<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เปิดเวทีระดมความคิดเห็นกลุ่มศิลปินพื้นบ้านและกลุ่มเครือข่ายในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รับฟังผลกระทบ-แนวทางแก้ปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 รวบรวมข้อมูลเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นเตรียมจ้างงานศิลปินพื้นบ้านหลังโควิด-19 คลี่คลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลโดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยศิลปินพื้นบ้านและบุคลากรด้านศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม&amp;nbsp;และวัฒนธรรม ดังนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นกลุ่มศิลปินและกลุ่มเครือข่ายในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในรูปแบบการประชุมผ่านระบบ ZOOM ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากศิลปินและเครือข่ายทุกแขนง เช่น ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปาธร สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย สมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ธุรกิจสิ่งพิมพ์ อาทิ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และสมาคมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเสนอแนะแนวทางการช่วยหลือ เยียวยาและฟื้นฟูภาคศิลปวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า ในสถานการณ์โควิด-19 ครั้งนี้ ศิลปินและกลุ่มเครือข่ายในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้รับผลกระทบในวงกว้างเหมือนกับทุกอาชีพ ทั้งเรื่องการประกอบอาชีพ รายได้ การเผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรมของประเทศ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นศิลปินทุกท่านพร้อมปรับตัวและปรับวิธีเผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรมในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น โดยกลุ่มศิลปินพื้นบ้านเสนอให้ วธ. นำยูทูบเบอร์มาอบรม ให้ความรู้แก่ศิลปินพื้นบ้านเพื่อให้คอนเทนต์การแสดงน่าสนใจ ส่วนกลุ่มเครือข่ายในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้เสนอให้รัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และช่วยเหลือเยียวยาแก่ทีมงานผู้ทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การผ่อนปรนมาตรการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ การถ่ายภาพยนตร์ให้แก่ผู้ผลิตชาวไทยและชาวต่างประเทศ การมีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและลดหย่อนภาษี เป็นต้น ทั้งนี้ วธ.จะนำข้อเสนอทั้งหมดวิเคราะห์แยกเป็น 2 ระดับ หากเป็นข้อเสนอที่ วธ. สามารถดำเนินการได้ จะเร่งดำเนินการให้ทันที และหากเป็นข้อเสนอที่มีความเกี่ยวข้องกับนโยบายภาพรวม จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปลัด วธ. กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางความช่วยเหลือเบื้องต้นที่ วธ. พร้อมให้ความช่วยเหลือ คือ จัดอบรมการเผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรมผ่านสื่อออนไลน์ โดยมีหน่วยงานเฉพาะหรือสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) แต่ละจังหวัดคอยดูแลเป็นที่ปรึกษา พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ สวจ. ประสานศิลปินพื้นบ้าน หรือส่งเสริมสินค้าและผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรม จัดทำวีดิทัศน์เป็นสื่อเรียนรู้เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ หรือนำไปเผยแพร่สื่อท้องถิ่น เคเบิลทีวีท้องถิ่น ยูทูบและเฟซบุ๊กของแต่ละจังหวัด ส่วนความช่วยเหลือในระยะยาวนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;วธ. จะมีการจ้างงานศิลปินให้ร่วมกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมในแต่ละจังหวัดภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย โดยแต่ละจังหวัดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ว่าราชการจังหวัด ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระดับจังหวัด สาธารณสุขจังหวัดอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112984</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, จัดอบรมการเผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรมผ่านสื่อออนไลน์, นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, บุคลากรด้านศิลปวัฒนธรรม, ปรับวิธีเผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรม, ยูทูบเบอร์, รูปแบบออนไลน์, ศิลปินพื้นบ้าน, สวจ., สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, อุตสาหกรรมสร้างสรรค์, เผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113a1df47922.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ผนึกกำลังเครือข่ายศาสนา-วัฒนธรรม เดินหน้า “วัฒนธรรมรวมใจ ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ด้วยการจัดโครงการ &amp;ldquo;ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; โดยใช้พลังบวร&amp;nbsp; ซึ่งเชื่อมโยงการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมด้วยพลังบวร บ้าน/วัด/โรงเรียนหรือหน่วยงานราชการด้วยการมอบสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ทั้ง 76 จังหวัด ประสานขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด เครือข่ายศาสนาและวัฒนธรรม ผู้นำศาสนา ชุมชนคุณธรรม สภาวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอ ตำบล หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคมที่มีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของจังหวัดทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 &amp;nbsp;วธ.นำโดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมพร้อมด้วยนางยุพา&amp;nbsp; ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ได้ร่วมกับเครือข่ายศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและภาคส่วนต่างๆดำเนินการให้ความช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล &amp;nbsp;โรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp; ผู้ป่วยรักษาหายแล้วแต่ยังต้องกักตัวรอดูอาการ ผู้ที่อยู่ระหว่างกักตัวและผู้ได้รับผลกระทบในโรงพยาบาล ประกอบด้วย โรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 20 แห่ง โรงพยาบาลส่วนภูมิภาค 137 แห่ง ชุมชน 350 ชุมชน วัด 61 แห่งและหน่วยงานอื่น ๆ ได้แก่ หน่วยบริการสาธารณสุข มูลนิธิ สถานีตำรวจ 29 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด วธ.ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ &amp;ldquo;ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการบริหารคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์และอาหารกลางวันให้แก่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพฯ โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐมและศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เพื่อให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมกันนี้ สวจ.ทุกจังหวัดได้ร่วมกับเครือข่ายศาสนาและวัฒนธรรม ผู้นำศาสนา ชุมชนคุณธรรม สภาวัฒนธรรมทุกระดับ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ดังเช่น สวจ.อุตรดิตถ์ ร่วมกับพระปัญญากรโมลี&amp;nbsp; เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์อำเภอพิชัย ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ในอำเภอพิชัยและเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา มอบถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือเด็ก เยาวชนและนักเรียนใน ศพอ. ในภาวะยากลำบาก จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ ศพอ. วัดท่าไม้เหนือ วัดท่าดินแดง วัดไร่อ้อย วัดขวางชัยภูมิ วัดมหาธาตุ วัดบึงสัมพันธ์ วัดฟากบึง วัดเด่นกระต่าย และวัดศรีจำปาศักดิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สวจ.สงขลา ร่วมกับพระครูโกศลอรรถกิจ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดโคกเปี้ยว จัดตั้งโรงทานแจกอาหารกล่องให้แก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสงขลา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทุกกิจกรรมได้ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือโดยภาพรวมทั้งประเทศที่ วธ.ได้ร่วมกับจังหวัด เครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้นำศาสนา หน่วยงานรัฐ เอกชนและหน่วยงานต่างๆดำเนินโครงการฯ นั้น มีทั้งการจัดตั้งตู้ปันสุข รถปันสุข โรงครัว โรงทาน การมอบอาหารพร้อมรับประทาน ขนม ผลไม้ น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสารอาหารแห้ง ถุงยังชีพ ถุงปันสุข ถุงปันน้ำใจ ชุดธารน้ำใจ รวมทั้งมีการบริจาคเงินสนับสนุนการจัดซื้อและมอบเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์&amp;nbsp; ชุดพีพีอี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้&amp;nbsp; ผลจากการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ที่วธ.ร่วมกับทุกภาคส่วนให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามและอัตลักษณ์ของความเป็นไทยที่มีน้ำใจ แบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่ทอดทิ้งกันและให้กำลังใจกันระหว่างพี่น้องคนไทย เพื่อร่วมกันฝ่าฟันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางกระทรวงวัฒนธรรมอยากจะให้ทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และส่งต่ออัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการช่วยเหลือเกื้อกูล อย่างน้อยที่สุด คือ การให้กำลังใจ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยดี วัฒนธรรมรวมใจ ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกันครับ&amp;rdquo; รมว.วธ. กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108398</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์, ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล, ตู้ปันสุข, นางยุพา  ทวีวัฒนะกิจบวร, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ปันน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน, พลังบวร, มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ, รถปันสุข, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, วธ., สวจ.สงขลา, สวจ.อุตรดิตถ์, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, โรงพยาบาลวชิรพยาบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dec5a196a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.