<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ให้บริการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและสอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้า มาตรฐานระดับสากล (Electrical Equipment Testing &amp; Electrical Calibration) </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมให้บริการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและสอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าแก่หน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน โดยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ผ่านการฝึกอบรมตามข้อกำหนด และใช้เครื่องมือที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีความเที่ยงตรง และได้รับการสอบเทียบจากสถาบันที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานระดับสากล ซึ่งห้องปฏิบัติการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ดำเนินการโดยกองทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ฝ่ายวิจัยและพัฒนา MEA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับห้องปฏิบัติการที่ MEA พัฒนาระบบคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับและได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบ มอก. 17025-2561 (ISO/IEC 17025 : 2017) จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม MEA จึงมีความพร้อมให้บริการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและสอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้า ห้องปฏิบัติการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพ และประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูง อาทิ อุปกรณ์ทั่วไป อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน อุปกรณ์ความปลอดภัย รวมถึงทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าก่อนที่จะนำไปติดตั้งใช้งานในระบบจำหน่ายของ MEA ตามมาตรฐานและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ โดยการเปิดให้บริการในครั้งนี้ MEA มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานของห้องปฏิบัติการให้มีขีดความสามารถและมีศักยภาพในการให้บริการลูกค้าด้วยการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความเป็นกลาง มีผลการทดสอบและสอบเทียบเป็นที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้บริการตอบสนองต่อความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่สนใจขอใช้บริการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและสอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้า ติดต่อได้ที่ คุณสถาปนา 08 3060 4656 และคุณวิเชียร 08 1427 1032 ในวันและเวลาทำการ หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://www.mea.or.th/minisite/rddetd/ ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Twitter : @mea_news, MEA Smart Life Application, Line : MEA Connect, Instagram : meafanclub และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111608</URL_LINK>
                <HASHTAG>17025-2561 (ISO/IEC 17025 : 2017), MEA, การไฟฟ้านครหลวง, บริการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า, มอก., สอบเทียบเครื่องมือวัดทางไฟฟ้า, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, ห้องปฏิบัติการทดสอบ, ห้องปฏิบัติการทดสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61036bd36e6ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.องค์กรแห่งความสุข บุคลากรคือพลังสู่ความสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลานี้มีความกังวลเรื่องของสุขภาพของข้าราชการและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง &amp;nbsp;มีน้ำหนักเกิน &amp;nbsp;และเครียด เมื่อมีการตรวจสุขภาพ ซึ่งมาจากภาระงานที่มากเกินบุคคลากร จริงๆ แล้ว การสร้างคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีและมีความสุข &amp;nbsp;ช่วยให้ข้าราชการท็อปฟอร์มในการทำงานและเป็นพลังนำองค์กรสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐที่กำลังเผชิญปัญหาข้างต้น หากไม่ทำอะไรเลย แนวโน้มสุขภาพทางกายของชาว สมอ. จะยิ่งอ่อนแอ เหตุนี้ สมอ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันวิจัยสังคม จุฬางกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังสร้างความพร้อมทุกคนในหน่วยงานเปิดโครงการ &amp;ldquo;สมอ.