<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; ยก &#039;วัดระฆัง&#039; ต้นแบบการจัดตั้ง &#039;โรงทาน&#039; บริหารจัดการตามมาตรฐานการป้องกันโรคระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - ที่วัดระฆังโฆสิตาราม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ &amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ลงพื้นที่วัดระฆังโฆสิตาราม &amp;nbsp;เพื่อติดตามการบริหารจัดการของโรงทาน ตามพระดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 &amp;nbsp;โดยวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนแขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย มีประชาชนอาศัยอยู่บริเวณรอบวัดหลายร้อยครัวเรือน &amp;nbsp;พบว่าเมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ประชาชนประสบความทุกข์ยากเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการเยี่ยมชมโรงทาน นายเทวัญ ได้เข้าถวายสักการะ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;และพระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พบปะประชาชนที่มารอรับบริจาคสิ่งของ &amp;nbsp;โดยวัดได้ประสานใช้สถานที่ของโรงเรียนโฆสิตสโมสร เป็นสถานที่พักรอก่อนให้ประชาชนเข้าแถวรับสิ่งของบริเวณจุดที่ทางวัดจัดไว้ ซึ่งในการบริหารจัดการแจกจ่ายสิ่งของให้ประชาชนทางวัดได้ยึดแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ด้วยการจัดที่นั่งพักรอและการเข้าแถวต้องมีการเว้นระยะห่าง 1 ถึง 2 เมตร มีการกำหนดจุดชัดเจน รวมถึงจัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อคัดกรองเบื้องต้น ก่อนเข้ารับสินค้าในบริเวณจุดรับของบริจาค &amp;nbsp;ในส่วนของการรับสิ่งของจะให้ประชาชนเป็นผู้รับเองโดยไม่มีการสัมผัสมือระหว่างผู้ให้และผู้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ กล่าวกับประชาชนว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการเหล่านี้ เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;และจากตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลง &amp;nbsp;จากหลัก 100 เป็นหลัก 10 &amp;nbsp;เพราะความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของประชาชนจิตอาสา &amp;nbsp;ภายในโรงครัวของวัด ซึ่งมีการประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายแก่เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในชุมชนวัดและพื้นที่ใกล้เคียง โดยนายเทวัญ ได้มอบข้าวสารจำนวน 6 กระสอบให้ทางวัด เพื่อใช้ในการประกอบอาหารและแจกจ่ายให้กับประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงทานวัดระฆังโฆสิตาราม ได้เห็นการบริหารจัดการที่ดี เป็นระบบ และเป็นต้นแบบให้วัดอื่นที่มีการจัดตั้งโรงทาน เป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นอกจากว่าจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธแล้วยังเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกชาติ &amp;nbsp;ศาสนา ไม่ใช่เพียงชาวพุทธเท่านั้น การได้เห็นผู้มีจิตกุศลนำสิ่งของมาร่วมบริจาค เพื่อให้ทางวัดแจกจ่ายประชาชน แสดงให้เห็นถึงน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือกัน สิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทย และอยากให้คนไทยทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน ป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;หรือการปฏิบัติตามข้อแนะนำของภาครัฐ ในการสวมหน้ากากอนามัย มันล้างมือประจำ ละเว้นระยะห่าง1 ถึง 2 เมตร ทั้งนี้หากพบมีอาการไข้สูงหรือร่างกายผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าทางวัดระฆังได้ตั้งโรงทาน และดำเนินการจัดระเบียบตามมติของสำนักงานพระพุทธศาสนาร่วมกับมหาเถรสมาคม ในเบื้องต้นวัดที่จัดตั้งโรงทาน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละวัด ซึ่งแต่ละวัดมีศักยภาพไม่เท่ากัน เพราะบางวัดก็ใกล้กับชุมชน&amp;nbsp;บางวัดห่างไกล เบื้องต้นมีการตั้งโรงทานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีประมาณ 300-400 วัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วัดไหนจัดตั้งโรงทานจะต้องแจ้งเจ้าคณะจังหวัด และการเปิดโรงทานจะต้องยึดตามระเบียบ ส่วนกรณีที่หลายวัดในขณะนี้ ไม่มีญาติโยมมาทำบุญ ไม่ได้ออกบิณฑบาต ไม่มีกิจนิมนต์ เพราะผลกระทบจากโควิด-19 &amp;nbsp;ทาง มส.