อีสาน’ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 21 หน่วยงาน แก้ปัญหาความยากจนกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนเมืองย่าโม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา / สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; สำนักงานภาคอีสาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 21 หน่วยงาน &amp;lsquo;แก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo; ระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติแบบองค์รวมเพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและให้ครอบครัวมั่นคงมีความสุข สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ ( 25 มิถุนายน) ระหว่างเวลา 9.00-12.00 &amp;nbsp;น.&amp;nbsp; ที่ห้องประชุมสุวัจน์ลิปตพัลลภ 2 &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&amp;nbsp; นายชรินทร์&amp;nbsp; ทองสุข&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการ จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding / MoU) &amp;lsquo;โครงการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน จังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo;&amp;nbsp; ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและหน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; 21 หน่วยงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา ปกครองจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด &amp;nbsp;สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด&amp;nbsp; กองทัพภาคที่ 2 &amp;nbsp;สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด &amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานแรงงานจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด &amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด &amp;nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีเจตนารมณ์เพื่อความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่มีความมุ่งมั่นและเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในประเทศ &amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาคนทุกช่วงวัย &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข &amp;nbsp;ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนวัตถุประสงค์มี 4&amp;nbsp; ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนระดับจังหวัดนครราชสีมาที่เกิดจากการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน &amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาระบบและโครงสร้างการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติแบบ
องค์รวม&amp;nbsp; เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและให้ครอบครัวมั่นคงมีความสุข &amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 4. เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;สถาบันวิชาการ&amp;nbsp; ภาคเอกชน&amp;nbsp; และภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนจนเป้าหมายให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น &amp;nbsp;รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ &amp;nbsp;การพัฒนาทักษะ &amp;nbsp;และหาแนวทางในการปรับปรุงเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้เอื้อต่อการสร้างหรือเพิ่มรายได้ เพื่อให้คนจนเป้าหมายสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;lsquo;โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว&amp;nbsp; มีระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2564-2568)&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;lsquo;โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ&amp;rsquo; ระหว่างขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&amp;nbsp; โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอันเป็นสังคมฐานรากที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;มีวิถีชีวิต &amp;nbsp;วัฒนธรรมแตกต่างหลากหลายตามภูมินิเวศ &amp;nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน &amp;nbsp;เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศในทุก ๆ มิติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชรินทร์&amp;nbsp; ทองสุข&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; ให้แง่คิดเรื่อง &amp;lsquo;กุญแจ 9 ดอกสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีสาระสำคัญคือ&amp;nbsp; 1. ควรเป็นวาระร่วมของจังหวัดที่ทำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ไม่ใช่เพียงนโยบาย และปรับเปลี่ยนไปตามวาระทางการเมือง&amp;nbsp; 2. ให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลคนจนจริงๆ ที่แม่นยำ &amp;nbsp;3. ต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกมิติในรายครอบครัว &amp;nbsp;โดยบูรณาการทุกหน่วยงานเข้าร่วม&amp;nbsp; 4. วิเคราะห์ถึงสาเหตุของความยากจนที่แท้จริง &amp;nbsp;ถูกต้อง &amp;quot;เกาให้ถูกที่คัน&amp;quot; เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. มีการบันทึกข้อมูล และเชื่อมโยงได้&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปดูความช่วยเหลือคนจนได้ &amp;nbsp;6. บูรณาการการแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;โดยเตรียมเมนูที่เหมาะสม หลากหลายกับกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เน้นการสนับสนุนเครื่องมือและสอนวิธีการจับปลา ไม่ควรแจกอย่างเดียว &amp;nbsp;แต่ควรมีเงื่อนไขว่าคนจนต้องมีส่วนร่วม &amp;nbsp;ต้องมีการพัฒนา&amp;nbsp; 7. มีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;ต่อเนื่อง 8. มีการบันทึกผลการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนจนร่วมผ่านระบบ Electronic เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย&amp;nbsp; และ 9. สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การจัดการปัญหาความยากจนเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ &amp;nbsp;ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ได้เข้าร่วมการเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;การบูรณาการความร่วมมือและการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยนำเสนอบทบาท &amp;nbsp;ภารกิจ และการดำเนินงานของ พอช.ในการสนับสนุนกลไกชุมชนในการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp; โดยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย ผอ.พอช. เน้นย้ำความสำคัญประเด็นการพัฒนาร่วมกัน&amp;nbsp; 6 ร่วม &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;1. พื้นที่การพัฒนาร่วม &amp;nbsp;2.ชุมชน/ประชาชนมีส่วนร่วม &amp;nbsp;3.ความร่วมมือร่วมหลายฝ่ายเพื่อสนับสนุนชุมชนในการแก้ไขความยากจนในพื้นที่ &amp;nbsp;4.ข้อมูลร่วม &amp;nbsp;ทุกคนสามารถใช้ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ &amp;nbsp;5.แผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วม&amp;nbsp; ทั้งในระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ&amp;nbsp; 6.กลไกการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107633</URL_LINK>
                <HASHTAG>(Memorandum of Understanding / MoU, กองทัพภาคที่ 2, กุญแจ 9 ดอกสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดนครราชสีมา, นครราชสีมา, นายชรินทร์  ทองสุข, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ปกครองจังหวัดนครราชสีมา, พอช.อีสาน, ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด, สำนักงานพัฒนาชุมชน, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด, สำนักงานพาณิชย์จังหวัด, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด, สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด, สำนักงานแรงงานจังหวัด, เมืองย่าโม, แก้ไขปัญหาความยากจน, แก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิต, โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5cf867c162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ยกย่อง สวจ.-เครือข่ายศิลปินพื้นบ้านทำคลิปวิดีโอและอินโฟกราฟิกต้านโควิด-19 หวังกระตุ้นสร้างความรู้แก่ประชาชน และจัดทำอินโฟกราฟิกสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และบุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชน กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) โดยนำหลัก ๓ มิติ : ศาสนา เศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมนำพลังบวร ในชุมชนคุณธรรมฯ เครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินพื้นถิ่น หรือคณะนักแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นมาสร้างสรรค์ผลงาน รวมทั้งนำอัตลักษณ์ความเป็นไทยในเรื่องของความช่วยเหลือเกื้อกูล การแบ่งปันมาใช้อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (COVID-19) และส่งต่อกำลังใจไปยังบุคลากรทางการแพทย์ ในรูปแบบคลิปวีดีโอ และอินโฟรกราฟิก ปัจจุบันได้มีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์และอินโฟกราฟิกจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับคลิปวิดีโอรณรงค์และอินโฟกราฟิกที่จัดทำนี้ วธ.จะมีการคัดเลือกพร้อมมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ สวจ. ทั้งนี้ จะมีเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกจาก 1.ความคิดสร้างสรรค์ที่มีความแปลกใหม่ โดดเด่นผู้ชมเกิดความประทับใจ 2.ความเหมาะสมของเนื้อหา มีความถูกต้องและเป็นประโยชน์ 3.มีเทคนิคการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ 4.มีการใช้ภาษาและดนตรีประกอบที่เหมาะสม 5.คุณภาพของภาพและเสียงกลมกลืนสวยงาม โดยจะประกาศผลการคัดเลือกสื่อประชาสัมพันธ์ที่ได้รับรางวัลเร็วๆนี้ จากนั้นทาง วธ. จะนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทาง อาทิ สื่อออนไลน์ เว็บไซต์ โทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น หน่วยงานราชการ สถานที่สาธารณะ และสถานที่สำคัญต่างๆ ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105014</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทรวงวัฒนธรรม, คลิปวิดีโอรณรงค์, นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, วธ., วิถีวัฒนธรรม, ศาสนา, สวจ., สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, หลัก ๓ มิติ, อินโฟกราฟิก, เครือข่ายศิลปินพื้นบ้าน, เศรษฐกิจพอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b707b63861d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เผยสวจ.