องค์กรแห่งความสุข&amp;rdquo; และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ตามโครงการ/แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานขององค์กรภาครัฐ 3 หน่วยงาน เมื่อวันก่อน ที่อาคารสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีนายธนะ อัลภาชน์ ผู้อำนวยการกองตรวจมาตรฐาน 2 สมอ. เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า ในการที่ สมอ. ร่วมกับ สสส. สถาบันวิจัยจุฬาฯ ลงนาม MOU สมอ.องค์กรแห่งความสุข จะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในการรักษาสุขภาพทางกายและจิตใจ เพราะการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มาจากการติดเชื้อ ทานยาแล้วหาย แต่เป็นโรคคนเมือง โรคทางพฤติกรรม โรคทางสังคมและการใช้ชีวิต ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทั้งที่ทำงานและที่บ้าน &amp;nbsp; ซึ่งบุคลากรในภาครัฐที่มีความรู้&amp;nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จะตั้งรับและปรับตัวได้ รวมถึงปรับมุมมองต่อการดูแลสุขภาพ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียหลังเลิกงานมากเกินไป 4-6 ชั่วโมง ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน การสร้าง สมอ.องค์กรแห่งความสุข &amp;nbsp;ได้ระดมนักสร้างสุ ผู้เชี่ยวชาญ มาทำงานกับชาว สมอ. อนาคตหวังว่า ความรู้ชุดใหม่นี้จะเป็นมาตรฐานสร้างสุขภาวะบุคลากรในภาครัฐให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; สสส.มีแผนงานสร้างสุขภาวะในองค์กร ชูแนวคิด Happy Workplace มีหน่วยงานรัฐและเอกชนนำไปเป็นนโยบายองค์กร ช่วยสร้างความตระหนักและลดปัญหาโรคจากการทำงาน ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เน้นวิธีคิดปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีความพร้อมจัดการคุณภาพชีวิตตนเองและครอบครัว&amp;nbsp;


แทงสล็อต&amp;nbsp; การทำโครงการกับ สมอ. ไม่เพียงให้ ชาว สมอ.มีความสุข แต่หวังสร้างต้นแบบองค์กรแห่งความสุข ซึ่งหน่วยงานรัฐมีเป็นร้อยองค์กร &amp;ldquo; นายแพทย์ชาญวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดโครงการ &amp;ldquo;สมอ.องค์กรแห่งความสุข&amp;rdquo; และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 3 หน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การขับเคลื่อนโมเดล Happy Workplace &amp;nbsp;ที่ สมอ. &amp;nbsp;มีหัวเรือใหญ่ นงลักษณ์ โรจน์วีระ เลขานุการกรม สมอ. กล่าวว่า ปี 62 นี้ สมอ.จะย่างก้าวสู่ปีที่ 50 องค์กรเติบโตตามลำดับ บุคลากรเพิ่มขึ้น ภาระงานมากขึ้น &amp;nbsp;บุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ เป็นที่มาของ สมอ.องค์กรแห่งความสุข เพราะจากผลสำรวจคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากร สมอ. เดือน ก.ย.2561 พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60 มีดัชนีมวลกายอยู่ในช่วงภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนหรืออ้วนมาก บุคลากร สมอ.มีโรคประจำตัว 1 ใน 3 ส่วนใหญ่ คือ ความดันโลหิต-ไขมันในเลือดสูง &amp;nbsp;ถัดมาเบาหวาน หัวใจ และภูมิแพ้ เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูง รวมทั้งไม่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย &amp;nbsp;ขณะที่สวัสดิการ และการดูแลคุณภาพชีวิตยังทำน้อยไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบทำงานเกินสัปดาห์ละ 40 ชม. บ่อยครั้ง ผู้บริหารต้องตระหนักและหาวิธีบริหารจัดการเพื่อลดความเครียด&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ &amp;nbsp;อีกทั้งร้อยละ 50 มีเงินเดือนและค่าตอบแทนไม่เพียงพอ 2ใน3 มีภาระหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ชาว สมอ. แนวโน้วเกิดโรคเพิ่มขึ้น น้ำหนักเกิน เครียด จากภาระงานเยอะ บุคลากรน้อย ผลตรวจสุขภาพบุคลากรมีภาวะโภชนาการผิดปกติ &amp;nbsp;แล้วยังพบความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในองค์กรไม่ดีนัก หน่วยงานของเราจึงมีนโยบายเสริมสร้างสุขภาวะ และผลักดันองค์กรสร้างสุข ได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส. โดยมีสถาบันวิจัยจุฬาฯ เป็นที่ปรึกษา โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ระหว่าง มี.ค.2561 &amp;ndash;มี.