถรับมือกับวิกฤตพลวัตที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ประเทศไทยและเพื่อให้สามารถดึงศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อคเชนมาสร้างรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการได้ตรงตามความต้องการของประชาชนได้ทัน โดยมีนายดำฤทธิ์ วิริยะกุล เลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน นายชวรงค์ ลิมปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และนายปราเมศร์ เหล็กเพชร ประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้าร่วมงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตัล กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (BCGH) ประธานเครือข่ายบล็อกเชนในประเทศไทย กล่าวถึงที่มาของงานประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติสุดยอดบล็อคเชนเพื่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้น &amp;ldquo;Blockchain For Sustainable Development Goals Tour Summit 2018/19&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;จัดขึ้นโดยเครือข่ายยูโรเปียนบล็อกเชนฮับ เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนจากประเทศยุโรปและเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 20 ประเทศ ทั้งในระดับรัฐบาลและเอกชน อันประกอบด้วย อังกฤษ ลักเซมเบิร์ก สเปน โปแลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย สวีเดน สโลวีเนีย ในภาคพื้นยุโรป และ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เกาหลี อินเดีย โดยประเทศไทยได้รับการรับรองและแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ โดยมี BCGH เป็นประธานเครือข่ายในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การสัมมนาครั้งนี้ มีหัวข้อการสัมมนาที่เข้มข้นมากมาย ได้แก่ 1.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในภาคพื้นประเทศยุโรปสู่เอเชีย และในประเทศไทย (Blockchain Technology Success Case Sharing from Europe to Asia &amp;amp; Thai) ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จและการประยุกต์ใช้บล็อกเชนเทคโนโลยีในยุโรป เอเชีย และไทย เพื่อให้การบริหารงานในภาครัฐและเอกชนในวงกว้างตั้งรับได้ทันกับคลื่นปฏิวัติเทคโนโลยีบล็อกเชนใน้วงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเงินธนาคาร, ขนส่งโลจิสติคส์, การค้า ทรัพยากรบุคคล ซึ่งคุณแอนจา บลาจ ผู้แทนเครือข่ายยูโรเปียนบล็อคเชนฮับได้ยกตัวอย่างขององค์กรในยุโรปและเอเชียที่เริ่มใช้งานบล็อกเชนในส่วนต่างๆ สู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 2019 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
2.เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนา และช่วยสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศได้อย่างไร (How Blockchain Technology can enable National Growth &amp;amp; Support National Infrastructure) นำโดยเนื้อหาด้านผลประโยชน์ของการเชื่อมโยงบล็อกเชนกับการพัฒนาเศรษฐกิจระดับชาติในทวีปยุโรป จากมุมมองของ คุณเร็กซ์ ยีพ สมาชิกก่อตั้งยูโรเปียนบล็อกเชนฮับ และการเตรียมตัวของภาครัฐและเอกชนเมื่อมีนโยบายการใช้บัตรประชาชนกับบล็อกเชน โดย ดร.ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ที่ได้กล่าวถึงผลกระทบฟินเทคและข้อมูลความปลอดภัยทางไซเบอร์ นอกจากนี้บล็อกเชนยังกระทบต่อวงการสื่อด้วย โดย คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BCGH กล่าวถึงทางออกและผลสะท้อนของต่อวงการสื่อสารมวลชน โฆษณาและการรับรู้ของประชาชนอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
3.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน &amp;ndash; บล็อกเชนเพื่อใช้ในการรับรองความถูกต้อง (Blockchain Practical Case &amp;ndash; Blockchain for Authentication) การยืนยันความถูกต้องและที่มาของสิ่งของที่มีมูลค่า เช่น เอกสารสำคัญ เอกสารแสดงตัวตน สิ่งของมีค่า เวชภัณฑ์ สินค้า เครื่องสำอาง โดย คุณอำนาจ บุญขวัญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บมจ. ไทยบริติช ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง ได้แบ่งปันความรู้เรื่องมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม เมื่อเกิดการพิสูจน์ อัตลักษณ์ของคน เอกสาร สิ่งของ และสินค้า โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนได้แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
