<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.พิษณุโลกประเดิมแจกATKฟรีแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)จังหวัดพิษณุโลก แจกชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit หรือ ATK ฟรี คนละ 2 ชุดผ่านร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำปรึกษากระจายกันไปทุกอำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ร้านขายยาสหภัณฑ์เภสัช ซึ่งเภสัชกรประจำร้านได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit หรือ ATK สปสช.ได้กระจายชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit ได้ดำเนินการกระจายจำนวน 8.5 ล้านชิ้นให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับใช้ตรวจโควิดด้วยตนเองเพื่อป้องกัน ควบคุมและลดการระบาดของการแพร่เชื้อโควิด-19 โดยจะแจกให้คนละ 2 ชุด ห่างกัน 5 วัน ซึ่งทางร้านได้รับจัดสรรมาทั้งหมด 450 ชุดกระจายกันไปทุกอำเภอของจังหวัดพิษณุโลกโดยมีกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 โรค (ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด)/ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อ (มีไข้ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจหอบ หายใจลำบาก)/ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อโควิด/ผู้ที่ทำงานประสานงานในชุมชน สามารถเข้าถึงและขอรับชุดตรวจได้สองกรณีคือ กรณีประชาชนที่มีสมาร์ทโฟนให้ประเมินความเสี่ยงผ่านแอปฯเป๋าตัง โดยตอบคำถาม 3 ข้อ และไปรับชุด ATK ได้ที่คลินิกและร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยสังเกตสัญลักษณ์ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการจุดแจกชุดตรวจโควิด ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง กรณีประชาชนไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถไปขอรับได้ที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้ ทั้งนี้ ประชาชนจะได้รับคนละ 2 ชุด และต้องตรวจห่างกัน 5 วันทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117496</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, ATK, จังหวัดพิษณุโลก, สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614aa8dc929f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อภ.&#039;ยันจัดซื้อ ATK 8.5 ล้านชุดตามTOR ที่ สปสช.กำหนด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 นางศิรินุช &amp;nbsp;ชีวันพิศาลนุกูล รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม &amp;nbsp;กล่าวว่า การจัดซื้อชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด ตามโครงการพิเศษของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. อย่างเร่งด่วน นั้น องค์การฯได้ดำเนินการจัดซื้อตามเนื้อหาหลักของ TOR ที่ สปสช.กำหนดมา ซึ่ง TOR ล่าสุดไม่ได้มีการระบุว่าต้องเป็นมาตรฐาน WHO ทั้งนี้เป็นไปตามหนังสือของโรงพยาบาลราชวิถีส่งมาให้องค์การฯ ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2564 พร้อมได้แนบหนังสือของสปสช. ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ซึ่งแนบTOR ที่ลงนามโดยประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;หลังจากนั้นองค์การฯได้มีการประสานงานกับสปสช.และโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อปรับในรายละเอียดบางส่วนของ TOR บางประการเช่นการกำหนดเวลาส่งมอบที่กระชั้นชิด จากเดิมวันส่งมอบซึ่งระบุเป็นวันที่ 10 สิงหาคม ได้ปรับเป็นส่งมอบภายใน 14 วันหลังจากวันลงนามในสัญญา &amp;nbsp;รวมถึงประเด็นที่ได้รับการทักท้วงจากผู้ขายและได้ดำเนินการตามความเห็นของ สปสช อาทิ จากเดิมให้ใช้ตัวอย่างตรวจเป็น &amp;ldquo;Nasal /Nasopharyngeal swab&amp;rdquo; ได้ปรับเป็น &amp;ldquo;Nasal swab หรือตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARS-CoV2 (เชื้อก่อโควิด-19) ฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 10ปรับค่าจากเดิม &amp;ldquo;ความจำเพาะ(Specificity) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 97&amp;rdquo; ได้ปรับเป็น &amp;ldquo;ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 98&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ATK ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ของอย. ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เปิดกว้างในการแข่งขันมากขึ้น และเป็นไปตามความต้องการตาม TOR ของ สปสช และโรงพยาบาลราชวิถี พร้อมทั้งดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือก เนื่องจากมีผู้ขายมากกว่า 1 ราย ซึ่งสามารถดำเนินการเร่งด่วนได้เช่นกัน พร้อมกันนั้นได้เร่งส่งTOR ให้บริษัททั้ง 24 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทตามประกาศของอย.