<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิสด้า&#039; เผยข้อมูลภาพดาวเทียมพบ 9 จังหวัดเหนือ-กลาง ท่วมแล้วเกือบ 6 แสนไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 -&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้ใช้ข้อมูลภาพจากดาวเทียม COSMO-SkyMed-4 ของวันที่ 28 กันยายน 2564&amp;nbsp;พบพื้นที่น้ำท่วมขังบริเวณบางส่วนของภาคเหนือ และภาคกลาง รวมทั้งสิ้น 595,133 ไร่ ประกอบด้วย #สุโขทัย 222,431 ไร่, #นครสวรรค์ 139,498 ไร่, #พิจิตร 128,290 ไร่, #พิษณุโลก 74,410 ไร่, #กำแพงเพชร 25,711 ไร่, #อุตรดิตถ์ 2,717 ไร่, #อุทัยธานี 1,193 ไร่, #เพชรบูรณ์ 693 ไร่ และ #ตาก 190 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมตลิ่ง ทั้งนี้ มวลน้ำจากพื้นที่ดังกล่าวกำลังไหลลงสู่ทุ่งรับน้ำในเขตภาคกลางตอนล่างต่อไป ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ข้างต้น/ใกล้เคียง ระมัดระวังถึงผลกระทบจากน้ำท่วมด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GISTDA ได้มีการดำเนินการวางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://flood.gistda.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118102</URL_LINK>
                <HASHTAG>GISTDA, ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม, น้ำท่วม, ภาพถ่ายดาวเทียม, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152c259d43be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; รมว.การอุดมศึกษาฯ เผย อว. พร้อมเป็นกองหนุนในทุกสถานการณ์ ทุ่มกำลังและเทคโนโลยีร่วมดูแลสถานการณ์การระเบิดและไฟไหม้โรงงานที่สมุทรปราการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 64 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวง อว. ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความรุนแรงจากเหตุระเบิดที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ต.ราชเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดย อว. ได้ระดมเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาร่วมดูแลสถานการณ์นี้ เช่น ให้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแบบทันต่อสถานการณ์ แผนที่แบบละเอียดถึงบริเวณเสี่ยง รวมทั้งทิศทางลม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ซึ่งล่าสุดได้เปิดเผยแผนที่ละเอียดการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของชุมชนบริเวณรอบๆ โรงงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และประชาชนเข้าใจ สามารถประเมินสถานการณ์ของโรงงาน ชุมชน หมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงได้ในเบื้องต้น หรือเตรียมการเคลื่อนย้ายได้ทันการณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ให้การสนับสนุนทีม &amp;ldquo;Novy โดรน&amp;rdquo; สตาร์ทอัพผู้ให้บริการโดรนเพื่อการเกษตร ที่สนับสนุนโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งได้เข้ามาร่วมทีมเฉพาะกิจ โดยการปล่อยโดรนบินเพื่อหาจุดปิดวาล์วถังสารเคมีที่อยู่ใต้ดิน จนพบจุดสำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงฉีดโฟมเข้าสกัด และปิดวาล์วดังกล่าวได้สำเร็จ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้เข้ามาเป็นหน่วยให้ข้อมูลชนิดของสารเคมี ความเสี่ยง อันตราย ข้อควรระวังต่างๆ โดยเฉพาะการป้องกันและการทำงานสะอาดหากมีการสัมผัสสารสไตรีนโมโนเมอร์ (styrene monomer) และยังมีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ให้ข้อมูลความปลอดภัยทางรังสีจากการเข้าไปตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลใบอนุญาติมีไว้ในครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสีของโรงงานในบริเวณนั้นแล้ว พบว่าทั้งโรงงานหมิงตี้ฯ และโรงงานที่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยรัศมี 5 กม.โดยรอบไม่มีการครอบครองหรือใช้วัสดุกัมมันตรังสี อีกทั้งรายงานตรวจวัดปริมาณรังสีในอากาศจากสถานีเฝ้าระวังทางรังสียังพบว่าอยู่ในระดับปกติอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแง่ของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น อว. ได้เตรียมการให้โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ใกล้เคียง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินหากมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องมือพร้อมในการดูแลในสถานการณ์ขนาดใหญ่ รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรับดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในพื้นที่ ก็ได้จัดเตรียมอาคารสถานที่ไว้รองรับ หากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายหรืออพยพคนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงออกมา ในส่วนของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรที่มีที่พักอาศัยหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียง ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ และจุดอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้เตรียมการที่จะดูแลให้สถานที่และที่พักสำหรับผู้ได้รับผลกระทบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้าน รศ.ดร.