ทั่วประเทศผนึกชุมชนคุณธรรม หน่วยงานรัฐ เอกชนดำเนินโครงการ“ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน”โดยใช้พลังบวร มอบเครื่องอุปโภคบริโภค จัดตั้งโรงทาน ทำอาหารกล่อง  มอบถุงยังชีพ-ตั้งตู้ปันสุข ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19และบุคลากรทางการแพทย์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ได้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)โดยจัดโครงการ&amp;ldquo;ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; โดยใช้พลังบวรด้วยการมอบสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.)ทั้ง 76 จังหวัดประสานเครือข่ายศาสนาและวัฒนธรรม ชุมชนคุณธรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชนหรือภาคประชาสังคมที่มีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของจังหวัด ล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมรายงานว่า ขณะนี้สวจ.ทั่วประเทศดำเนินโครงการฯ แล้ว เช่น&amp;nbsp; สวจ.เชียงราย ร่วมกับชุมชนคุณธรรมวัดศรีบุญยืน ชุมชนคุณธรรมวัดท่าข้ามศรีดอนชัย ชุมชนคุณธรรมวัดสันละคร จัดตั้งจุดมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค จัดตั้งโรงทานทำอาหารปรุงสุกมอบให้แก่ผู้ที่ถูกกักตัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 &amp;nbsp;สวจ.นครสวรรค์ ร่วมกับผู้นำชุมชนคุณธรรมวัดเกยไชยเหนือ มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค แก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลชุมแสง สวจ.ลพบุรีร่วมกับ วัดเสาธงทอง คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรีและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี จัดตั้งโรงทานทำอาหารปรุงสุกมอบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันสวจ.นครปฐมร่วมกับวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารมอบอาหารกล่องสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่กักตัวและผู้ติดเชื้อให้แก่โรงพยาบาลกำแพงแสน สวจ.จังหวัดปทุมธานีร่วมกับชุมชนคุณธรรมวัดชินวรารามโดยพระมงคลวโรปการ เจ้าอาวาสวัดชินวรารามมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและจัดทำอาหารมอบให้แก่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นที่พำนักชั่วคราวของผู้ที่รักษาโรคโควิด-19 สวจ.ระยองร่วมกับคณะสงฆ์ในชุมชนคุณธรรมอำเภอนิคมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ชุมชนคุณธรรมวัดมาบข่า สวจ.กาฬสินธุ์ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ทำการปกครองจังหวัด เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ คลังจังหวัดกาฬสินธุ์และสถิติจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดอาหารกลางวันมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งจัดทำถุงยังชีพและตู้ปันสุขช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สวจ.พัทลุงร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.ชะมวง และนายอำเภอปากพะยูนมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า ผลจากการดำเนินโครงการฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามและอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่มีน้ำใจ แบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่ทอดทิ้งกันและให้กำลังใจกันระหว่างพี่น้องคนไทยเพื่อร่วมกันฝ่าฟันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำแก่บุคลากรของวธ.ในการลงพื้นที่ร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม จะต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้งประกาศ/คำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว &amp;nbsp;อีกทั้งวธ.ได้เปิดสายด่วนวัฒนธรรม 1765 &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ ในการรับเรื่องร้องเรียน และช่วยประสานงาน หรือส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102417</URL_LINK>
                <HASHTAG>1765, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, ตั้งตู้ปันสุข, ถุงยังชีพ, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน, พลังบวร, วธ., สวจ., สายด่วนวัฒนธรรม, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098fcb2a1b75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เผยสวจ.ทั่วประเทศผนึกชุมชนคุณธรรม หน่วยงานรัฐ เอกชนดำเนินโครงการ“ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน”โดยใช้พลังบวร มอบเครื่องอุปโภคบริโภค จัดตั้งโรงทาน ทำอาหารกล่อง  มอบถุงยังชีพ-ตั้งตู้ปันสุข ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19และบุคลากรทางการแพทย์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ได้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)โดยจัดโครงการ&amp;ldquo;ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; โดยใช้พลังบวรด้วยการมอบสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.)ทั้ง 76 จังหวัดประสานเครือข่ายศาสนาและวัฒนธรรม ชุมชนคุณธรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชนหรือภาคประชาสังคมที่มีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ของจังหวัด ล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมรายงานว่า ขณะนี้สวจ.ทั่วประเทศดำเนินโครงการฯ แล้ว เช่น&amp;nbsp; สวจ.เชียงราย ร่วมกับชุมชนคุณธรรมวัดศรีบุญยืน ชุมชนคุณธรรมวัดท่าข้ามศรีดอนชัย ชุมชนคุณธรรมวัดสันละคร จัดตั้งจุดมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค จัดตั้งโรงทานทำอาหารปรุงสุกมอบให้แก่ผู้ที่ถูกกักตัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 &amp;nbsp;สวจ.