ในขณะนั้น กำหนดยื่นเสนอเอกสารและเปิดซองราคาในวันที่ 10 สิงหาคม ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;โดยในวันเสนอราคามีบริษัทเข้าร่วมเสนอราคา 19 บริษัท &amp;nbsp;ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 16 บริษัท &amp;nbsp; และได้ผลิตภัณฑ์ ATK ยี่ห้อ &amp;ldquo;SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test Kit&amp;rdquo; ของ บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด โดยผู้แทนจำหน่ายคือบริษัทเวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) เป็นผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด ราคาประมาณชุดละ 70 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเสนอราคาต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่ สปสช.ตั้งไว้ ทำให้ประหยัดงบประมาณภาครัฐได้กว่า 400 ล้านบาท &amp;nbsp;
​รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม &amp;nbsp; กล่าวต่อไปว่า การจัดซื้อATKครั้งนี้ ถ้าหาก สปสช.และโรงพยาบาลราชวิถี พิจารณาเห็นว่ามีผู้ขายเพียงรายเดียวที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่ต้องการ ทั้ง 2 หน่วยงานสามารถระบุ ยี่ห้อและ/หรือบริษัท พร้อมเหตุผลความจำเป็นที่ชัดเจนในการต้องระบุยี่ห้อ มาให้แก่องค์การฯเพื่อจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ &amp;nbsp; แต่การจัดซื้อครั้งนี้ทั้ง 2 หน่วยงานไม่ได้มีการระบุมาให้ องค์การฯ จึงดำเนินการจัดซื้อตามข้อบังคับองค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ. 2561 &amp;nbsp;โดยวิธีคัดเลือกเนื่องจากมีผู้ขายหลายราย &amp;nbsp; ซึ่งสามารถดำเนินการภายในระยะเวลาเร่งด่วนได้เช่นกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ข้อบังคับขององค์การเภสัชกรรมว่าด้วยการพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่าย พ.ศ.2561 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 &amp;nbsp;เป็นหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาญิชย์โดยตรง &amp;nbsp;ที่ออกตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ &amp;nbsp; ข้อบังคับฯจะกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ของการซื้อโดยวิธีคัดเลือกไว้ในข้อ 11 และวิธีเฉพาะเจาะจงในข้อ 13 โดยสามารถซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงกรณีเป็นพัสดุเพื่อการผลิตและจำหน่ายที่จำเป็นต้องซื้อตามความต้องการของลูกค้าตามข้อ 13 (4)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113338</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อชุดตรวจ ATK, จัดซื้อตามทีโออาร์, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, องค์การเภสัชกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118a71bb48f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมแพทย์ชนบทตรวจโควิดชุมชนในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลวันสุดท้าย ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา คลองเตย หนูน้อยกลัวสำลีแยงจมูก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องช่วยกันปล้ำ (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์เชียงรายตรวจโควิดถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ออกมาจุดตรวจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทปิดปฏิบัติการตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นวันสุดท้าย &amp;ldquo;ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยเปิดจุดตรวจวันนี้ 26 จุด&amp;nbsp; รองรับผู้ตรวจประมาณ 50,000 ราย&amp;nbsp; คาดพบผู้ติดเชื้อ 5,000 ราย&amp;nbsp; โดยจะแจกยาและให้การรักษาทันที &amp;nbsp;เพื่อลดภาวะเตียงล้น-บุคลากรรองรับไม่พอ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.เตรียมระดมความช่วยเหลือจากภาคเอกชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง&amp;nbsp; จัดเตรียมยาสมุนไพรสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ชมรมแพทย์ชนบทจากทั่วประเทศระดมกำลังประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กว่า&amp;nbsp; 40 ทีม&amp;nbsp; เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกครั้งที่ 3 ในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม&amp;nbsp; ตั้งเป้าเปิดจุดตรวจทั้งหมด 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนได้ประมาณ 300 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 250,000 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดจุดตรวจที่ พอช.