อิทธิพล แจ้งชัด คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ฯ วัตถุดิบที่ติดไฟและระเบิดคือ &amp;ldquo;สไตรีน&amp;rdquo;(Styrene) เป็นของเหลวใส ติดไฟง่าย มีกลิ่นแรงเฉพาะตัว และมีความหนาแน่นที่น้อยกว่าน้ำ และละลายน้ำได้น้อยมาก ซึ่งควันดำที่เห็นลอยไกลๆ คือสิ่งที่เกิดจากการเผาไหม้สไตรีน คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และคาร์บอนมอนออกไซด์ รวมถึงสารในกลุ่มอะโรมาติก คล้ายการเผาไหม้เชื้อเพลิงทั่วไป จริงๆ แล้วไม่น่ากลัวเท่าไอสไตรีน โชคดีที่สไตรีนหนักกว่าอากาศ ไม่ลอยไกล อยู่ในอากาศ 7-8 ชม. ก็สลายตัว การดับไฟจากสไตรีน ใช้น้ำ โฟม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสารเคมีแห้ง ใช้น้ำควบคุมไฟได้ แต่ต้องระวังเนื่องจากสไตรีนเบากว่าน้ำและไม่ละลายน้ำ จะลอยน้ำและนำไฟไปลุกลามจุดอื่น ยืนยันว่าควันดำลอยไกลไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือการระเบิดของถังบรรจุสไตรีน และสไตรีนตกค้างรอบๆ จุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108926</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIA, Novy โดรน, Styrene, styrene monomer, กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม, จิสด้า, บรรเทาความรุนแรง, รศ.ดร.อิทธิพล แจ้งชั, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.), สารสไตรีนโมโนเมอร์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, สไตรีน, อว., โดรนเพื่อการเกษตร, โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e547a679ecf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก&quot;ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เอนก เหล่าธรรมทัศน์&amp;rdquo; รมว.อว. ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด ปรับ รพ.สนามให้พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเหลือง และขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน&amp;nbsp;ด้าน ปลัด อว.ให้จิสด้าใช้ข้อมูลดาวเทียมสำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยงพร้อมปรับงบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ช่วยหมอแนวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ อว.ได้สนับสนุนโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - 19 ระลอก 3 ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ดังนั้น อว.จะมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ โดยจะขยายกำลังมาดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง ส้ม แดง ได้ มากขึ้น จากเดิมที่ดูแลกลุ่มเขียวเป็นหลักด้วย รพ.สนาม&amp;nbsp; ทั้งนี้ได้ให้กลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet มาทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและ กทม. อย่างใกล้ชิดในการรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง ส้ม และเหลืองแก่&amp;nbsp; ส่วน รพ.สนามที่ อว.เปิดดำเนินการอยู่แล้ว จะปรับเพิ่มเติมให้พร้อมรับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม ส้ม ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อว.จะเตรียมความพร้อมทางอาคาร สถานที่และนวัตกรรม ในกรณีที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม เช่น รพ.สนามสำหรับสีเหลืองส้ม ICU สนาม เพื่อเป็นกำลังหนุน โดยขอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหน่วยงานอื่นๆ เข้าช่วย โดยประสานร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย รวมทั้งสนับสนุนห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรองและการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน โดยคณะเทคนิคการแพทย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวเพิ่มติมว่า ที่สำคัญ อว.จะสนับสนุนข้อมูลและระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ที่ดำเนินการอยู่แล้ว สำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยทำมาแล้วที่ จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ อว.ได้ปรับงบประมาณที่มีอยู่มาสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรแนวหน้า โดยเฉพาะอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น หน้ากาก N95, ชุดหมี PPE, หน้ากากความดันบวกสำหรับบุคลากรการแพทย์ PAPR, High Flow Oxygen system, เครื่องวัด Pulse oximeter, ระบบเอกซเรย์ภาคสนามเคลื่อนที่ เป็นต้น โดยให้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนนวัตกรรมที่ใช้งานได้และมีสายการผลิตแล้ว มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งทำงานร่วมกับเอกชน ทั้งนี้หน่วยงานที่มีนวัตกรรม และบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการทำงานของ ศบค. ซึ่งมี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101603</URL_LINK>
                <HASHTAG>NIA, TCELS, UHosNet, กทม., กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, จิสด้า, วช., ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล, ศบค., ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์, สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, อว., โรงพยาบาลสนาม, โรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f974189a48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เปิดรับสตาร์ทอัพ ร่วมรังสรรค์เทคโนโลยีอวกาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