4.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน &amp;ndash; ในงานราชการ (Blockchain Practical Case &amp;ndash; Government Sector) เจาะลึกการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนภาครัฐในสหภาพยุโรป สู่การใช้งานในประเทศไทย โดยในการเสวนาได้มีการนำกรณีศึกษาจากหลายประเทศในสหภาพยุโรปมาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ในงานราชการไทยได้อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
5.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน &amp;ndash; ยกระดับเศรษฐกิจการค้า ในธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ ทรัพย์สินทางปัญญา และ การติดตามที่มาของสินค้า (Blockchain Application in new era of Trade; Trade Finance, Intellectual Property and Traceability) เปิดโลกบล็อกเชนในบริการธุรกิจการค้าต่างประเทศ ทรัพย์สินทางปัญญา และการค้ายุคใหม่ โดย ดร. สมนึก คีรีโต ที่ปรึกษา กระทรวงพาณิชย์ และผู้อำนวยการ สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาพร้อมกับ คุณดาววิภา ลี้กำจร ผู้อำนวยการกลุ่มงานเศรษฐกิจใหม่ สำนักงานนโยบายเเละยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมชี้แจงโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจแนวทางของรัฐบาลและกระทรวงในการประยุกต์ใช้ในการยกระดับเศรษฐกิจการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน &amp;ndash; การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการศึกษา กรณีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ เคบีทีจี (Blockchain Application in education; case study Chulalongkorn University and KBTG) การเปิดเผยครั้งแรกของการใช้บล็อกเชนในองค์กรการศึกษาขนาดใหญ่ โดย คุณโภไคย ศรีรัตโนภาส ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณสิริวัฒน์ เกษมวัฒนาโรจน์ Advance Visionary Architect กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (เคบีทีจี) กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการศึกษาได้ เพื่อเป้าหมายสู่การขับเคลื่อนภาคธุรกิจและภาครัฐที่สำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายพันธุิ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานและหลายองค์กร นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใชในหลายด้าน แต่บางเรื่องยังติดขัดเรื่องกฎหมายอยู่ภาครัฐคงต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเทพชัย หย่อง ประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน กล่าวว่า บล็อกเชนถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับวงการสื่อมชนในประเทศไทยและอาเซียน ที่ควรให้ความสำคัญ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน์จึงได้เข้าร่วมจัดการสัมมนาครั้งนี้ด้วย เพื่อจะได้ทราบถึงความก้่าวหน้าของเทคโนโลยีบล็อกเชนในภูมิภาคนี้ โดยมีสื่อมวลชนไทยรวมทั้งจากลาวและกัมพูชามาร่วมสัมมนาด้วย นอกจากนี้จากการสัมมนายังได้ทราบว่าที่ประเทศเวียดนามและกัมพูชา มีการนำบล็อกเชนมาใช้ในบางหน่วยงานแล้ว ส่วนในประเทศไทยภาคเอกชนยังนำหน้าในเรื่องนี้ ขณะที่ภาครัฐให้ความสนใจที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เช่นกัน และในอนาคตวงการสื่อมวลชนสามารถนำบล็อกเชนมาช่วยในการตรวจสอบข่าวลวงหรือ Fake News ได้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23178</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา, บล็อกเชน, บิทคับ, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สื่อมวลชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c0124c762603.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกอบการที่กล้าได้กล้าเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์สตาร์ทอัพไทย เริ่มเข้มแข็งจากการสนับสนุนของหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ที่มองว่าผู้ประกอบการในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นอย่างดี เพราะจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สตาร์ทอัพคือผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่เกือบทั้งหมดไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ หรือประกอบกิจการใดๆ เลย ซึ่งอาจจะเป็นจุดอ่อนในการดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สตาร์ทอัพส่วนใหญ่ก็คือคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้มแข็งในเรื่องของไอเดีย แนวคิด ความเข้าใจเทคโนโลยี รู้จักช่องทางการโฆษณาสมัยใหม่ พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงกล้าได้กล้าเสีย