ค.2563 รวม 24 เดือน โดยมีกิจกรรมต่างๆ ในระยะแรก เช่น งดเหล้าเข้าพรรษา &amp;nbsp;BigCleaning Day การตรวจสุขภาวะ ส่งเสริมการออกกำลังกายในพื้นที่ทำงาน เสริมด้วยการมีชมรมกีฬาที่จัดตั้งขึ้น ทั้งแอโรบิค โยคะ แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส สมาชิกกว่า 200 คน ก็จะขยายชมรมเพิ่มเติม จ้างครูสอน แล้วยังมีการดูแลอาหารว่างสุขภาพในการจัดประชุม ลดเกิดโรค ก็เป็นการสร้างความพร้อมรองรับการปฏิรูปประเทศไทยขับเคลื่อนเป็นระบบราชการ 4.0 ซึ่งความสุขของบุคลากรในองค์กรสำคัญ &amp;ldquo; นงลักษณ์ กล่าว และว่า พร้อมเปิดรับทุกไอเดียจากชาว สมอ. เพื่อขับเคลื่อนองค์กรแห่งความสุขให้สำเร็จ&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยอดขวัญ รจนกนกนาฏ นักบริหารแผนชำนาญการพิเศษ สสส. ร่วมเสนอแนะแนวทางแก่ สมอ. เพื่อพิชิตองค์กรแห่งความสุขว่า ในหน่วยงาน สมอ. บุคลากรไม่ได้มีเพียงข้าราชการ ยังมีพนักงานลูกจ้างประจำ &amp;nbsp;ฉะนั้น การสำรวจสุขภาวะประจำปีขององค์กรต้องขยายให้ครอบคลุมทุกคนในหน่วยงาน เพื่อมอนิเตอร์และป้องกันปัญหาให้ถูกต้อง รวมถึงเน้นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพดีด้วยโภชนาการ เพราะพบปัญหาโรคอ้วน &amp;nbsp;บริโภคอาหารรสจัด ไขมันสูง &amp;nbsp;เสี่ยงต่อสุขภาพ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นโยบายรัฐไม่เพิ่มคน ฉะนั้น องค์กรรัฐต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตคนทำงานและชีวิตหลังเกษียณ เพราะผลสำรวจชัดเจน คนไทยอายุเฉลี่ย 75 ปี เดิม 58 ปี ฉะนั้น สุขภาพกายและใจที่แข็งแรงเป็นต้นทุนสำคัญ &amp;nbsp;ปัจจุบันโมเดลองค์กรแห่งความสุข สสส.เป็นที่น่ายินดี มีเครือขายหน่วยงานรัฐสนใจมากขึ้น เพราะหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โมเดล Happy Workplace เป็นอีกแนวทางสำคัญช่วยถมช่องว่างปัญหาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตคนทำงาน ต้องติดตามการทำงานขับเคลื่อนของ 3 หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างสุขบุคลากร 4.0 อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25754</URL_LINK>
                <HASHTAG>Happy Workplace, นงลักษณ์ โรจน์วีระ, นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์, สมอ.องค์กรแห่งความสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2ef96d564d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2018 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2018 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ. คุมเข้มผู้ทำ/นำเข้ากระติกน้ำร้อนไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมอ. คุมเข้มผู้ทำ/นำเข้ากระติกน้ำร้อนไฟฟ้าตามมาตรฐานใหม่ พร้อมแก้ไขมาตรฐานน้ำปลาอิงตามมาตรฐานสากล เน้นความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย พนมชัย รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สมอ. กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จำนวน 109 รายการ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานหรือมาตรฐานบังคับ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่ง สมอ. ได้กำหนดให้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2062-2558 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้ทำและนำเข้าได้รับใบอนุญาตตามมาตรฐานใหม่แล้ว จำนวน 17 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ทำ 8 รายและผู้นำเข้า 9 ราย จากเดิมที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรฐานเก่า จำนวน 50 ราย แบ่งเป็น ผู้ทำ 20 ราย และผู้นำเข้า 30 ราย สมอ. จึงแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการที่ยังไม่มาขออนุญาตให้รีบดำเนินการตามมาตรฐานใหม่เท่านั้น หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรฐานกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าฉบับใหม่นี้ อ้างอิงมาจากมาตรฐาน IEC 60335-2-15 (2012) โดยมีเนื้อหาเพิ่มเติมจากมาตรฐานเดิม เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปคือ เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้าและมีการทดสอบระบบดิจิตอลที่ใช้ควบคุมการทำงานต่างๆของกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า เช่น ระบบเร่งเดือด ระบบปรับระดับอุณหภูมิ ระบบล็อคฝาอัตโนมัติ ฯลฯ รวมถึงซอฟแวร์ในระบบดิจิตอลที่ติดตั้งในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว &amp;nbsp;จึงฝากถึงผู้บริโภคให้เลือกซื้อสินค้าที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งติดอยู่บนตัวสินค้า