23 &amp;nbsp;มี.ค.64-สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดตัวโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเศรษฐกิจอวกาศ ภายใต้ชื่อ Space Economy: Lifting Off 2021 ผนึกกำลังภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium) เพื่อสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมอวกาศและผลักดันให้เกิดการนำประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศไปพัฒนาประเทศ โดยเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพ นักวิจัย และผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยี เข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมรังสรรค์กับองค์กรพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอวกาศ นำไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการเติบโตในอุตสาหกรรมอวกาศ รวมถึงการนำเทคโนโลยีอวกาศไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า NIA เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech Startup) ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบธุรกิจจากการใช้เทคโนโลยีเชิงลึกที่มีความซับซ้อน มีพื้นฐานจากการวิจัยเชิงลึกที่ต้องอาศัยกระบวนการทางอุตสาหกรรมขั้นสูง เพื่อมีผลต่อการขยายผลทางธุรกิจและการตลาด ตลอดจนห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทานของอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จึงเป็นที่มาของการโครงการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium) &amp;nbsp;ภายใต้โครงการ Space Economy: Lifting Off 2021 ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพและผลิตภัณฑ์ของสตาร์ทอัพ นักวิจัย และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอวกาศ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถต่อยอดทางธุรกิจและเติบโตในอุตสาหกรรมอวกาศได้ โดยได้เชิญหน่วยงานพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญ และมีความพร้อมในการพัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการทางด้านเทคโนโลยีอวกาศให้เติบโตเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association) และ Thai Venture Capital Association (TVCA)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ Space Economy : Lifting Off 2021 นับเป็นครั้งแรกของการจัดโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการด้านอวกาศในประเทศไทย จัดทำเป็นรูปแบบของ &amp;ldquo;Co-creation&amp;rdquo; &amp;nbsp;เน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ร่วมทำงานจริงกับหน่วยงานพันธมิตรและนำไปสู่การต่อยอดธุรกิจ ทุกทีมจะได้ลงมือทำงานร่วมกับผู้มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอวกาศ รวมถึงได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆ โดยจะคัดเลือกสตาร์ทอัพจำนวน 10 รายเข้าร่วมโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;quot;สตาร์ทอัพ ที่สนใจไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอวกาศ แต่ต้องมีแนวคิดที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม มีทีมงานและเทคโนโลยีพื้นฐานที่พร้อมจะพัฒนาต่อยอดสู่เทคโนโลยีด้านอวกาศได้ &amp;nbsp;ต้องนำเสนอผลงานกับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในเทคโนโลยีเชิงลึก และบริษัทที่มีความสนใจในอุตสาหกรรมอวกาศหรือมีความต้องการนำเทคโนโลยีอวกาศไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่น&amp;quot;ดร.พันธุ์อาจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นับว่าอุตสาหกรรมอวกาศอาจจะดูเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย แต่ดร.พันธุ์อาจ ยืนยันว่าความจริงแล้วอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าสูงถึงกว่า 50,000 ล้านบาท และมีความต้องการสูง ซึ่งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอวกาศไม่ได้มีแค่เฉพาะเรื่องของการส่งดาวเทียม หรือ การส่งยานอวกาศเพียงเท่านั้น แต่ครอบคลุมในวงกว้างตั้งแต่ Upstream คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยยานอวกาศ Downstream การใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากอวกาศ และเทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ การทำการวิจัยเรื่องต่างๆ ในอวกาศ การประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิง วัสดุขั้นสูง (Advanced material) ฯลฯ นอกจากนั้น ยังสามารถต่อยอดนำเทคโนโลยีอวกาศไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://nia.or.th/spaceeconomy/ หรือติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณวัลยา วิศาลบรรณวิทย์ (แนน) โทรศัพท์: 02-017 5555 ต่อ 407 มือถือ: 085-911-4691 หรือ อีเมล: wallaya.w@nia.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96987</URL_LINK>