ซึ่งก็เพียงพอที่หลายหน่วยงานจะทำงานด้วย และที่ผ่านมาก็เห็นความสำเร็จของสตาร์ทอัพหลายราย ที่บางรายดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวเองด้วยซ้ำ แต่กลับพัฒนาตัวเองจนก้าวเป็นรายใหญ่ได้ในตลาดทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ งาน &amp;ldquo;สตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2018&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงและช่องทางที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวให้สามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันอย่างกว้างขวาง เปิดโอกาสลงทุนในมิติใหม่ๆ ร่วมกับผู้ประกอบการ นวัตกรจากทั่วมุมโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ โดยงานนั้นจัดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจากงานที่ผ่านไปนั้นได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสตาร์ทอัพได้อย่างดี เป็นการบ่งบอกว่าแพลตฟอร์มในการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ของประเทศไทยได้เกิดขึ้นอย่างมากมาย และยังเกิดโซลูชั่นที่ช่วยตอบสนองความต้องการของการใช้ชีวิตในยุคใหม่แบบไม่รู้จบ ซึ่งแน่นอนว่าจักรวาลสตาร์ทอัพไทยไม่ได้มีการเติบโตเพียงแค่ระดับปริมาณเท่านั้น แต่ในด้านคุณภาพก็ก้าวกระโดดไปอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ แอปพลิเคชัน เทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ รวมถึงหลากหลายบริการที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกตัวอย่างผลงานจากกลุ่มสตาร์ทอัพที่จะช่วยให้ชีวิตมีความง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น โดยเริ่มกันที่ Local alike (โลคอล อไลค์) บริการเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลการดื่มด่ำชีวิตท่ามกลางธรรมชาติและชุมชน โดยบริการนี้เป็นการออกแบบทัวร์ที่ประสานความร่วมมือจากชาวบ้าน และคนในชุมชนให้ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดโปรแกรมพร้อมนำเที่ยวด้วยตนเอง ผ่าน 70 ชุมชนที่น่าสนใจทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวที่สองคือ เบลลัคค์ บริการรับ-ส่งกระเป๋าเดินทางและสัมภาระต่างๆ ระหว่างสนามบิน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ต่างๆ ภายใน 1 วัน สำหรับบริการนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวประหยัดเวลาในการเดินทางที่จะนำกระเป๋าไปฝากที่โรงแรม หรือเดินทางกลับไปรับกระเป๋าก่อนที่จะเดินทางไปสนามบิน และยังมีบริการรับฝากกระเป๋าฟรีสูงสุด 15 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โซโกะจังที่เป็นบริการสำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังเจอปัญหาที่เก็บสินค้าไม่มีหรือไม่พอ แพ็กสินค้าไม่ทันส่ง หรือลูกค้ารอสินค้านานเกินไป เพียงแค่ส่งคำสั่งซื้อออนไลน์มาที่โซโกะจัง ก็จะช่วยทั้งบรรจุหีบห่อสินค้าด้วยบรรจุภัณฑ์มาตรฐาน จัดส่งสินค้าโดยตรงจากคลังสินค้าไปยังมือผู้บริโภคภายใน 48 ชั่วโมง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และใช้เวลา 3-5 วันสำหรับจังหวัดอื่นทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าหน่วยงานไหนอยากหาพนักงานคุณภาพดี ต้องไปที่&amp;nbsp; เด็กฝึกงานดอตคอม ที่จะคัดกรองนักศึกษาจากที่ตรงกับสายงานกว่า 30,000 คน จากทุกสถาบันทั่วประเทศ ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรหรือบริษัท เพื่อให้หน่วยงานได้เด็กฝึกงานที่มีคุณสมบัติตรงกับสายงานมากที่สุด ในขณะเดียวกันยังช่วยให้นักศึกษาที่กำลังมองหาสถานที่ฝึกงาน ได้รับโอกาสดีๆ ที่จะฝึกงาน หรือทำงานพาร์ตไทม์กับองค์กรที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้ามมาเอาใจคนรักสุขภาพกันบ้างกับ OCARE บริการตรวจสุขภาพที่พร้อมส่งตรงถึงบ้านและที่ทำงาน ทำให้ไม่ต้องเดินทางและไม่ต้องรอนาน มีคุณหมอมาตรวจให้ถึงที่ และภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงก็สามารถรับผลบันทึกสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดแปลกแหวกแนว กล้าที่จะทำ และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะแตกต่างจากคนรุ่นเก่าที่ทำธุรกิจมามากกว่า 10 ปี อาจจะคิดไม่ถึงกับสินค้าหรือบริการที่เข้าถึงตลาดขนาดนี้ และต้องยอมรับจริงๆ ว่าสตาร์ทอัพ เป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่น่าจับตามองและควรสนับสนุนอย่างยิ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11870</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, สตาร์ทอัพไทยแลนด์ 2018, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
