<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปิยกุล บุญเพิ่ม’ จ่อปธ.ศาลฎีกา กต.เคาะ19ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลยุติธรรมเสนอชื่อ &amp;ldquo;ปิยกุล บุญเพิ่ม&amp;rdquo; ปธ.ศาลอุทธรณ์ นั่งประธานศาลฎีกาคนที่ 47 ก.ต.นัดเคาะ 19 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม เว็บไซต์สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เปิดเผยบัญชีรายชื่อที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา วาระ 1 ต.ค.2564 (บัญชี 1) โดยมีการเสนอ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 47 โดยหากที่ประชุม ก.ต.ที่จะมีการประชุมกันวันที่ 19 ก.ค.นี้ มีมติเห็นชอบ จะถือว่าเป็นประธานศาลฎีกาหญิงคนที่สองของประเทศไทย ต่อจาก นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.ปิยกุลนั้นเกิดวันที่ 28 ต.ค.2499 จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ปริญญาโทนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประวัติการทำงาน ปี 2521 นิติกร ปี 2525 ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี 2526 ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ปี 2527 ผู้พิพากษา จ.ร้อยเอ็ด ปี 2530 ผู้พิพากษาจังหวัดขอนแก่น ปี 2534 ผู้พิพากษาจังหวัดจันทบุรี ปีเดียวกันผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ปี 2536-2538 ผู้พิพากษาจังหวัดน่าน, ลำพูน และนครสวรรรค์ ปี 2540 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ปี 2542 ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง ปีเดียวกันผู้พิพากษาศาลอุธรณ์ ปี 2549 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ปี 2551 ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปี 2553 รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ปี 2554 ผู้พิพากษาศาลฎีกา ปี 2558 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ปี 2560 ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1
ปี 2562 ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ก่อนขึ้นดำรงตำเเหน่งประธานศาลอุทธรณ์ในปัจจุบัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109609</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นางเมทินี ชโลธร, ปิยกุล, สำนักงานศาลยุติธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed9c13e9e90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอเหรียญทอง’ลุยแล้ว!ตรวจสอบคุณสมบัติผู้พิพากษาจงรักภักดีสถาบันจริงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2564 &amp;ndash; พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดินโพสต์เฟซบุ๊กว่า 17 ก.พ.64 จะเข้าพบเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรมพร้อมหนังสือเพื่อขอให้นำความกราบเรียนประธานศาลฎีกาและคณะกรรมการตุลาการ (กต.) เพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติผู้พิพากษาในการป้องกันไม่ให้มีผู้พิพากษาที่มีทัศนะคติ ค่านิยม ตลอดจนพฤติกรรมอันเป็นแนวร่วมอริราชศัตรูซึ่งจะส่งผลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นความมั่นคงของชาติโดยผมจะยึดถือลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้พิพากษาตามกฎหมายดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 33 ที่กำหนดว่า &amp;ldquo;ผู้พิพากษาจักต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ&amp;rdquo; ดังนั้นผู้พิพากษาจะปล่อยให้มีการยกเหตุแห่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกแต่ส่งผลกระทบต่อการบั่นทอนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐไม่ได้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะในขั้นตอนของศาลในการขอประกันตัว หรือขั้นตอนในการออกคำสั่งใดๆของศาล จนถึงการพิจารณาอรรถคดีตามกระบวนการยุติธรรมอันเป็นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 26 ที่บัญญัติคุณสมบัติข้าราชการฝ่ายตุลาการว่า &amp;ldquo;ต้องเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ&amp;rdquo; ระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้นมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ตลอดจนการปกป้องพระมหากษัตริย์ ดังนั้นผู้พิพากษาจึงต้องเข้มงวดและจริงจังในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องพระมหากษัตริย์จึงจะถือว่าเป็นผู้เลื่อมใสและบริสุทธิ์ใจต่อระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 191 บัญญัติคำปฏิญาณของผู้พิพากษาไว้ว่า &amp;ldquo;ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวงเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชน และความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ&amp;rdquo; ดังนั้นผู้พิพากษาจึงต้องจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวง ทัศนะคติ ค่านิยม ตลอดจนพฤติกรรมที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับอริราชศัตรูจะนำมาซึ่งอคติ และส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยไม่เป็นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งจะนำมาซึ่งผลของการพิจารณาคดีที่จะนำมาซึ่งความไม่สงบสุขแห่งราชอาณาจักรส่งผลต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเนื่องจากทัศนะคติและค่านิยมของสังคมไทยในปัจจุบันได้ปรากฏต่อสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม ร้ายแรงจนถึงกับประกาศประทุษร้ายพระมหากษัตริย์ในที่ชุมนุมสาธารณะ หลายครั้งหลายครา หากทุกสังคมไม่จริงจังหรือเอาใจใส่สังคมที่ตนเกี่ยวข้องแล้ว สถานการณ์ภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะทวีความรุนแรงจนเป็นเหตุแห่งความไม่สงบสุขแห่งราชอาณาจักรไทยและอาจเกิดการสูญเสียชีวิตของคนในชาติ ด้วยเหตุผลดังความที่กล่าว ผมจะขอความกรุณาจากเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้โปรดนำความกราบเรียนประธานศาลฎีกา และคณะกรรมการตุลาการ ได้โปรดประชุมหารือหรือพิจารณาหาหนทางดำเนินการตรวจสอบทัศนะคติ ค่านิยม ตลอดจนพฤติกรรมของผู้พิพากษาทุกนายในสังกัดศาลยุติธรรมโดยทั่วราชอาณาจักรเพื่อให้ศาลยุติธรรมปราศจากมลทินจากการมีผู้พิพากษาที่มีทัศนะคติ ค่านิยม ตลอดจนพฤติกรรมที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับอริราชศัตรูซึ่งจะทำให้ผู้พิพากษากลายเป็น &amp;lsquo;แนวร่วมของอริราชศัตรู&amp;rsquo; ดังคำปราศรัยของ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ตามที่สถานีวอยซ์ทีวีเผยแพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้พิพากษาแล้วพบว่ามีผู้พิพากษาที่มีทัศนะคติ ค่านิยม ตลอดจนพฤติกรรมที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับอริราชศัตรูแล้วได้โปรดดำเนินการตามประมวลวินัยหรือกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งการปรับย้าย ให้ออก หรือไล่ออกให้พ้นไปเสียจากสังคมตุลาการโดยมิชักช้า ทั้งนี้ได้โปรดลำดับความสำคัญและเร่งด่วนในกลุ่มผู้พิพากษาที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงและความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร โดยเฉพาะคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
ข้อเสนอดังกล่าวจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นศรัทธาต่อศาลยุติธรรมในการธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ผมจะรายงานผลจากการเข้าพบเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ให้สาธารณชนทราบในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93304</URL_LINK>
                <HASHTAG>กต., คณะกรรมการตุลาการ, ประธานศาลฎีกา, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ, พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา, สำนักงานศาลยุติธรรม, องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e852caa0e158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯศาลยุติธรรม&#039;สร้าง &#039;BIG DATA&#039; อัพเดทข้อมูลคดีใช้วิเคราะห์-ค้นคว้ารวดเร็วแค่คลิกเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ส.