จึงจะมั่นใจได้ว่าสินค้ามีความปลอดภัยในการใช้งาน มีคุณภาพและคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สมอ. ยังได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานน้ำปลาพื้นเมือง มอก. 3-2526 ให้สอดคล้องตามมาตรฐานของคณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร FAO/WHO (Codex Alimentarius Commission - CAC) ซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานอาหารให้เป็นมาตรฐานสากล โดยมาตรฐานน้ำปลาที่ สมอ. จะกำหนดใหม่นี้ จะควบคุมสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย ทั้งโลหะหนักต่างๆ เช่น ตะกั่ว สารหนู ปรอท รวมถึงสารฮิสตามีน (Histamine) ซึ่งเกิดในกระบวนการหมักน้ำปลา ถือเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายในอาหาร หากบริโภคเข้าไปจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ &amp;nbsp;รวมทั้งควบคุมในเรื่องของปริมาณสารอาหารในน้ำปลา เช่น ไนโตรเจน โซเดียม ให้เป็นไปตามปริมาณที่กำหนด ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการกำหนดมาตรฐานคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2562 &amp;nbsp;นอกจากมาตรฐานน้ำปลาแล้ว สมอ. ยังดำเนินการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานเครื่องปรุงรสอีก 2 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานน้ำส้มสายชู และน้ำซอสปรุงรส โดยมาตรฐานน้ำส้มสายชูดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานแล้วเสร็จ โดยปรับแก้ใน 2 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่ การควบคุมปริมาณสารปนเปื้อนต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และภาชนะที่ใช้บรรจุจากเดิมให้ใช้เฉพาะขวดแก้ว แก้ไขเป็นสามารถบรรจุในขวดพลาสติกได้ แต่ต้องเป็นขวดที่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. เท่านั้น ส่วนมาตรฐานน้ำซอสปรุงรสจะดำเนินการหลังจากปรับแก้มาตรฐานน้ำปลาแล้วเสร็จ ซึ่งหลักการของ สมอ. ในการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารนั้น จะกำหนดโดยอ้างอิงมาตรฐานอาหารในระดับสากล และให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยีและความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคภายในประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า, วันชัย พนมชัย, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181028/image_big_5bd5b2b055bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ. ดึง เอสซีจี-แกรนด์โฮมมาร์ท ร่วมเป็น ร้าน มอก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมอ. ดึง เอสซีจี โซลูชั่น และแกรนด์โฮมมาร์ท เข้าเป็น &amp;ldquo;ร้าน มอก.&amp;rdquo; ขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีเอกชนเข้าร่วม 84 ราย แบ่งเป็นห้างร้าน 646 สาขา เพื่อชีวิตที่ดีของผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2561 - นายอภิจิณ โชติกเสถียร เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยว่าล่าสุด สมอ. ได้เชิญชวนร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในเครือเอสซีจี โซลูชั่น (SCG) จำนวน 14 แห่งและบริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัดจำนวน 1 ราย 6 สาขา สมัครเข้าร่วมเป็นร้าน มอก. ที่จำหน่ายสินค้าที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) โดยที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมเป็นร้าน มอก.แล้ว 84 ราย 646 สาขา ซึ่งการเชิญชวน 2 บริษัทดังกล่าวเข้าร่วม เนื่องจากเป็นร้านขายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และผ่านคุณสมบัติเป็นร้าน มอก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคุณสมบัติดังกล่าว กำหนดไว้ว่า 1. ต้องมีสถานที่ตั้งในประเทศไทย และมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือทะเบียนการค้า หรืออื่นๆ ที่เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2. ต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐานบังคับ ที่มาจากผู้ทำ หรือผู้นำเข้าที่มีใบอนุญาตจาก สมอ. 3. ต้องมีการคัดเลือกผู้ทำ ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. มีการตรวจรับผลิตภัณฑ์เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของร้าน มีกระบวนการรับข้อร้องเรียนและดำเนินการกับข้อร้องเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้านมอก., สมอ., สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, เอสซีจี, เอสซีจี โซลูชั่น, แกรนด์โฮมมาร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cf4a2b5de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.