<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอวัง! &#039;ปฏิรูปที่ดิน-ป่าไม้&#039; พบนายทุนรุกป่าแต่เกี่ยงกันรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทุนรุกป่าต้นน้ำเขาทับปะตี อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี เกือบ 100 ไร่ จัดสรรไว้เป็นแปลงเพื่อเตรียมขาย หลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบ พบรุกป่าชัดเจน แต่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.จันทบุรี กับไม้ป่า ยังบอกไม่ได้ ใครต้องรับผิดชอบนำป่าคืนราชการ เผยใน จ.จันทบุรี ยังมีพื้นที่ที่แยกไม่ออกเป็นที่ดินที่จะออก สปก.ให้ชาวบ้านทำกินได้ตามนโยบายรัฐบายหรือเป็นป่ากันแน่ มีมากถึงกว่า 300,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;ธ.ค.61 - เรือโทวันชัย พฤกษาลำมาศ ผบ.ร้อย ทพ.นย.&amp;nbsp;547&amp;nbsp;อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวาย อ.โป่งน้ำร้อน ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.&amp;nbsp;515&amp;nbsp;อ.โป่งน้ำร้อน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.โป่งน้ำร้อน และนายดำรงศักดิ์ พึ่งสุข นิติกรปฏิบัติการ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.จันทบุรี ร่วมกันตรวจสอบเขาทับปะตี ภายในหมู่บ้านเครือหวาย หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน หลังจากได้รับการร้องเรียนจาก นายณรงค์ พารา สมาชิก อบต.โป่งน้ำร้อน ว่ามีนายทุนบุกรุกป่าต้นน้ำเขาทับปะตี มีความพยายามนำที่ดินบนเขาดังกล่าวมาจัดสรรแบ่งขาย โดยอ้างว่าเป็นที่ดินที่สามารถออกเอกสารสิทธิครอบครองได้โดยถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า เขาทับปะตีเป็นเขาต้นน้ำมีแม่น้ำทับปะตีที่ยังมีความสมบูรณ์ มีแม่น้ำทับปะตีไหลผ่านเชิงเขาดังกล่าวไปจนถึงประเทศกัมพูชา บนเขามีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากขึ้นระเกะระกะไปทั่วบริเวณ โดยสภาพรวมยังเป็นป่าแต่ปรากฏว่ามีการบุกรุกแผ้วถางเกือบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่ มีการแบ่งที่เป็นแปลงคล้ายมีการจัดสรร มีการวางท่อน้ำเป็นแนวยาวตลอดพื้นที่ที่มีการแผ้วถาง รวมทั้งมีการปลูกพืชหลายชนิดและมีการสร้างบ้านพักไว้ด้วย ทั้งนี้ในการร่วมกันตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบเขาปะตีจากแผนที่&amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.จันทบุรี ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นที่ดินที่หน่วยงานรับผิดชอบระหว่าง สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.จันทบุรี กับสำนักงานป่าไม้ จ.จันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ พารา สมาชิก อบต.โป่งน้ำร้อน เปิดเผยว่า ที่ดินแปลงนี้ ชาวบ้านหมู่บ้านเครือหวายได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้อนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นป่าต้นน้ำ เนื่องจากมีแม่น้ำทับปะตีไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำที่มีความสำคัญกับคน อ.โป่งน้ำร้อน มาก เป็นเหมือนเส้นเลือดสายใหญ่หล่อเลี้ยงคนได้มีน้ำใช้ มีน้ำเพื่อทำสวน จึงต้องอนุรักษ์ไว้ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ป่าทับปะตีมีความสมบูรณ์มาก เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ จนกระทั่งเมื่อประมาณปีกว่า มีนายทุนลอบเข้าแผ้วถางจัดสรรขาย ตนจึงต้องร้องเรียนไปยังทางราชการให้เข้ามาดำเนินการ เพื่อหากปล่อยไว้ ป่าทับปะตีไม่เหลือแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดำรงศักดิ์ พึ่งสุข นิติกรปฏิบัติการ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ป่าผืนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.จันทบุรี หรือสำนักงานป่าไม้ จ.จันทบุรี เพราะยังไม่มีเอกสารหรือหลักมุดยืนยันได้ชัดเจน แต่จากการตรวจสอบเห็นได้ชัดว่ามีการบุกรุกป่า ซึ่งจะต้องดูต่อไปใครต้องดำเนินการนำเขาทับปะตีมาคืนทางราชการ ทั้งนี้ ความชัดเจนระหว่างป่ากับที่ดินภายใน จ.จันทบุรี ในความดูแลของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.จันทบุรี หรือที่ดินที่จะต้องออกเอกสาร สปก.เพื่อมอบให้ประชาชนเข้าไปทำกินได้ตามนโยบายของรัฐบาล ยังมีความคลุมเครือว่าเป็นป่าหรือเป็นที่ดิน สปก. กันแน่ มีมากถึงกว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23452</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, บุกรุกป่า, ป่าต้นน้ำเขาทับปะตี, สำนักงานปฏิรูปที่ดิน, สำนักงานป่าไม้, หมู่บ้านเครือหวาย, อำเภอโป่งน้ำร้อน, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวาย, แผ้วถางป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181204/image_mid_5c0614451d436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