ก็กำลังดำเนินการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตามระเบียบ มส.ประชาชนที่มารับอาหารจากโรงทานในแต่ละวันจะมารับไป โดยไม่มีการทานที่วัด และต้องจัดระเบียบ ท่านที่มาจะได้หน้ากาก ตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือ และได้อาหารกลับไปรับประทาน ส่วนเรื่องมิจฉาชีพรับไปแล้วไม่เอาไปแจกนั้น เราไม่ได้กังวล เพราะไม่ได้แจกเป็นจำนวนมากๆ&amp;quot;&amp;nbsp;นายเทวัญกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64026</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, มหาเถรสมาคม, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, สมเด็จพระสังฆราช, สำนักงานพระพุทธศาสนา, โรงทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea13f3cef226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.ออกมาตรฐานเตาเผาศพ 4.0 ปี 62 เริ่มปรับวัดใน กทม. ช่วยลดฝุ่นจิ๋ว2.5 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 2 ธ.ค.&amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเขม่าควันและกลิ่นจากการเผาศพมีอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะในเขตชุมชน มลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นจากการเผาศพ ได้แก่ กลิ่น ฝุ่นละออง รวมถึงฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และขี้เถ้าจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง ซึ่งมาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์หรืออุณหภูมิไม่สูงพอ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนด้วย สำหรับองค์ประกอบของกลิ่นเผาศพจะประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด เช่น แอมโมเนีย ไฮโดเจนซัลไฟด์ เมอร์แคปแทน และฟอร์มาลดีไฮด์จากนํ้ายารักษาศพ&amp;nbsp;เป็นต้น ก๊าซเหล่านี้จะถูกกำจัดได้โดยการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงในห้องเผาไหม้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง กล่าว่า จากปัญหาข้างต้น พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ คพ. จัดทำระดับมาตรฐานเตาเผาศพเพื่อยกระดับเตาเผาศพในประเทศไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่ส่งผลกระทบรบกวนกับชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับวัดหรือฌาปนสถาน รวมทั้งเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเตาเผาศพที่ใช้ในประเทศให้มีประสิทธิภาพรควบคุมมลพิษในระดับที่สูงขึ้น คพ. กำหนดระดับมาตรฐานเตาเผาศพเป็น 4 ระดับ คือ &amp;nbsp;เตาเผาศพ 1.0 เป็นเตาเผาศพชนิด 1 ห้องเผา ใช้ถ่านไม้หรือฟืนเป็นเชื้อเพลิง และไม่มีการควบคุมอุณหภูมิในการเผาศพ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษต่ำ เหมาะสำหรับวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ห่างไกล, เตาเผาศพ 2.0 เป็นเตาเผาศพชนิด 1 ห้องเผา ใช้น้ำมันเตาหรือน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง และมีการควบคุมอุณหภูมิในการเผาศพ มีระบบควบคุมและบันทึกข้อมูลการ ทำงานของเตาเผาศพ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษในระดับพอใช้ เหมาะสำหรับวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชุมชนหรือมีการกระจายตัวของชุมชนไม่หนาแน่น ,เตาเผาศพ 3.0 เป็นเตาเผาศพชนิด 2 ห้องเผา โดยห้องเผาแรกเ ป็นห้องเผาศพ และห้องเผาที่สองเป็นห้องเผาก๊าซและควันที่เกิดจากห้องเผาแรกก่อนระบายอากาศเสียสู่บรรยากาศ ใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง มีการควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาในการเผาควันและก๊าซตลอดจนการเผาศพ มีระบบควบคุมและบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษในระดับดีเหมาะสำหรับวัดที่ตั้งอยู่ ในพื้นที่ชุมชนเมือง ที่มีการอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่น และเตาเผาศพ 4.0 มีห้องเผาอย่างน้อย 2 ห้องเผา โดยห้องเผาแรกเป็นห้องเผาศพ และห้องเผาสุดท้ายเป็นห้องเผาก๊าซและควันที่เกิดจากห้องเผาแรกก่อนระบายอากาศเสียสู่บรรยากาศ ใช้น้ำมันดีเซลหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง หรือเป็นเตาที่ใช้ไฟฟ้าในการเผาไหม้ มีการควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาในการเผาควันและก๊าซตลอดจนการเผาศพ มีระบบควบคุมและบันทึกข้อมูลการทำงานของเตาเผาศพอัตโนมัติ มีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศอื่นๆ มีประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษในระดับดีเยี่ยม เหมาะสำหรับวัดในพื้นที่ชุมชนเมืองอยู่อาศัยหนาแน่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; ข้อมูลล่าสุดพบว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีวัด&amp;nbsp;456 วัด เป็นวัดที่มีเตาเผาศพจำนวน 310 วัด&amp;nbsp;ทั้งหมดจัดเป็นเตาเผาศพระดับ 3.0 และภายในปี 2562 สามารถปรับให้เป็นเตาเผาศพระดับ 4.0 ได้จำนวน 20 วัด การยกระดับเตาเผาศพจะช่วยลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนและก๊าซต่างๆ ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น ซึ่ง คพ.จะได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;quot; &amp;nbsp;นายประลอง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ประลอง ดำรงค์ไทย, ฝุ่น2.5ไมครอน, มาตรฐานเตาเผาศพ, สำนักงานพระพุทธศาสนา, เตาเผาศพระดับ4.0</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c85d1507ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวกระบี่ฮือไล่เจ้าอาวาส! แจง5ข้อไม่ได้ขับพ้นวัดแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย. 61 - ที่วัดไพรสณฑ์ จ.กระบี่ นายบุญมา หมุกแก้ว อายุ 50 ปี ตัวแทนชาวบ้าน หมู่ 3 ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก พร้อมด้วยชาวบ้าน ได้เดินทางมาที่วัด เพื่อมาฟังคำชี้แจงของพระณัฐชัย วรเสฏโฐ เจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ หลังจากชาวบ้านได้ยื่นข้อเรียกร้อง จำนวน 5 ข้อ ให้เจ้าอาวาสชี้แจงและส่งให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาตรวจสอบ เนื่องจากเกิดความสงสัยในการทำหน้าที่ของเจ้าอาวาสในการบริหารวัด จนชาวบ้านรับไม่ได้ โดยมีนายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภออ่าวลึก ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมสังเกตสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพระณัฐชัย ได้เชิญตัวแทนพูดคุย ประมาณ 10 นาที พร้อมกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอทุกข้อที่ชาวบ้านยื่นมา อาทิ การแสดงรายได้ที่มาของวัด การเปิดปิดประตูวัด และอื่นๆ ตนจะไปชี้แจงกับสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ ชาวบ้านทุกคนที่สงสัยสามารถไปร่วมฟังได้ และเชื่อว่ามีทางออกที่ดี ส่วนกรณีที่มีข่าวออกไปก่อนหน้านี้ว่าตนได้หลบหนีออกจากวัด ไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญมา &amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องของชาวบ้าน ที่ต้องการให้ทางเจ้าอาวาสชี้แจง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าอาวาสรายนี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทั้งขัดขวางไม่ยอมให้เจ้าบ้านจัดงานพระเพณีชักพระ ซึ่งเป็นพระเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน รวมถึงการไล่กรรมการวัดออกโดยเอาพ่อแม่พี่น้องมาบริหารวัดแทน แม้กระทั่งการปิดประตูวัดในตอนกลางคืน และอื่นๆ อีกหลายอย่าง ซึ่งข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ หากเจ้าอาวาสไม่สามารถชี้แจงได้ ชาวบ้านก็จะรวมตัวกันขับไล่พ้นวัดอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ชาวบ้านเตรียมจัดงานพระเพณีชักพระ ทางเจ้าอาวาสได้เข้ามาขัดขวาง จนถูกชาวบ้านรวมตัวขับไล่ แต่ได้มีการพูดคุยกัน กระทั่งจ้าอาวาสยินยอมให้เจ้าชาวบ้านจัดงานพระเพณีชักพระ ได้ และหลังจากนั้นชาวบ้านได้ยื่นเรื่องให้ทางสำนักพระพุทธศาสนาตรวจสอบ จะมีการไต่สวนในวันที่ 30 พ.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22995</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, สำนักงานพระพุทธศาสนา, เจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์, แจง5ข้อ, ไล่พ้นวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe37e180239.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