นครสวรรค์ ร่วมกับผู้นำชุมชนคุณธรรมวัดเกยไชยเหนือ มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค แก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลชุมแสง สวจ.ลพบุรีร่วมกับ วัดเสาธงทอง คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรีและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี จัดตั้งโรงทานทำอาหารปรุงสุกมอบให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสวจ.นครปฐมร่วมกับวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหารมอบอาหารกล่องสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่กักตัวและผู้ติดเชื้อให้แก่โรงพยาบาลกำแพงแสน สวจ.จังหวัดปทุมธานีร่วมกับชุมชนคุณธรรมวัดชินวรารามโดยพระมงคลวโรปการ เจ้าอาวาสวัดชินวรารามมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและจัดทำอาหารมอบให้แก่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นที่พำนักชั่วคราวของผู้ที่รักษาโรคโควิด-19 สวจ.ระยองร่วมกับคณะสงฆ์ในชุมชนคุณธรรมอำเภอนิคมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ชุมชนคุณธรรมวัดมาบข่า สวจ.กาฬสินธุ์ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ทำการปกครองจังหวัด เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ คลังจังหวัดกาฬสินธุ์และสถิติจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดอาหารกลางวันมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งจัดทำถุงยังชีพและตู้ปันสุขช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สวจ.พัทลุงร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.ชะมวง และนายอำเภอปากพะยูนมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า ผลจากการดำเนินโครงการฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามและอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่มีน้ำใจ แบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูล ไม่ทอดทิ้งกันและให้กำลังใจกันระหว่างพี่น้องคนไทยเพื่อร่วมกันฝ่าฟันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำแก่บุคลากรของวธ.ในการลงพื้นที่ร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม จะต้องระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมทั้งประกาศ/คำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว &amp;nbsp;อีกทั้งวธ.ได้เปิดสายด่วนวัฒนธรรม 1765 &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ ในการรับเรื่องร้องเรียน และช่วยประสานงาน หรือส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102416</URL_LINK>
                <HASHTAG>1765, กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, ตั้งตู้ปันสุข, ถุงยังชีพ, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, ปันน้ำใจ คนไทย ไม่ทิ้งกัน, พลังบวร, วธ., สวจ., สายด่วนวัฒนธรรม, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098fcb2a1b75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุดไทยเที่ยวฟรี วันอนุรักษ์มรดก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;2 เมษา.&amp;quot; วันอนุรักษ์มรดกไทย วธ.ชวนแต่งชุดไทยเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์-พิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศฟรี เดินหน้ารณรงค์ใช้ผ้าไทย ดึง นร.-นศ.แนวร่วม &amp;#39;วีระ&amp;#39; ยอมรับเกาะกระแสออเจ้า เหตุหนุนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เร็วขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่กระแสละครบุพเพสันนิวาสโด่งดังไปไกล ส่งผลให้คนไทยสนใจการแต่งกายย้อนยุคสมัยอยุธยา รวมถึงหันมาสวมใส่ผ้าไทยมากขึ้นนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องน่าชื่นชม และ วธ.พร้อมสนับสนุนให้ทุกฝ่ายรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยทุกโอกาส ทุกสถานที่ หากสวมใส่ได้ทุกวันถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่จะได้เห็นภาพรวมของคนไทยพร้อมใจกันแต่งกายชุดผ้าไทย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการรณรงค์ วธ.จึงได้ส่งหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานในสังกัด ทั้งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมการศาสนา สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ตลอดจนหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ซึ่งเป็นองค์การมหาชน ได้แก่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร หอภาพยนตร์ และศูนย์คุณธรรม รวมถึงสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในการรณรงค์ให้บุคลากร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ แต่งกายผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน จะใส่แบบไหนก็ได้ ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าทอผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า หรือม่อฮ่อม และหากหน่วยงานใดสามารถเชิญชวนสวมใส่ได้มากกว่านั้นจะเป็นเรื่องที่ดีมาก ตนอยากให้บุคลากรของกระทรวงเป็นต้นแบบสร้างเอกลักษณ์ไทย นอกจากนี้ยังขอให้มีการเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนหน่วยงานท้องถิ่นร่วมแต่งกายผ้าไทยอย่างพร้อมเพียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายังรณรงค์ให้นักเรียน นักศึกษาในสังกัดสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ซึ่งมีวิทยาลัยนาฏศิลป์อยู่ 11 แห่ง กระจายภูมิภาคต่างๆ ร่วมเป็นตัวแทนรณรงค์ด้วย ทั้งนี้ วธ.