รองรับประชาชน 1,500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ (10 สิงหาคม)&amp;nbsp; เป็นการตรวจวันสุดท้าย&amp;nbsp; facebook ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ปิดแผนปฏิบัติการวันนี้ &amp;nbsp;วันสุดท้าย กู้ภัยโควิดกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ปักหลัก 26 จุดตรวจ &amp;nbsp;กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รวมปริมณฑล จังหวัดนครปฐมและสมุทรปราการอีก 2 จุดบริการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมายตรวจคัดกรอง 5 หมื่นราย &amp;nbsp;คาดหมายว่าจะพบผู้ติดเชื้อ 5 พันราย &amp;nbsp;เข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;แต่ละจุดตรวจวันนี้เปิดรับประชาชนในชุมชนโดยรอบ &amp;nbsp;รวมถึงประชาชนบริเวณใกล้เคียงที่ Walk-in เข้ามาขอตรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เราจะตรวจให้กับทุกคน &amp;nbsp;เพราะเรามาเพื่อตรวจคัดแยกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; ทุกทีมกำลังขนสัมภาระ &amp;nbsp;ล้อหมุนไปยังพื้นที่จุดหมาย &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp; 6.30 น.&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;เปิดยุทธการ&amp;nbsp; ทิ้งทวน&amp;nbsp; วันสุดท้าย&amp;nbsp; ไม่เสร็จ&amp;nbsp; ไม่เลิก&amp;nbsp; ไม่หมด&amp;nbsp; ไม่กลับ&amp;nbsp; กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนมาลงทะเบียนตรวจโควิดที่ พอช. ตั้งแต่เช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในวันนี้ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ชมรมแพทย์ชนบทมาเปิดบริการจุดตรวจ&amp;nbsp; โดยทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจิตรและนครสวรรค์ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 16 คนร่วมเป็นทีมตรวจ&amp;nbsp; มีอาสาสมัครจาก พอช. ประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุนการตรวจของทีมแพทย์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลงทะเบียนผู้ตรวจ&amp;nbsp; จัดคิว&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีประชาชนทั่วไปเข้ารับการตรวจประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทได้มาเยี่ยมจุดตรวจที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ยงยศ &amp;nbsp;ธรรมวุฒิ &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ที่ 2 จากซ้าย) เยี่ยมจุดตรวจที่ พอช.&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร พอช.ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการ &amp;ldquo;ดับไฟที่ต้นทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; พบติดเชื้อแล้วร้อยละ 10.8 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกรียงศักดิ์ &amp;nbsp;วัชรนุกูลเกียรติ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&amp;nbsp; ซึ่งยกทีมจำนวน 36 คนมาตรวจโควิดเชิงรุกในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ทั้งหมดจะใช้ชุดตรวจ Rapid &amp;nbsp;Antigen Test &amp;nbsp;Kit &amp;nbsp;(ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว) สามารถรู้ผลตรวจแต่ละคนภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคนที่มีผลเป็นลบ &amp;nbsp;แพทย์จะให้กลับบ้านได้เลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผู้ที่มีผลบวกให้รอตรวจ RT-PCR อีกครั้ง&amp;nbsp; เพื่อยืนยันผลตรวจ&amp;nbsp; หากผลติดเชื้อแน่นอน&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะนำรายชื่อเข้าสู่ระบบการรักษาแบบ Home Isolation ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และจ่ายยารักษาเบื้องต้นตามอาการที่พบก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวก จะได้รับยาฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;หรือฟาวิพิราเวียร์ตามอาการที่พบมากน้อยจากการวินิจฉัย &amp;nbsp;และเชื้อจากการสวอปเพื่อตรวจ RT- PCR ของทุกทีมจะถูกรวบรวมส่งไปตรวจที่แล็ปของ รพ.มหาราชนครราชสีมาวันละ 3&amp;nbsp; รอบ ซึ่งจะรู้ผลภายในวันเดียว &amp;nbsp;โดยผู้ติดเชื้อสามารถเข้าไปดูผลได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือในวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางชุมชนที่มีความคับแคบ&amp;nbsp; ทีมแพทย์ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปตรวจให้แก่ผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วย &amp;nbsp;(ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสรุปผลปฏิบัติการบุกกรุง 5&amp;nbsp; วัน&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-8&amp;nbsp; สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองด้วย ATK ทั้งสิ้น&amp;nbsp; 96,087&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;พบผลบวก 10,357 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 10.8 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่มีผลบวกเก็บตัวอย่างส่ง RT-pcr 9,790 ราย&amp;nbsp; คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; 94.5&amp;nbsp; ผลตรวจ RT-pcr ยืนยันตรงกัน &amp;nbsp;มีผลบวกลวงเพียงร้อยละ&amp;nbsp; 0.55&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเมินระดับความรุนแรง &amp;nbsp;แดง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ร้อยละ 2.5 &amp;nbsp;เหลือง &amp;nbsp;ร้อยละ &amp;nbsp;27.3&amp;nbsp; และ เขียว&amp;nbsp; ร้อยละ 70.2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมแพทย์ให้การรักษาโดยจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;nbsp;4,792 ราย (รวม 239, 600 เม็ด) คิดเป็นร้อยละ 46.3 ของผู้ที่ตรวจพบเชื้อให้ผลบวก &amp;nbsp;และให้การฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;เข็มแรก &amp;nbsp;จำนวน 3,047 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิบัติการบุกกรุงครั้งที่ 3 ของชมรมแพทย์ชนบทครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งเป้าตรวจทั้งหมด 250,000 ราย&amp;nbsp; ประเมินว่าผลบวกจะอยู่ที่ประมาณ 10-15% &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นจะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาระเตียงล้นของโรงพยาบาลใน กทม.ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยาฟาร์วิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่ผู้ติดเชื้อจะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.เกรียงศักดิ์&amp;nbsp; ยังเปรียบเทียบว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;กรุงเทพฯ คือต้นเพลิงที่ไฟกำลังลุกลามไปถึงทุกจังหวัด&amp;nbsp; จึงต้องมาช่วยดับไฟโควิดที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อปลุกเจ้าของพื้นที่ให้ลุกตื่นขึ้นมาจัดการดับไฟให้เร็วที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนจัดตั้งครัวกลาง-เตรียมสมุนไพรสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้รัฐบาลได้ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 29 จังหวัด ขณะเดียวกันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ จัดทำโครงการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล งบประมาณเบื้องต้น 30 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนแล้ว จำนวน &amp;nbsp;50&amp;nbsp; เครือข่ายเขต/เมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;416 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; ผู้รับผลประโยชน์&amp;nbsp; 83,574ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบสนับสนุนรวม &amp;nbsp;18,650,000 บาท &amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการระดับเครือข่ายเมือง/เขต &amp;nbsp;5 ล้านบาทโครงการระดับชุมชน 11.4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;ถุงยังชีพแจกจ่ายกลุ่มเปราะบางของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;2 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และล่าสุดจากการประชุมผ่านระบบ Zoom ร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนต่างๆ กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่าสิ่งที่ชุมชนต้องการเร่งด่วนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้&amp;nbsp; คือ 1.จัดตั้งครัวกลางหรือศูนย์อาหารชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้บริการทั้งแบบทำอาหารรายวัน &amp;nbsp;แจกจ่ายของแห้งกลับบ้าน &amp;nbsp;หรือตั้งคลังอาหารให้สมาชิกในชุมชนมาเบิกอาหารไปปรุงเอง&amp;nbsp; 2. จัดหายาสมุนไพรรักษาโควิดให้ชุมชนให้ได้อย่างน้อย 1,000 ชุด (ประมาณเบื้องต้นชุดละ 500 บาท/คน &amp;nbsp;สำหรับยา&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; ตำรับ&amp;nbsp; กินยา&amp;nbsp; 5วัน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องเครือข่ายชุมชนในต่างจังหวัด&amp;nbsp; ส่งสมุนไพรเพื่อใช้อบตัวหรือต้มสูดดมเพื่อช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.จัดหายาสมุนไพรสำหรับรักษาเด็กที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; (หมอสมุนไพรแนะนำยาเขียวหอม แคปซูลละ 4 บาท) 4.ประสานงานกับสำนักงานเขต&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; และ สปสช. &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการจัดทำ Home isolation และ Community isolation&amp;nbsp; 5.รณรงค์ให้มีการบริจาคยาและเงินช่วยเหลือการจัดการโควิดของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.จัดหาชุด ppe &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทพอช. 1.