<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้องผู้ตรวจฯช่วยชาวลาวพำนักในไทยแต่ยังไม่โอนสัญชาติ ถูกปฏิเสธฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.64 - เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบกรณีแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีลักษณะการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ที่ถือสัญชาติต่างประเทศที่แต่งงานกับคนไทย ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย และขอให้เสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ขจัดหรือระงับการกระทำดังกล่าวเสีย หรืองดเว้นการการปฏิบัติใดๆที่จะละเมิดสิทธิของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวของนายสายัญ เพ็ชรจรูญ ว่าภรรยาน.ส.มะนีกอน เพ็ดชมพู อายุ 34 ปี สัญชาติลาวที่ได้แต่งงาน และจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยแล้ว มีบุตร 1 คน รวมถึงได้พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 14 ปี โดยมีเอกสารของทางราชการค่อนข้างครบถ้วนทุกอย่าง และทูตลาวประจำประเทศไทยก็ได้รับการรับรองว่าน.ส.มะนีกอน เป็นบุคคลสัญชาติลาวจริง เพียงแต่ว่ายังไม่ได้จดทะเบียนโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลไทยประกาศให้คนไทยรวมทั้งคนต่างชาติที่อยู่ประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนได้ น.ส.มะนีกอนก็ได้ใช้สิทธิในฐานะที่ตัวเองได้อยู่ในประเทศไทยมานาน โดยลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่านทางแอพพลิเคชั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ภายหลังทางระบบได้แจ้งเตือนว่าน.ส.มะนีกอนไม่ได้มีสัญชาติไทย ทำให้ไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุขในประกาศดังกล่าว เพราะเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.เราได้รับทราบมาว่าทั้งรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ตัวแทนขององค์การอนามัยโลกให้มาฉีดเป็นเข็มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในกรณีของน.ส.มะนีกอน ที่เป็นเสมือนคนไทยถึงถูกปฏิเสธในการฉีดวัคซีน หรือระบบของกระทรวงสาธารณสุขมีอะไรที่ซับซ้อน หรือวันที่ให้ตัวแทนขององค์การอนามัยโลกมาฉีดเป็นเพียงแค่การสร้างภาพ และเชื่อว่ากรณีนี้ไม่ใช่กรณีเดียวของประเทศไทยที่ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยมานาน และเชื่อว่าเชื้อโรคมันไม่ได้แยกประเทศ แยกสัญชาติ ฉะนั้นเขาควรได้รับการฉีดวัคซีน จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปพูดคุยกับกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางมาตรการชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในไทย ควรจะได้รับสิทธิเขารับการฉีดวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอดิศร ร่วมสนธิ์ รองเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ตนยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เชื่อว่าในส่วนการฉีดวัคซีนนั้นเชื้อโรคไม่ได้คน เมื่อมาอยู่ในไทยแล้วจึงควรได้รับการฉีดวัคซีน ถ้าไม่ได้ฉีดคงลำบาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107207</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, ศรีสุวรรณ จรรยา, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d175f1c96f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน พระไล่ฟ้องชาวบ้านรวมตัวขับไล่พ้นวัด แฉพฤติกรรมไม่เหมาะสมเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายมาตุภูมิ สมชอบ นำชาวบ้านดอนสำโรง อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี มายื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังถูกทนายความฝ่ายรักษาการเจ้าอาวาสวัดดอนสำโรงฟ้องร้องอย่างไม่เป็นธรรม สืบเนื่องจากชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการที่กลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันแสดงความไม่พอใจกับพฤติกรรมของรักษาการเจ้าอาวาสคือ การปล่อยให้มีการทรงเจ้าเข้าผี ตั้งโต๊ะหมู่บูชาเทพเจ้า การเปิดรักษาโรคด้วยการบีบนวดน้ำมันทั้งหญิงชาย การบริหารจัดการภายในวัดที่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่ใช่รูปแบบคณะกรรมการวัด สร้างความแยกภายในวัด เรื่องการเงินที่ไม่โปร่งใส และการปล่อยให้มีหมาแมวอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไหม้ ชุดพญาเสือเข้ามาจับกุม เพราะปล่อยให้มีโรงเลื่อยในวัด มีไม้หวงห้ามและเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่พอใจและรวมตัวกันขับไล่ จนมีการหารือและทำข้อตกลงร่วมกัน โดยขอให้รักษาการเจ้าอาวาสไปจำพรรษาที่วัดอื่นและให้วัดอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าคณะตำบล และมีการปิดกุฎิรักษาการเจ้าอาวาส แต่หลังรักษาการเจ้าอาวาสเดินทางออกนอกพื้นที่ ก็มีหมายศาลมาถึงชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง และฟ้องทุกคนในลักษณะเหมือนเปิดทะเบียนบ้านฟ้อง เพราะเห็นได้จากบางคนที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่ได้ไปร่วมคัดค้านก็ยังโดนฟ้อง และข้อหาที่ฟ้องชาวบ้านก็รับไม่ได้ เช่นห้องซ่องโจร ลักทรัพย์ ขัดขวางการบริหารจัดการเกี่ยวกับวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รักษาการเจ้าอาวาสองค์นี้เป็นพระที่ค่อนข้างที่จะดื้อรั้น ก่อนที่จะเกิดเรื่อง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอได้เคยตัดเตือนแล้วว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ได้มีการทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในสิ่งที่ชาวบ้านรับไม่ได้ภายใน 1 ปี หากทำได้เราจะแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัด ปรากฎว่าก็ทำตามไม่ได้ ไม่ยอมรับและอ้างว่าฝ่ายผู้นำสงฆ์บังคับขู่เข็ญ ในการจำใจลงนาม&amp;rdquo;นายมาตุภูมิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมาตุภูมิ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามได้มีการร้องเรียนในเรื่องนี้ไปที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติและศูนย์ดำรงธรรมสุพรรณบุรี ก็ยังไม่พบมีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน จึงต้องมายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสมศรี กรรณแก้ว หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับหมายศาล กล่าวว่า บ้านตนอยู่ใกล้วัด ได้ไปร่วมแสดงความคิดเห็นจึงถูกหมายศาลทั้งบ้าน เดือดร้อนโดยตรง เพราะตนและลูกสาวต้องมาหาเงินประกันตัว แม้ไปร้องเรียนหลายที่แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ อีกทั้งรักษาการเจ้าอาวาสก็ยังดื้อดึง ทำให้ชาวบ้านหมดความศรัทธาและเชื่อมั่น ไม่นึกถึงชาวบ้านอายุ 60-70 ปีที่ต้องตื่นตี 4 ตี 5 เพื่อคัดสรรอาหารดีๆมาทำบุญตักบาตร ขนาดคนที่ไม่ได้ไปวัดก็ยังได้รับหมายศาล เราแค่ไปแสดงความคิดเห็น ไม่ได้ไปขับไล่ ไม่ได้ไปให้เขาสึก แต่อยากจะให้เขามาเจรจาและทำตามที่ตกลงกัน&amp;nbsp;เมื่อเขาทำไม่ได้ ชาวบ้านก็รับไม่ได้ เขาก็ออกไปจากวัดโดยไม่กลับมา แต่มีหมายศาลมาถึงชาวบ้านทุกวัน ไม่เว้นแต่เสาร์อาทิตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79549</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสุพรรณบุรี, วัดดอนสำโรง, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7ad951ec0f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยุติสอบปม &#039;อดีต สนช.&#039; นั่ง ป.ป.ช. อ้างไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า วันนี้(14 ก.ค.)​ผู้ตรวจฯได้มีคำวินิจฉัยยุติเรื่องร้องเรียนของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยที่ขอให้ผู้ตรวจฯพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า(พ.ร.ป.)ด้วยผู้ตรวจฯ 2560 เพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณีสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการและส่งรายชื่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งพ้นจากตำแหน่งมายังไม่ครบ 10 ปี อันมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (18) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. 2561 ให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเป็นกรรมการป.ป.ช. เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ตรวจฯได้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า&amp;nbsp;การที่ผู้ร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจฯจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ตามมาตรา 23 (1) ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยที่ &amp;ldquo;บทบัญญัติแห่งกฎหมาย&amp;rdquo; หมายถึง กฎหมายที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็ตาม ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนดที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่มีผลใช้บังคับเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ แต่กรณีนี้เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากรรมการป.ป.ช. มิใช่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้ตรวจฯจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นลักษณะการใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นการใช้อำนาจทางบริหารหรือทางปกครองแต่อย่างใด ผู้ตรวจฯจึงไม่อาจพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 23 (2) พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจฯ 2560 ดังนั้น กรณีเรื่องร้องเรียนของนายศรีสุวรรณนี้ เป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจฯ จึงมีมติให้ยุติเรื่องร้องเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71405</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, รักษเกชา แฉ่ฉาย, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d4be8df73e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ตอบผู้ตรวจ ให้ซักฟอกแค่1วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;รักษเกชา&amp;rdquo; เผยประธานชวนยื่นคำร้อง &amp;ldquo;เสรีพิศุทธ์&amp;rdquo; ที่ร้องว่าการเลือกตั้งนายกฯ รวบรัดแล้ว ย้ำ 27 ส.