ได้จัดแคมเปญเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย วันที่ 2 เมษายนนี้ เปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ ให้ประชาชนที่แต่งชุดไทยเข้าฟรีทุกแห่งทั่วประเทศ&amp;quot; นายวีระกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า ขณะนี้กระแสละครบุพเพสันนิวาสส่งผลกระทบไปทุกบริบทของสังคม ทั้งด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม การตื่นตัวด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การสร้างรายได้ของชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนส่งผลต่อการที่ผู้ประกอบการต่างชาติสนใจลงทุนกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และละครไทย การที่เราออกมาชื่นชมละครเรื่องนี้ มีความคิดเห็นของประชาชนหลายฝ่าย ซึ่งมีทั้งสนับสนุนเห็นด้วย หรือหากจะมองว่า วธ.เกาะกระแสละครดังก็น้อมรับและยอมรับ เพราะว่าอะไรที่ วธ.เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ยินดี และเป็นประโยชน์ต่อสังคม เราพร้อมจะสนับสนุนเพื่อให้เป็นตัวอย่างของสังคม อีกทั้งหากเกิดกระแสต่อเนื่องจะเป็นส่วนสำคัญช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์และเสริมสร้างความเป็นไทยสู่เยาวชนและประชาชนได้เร็วมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากกระแสละครบุพเพสันนิวาสที่ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสนใจเดินทางมาเข้าชมโบราณสถานภายในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะวัดไชยวัฒนาราม จึงมีการขยายเวลาการเข้าชมโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม เวลา 08.00-21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.นั้น จากการขยายเวลาในวันแรกพบว่า มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาชมจำนวนถึง 15,736 คน ส่วนวันที่ 24 มี.ค. มีจำนวน 12,841 คน รวมเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้าชมวัดไชยฯ มากถึง 28,577 คน &amp;nbsp;ขณะที่วันธรรมดามีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่าวันละ 5,500 คน นอกจากนี้ยังมีการขยายเวลาการเข้าชมบ้านวิชาเยนทร์ภายในพื้นที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี ที่สร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อรับรองราชทูตจากฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จนถึงเวลา 19.00 น. และเตรียมพัฒนาระบบเออาร์โค้ดนำชมบ้านวิชาเยนทร์ เพื่อให้เหมือนภาพเหมือนจริงที่สุด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวสนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์กล่าวว่า จากการที่กรมศิลป์จัดกิจกรรมพาออเจ้าตามรอยละครบุพเพสันนิวาสที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 17-18 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นในวันที่ 7-8 เม.ย. จึงจัดโครงการตามรอยละครต่อเนื่องที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ.ลพบุรี อีกทั้งยังมีการจัดสัมมนาวิชาการเรื่อง ตามรอยต่อยอด &amp;#39;บุพเพสันนิวาส : ร่วมฟังประวัติศาสตร์วรรณกรรมอยุธยากับกรมศิลปากร&amp;#39; วันที่ 3 เม.ย. ที่ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยตนจะปาฐกถาพิเศษเรื่อง ความสำคัญของการศึกษาและต่อยอดประวัติศาสตร์ไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวอรสา สายบัว ผู้อำนวยการสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กล่าวว่า ปกติสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร มีโครงการจัดพิมพ์และเผยแพร่แบบเรียนภาษาไทย ซึ่งหนังสือจินดามณีเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือแบบเรียนภาษาไทย โดยจัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2558 และสืบเนื่องจากกระแสละคร &amp;#39;บุพเพสันนิวาส&amp;#39; เกิดกระแสให้คนสนใจค้นคว้าประวัติศาสตร์และวรรณกรรมตามรอยละครดัง สำนักวรรณกรรมฯ จึงได้นำหนังสือจินดามณีฉบับพระโหราธิบดีมาจัดพิมพ์เผยแพร่ใหม่อีกครั้ง โดยจัดพิมพ์ปกแข็งจำนวน 1,000 เล่ม เพื่อจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ราคาเล่มละ 130 บาท ขณะนี้หนังสือพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้นำมาวางจำหน่ายในงาน &amp;#39;107 ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร&amp;#39; ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งได้รับความสนใจจากนักอ่านจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวอรสากล่าวว่า สำหรับหนังสือจินดามณีปกอ่อน สำนักวรรณกรรมฯ ได้จัดพิมพ์ครั้งแรก 500 เล่ม โดยแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมกิจกรรมโครงการวัฒนธรรมสัญจรตามรอยบุพเพสันนิวาส ณ จ.พระนครศรีอยุธยา และแจกให้คณะรัฐมนตรีหมดแล้ว จากนั้นได้สั่งพิมพ์เพิ่มอีก 3,000 เล่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่สนใจหนังสือเล่มนี้ โดยเตรียมวางจำหน่ายหนังสือจินดามณีปกอ่อนราคาเล่มละ 100 บาท ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5847</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, นายอนันต์ ชูโชติ, วันอนุรักษ์มรดกไทย, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8fdef1eb6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