ค. 2563 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีเสริมศักยภาพระบบบริหารจัดการคดีในศาลยุติธรรม ก้าวสู่ &amp;ldquo;ดิจิทัล คอร์ท&amp;rdquo; (Digital Court หรือ D-Court) ในปี 2563 ว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมได้พัฒนาให้บริการระบบยื่นฟ้องคดีแพ่ง-ส่งคำคู่ความ ผ่านระบบอี-ไฟลลิ่ง (e-Filing) ซึ่งมีการพัฒนาถึง Version 3 ให้คู่ความได้รับความสะดวกในการยื่นเอกสารออนไลน์ผ่านระบบได้ที่ไหน-เวลาใดก็ได้โดยผ่านการลงทะเบียนแสดงตัวตน ปัจจุบันมีการใช้ระบบนับแสนคดี ตลอดจนพัฒนาการสร้างช่องทางบริการระบบติดตามสำนวนคดีที่เรียกว่า อีแทรคกิ้ง (e-Tracking) และการบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรมสำหรับคู่ความ-ทนายความ ที่จะแจ้งวันนัดพิจารณา/ผลการส่งหมาย/แจ้งการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์-ศาลฎีกา/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการรองรับคดีถึงที่สุด รวมถึงช่องทางการขอคัดถ่ายสำเนาคดี-คำร้องในคดีแบบออนไลน์ ผ่านระบบซีออส (CIOS) , ระบบอีโนทีส (e-Notice) ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนในการลงประกาศเกี่ยวกับนัดไต่สวนคดี เช่น การจัดการมรดก ทดแทนการประกาศลงหนังสือพิมพ์หรือการติดประกาศหน้าศาล ซึ่งนอกจากช่องทางบริการทั้ง 4 ส่วนแล้ว การไกล่เกลี่ยออนไลน์ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์ความจำเป็นอย่างการแพร่ระบาดโควิด (COVID-19) ที่พัฒนามาใช้ประโยชน์ช่วง distancing นั้น มีความสำคัญในระยะยาว ต่อการสร้างระบบเก็บข้อมูลคดีภายในของศาลยุติธรรม ลักษณะไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จัดเก็บไว้ในที่เดียวรูปแบบ &amp;ldquo;ฐานข้อมูล BIG DATA&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้ สำนักงานศาลยุติธรรม พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลซึ่งผ่านการใช้บริการ 4 ระบบหลักดังกล่าว รวมทั้งการจัดเก็บคำพิพากษา ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่างๆ เรื่องคดีอาญา เช่น หมายจับ , หมายค้น , การฝากขัง , การดำเนินคดี อาทิ คดีความมั่นคง , คดีค้ามนุษย์ , คดีนักท่องเที่ยว ในลักษณะ BIG DATA แล้ว ซึ่งอดีตที่ผ่านมาเรายังไม่เคยจัดเก็บข้อมูลไว้ในที่เดียวกันลักษณะไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่จะสะดวกในการดึงข้อมูลมาใช้ประโยชน์ ดังนั้น BIG DATA ที่กำลังจัดทำจึงจะเป็นประโยชน์ด้านฐานข้อมูลของเราในอนาคต ที่สามารถค้นคว้า นำเอาข้อมูลคดีนั้น ๆ ออกมาได้โดยง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องรื้อชั้นเอกสารกระดาษแบบเดิมๆ เหมือนแค่คลิกเดียว ด้วยคำ/ข้อความสำคัญ (key word) ข้อมูลนั้นก็จะปรากฏรายละเอียดขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบ ใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ทั้งเชิงป้องกันและเชิงกำหนดนโยบาย รวมถึงการตั้งรับเรื่องการบริหารจัดการคดีหลาย ๆ เรื่อง หรือเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยความมั่นคง ซึ่งการเก็บข้อมูลเราก็ดำเนินการมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่พัฒนาเทคโนโลยี ขณะนี้เรียกได้ว่า 80-90% โดยยิ่งมีการใช้ระบบผ่านระยะหลายๆ ปีก็เท่ากับจะยิ่งเพิ่มจำนวนฐานข้อมูลให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาเราทำส่วนย่อยๆ คล้ายเป็นจิ๊กซอว์ต่อ ๆ กันมาก่อน เพื่อให้เกิดเป็นภาพใหญ่ขึ้น สิ่งง่าย ๆ ที่เราทำอย่างเช่น CIOS , e-Filing , e-Notice , e-Tracking นอกจากจะสร้างความสะดวกกับประชาชนในแง่ที่ต้องมาติดต่อศาล แล้วข้อมูลที่ได้จัดเก็บเหล่านี้ยังช่วยสร้างฐานข้อมูล BIG DATA ส่งเสริมการค้นหาข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เรียกว่ากดปุ๊บก็รู้เลย ขณะที่การทำงานก็ลดขั้นตอน รวดเร็วมากขึ้น โดยการจัดทำ BIG DATA เราก็มีโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีรองรับทั้งซอฟท์แวร์-ฮาร์ดแวร์ และยังมีพีเพิลแวร์ (peopleware) คือบุคคลากรของศาล ที่ปีนี้ 2563 เราเสริมทักษะให้คนในองค์กรมีความรู้เกี่ยวกับระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพ ในลักษณะ Up-skill และ Re-skill&amp;rdquo; เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายสราวุธ ได้กล่าวสรุปตอนท้ายว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด ตนมอบหมายให้คณะกรรมการเรื่องข้อมูลคดี วิเคราะห์ต่อด้วยว่าเมื่อมีการจัดเก็บข้อมูลแล้ว สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุง พัฒนาได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่สอบถามข้อมูลมายังสำนักงานศาลยุติธรรม เช่นว่า คดีค้ามนุษย์มีกี่คดี เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง เป็นคดีประเภทไหน ศาลพิพากษาลงโทษเท่าใด ยกฟ้องเท่าใด ดังนั้นคำถามที่สำคัญของการทำ BIG DATA คือเมื่อเรารวบรวมข้อมูลแล้วเอาไปใช้ด้วยการวิเคราะห์ได้มาก-น้อยแค่ไหนด้วย เพราะหากมีข้อมูลเยอะแต่ไม่ได้นำไปใช้ก็จะไม่มีประโยชน์เลย คำว่า BIG DATA จะมีประโยชน์ เมื่อคุณสามารถเอาข้อมูลที่มีอยู่ไปก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรส่วนรวมมากที่สุด นั่นคือเป้าหมายของเรา ก้าวต่อไปของศาลยุติธรรม คือรวบรวมข้อมูลไว้ในจุดเดียวแล้ว แค่คลิกเดียวก็นำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73159</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิจิทัล คอร์ท, สราวุธ เบญจกุล, สำนักงานศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e24195014039.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจสื่อศาลย้ำโกหกวันเอฟริลฟูลเจอกฎหมายหลายฉบับเล่นงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2563 &amp;ndash; วันที่ 1 เม.ย.ของทุกปีตรงกับวันที่สากลบางประเทศถือให้เป็นวันโกหก หรือ April Fool&amp;#39;s Day (เอพริลฟูลเดย์) ซึ่งผู้คนจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกต่อกัน แล้วอาจจะเฉลยในวันต่อมา &amp;nbsp;แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่ทุกคนช่วยกันควบคุมการระบาดของเชื้อภายใต้ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่รัฐบาลประกาศออกมาซึ่งมีทั้งข้อห้ามและแนวปฏิบัติ และด้วยความห่วงใย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจเฟซบุ๊กสื่อศาล โดยกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้ยกข้อกฎหมาย เตือนผู้ไม่หวังดี อย่าอาศัยวัน April Fool&amp;#39;s Day ถือโอกาสปล่อยข่าวเท็จ Fake News ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 โดยหวังทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่น มีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2)(5) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9,18 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61667</URL_LINK>
                <HASHTAG>April Fool&#039;s Day, Fake News, กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์, สำนักงานศาลยุติธรรม, เพจเฟซบุ๊กสื่อศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e840d864514e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลสอบ&#039;เพื่อนโชค&#039;เสร็จแล้ว!เตรียมชงที่ประชุม ก.ต. ชุดใหญ่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น กรณีเผยแพร่คลิปที่นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ระบุว่าเป็นเพื่อนกับ &amp;quot;ผกก.โชค&amp;quot; ขณะถูกเรียกดูใบขับขี่จนเกิดกระแสวิพากวิจารย์ &amp;ldquo;เพื่อนโชค&amp;rdquo; ในโลกโซเซียลว่า ตอนนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชั้นต้นกรณีดังกล่าว ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งผลมาให้แล้ว ทางเราก็ดำเนินการตามกระบวนการโดยไม่ชักช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปก็จะต้องนำเสนอผลสอบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นนี้ สู่คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) พิจารณากลั่นกรองทำความเห็นเสนอที่ประชุม ก.ต.ชุดใหญ่ 15 คน ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธานพิจารณาต่อไป ส่วนจะนำความเห็นเรื่องนี้สู่วาระการประชุมของ ก.ต. เมื่อใดนั้นคงยังไม่ได้เป็นช่วงเวลานี้ เพราะขณะนี้ ก.ต.มีวาระพิจารณาเรื่องโยกย้ายตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส และพิจารณาวาระโยกย้ายตามปีงบประมาณ ซึ่งจะดำเนินเสร็จในช่วงเดือน ส.ค.- ต้น ก.ย.