การประสานหน่วยงาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเอกชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อระดมเงินและข้าวของช่วยเหลือครัวต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ประสานเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ชนบทเพื่อซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาหาร&amp;nbsp; ผัก สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำส่งครัวชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สช. ใช้ &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; ปลุกเครือข่ายสมัชชาสุขภาพรับมือโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากข้อเสนอจากผู้นำชุมชนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดประชุมเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด และสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย มา&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวว่า&amp;nbsp;สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าประเทศอยู่ระหว่างวิกฤต &amp;nbsp;โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ได้ทะลุ 2 หมื่นคน &amp;nbsp;เสียชีวิตมากกว่าวันละ 200 ราย&amp;nbsp; และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมกำลังเดินหน้าสู่ 1 ล้านคนในระยะเวลาอันใกล้ &amp;nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าสถิติจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงกลางเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวต่อว่า หากพิจารณาสถานการณ์การระบาด&amp;nbsp; จะพบว่าเชื้อโควิด-19 ได้ขยายออกจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;กระจายตัวจนใกล้เป็น &amp;ldquo;วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่&amp;rdquo; ทั่วประเทศไปแล้ว &amp;nbsp;และจากตัวเลขประชาชนที่ทยอยเดินทางออกจาก กทม. กลับไปรักษาตัวตามภูมิลำเนาที่เพิ่มขึ้นทุกวันตามนโยบายส่งกลับผู้ติดเชื้อเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเตียงของโรงพยาบาลใน กทม. เชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์การติดเชื้อของแต่ละจังหวัดจะไม่ต่างจาก กทม. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์เช่นนี้ตอกย้ำว่า เป้าหมายและกลยุทธ์รับมือโควิด-19 ระลอก 4 จะอยู่ที่ตำบลและชุมชน &amp;nbsp;โดยมีการดูแลรักษาที่บ้าน หรือ Home Isolation&amp;nbsp;และศูนย์พักรักษาที่ชุมชน หรือ Community Isolation &amp;nbsp;ที่จัดการโดยประชาชนในพื้นที่ จะเป็นระบบบริการหลัก &amp;nbsp;และมีจังหวัด &amp;nbsp;อำเภอเป็นฐานอำนวยการ &amp;nbsp;สนับสนุน &amp;nbsp;และรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการหนัก &amp;nbsp;รวมทั้งมีพระและวัดเป็นที่พึ่งด้านจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;rdquo; เลขาธิการ คสช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom ของ สช.&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;มีตัวอย่างพลังภาคีเครือข่ายภาควิชาการ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และจิตอาสาของจังหวัดนครปฐม ได้เข้าไปทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้การสนับสนุนของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายก อบจ. เกิดมาตรการของชาวนครปฐม &amp;nbsp;จนเป็นต้นแบบการจัดระบบการจัดการโควิด-19 ระดับจังหวัด &amp;nbsp;เกิดเป็น &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp;ที่มีรูปธรรมการจัดการ&amp;nbsp;กิจกรรม และนวัตกรรมทางสังคมระดับพื้นที่ที่หลากหลาย โดยล่าสุด 4จังหวัดภาคอีสาน คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ &amp;nbsp;บุรีรัมย์ และสุรินทร์ หรือ นครชัยบุรินทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;และ 5 จังหวัดของ กขป. เขต 10 คือ อุบลราชธานี &amp;nbsp;ศรีสะเกษ &amp;nbsp;ยโสธร &amp;nbsp;มุกดาหาร &amp;nbsp;และอำนาจเจริญ ได้นำโมเดลดังกล่าวไปต่อยอดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สำเริง แหยงกระโทก &amp;nbsp;อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และแกนนำสมัชชาสุขภาพเขตนครชัยบุรินทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากถอดบทเรียนเรื่องมาตรการของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ จาก &amp;lsquo;นครปฐมโมเดล&amp;rsquo; จะพบว่ามีอยู่ 4 ประเด็นสำคัญที่แต่ละจังหวัดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ &amp;nbsp;ได้แก่ 1.การตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนสู้ภัยโควิด-19 ประจำจังหวัด &amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานและทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่ง จ.นครราชสีมา ได้ดำเนินการแล้ว &amp;nbsp;2. การจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมปัจจัยสนับสนุน ซึ่งมีตัวอย่างจาก &amp;lsquo;กองทุนลมหายใจ&amp;rsquo; ของ จ.นครปฐม &amp;nbsp;3. การบริหารสิ่งสนับสนุนทั้งทางการแพทย์และทางสังคมเข้าไปสู่ HI และ CI ในชุมชนพื้นที่ &amp;nbsp;และ 4.