ค. เคาะ 2 กรณี &amp;ldquo;ถวายสัตย์ฯ-โหวตผู้นำ&amp;rdquo; ดิสทัตแจงทำหนังสือตอบไปแล้ว ส่วนประธานวิปรัฐบาลลั่นให้เวลาแค่ 1 วันพ่นน้ำลาย เพื่อไทยชี้ขั้นต่ำต้องวันครึ่ง จ่อยื่น ป.ป.ช.-ศาลปกครองฟันทั้ง &amp;ldquo;ชวน-ลุงตู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งคำชี้แจงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา และมีความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. มีการรวบรัดขั้นตอนเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 วรรคสองหรือไม่ มายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสรุปข้อเท็จจริงต่างๆ ก่อนเสนอต่อที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการประชุมวันที่ 27 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในวันดังกล่าวจะมีการพิจารณากรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ยื่นให้พิจารณาพร้อมส่งความเห็นไปยังศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย โดยสำนักงานอยู่ระหว่างรอคำชี้แจงของนายกฯ อยู่ ซึ่งคาดว่าในการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะมีข้อสรุปทั้ง 2 ประเด็นว่าผู้ตรวจฯ มีความเห็นอย่างไร&amp;rdquo; นายรักษเกชาระบุ
ด้านนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในเรื่องนี้ว่า ได้ส่งหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว เพื่อชี้แจงตามที่มีหนังสือมา แต่ขอไม่ตอบว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร และมีเนื้อหาจำนวนเท่าไหร่ แต่ได้ชี้แจงไปเพียงสั้นๆ และได้ใจความตามระเบียบและขั้นตอน โดยหนังสือจากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้ตั้งคำถาม เพียงแต่ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ส่วนเนื้อหาการชี้แจงดังกล่าวจะนำไปชี้แจงต่อสภาหรือไม่ ต้องรอดูก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ กรณีถวายสัตย์ฯ และการแถลงนโยบายรัฐบาลโดยไม่ระบุที่มาของแหล่งเงินว่า ประธานสภาฯ ได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะบรรจุเป็นกรณีพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ซึ่งการอภิปรายน่าจะอยู่ช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้ ส่วนจะเป็นวันไหนนั้น นายชวนแจ้งว่าจะหารืออีกครั้งหนึ่ง แต่ในส่วนของรัฐบาล ได้ขอไปดูในเรื่องเกี่ยวกับญัตติที่เปิดอภิปรายและข้อเสนอแนะ ซึ่งมี 2 เรื่อง คือเรื่องถวายสัตย์ฯ และเรื่องเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับนายกฯ แต่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ดังนั้นหากฝ่ายค้านถามรัฐมนตรีคนใด รัฐมนตรีคนนั้นจะเป็นผู้ตอบ แต่ถ้าถามเรื่องโดยตรงต่อนายกฯ ก็คิดว่านายกฯ คงมาตอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลจะดูการอภิปรายให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับและเสนอแนะได้บ้าง แต่ถ้ามีอะไรที่ขัดกับข้อบังคับ ก็คงต้องทักท้วง ส่วนเรื่องเวลาในการอภิปราย คิดว่าถ้าดูตามญัตติที่เสนอมา 1 วันน่าจะเพียงพอและครบถ้วนแล้ว เพราะหัวข้อการอภิปรายเพียงแค่นี้ และการจะอภิปรายนอกกรอบในเรื่องที่เสนอมาก็คงไม่ได้ และหากผู้อภิปรายพูดวกไปวนมา เราก็คงต้องขออนุญาตปิดการอภิปราย เพราะหากเกินกว่านี้ คิดว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า แต่หากอภิปรายไม่พูดซ้ำในเรื่องเดิม มีเรื่องใหม่ก็อาจจะอนุโลมให้พูดได้ แต่ยืนยันว่า 1 วันเพียงพอแล้ว โดยเริ่มประชุมในเวลา 09.30 น. คาดว่าในช่วงเย็นคงเสร็จสิ้น&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากนายกฯ มาตอบญัตติดังกล่าวด้วยตัวเอง จะตั้งองครักษ์พิทักษ์หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า ถ้าเป็นการถามอยู่ในกรอบคงไม่มีอะไร และอย่าไปถือว่าเป็นองครักษ์หรืออะไรเลย แต่เราคอยดูให้การอภิปรายอยู่ในกรอบข้อบังคับเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเพื่อไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า พรรคจะสลับตัวบุคคลที่จะอภิปรายให้คนที่ยังไม่ได้อภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลได้อภิปรายบ้าง ซึ่งระยะเวลาอภิปรายขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ จะกำหนด แต่คิดว่าน่าจะ 2-3 วัน ส่วนที่วิปรัฐบาลระบุว่าใช้เวลาอภิปรายวันเดียวก็เพียงพอ มองว่าผู้รับฟังกับผู้ที่จะพูดคงเห็นสวนทางกัน ก็ต้องคุยกัน