นี้ ขณะที่การพิจารณาของ ก.ต.เรื่องสอบวินัยผู้พิพากษานั้นก็ไม่ได้มีเรื่องใดเพียงเรื่องเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันว่าเราจัดการกับระบบคนข้างในของเราอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ส่วนผลการตรวจสอบนั้นตอนนี้ก็ยังเปิดเผยไม่ได้ว่า ทำอะไรไปบ้างเพราะต้องนำเสนอสู่ที่ประชุมเป็นลำดับตามขั้นตอนก่อน ทางศาลไม่ได้ปกปิดอะไร แต่มาตรการในการดำเนินการ เราไม่อยากเหมือนตัดสินคนล่วงหน้าก็ไม่ถูก ก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย บางครั้งตัดสินไปก่อนแล้วคนนี้คนนั้นไม่ดี ซึ่งถ้าผลสอบเสร็จแล้วศาลก็จะตอบคำถาม&amp;quot; นายสราวุธ กล่าวต่อท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39905</URL_LINK>
                <HASHTAG>สราวุธ เบญจกุล, สำนักงานศาลยุติธรรม, เพื่อนโชค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d19e3df734a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กต.สอบ‘อธิบดีเพื่อนโชค’ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ก.ต.มีมติสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง &amp;quot;อธิบดีศาลฯ เพื่อนโชค&amp;quot; ผิดวินัยหรือไม่ ยันจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมแต่งตั้งอธิบดี 6 ศาล หลังยกระดับศาลตลิ่งชัน-พระโขนง-มีนบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) กล่าวภายหลังการประชุม ก.ต.ว่า ที่ประชุม ก.ต. มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฏคลิปภาพนายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 โดนเรียกตรวจใบขับขี่ จนมีการกระทบกระทั่งกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณด่านตรวจในพื้นที่ สภ.อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งศาลยุติธรรมจะตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้เซ็นหนังสือลงวันที่ 10 พ.ค.ให้นายไกรรัตน์ชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงตามเรื่องที่ปรากฏมายังสำนักงานศาลยุติธรรม โดยนายไกรรัตน์เองได้ทำหนังสือชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงกลับมาในวันเดียวกัน (10 พ.ค.) ซึ่งในการประชุม ก.ต.วันเดียวกันก็ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม จนมีมติตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการสอบข้อเท็จจริงนั้น คณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นจะมีการสอบว่าพฤติการณ์หรือข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว รวมถึงคำชี้แจงของนายไกรรัตน์ เข้าข่ายมีมูลที่จะกระทำผิดวินัยหรือไม่ โดยไม่ว่าผลจะปรากฏอย่างไร ก็ต้องส่งผลการสอบข้อเท็จจริงไปยังคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) &amp;nbsp;พิจารณากลั่นกรองทำความเห็นส่ง ก.ต.พิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ต.ได้พิจารณาและมีมติในเรื่องต่างๆ โดยมีวาระประชุมหลายเรื่อง ทั้งเห็นชอบการโยกย้ายข้าราชการตุลาการ สับเปลี่ยนตำแหน่งชั้น 3 และชั้น 4 เห็นชอบการแต่งตั้งบัญชีผู้พิพากษาอาวุโส วาระพิเศษ 1 ส.ค.62 และวาระที่ ก.ต.รับทราบ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ สัดส่วนบุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 27 ก.พ.62 ซึ่งได้รับเลือกจากผู้พิพากษาตามกฎหมายใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวาระที่ ก.ต.เห็นชอบโยกย้ายตั้งสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้พิพากษาที่น่าสนใจ ได้แก่ การแต่งตั้งผู้พิพากษาระดับชั้นศาลอุทธรณ์ขึ้นไปมาดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีศาลอาญาและศาลแพ่ง มีนบุรี, ตลิ่งชัน และพระโขนง เป็นชุดแรกภายหลังจากที่ได้มีการประกาศยกฐานะของศาลจังหวัดมีนบุรี, ศาลจังหวัดตลิ่งชัน และศาลจังหวัดพระโขนง ให้มาเป็นศาลอาญาและศาลแพ่ง ในพื้นที่เขตอำนาจศาลทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ซึ่งมีการประกาศเป็นกฎหมายลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้บริหารศาลอาญาตลิ่งชันประกอบด้วย นายสนิท ตระกูลพรายงาม รองประธานอุทธรณ์ภาค 1 