การสร้างและพัฒนาทักษะการจัดการ HI และ CI ของแกนนำ และอาสาสมัครในชุมชน ภายใต้การเป็นพี่เลี้ยงของระบบบริการสาธารณสุขในพื้นที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ใช้วัดเป็นสถานที่พักคอยผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;นอกจากมาตรการของภาคประชาชนแล้ว &amp;nbsp;บทบาทของพระสงฆ์และวัดที่มีอยู่ทุกพื้นที่มีความสำคัญมากในการเป็น &amp;lsquo;ผู้นำชุมชน และสถานที่พักพิง&amp;rsquo; รับมือกับวิกฤตครั้งนี้ &amp;nbsp;ดังที่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ได้แสดงพระธรรมเทศนา ไว้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีเนื้อตอนหนึ่งว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในภาวะวิกฤตโควิด-19 ทุกภาคส่วนล้วนนำเอาความดีและความเชี่ยวชาญมารวมเป็นพลังสำคัญช่วยเหลือเกื้อกูลกัน &amp;nbsp;คณะสงฆ์ได้จัดตั้งโรงทานตามพระราชดำริของสมเด็จพระสังฆราชฯ สนับสนุนให้ใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วยสีเขียว &amp;nbsp;คณะสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล &amp;nbsp;ร่วมประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดตั้งโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศเพื่อรองรับและสงเคราะห์ผู้ประสบภัยโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.สรุปในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19&amp;nbsp; มีหลายพื้นที่ที่วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญ เช่น &amp;nbsp;1.การดูแลด้านสุขภาพกันเองของพระสงฆ์ และการร่วมดูแลชุมชน&amp;nbsp; 2.การสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้ง CI ซึ่งเป็นได้ทั้ง CI ของพระด้วยกันเอง &amp;nbsp;หรือการใช้พื้นที่วัดเป็นฐานเพื่อจัดตั้ง CI ของชุมชน&amp;nbsp; 3. การระดมปัจจัยและสิ่งสนับสนุนในพื้นที่&amp;nbsp; 4. การช่วยเหลือญาติโยมในช่วงท้ายของชีวิต และการ &amp;ldquo;ปลุก-ปลอบ&amp;rdquo; เยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็น &amp;ldquo;เสาหลักทางจิตวิญญาณ&amp;rdquo; เพื่อให้ทุกคนก้าวผ่านความยากลำบากครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทจากทั้งหมดประมาณ 400 คนที่มาบุกกรุงครั้งที่ 3 (ภาพจาก facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK หรือชุดตรวจแบบเร็ว, Home Isolation, Rapid  Antigen Test  Kit, กระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพฯ-ปริมณฑล, จัดตั้งครัวกลาง, ชมรมแพทย์ชนบท, ดับไฟที่ต้นทาง, ตรวจโควิดชุมชน, ทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัด, นครปฐมโมเดล, นครสวรรค์, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, นพ.ยงยศ  ธรรมวุฒิ, นพ.สำเริง แหยงกระโทก, นพ.เกรียงศักดิ์  วัชรนุกูลเกียรติ, นายปฏิภาณ  จุมผา, บุคลากรรองรับไม่พอ, พอช., พิจิตร, ฟาวิพิราเวียร์, ยาฟ้าทะลายโจร, ลดภาวะเตียงล้น, วิกฤตของระบบสาธารณสุขระดับพื้นที่, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมุนไพรสู้โควิด, สสจ., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, ไม่เสร็จ  ไม่เลิก  ไม่หมด  ไม่กลับ  กู้ภัยโควิดกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_611252397a508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกชุมชนคลองเตยตั้งเป้าตรวจโควิดอีก 4,000 คน ‘หมอสันต์’ เสนอผู้ว่า กทม.ใช้โรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย-แยกผู้ติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวชุมชนคลองเตยเดินทางมาตรวจโควิดที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ / แพทย์ชนบทลุยตรวจโควิดชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ เป็นวันที่ 2 รวม 21 จุดตรวจ&amp;nbsp; ผู้รับการตรวจ23,300 คน&amp;nbsp; ส่วนที่ชุมชนคลองเตยสถานการณ์การติดเชื้อโควิดยังรุนแรง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ครูประทีป&amp;rsquo; เผย&amp;nbsp; แม้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 50,000 คน&amp;nbsp; แต่ยอดผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อที่ศูนย์พักคอยวัดสะพาน 4,000 คน&amp;nbsp; กักตัวในบ้านอีก 500 หลัง&amp;nbsp; &amp;lsquo;หมอสันต์&amp;rsquo; เสนอผู้ว่า กทม.เปิดโรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากชุมชนและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทนำทีมโดย นพ.