เพราะไม่มีอะไรกำหนดตายตัวได้ว่าจะเป็นเวลาเท่าไหร่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาชี้แจงเองกังวลหรือไม่ว่าจะไม่สามารถเปิดอภิปรายได้ นายสมพงษ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่านายกฯ จะมาตอบหรือไม่มา แต่ที่ผ่านมานายกฯ ไม่ได้มาตอบ แม้จะพูดว่าไม่ได้กลัวสภา ทั้งนี้ยินดี และเชื่อว่าในการอภิปรายทั่วไปนายกฯ จะมาตอบด้วยตัวเอง ซึ่งในส่วนของฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว ท้ายสุดแล้วสื่อมวลชนกับพี่น้องประชาชนจะเข้าใจเอง คงตอบแทนนายกฯ ไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า จะเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์มาชี้แจงด้วยตนเองหรือไม่ นายสมพงษ์กล่าวว่า ไม่สมควรเรียกร้อง เพราะเราเรียกร้องมาหลายครั้งแล้ว สื่อมวลชนก็ต้องช่วยกันเชียร์ให้ท่านมาพูดหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่อาคารรัฐสภา น.ส.อุบลกาญจน์ อมรสิน ประธานกลุ่มองค์กรตรวจสอบการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้รับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.อุบลกาญจน์กล่าวว่า การเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการมาไม่ถูกตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นการกระทำโดยไม่ชอบของนายชวน และหลังจากเข้าดำรงตำแหน่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังมีการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีการถวายสัตย์ฯ จึงได้ยื่นคำร้องไปยังเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค. และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้พิจารณาวินิจฉัยโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำร้องที่ยื่นต่อเลขาธิการ ป.ป.ช.นั้น เป็นเรื่องการถวายสัตย์ฯ ที่มีทั้งข้อความที่เพิ่มเติมขึ้นมา และการละเว้นข้อความที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญออกไป ซึ่งไม่ตรงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 161 โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีอำนาจตัดทอน เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ด้วยตนเอง ถือว่ากระทำการอย่างจงใจ ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประมวลกฎหมายอาญา หรือฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง จึงขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบโดยเร่งด่วน&amp;quot; น.ส.อุบลกาญจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อุบลกาญจน์กล่าวอีกว่า การยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางนั้น ได้ฟ้องทั้งนายชวนและ พล.อ.ประยุทธ์ โดยในกรณีของนายชวนไม่จัดให้ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบคนที่จะเป็นนายกฯ ก่อนนำเข้าสู่การให้ความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์นั้น ได้ยื่นคำฟ้อง 2 เรื่อง คือเรื่องการถวายสัตย์ฯ และเรื่องการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่ไม่ได้แจ้งแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินนโยบาย ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 162&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. และฟ้องไปยังศาลปกครองกลาง ทำด้วยความสุจริตใจ ไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองใดๆ เมื่อเกิดเป็นประเด็นขึ้นในสังคม และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา จำเป็นที่จะต้องมีองค์กรสถาบันมาพิจารณาหรือวินิจฉัยเพื่อชี้ขาด จะได้เกิดข้อยุติ ซึ่งหวังว่าผลที่ออกมาจะทำให้สังคมยอมรับ และความขัดแย้งจะได้คลี่คลายลงไป&amp;rdquo;น.ส.อุบลกาญจน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอรับเรื่องนี้ไว้ แล้วจะรับเข้าสู่การพิจารณาในการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยจะดำเนินการใน 2 แนวทาง คือยื่นกับ ป.ป.ช. เรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ และยื่นที่ศาลปกครองกลาง ประเด็นการทำหน้าที่ของนายชวน ในการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 วรรค 2 เพราะผู้ร้องเห็นว่าการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภาต้องถูกดำเนินการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะดำเนินการเรื่องการยื่นกระทู้ที่นายกฯ ยังไม่ยอมมาตอบ เราจึงยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการเข้าถวายสัตย์ฯ ซึ่งตอนนี้ญัตติเข้าสู่สภาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุ เพราะสัปดาห์หน้าเป็นการประชุมรัฐสภาอาเซียน ก็น่าจะเป็นต้นเดือน ก.