<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่นอีกแล้ว! ม็อบขวางบังคับคดีจังหวัดพิจิตรเข้าตรวจทรัพย์สินวัดบางคลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วุ่นไม่จบ! บังคับคดีบุกตรวจสอบทรัพย์สิน &amp;quot;วัดหลวงพ่อเงิน&amp;quot; กลับถูกม็อบฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวาง ตะโกนโห่ด่าทอ ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ แฉกลุ่มผู้ชุมนุมต้องโทษจำคุกรอลงอาญา กลับทำผิดซ้ำซาก เตรียมเจอแจ้งความเพิ่มมีหวังติดคุกจริงรอบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 -&amp;nbsp;นางพรพิมล พลเดช ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร นายกิตติศักดิ์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายบุญเลิศ ศิริษา นายอำเภอโพทะเล พ.ต.อ.วิสุทธิ์ คล้ายแสง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพทะเล พร้อมด้วยกำลังตำรวจ และ อส.ในพื้นที่ร่วมกับตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรเกือบ 100 นาย ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามที่ พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดหนองดง อำเภอโพทะเล รักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน ได้ร้องขอเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายและตามคำพิพากษาศาลฎีกา เจ้าหน้าที่บังคับคดีพร้อมทั้งฝ่ายโจทย์คือ ไวยาวัจกร ได้พยายามจะเข้าไปในวิหารสีขาว โดยต้องตัดกุญแจเข้าไปจนกระทั่งพบวัตถุมงคลอยู่ในกล่องจำนวนมาก และสมุดบัญชีที่จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเมื่อปี พ.ศ.2545 และ สมุดบัญชีอื่นๆอีกหลายรายการ ที่ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่บังคับคดีก็พยายามจะเข้าตรวจสอบจุดอื่นๆรวมแล้ว 11 แห่ง แต่กลับถูกกลุ่มบุคคล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาเคยตกเป็นจำเลยในคดีบุกรุก และคดีอื่นๆ ยกพวกกันมาขัดขวางเจ้าหน้าที่บังคับคดี โดยใช้มวลชนมาตะโกนโห่ร้องกล่าวคำไม่สุภาพ รวมถึงขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ทั้งๆที่มีกำลังตำรวจ และอส.นับร้อยคนควบคุมสถานการณ์อยู่ก็ตาม ทำให้การทำงานในครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก จนไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ครบทั้ง 11 แห่งภายในวัดดังกล่าว และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปิดประกาศขับไล่ตามคำพิพากษาศาลพิจิตรอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่รายหนึ่งให้ข้อมูลว่าจะต้องทำรายงานศาลยุติธรรมไปตามระบบ หากมีผู้หนึ่งผู้ใดที่ประพฤติตนวุ่นวายขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บังคับคดีแล้วบุคคลผู้นั้นเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกรอลงอาญา โดยมีเงื่อนไขห้ามยุ่งเกี่ยวหรือเข้ามาในวัด รวมถึงห้ามประพฤติตนวุ่นวายขัดขวางการทำงานของรักษาการเจ้าอาวาสวัด ก็ขอให้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ทั้งนี้ผู้นั้นจะต้องรับโทษจำคุกที่รอลงอาญาไว้ รวมทั้งต้องรับโทษความผิดครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีกลุ่มบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาลงโทษจำคุก แต่ศาลเมตตาให้กลับตัวกลับใจ โทษจำคุกให้รอลงอาญา ซึ่งในกลุ่มผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บังคับคดีในครั้งนี้ล้วนมีคนหน้าเก่าๆมากกว่า 10 คน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่บันทึกภาพและคลิปวิดีโอไว้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาวัดหลวงพ่อเงิน, วัดบางคลาน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, วัดหิรัญญาราม, สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb7a0b43370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่นไม่จบ! ลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลานขวางตรวจสอบทรัพย์สิน เมินคำสั่งศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่บังคับคดีถือคำพิพากษาศาลฎีกาจะเข้าตรวจสอบทรัพย์สินวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน แต่คว้าน้ำเหลวถูกกลุ่มลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีปัญหาภายในวัดหิรัญยาราม หรือ วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปีจนถึงวันนี้ยังวุ่นวายไม่เลิกเป็นคดีความขึ้นศาลนับสิบคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บังคับคดีปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อจะเข้าตรวจสอบทรัพย์สินและโบราณวัตถุรวมถึงวัตถุมงคลเพื่อส่งมอบให้รักษาการเจ้าอาวาสที่มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่าต้องคว้าน้ำเหลวอีกครั้งเมื่อกลุ่มลูกศิษย์ของอดีตเจ้าอาวาสรวมตัวขัดขวางไม่สนใจกฎหมาย สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องล่าถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสฏฐวัฒน์ ไชยภักดี นิติกรชำนาญการ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายกิติศักดิ์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองรวมแล้วกว่า 50 นายได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยถือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5558/2561 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ความแพ่ง ซึ่งมีพระครูพิสุทธิวรากร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เป็นโจทก์ และมีพระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เป็นจำเลยที่ 1 และพวกอีก 9 คน รวมเป็นจำเลยทั้ง 10 คน ถูกฟ้องในคดีแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากอดีตรักษาการเจ้าอาวาสได้ถูกคำสั่งให้พักจากตำแหน่งหน้าที่และจะต้องส่งมอบการครอบครองทรัพย์สิน การเงิน การบัญชี ทะเบียนพัสดุครุภัณฑ์ พร้อมหลักฐานการก่อสร้างและวัสดุให้แก่โจทก์ แต่ปรากฏว่าอดีตเจ้าอาวาสและพวกลูกศิษย์ ซึ่งมีทั้งที่เป็นกรรมการวัดและมิใช่กรรมการวัด ต่างรวมตัวกันขัดขวางและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จนมีการต่อสู้คดีจนถึงศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 คือ พระครูวิสิฐสีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสต้องส่งมอบสมุดบัญชีทรัพย์สิน รายรับรายจ่าย พัสดุเอกสาร สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีการจำหน่ายวัตถุมงคลของวัด และห้ามจำเลยทั้งสิบขัดขวางการดำเนินการกิจการของวัดและกิจการคณะสงฆ์ ห้ามเปิดตู้บริจาคใช้เงินทุกตู้ และห้ามยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัดจากรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สำนักงานบังคับคดีและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้ถือปฏิบัติตามคำพิพากษาเพื่อจะเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน วัตถุมงคลและบัญชีการเงินต่างๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่วัด ก็ได้มีกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นชาวบ้านและลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสเกือบ 100 คนยืนขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่บังคับคดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นไปยังกุฏิที่เป็นศาลาไม้และเป็นที่เก็บวัตถุมงคลและอื่นๆบนศาลาพร้อมทั้งตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ โดยใช้คำไม่เหมาะสมต่างๆนานา พร้อมทั้งก่อความวุ่นวายส่งเสียงดังเอะอะไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองก็ทำได้แค่ยืนดู ไม่สามารถห้ามปรามได้ เจ้าหน้าที่บังคับคดีพิจิตร และ ผอ.กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา พศ. พยายามไกล่เกลี่ยชี้แจงเหตุผลรวมถึงข้อกฎหมายว่าทำตามคำสั่งศาล แต่พวกกลุ่มต่อต้านกลับไม่เชื่อฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนในที่สุด นายเสฏฐวัฒน์ ไชยภักดี นิติกรชำนาญการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร ต้องประกาศยอมยกธงขาว เนื่องจากเกรงว่าหากจะใช้กำลังสลายฝูงชนเพื่อเข้าตรวจทรัพย์สินของวัดตามคำสั่งศาลฎีกา ก็อาจจะเป็นบ่อเกิดของความวุ่นวาย อีกทั้งเกรงว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงขอยุติการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายเสฏฐวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะได้ทำรายงานศาลต่อไปเพื่อให้ศาลดำเนินการออกหมายเรียกจำเลยมาทำการไต่สวน ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายพิจารณาความแพ่ง ซึ่งโจทก์ก็คือ รักษาการเจ้าอาวาสวัดหรือตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจสามารถใช้สิทธิทางศาลได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงของดทำการส่งมอบบัญชีและทรัพย์สินเนื่องจากสถานการณ์เกิดความวุ่นวายและมีผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว เพราะหากเจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.สมชัย สุทธิสน ข้าราชการบำนาญ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจากรักษาการเจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบทรัพย์สินได้ เนื่องจากมีผู้มาขัดขวาง อีกทั้งจำเลยที่ 1 คือ อดีตเจ้าอาวาสก็ไม่อยู่พบเจ้าหน้าที่บังคับคดี ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะได้ไปยื่นเรื่องและทำรายงานให้ศาลทราบ เพื่อจะได้ออกหมายเรียกให้มาทำการไต่สวน แต่ถ้าขัดหมายเรียกจากคดีแพ่งก็จะกลายเป็นคดีอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกอีกด้วย
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37228</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ปัญหาภายในวัดหลวงพ่อเงิน, วัดบางคลาน, วัดหลวงพ่อเงินบางคลาน, สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefb4b41ff3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
