<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรหนาว!ศาลเคาะแล้วออกหมายจับออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามประกาศสํานักงานศาลยุติธรรม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานเกี่ยวกับหมายจับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมประชุมหารือร่วมกับตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จัดทำระบบการเชื่อมฐานข้อมูลการออกหมายจับและผลการจับกุมตามหมายจับ ระหว่างหน่วยงานศาลยุติธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ ในการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับคำร้องขอออกหมายจับ และการรายงานผลการจับตามหมายจับ ลงในเว็บเซอร์วิส (Web Service) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่เชื่อมต่อกันระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจขอหมายจับ เพื่อให้การปฏิบัติงานสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เกิดประโยชน์ร่วมกันในงานกระบวนการยุติธรรม และมีระบบฐานข้อมูลหมายจับซึ่งมีข้อมูลเป็นปัจจุบันแบบเรียลไทม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ให้เจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจร้องขอออกหมายจับ บันทึกข้อมูลคำร้องที่สำคัญเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐาน ชื่อ ที่อยู่ และเหตุของการออกหมายจับบุคคลใดบุคคลหนึ่งตามกฎหมายนั้น ลงในเว็บเซอร์วิสของหน่วยงานเจ้าพนักงานผู้ร้องขอ ที่จะเชื่อมต่อระบบสำนักงานศาลยุติธรรม โดยเจ้าพนักงานผู้ร้องขอนั้นต้องนำคำร้องและเอกสารประกอบมาแสดงยืนยันการขอหมายจับต่อศาลนั้นด้วย เพื่อผู้พิพากษามีการซักถามข้อมูลใดเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมก็จะได้นำเสนอคำร้องขอออกหมายจับนั้นต่อผู้พิพากษาพิจารณาสั่งโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อผู้พิพากษามีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมก็จะบันทึกข้อมูลดังกล่าวลงใน web service ที่เชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขอออกหมายจับนั้นทราบผลในทันที รวมทั้งกรณีที่มีการเพิกถอนหมายจับ และกรณีที่ศาลมีคำสั่งออกหมายจับเองจากเหตุจำเลยหลบหนีระหว่างปล่อยชั่วคราว นอกจากนี้ เมื่อมีการดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหานั้นตามหมายจับแล้ว เจ้าพนักงานก็จะต้องบันทึกข้อมูลผลการจับลงในเว็บเซอร์วิสไม่ช้ากว่า 7 วันนับแต่การจับกุม หากการใช้ web service ปรากฏว่าเจ้าพนักงานซึ่งเป็นผู้ร้องขอใช้ระบบอย่างไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของระบบ หรือกระทำการอันใดอันหนึ่งที่จะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงปลอดภัยในการใช้ระบบ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมอาจมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ระงับหรือเพิกถอนสิทธิการเข้าใช้ระบบของผู้ร้องขอดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ ได้กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ตามประกาศดังกล่าวได้ กำหนดให้วิธีการร้องขอออกหมายจับของเจ้าพนักงานมีทางเลือกทำได้ 2 วิธีคือ 1.ให้นำคำร้อง และเอกสารประกอบใส่ซองที่ไม่ปิดผนึก มาส่งให้โดยตรงกับผู้พิพากษาของศาลที่จะร้องขอ หรือ 2.การบันทึกข้อมูลร้องขอออกหมายจับผ่าน web service ที่ใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือให้เกิดความสะดวก รวดเร็วในการรับทราบคำร้องขอและคำสั่ง โดยหากมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีได้ทั้ง 100 % ในกลุ่มหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมทั้ง 3 แห่งนี้แล้ว อนาคตวิธีการยื่นคำร้องขอออกหมายจับก็จะเป็นการบันทึกผ่านระบบ web service&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ส่วนการแสดงหมายจับต่อผู้ต้องหาเพื่อจะทำการจับกุมนั้น เจ้าพนักงานก็ยังจะต้องแสดงเอกสารหมายจับต่อผู้ต้องหาให้เห็นชัดเจน ยังไม่ใช่เป็นลักษณะของการแสดงหมายจับผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใดๆ แต่หากในอนาคตมีการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมพร้อมต่อการปฏิบัติงานแล้ว ก็อาจเป็นไปได้ที่จะแสดงหมายจับต่อผู้ต้องหาผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27018</URL_LINK>
                <HASHTAG>สราวุธ เบญจกุล, สำนักงานศาลยุติธรรม เ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180303/image_big_5a9a704dcd0cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