ย และคาดว่าจะบรรจุเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนพิเศษ แยกจากวาระการประชุมปกติ โดยระยะเวลาที่ใช้พิจารณานั้น เท่าที่ปรึกษากัน น่าจะประมาณ 2 วัน อย่างน้อยที่สุดคือ 1 วันครึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ในช่วงเช้า นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ได้นำคณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู และคณะผู้ฝึกสอน จำนวน 41 คนเข้าพบ หลังได้รับรางวัลชนะเลิศสาขา Open Choirs ในมหกรรมดนตรีนานาชาติ Llangollen International Musical Eisteddfod 2019 สหราชอาณาจักร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย ได้เป็นประธานประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเตรียมขึ้นรถเดินทางกลับได้พบกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจาก จ.นนทบุรี ที่เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้ทักทายอย่างอารมณ์ดี พร้อมสอบถามว่ามาด้วยเรื่องอะไร ซึ่งได้รับคำตอบจากตัวแทนว่ามายื่นข้อเรียกร้องถึงนายวิษณุเรื่องยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลเมือง เทศบาลนคร รวมถึงเรื่องค่าตอบแทนด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยวขอหาเงินก่อนนะ วันนี้เศรษฐกิจมันแย่อยู่แล้ว รอดูสถานการณ์วันนี้ก่อน ซึ่งตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตอบกลับว่า &amp;ldquo;รอได้&amp;rdquo; นายกฯ จึงกล่าวชมว่า &amp;ldquo;น่ารักจริงๆ เยี่ยม&amp;rdquo; ก่อนขึ้นรถกลับ.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44084</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, ประธานวิปรัฐบาล, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, รักษเกชา แฉ่ฉาย, วิปรัฐบาล, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5eacd4dffcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.พลังงาน รับลูกผู้ตรวจการแผ่นดิน เร่งพิจารณาการผลิตไฟของรัฐต่ำ51%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 2562 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้แจ้งผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า กระทรวงพลังงานกำหนดนโยบายและแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า โดยให้เอกชนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าทำให้สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของรัฐลดลงต่ำกว่า 51% อันขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 56 วรรคสอง โดยมีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงพลังงานให้พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอแนะให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัย และดำเนินการให้รัฐมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ด ภายในกำหนด 10 ปี นับจากปี พ.ศ. 2562 นั้นกระทรวงพลังงาน จะได้เร่งพิจารณาข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินดังกล่าวตามขั้นตอน พร้อมทั้งยืนยันว่าการดำเนินงานตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี) ที่ผ่านมา ที่ให้เอกชนมีบทบาทร่วมในการผลิตไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงประกาศในแผนพีดีพี 2010 เมื่อปี 2553 และล่าสุดพีดีพี 2018 ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2562 นั้น เป็นการดำเนินการตามกรอบของรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าเบื้องต้น กฟผ.รับทราบถึงกรณีดังกล่าวแล้วเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ กฟผ. ไม่มีบทบาทในการจะตอบโต้เรื่องดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงพลังงาน เนื่องจากเป็นข้อเสนอถึงกระทรวง และทางกระทรวงมีหน้าที่กำหนดนโยบายต่าง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้นกระทรวงพลังงานเรียก กฟผ. ไปคุยแล้ว แต่ต้องชี้แจงว่าคนที่มีบทบาทจริง ๆ คือสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ส่วน กฟผ.เป็นผู้ที่ดำเนินงานตามกำหนดของแผนพีดีพีอย่างเดียว ว่าทุกฝ่ายจะมีสัดส่วนเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่า กฟผ.ปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้ารวมตอนนี้อยู่ที่ 31%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรายืนยันว่าเราดำเนินตามแผนที่กระทรวงกำหนด ซึ่งกฟผ.ไม่มีบทบาทอะไรเลยในการกำหนดนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และตอนนี้ทำอะไรมากไม่ได้ เบื้องต้นจากที่ประเมินคงได้แค่รับทราบและเตรียมการไว้ว่าจะทำอะไรต่อ เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็กำลังจะเปลี่ยนตัว เพื่อให้ รมว.คนใหม่มาจะได้ดำเนินการได้ทันที&amp;quot;แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40302</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลิศ สมบัติศิริ, ปลัดกระทรวงพลังงาน, สัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าของรัฐลดลงต่ำกว่า 51%, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2ee4d5a96c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