ยกระดับเหล็กเส้นผุดมาตรฐานใหม่ ดีเดย์18 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมอ.ยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กอีกขั้น ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างฉบับใหม่ &amp;nbsp; บังคับต้องเพิ่มชื่อประเภทเตาหลอมที่ใช้ผลิต รวมทั้งเพิ่มค่าเคมีที่ต้องตรวจสอบและควบคุมในเนื้อเหล็ก เริ่มบังคับใช้ 18 มิ.ยนี้ &amp;nbsp;หวังสร้างความปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 2561 - นายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ได้มีการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างใหม่ จากเดิมเหล็กเส้นกลม มอก. ที่ 20-2543 และเหล็กข้ออ้อย มอก. ที่ 24-2548 เป็น เหล็กเส้นกลม มอก. ที่ 20-2559 และเหล็กข้ออ้อย มอก.ที่ 24-2559 &amp;nbsp;ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 มิ.ย. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การปรับปรุงมาตรฐานดังกล่าว เพื่อยกมาตรฐานคุณภาพเหล็กให้สูงขึ้น โดยได้เพิ่มการตรวจสอบและควบคุมค่าเคมีในเนื้อเหล็กอย่างเข้มงวด และเพิ่มค่าเคมีที่ต้องตรวจสอบและควบคุมจาก 5 ชนิดเป็น 19 ชนิด รวมถึงเพิ่มชื่อผู้นำเข้าเหล็กเส้นก่อสร้างเป็นตัวนูนลงบนเนื้อเหล็ก เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อกับโรงงานผู้ผลิตที่อยู่ในต่างประเทศ ในกรณีที่เกิดปัญหาในการใช้งาน และบังคับให้ผู้ผลิตแสดงชนิดของเตาหลอมที่ใช้ในการหลอมเหล็กเป็นตัวนูนเพิ่มลงไปบนเนื้อเหล็กทุกเส้น โดยที่ปัจจุบันมีเตาหลอมอยู่ 4 ชนิดได้แก่ &amp;nbsp;OH, BO, EF และ IF&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11284</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรฐานเหล็กเส้น, สมอ., สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b20e4ce07d4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.โชว์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมบวกติดต่อกัน 12 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศอ.โชว์เอ็มพีไอ งวดเม.ย. ปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.0% ลั่นขยายตัวเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ฉุด 4 เดือนแรกของปีขยายตัว 4.1% ยังคงคาดการณ์ทั้งปีที่ 2.5-3% จับตาครึ่งปีหลังก่อนประเมิณปรับประมาณการณ์ใน 1-2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 2561 - นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ประจำเดือนเม.ย. 2561 มีการขยายตัว 4.0% อยู่ที่ระดับ 103.28 และเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ทำให้ 4 เดือนแรกของปี 61 เอ็มพีไอขยายตัว 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่หดตัว 0.3% ซึ่งอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนเม.ย. 61 อยู่ที่ 61.58% โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวกประจำเดือนเม.ย. 2561 ได้แก่ น้ำตาลทราย รถยนต์และเครื่องยนต์ เม็ดพลาสติก ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และน้ำมันปิโตรเลียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้การส่งออกอุตสาหกรรม ที่ไม่รวมทองคำแท่งในเดือนเม.ย.นี้ ขยายตัว 11.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 9.9% เป็นผลมาจากการส่งออกรถยนต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 6.0 อย่างไรก็ตาม สศอ.ยังคาดการณ์เอ็มพีไอรวมทั้งปี อยู่ที่ 2.5-3% และการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรม (จีดีพี อุตสาหกรรม) เติบโตที่ 2-3% ซึ่งอาจจะมีการทบทวนอีกครั้งใน 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากต้องรอติดตามผลเอ็มพีไอในช่วงครึ่งหลังของปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าเอ็มพีไอหลังจากนี้ของปีอาจจะไม่ขยายตัวมากนัก เพราะในช่วงหลังของทุก ๆ ปีที่ผ่านมา มีฐานของตัวเลขทั้งการผลิต นำเข้าหรือส่งออกสูงอยู่แล้ว และหากเพิ่มขึ้นก็อาจจะไม่ได้แบบก้าวกระโดดจนเป็นปัจจัยที่จะต้องปรับคาดการณ์ทั้งปี&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล รังสิตพล, ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม, เอ็มพีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