                <HASHTAG>#NIA, ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, ธุรกิจสตาร์ทอัพ, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_60598757db206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อตกลงคุณธรรมไร้ผล จัดซื้อดาวเทียม THEOS- 2  ไม่โปร่งใส  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ร่อนแถลงการณ์แจงจัดซื้อดาวเทียม THEOS- 2 &amp;nbsp;ไม่โปร่งใส &amp;nbsp;คณะผู้สังเกตการณ์ลาออกยกชุด ชี้เจ้าของโครงการไม่ให้ความร่วมมือ จี้เปิดเผยข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอส่งแถลงการณ์ กรณีการจัดซื้อดาวเทียม THEOS- 2 &amp;nbsp; โดยมีรายละเอียด ดังนี้ จากกรณีคณะผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรมรวม 6 คน ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ส่งเข้าไปร่วมสังเกตการณ์การจัดซื้อจัดจ้างโครงการดาวเทียมTHEOS &amp;ndash; 2 มูลค่า 7 พันล้านบาท ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;หรือ GISTDA &amp;nbsp;แจ้งขอลาออกทั้งหมด เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ ที่ไม่ให้ความสนใจต่อรายงานการแจ้งเตือนเกี่ยวกับปัญหาขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยพบว่ามีหลายประเด็นไม่เป็นไปตามข้อตกลงคุณธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อตกลงคุณธรรม เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆของรัฐ โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าสูงตั้งแต่พันล้านบาทขึ้นไป และปรากฎในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 &amp;nbsp;มาตรา 16, 17, 18, 19, 39 (7) ก็มีบทบัญญัติรองรับให้ภาคประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการจัดซื้อจัดจ้าง และต้องจัดทำข้อตกลงคุณธรรม โดยให้คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ต้องพิจารณาข้อร้องเรียนที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทาง และ วิธีการในการดำเนินโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดาวเทียมTHEOS &amp;ndash; 2 &amp;nbsp;คณะผู้สังเกตการณ์ล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความ เชี่ยวชาญในเรื่องการประกวดราคานานาชาติ ( International bidding ) เป็นอย่างดี &amp;nbsp;และมีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในระดับสากล ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงคุณธรรมดังกล่าว และจากการทำหน้าที่ ได้จัดทำรายงานแจ้งเตือน (Notification Report) จำนวน 4 ฉบับ รวม 13 หน้า เป็นระยะๆเรื่อยมา แต่ไม่ได้รับการชี้แจงที่กระจ่างชัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; และการสนองตอบเท่าที่ควรจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ จนผู้สังเกตการณ์ชุดแรก ลาออก เมื่อปี 2560 จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 คน และล่าสุด ได้ลาออกทั้งคณะ 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของคณะผู้สังเกตการณ์โครงการดาวเทียม THEOS &amp;ndash; 2 &amp;nbsp;ได้กระทำโดยสุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย ปราศจากอคติ และยังเป็นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 &amp;nbsp;มาตรา 63 ที่ระบุว่า &amp;ldquo;รัฐต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อป้องกันและ &amp;nbsp; ขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งกลไกส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อต้าน หรือชี้เบาะแสการทุจริต&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยทางองค์กรฯ ได้ส่งรายงานแจ้งเตือน (Notification Report) ทั้งหมดของคณะผู้สังเกตการณ์ ไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;กรมบัญชีกลาง และคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท.) &amp;nbsp;ซึ่งไม่มีข้อมูลทางการค้าที่เป็นความลับห้ามเปิดเผย แต่เป็นการชี้ให้เห็นการปฏิบัติที่ &amp;nbsp; ไม่เป็นไปตามการประกวดราคานานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณของรัฐ ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน องค์กรฯ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการเปิดเผยและชี้แจงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในโครงการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยคณะผู้สังเกตการณ์พร้อมจะชี้แจงทุกขั้นตอนด้วย เพื่อเป็นการสร้างความโปร่งใส และ เป็นธรรม ช่วยลดความคลางแคลงใจจากสังคมต่อโครงการมูลค่ามหาศาลดังกล่าวด้วย อันจะนำไปสู่ความไว้วางใจของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จะสนับสนุนการดำเนินงานภาครัฐ และจะเป็นผลดีต่อชื่อเสียงของประเทศชาติและรัฐบาลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทราบว่า ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีการดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสาธารณชน ซึ่งทางองค์กรฯเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี และจะรอผลการดำเนินการดังกล่าว แต่หากไม่มีการดำเนินการใดๆจากภาครัฐในกรณีนี้เลย ก็ถือได้ว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นการไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 &amp;nbsp;มาตรา 63 ทางองค์กรฯก็จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะภาคประชาชน โดยดำเนินการตามขั้นตอนของแนวทางข้อตกลงคุณธรรม ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA &amp;nbsp;ได้ลงนามไว้ และให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15172</URL_LINK>
                <HASHTAG>GISTDA, คณะผู้สังเกตการณ์ลาออก, จัดซื้อดาวเทียม THEOS- 2, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e562b1ef53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