เป็นอธิบดีศาลอาญาตลิ่งชัน, นางอัจฉรา สุระคำแหง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลอาญาตลิ่งชัน, นางจรีรัตน์ ตันติเวชกุล รองเลขาฯ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เป็นรองอธิบดีศาลอาญาตลิ่งชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารในศาลอาญาพระโขนง ประกอบด้วยนายเชวง ชูศิริ เลขาธิการประธานฎีกา เป็นอธิบดีศาลอาญาพระโขนง, นายจรูญ นาคเสน ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลอาญาพระโขนง, นายดิลก เสริมวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลอาญาพระโขนง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารศาลอาญามีนบุรีประกอบด้วย นายภิญโญ แสงภู่ รองประธานอุทธรณ์ภาค 1 เป็นอธิบดีศาลอาญามีนบุรี, นายนพรัตน์ อักษร ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นรองอธิบดีศาลอาญามีนบุรี, นางสุภา &amp;nbsp;วิทยาอารีย์กุล ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำกอง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์ เป็นรองอธิบดีศาลอาญามีนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารในศาลแพ่งตลิ่งชัน ประกอบด้วย นายประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นอธิบดีศาลแพ่งตลิ่งชัน, นายโตมร สิริวัฒน์ภากร ผู้พิพากษาศาลในศาลอุทธรณ์ประจำกอง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (ภาษี) เป็นรองอธิบดีศาลแพ่งตลิ่งชัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารในศาลแพ่งพระโขนง ประกอบด้วย นายอดุลย์ ขันทอง ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นอธิบดีศาลแพ่งพระโขนง, นายสุรพล นิตินัยวินิจ หัวหน้าศาลแรงงานภาค 2 เป็นรองอธิบดีศาลแพ่งพระโขนง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้บริหารในศาลแพ่งมีนบุรี ประกอบด้วย นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข หัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (แรงงาน) เป็นอธิบดีศาลแพ่งมีนบุรี, นายภมร สัตตภรณ์พิภพ ผู้ช่วยผู้พิพากษาในศาลฎีกา เป็นรองอธิบดีศาลแพ่งมีนบุรี โดยการแต่งตั้งดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่ 1 ส.ค.62 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการแต่งตั้งอธิบดีศาลอาญาและศาลแพ่งชุดใหม่ว่า เป็นไปตามที่ได้มีการจัดทำ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแพ่งตลิ่งชัน ศาลแพ่งพระโขนง ศาลแพ่งมีนบุรี ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลอาญาพระโขนง และศาลอาญามีนบุรี พ.ศ.2562 ที่ได้มีการยกฐานะจากศาลจังหวัดขึ้นมาเป็นศาลอาญาและศาลแพ่ง ที่ได้แบ่งอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการคดี โดยคณะผู้บริหารที่แต่งตั้งใหม่ในครั้งนี้ก็ถือเป็นผู้บริหารชุดแรก เมื่อมีการจัดตั้งศาลอาญาและศาลแพ่งทั้ง 3 พื้นที่ตามกฎหมายใหม่.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35773</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง, ผมเพื่อนโชค, สำนักงานศาลยุติธรรม, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd978c2c7e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงานศาลจี้‘เพื่อนโชค’ รายงานข้อเท็จจริงเบ่งขับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อนโชค&amp;quot; โดนแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมมีหนังสือแจ้งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 รายงานข้อเท็จจริง ขับแล้วเบ่ง จับตา 13 พ.ค.ประชุม ก.ต. ฟันหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการเผยแพร่คลิปในสื่อโซเชียล เหตุการณ์มีบุคคลอ้างเป็นข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 พูดคุยโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเรียกตรวจรถและขอตรวจดูใบขับขี่บริเวณด่านตรวจ ทั้งมีการกล่าวอ้างความรู้จักกับ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการนั้นถูกย้ายเข้ามาทำงานใน สภ.อ.ทุ่งใหญ่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสื่อออนไลน์ กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนที่มีอ้างอิงถึงชายในคลิปที่ถูกเรียกตรวจว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 นั้น หลังจากทางศาลรับทราบเรื่องแล้วตามที่ปรากฏทางสื่อ มีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรม โดย เลขาธิการฯ และเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้มีหนังสือแจ้งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 รายงานข้อเท็จจริงประเด็นดังกล่าวเพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนนอกเหนือจากข้อมูลที่ปรากฏเป็นประเด็นข่าวและในโซเชียลฯ โดยหากได้รับรายงานข้อเท็จจริงจากอธิบดีพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 แล้ว จะตรวจพิจารณาว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวพันนั้นเป็นจริงหรือไม่ อย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงจากผู้ถูกพาดพิงโดยตรงในส่วนของการตรวจสอบภายในองค์กรศาล เสนอประธานศาลฎีกาและที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ซึ่งประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในการกำหนดประชุม ก.ต.นัดวาระปกติอยู่แล้ว ในเช้าวันจันทร์ที่ 13 พ.ค.นี้ ต้องติดตามว่าจะมีการนำประเด็นดังกล่าวเสนอสู่วาระการประชุม ให้ ก.ต.ทราบเรื่อง เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขั้นตอนปฏิบัติ เมื่อมีเหตุการณ์ใดกล่าวอ้างถึงบุคคลในองค์กร ก็จะดำเนินการได้ใน 2 แนวทาง คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ผู้ที่มีชื่อถูกอ้างถึง รายงานชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับชั้นบังคับบัญชาได้เองก่อน ซึ่งระดับอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 การรายงานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงสามารถดำเนินการผ่านสำนักงานศาลยุติธรรม เสนอถึงประธานศาลฎีกาได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรม โดยเลขาธิการฯ มีหนังสือแจ้งผู้ที่ถูกพาดพิง ขอให้รายงานข้อเท็จจริงเพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนเสนอประธานศาลฎีกา และที่ประชุม ก.ต.กรณีรายงานเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับองค์กรและผู้พิพากษา ซึ่งการรายงานข้อเท็จจริงนั้นก็ถือเป็นการให้โอกาสแสดงความชัดเจนที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี หากเป็นเรื่องที่ต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นความผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หรือทางวินัยหรือไม่ ก็จะดำเนินการตามลำดับขั้นตอนที่ ก.ต.กำหนดต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อได้มีการติดต่อไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 เพื่อจะขอสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 8 เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ได้รับแจ้งจากอธิบดีฯ ผ่านทางเจ้าหน้าที่ว่า การให้ข้อมูลข่าวต่อสื่อมวลชน สำนักงานศาลยุติธรรมจะเป็นผู้ดำเนินการทางข่าวเองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กฎหมายที่ควรรู้ ถ้าท่านอ่านฎีกานี้เข้าใจแล้วทุกคนจะรู้ว่าทำไมผมจึงแก้ปัญหาให้ลูกน้องแบบนั้น เพราะไม่ต้องการให้เขามาฟ้องร้องตำรวจของตัวเองในภายหลัง โดยเฉพาะผู้ที่ถูกตรวจค้นเป็นนักกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 42 บัญญัติไว้ว่า ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถในขณะขับ เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที แต่นั่นมิได้หมายความว่าให้อำนาจเจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกตรวจสอบได้ทุกกรณี เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบได้เฉพาะมีเหตุสงสัยเท่านั้น ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ข้าราชการอย่างเราท่าน ถ้ารู้จักถอดหัวโขนไว้ที่ทำงานบ้าง ก็ทำให้ชีวิตเป็นสุขและสงบครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผมเพื่อนโชค, ผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ, สำนักงานศาลยุติธรรม, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd6df53607e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