สุภัทร&amp;nbsp; ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมฯ ได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ในต่างจังหวัด&amp;nbsp; เข้ามาตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และปริมณฑล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; เป็นครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยจะมีทีมตรวจหาเชื้อทั้งหมดกว่า 40 ทีมๆ ละ 8-10 คน &amp;nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กระจายลงจุดตรวจตามชุมชนและสถานที่ต่างๆ ตั้งเป้าตรวจวันละ 30 จุดๆ 1,000 คน&amp;nbsp; หรือวันละ 30,000 คน&amp;nbsp; รวม 7 วันจะสามารถตรวจได้ทั้งหมดประมาณ 210,000 คน&amp;nbsp; และการตรวจ Walk in&amp;nbsp; จากทีมโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกประมาณ 35,000 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมผู้ได้รับการตรวจทั้งหมดประมาณ 250,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเดิมตรวจโควิดวันแรกกว่า 20 จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม) เป็นวันแรก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทได้กระจายลงตรวจตามจุดและชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; รวมกว่า 20 จุด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วัดไผ่เงิน&amp;nbsp; เขตบางคอแหลม&amp;nbsp; วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ &amp;nbsp;บ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน&amp;nbsp; วัดวงษ์ลาภาราม&amp;nbsp; เขตหนองแขม&amp;nbsp;&amp;nbsp; มัสยิดอัดตั๊กวา&amp;nbsp; เขตมีนบุรี&amp;nbsp; สุเหร่าแบนใหญ่&amp;nbsp; เขตหนองจอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; วัดคันลัด&amp;nbsp; จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละจุดมีประชาชนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียงมารอรับการตรวจตั้งแต่เช้า&amp;nbsp; โดยมีอาสาสมัครในชุมชน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต&amp;nbsp; จิตอาสาจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนตรวจ&amp;nbsp; การจัดคิว&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; จัดจุดพักคอยเพื่อรอฟังผลการตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บสารคัดหลั่งในโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; จะรู้ผลแต่ละรายไม่เกิน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การตรวจของทีมแพทย์ชนบทจะเริ่มด้วยการทำการ swab &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจเพื่อหาเชื้อด้วย rapid test หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที /ราย&amp;nbsp; หากไม่พบเชื้อผู้ตรวจจะกลับบ้านได้เลย&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิชัย&amp;nbsp; พร้อมมูล&amp;nbsp; ประธานชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทองเป็นจุดตรวจแห่งหนึ่งในเขตบางบอน&amp;nbsp; โดยเมื่อวานนี้มีประชาชนในชุมชนบ้านมั่นคงและชุมชนใกล้เคียงมาตรวจทั้งหมด 419 คน&amp;nbsp; ตรวจพบติดเชื้อจำนวน 21 คน&amp;nbsp; แต่ละคนแพทย์จะจ่ายยาให้ตามอาการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หากอาการไม่มากหรืออยู่ในกลุ่มสีเขียวจะได้รับยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและยาอื่นๆ&amp;nbsp; หากอาการมากจะได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์&amp;nbsp; และลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการรักษาของ สปสช.&amp;nbsp; ส่วนทีมแพทย์ชนบทที่ตรวจมาจากจังหวัดลำพูน (สสจ.ลำพูน) จำนวน 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้ที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อทั้ง 21 คนเป็นชาวชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp; ส่วนชาวบ้านในชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทองไม่พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; แต่เราก็จะไม่ประมาท ยังเข้มงวดเรื่องการตรวจวัดอุณหภูมิคนเข้า-ออก&amp;nbsp; มีมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้ามมั่วสุมในชุมชน&amp;nbsp; ออกจากบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เพราะก่อนหน้านี้มีคนในชุมชนของเราติดเชื้อรวม 16 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รักษาหายแล้ว 10 คน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 6 คนอยู่ในระหว่างการรักษาตัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานชุมชนบอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.จเด็จ &amp;nbsp;ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ภายหลังจากที่ประชาชนได้รับการตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 แล้ว &amp;nbsp;มาตรการสำคัญที่สุด คือการนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแล &amp;nbsp;โดยในกลุ่มผู้ติดเขื้อสีเขียวหรือกลุ่มไม่มีอาการ-อาการไม่รุนแรงนั้น &amp;nbsp;สปสช.ได้ประสานคลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโรงพยาบาล &amp;nbsp;เพื่อจับคู่ดูแลที่บ้าน (Home Isolation) ส่วนของกลุ่มที่สภาพที่อยู่อาศัยไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ &amp;nbsp;จะเป็นการดูแลในระบบชุมชน (Community Isolation) ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) และราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ในการเฝ้าระวังอาการและติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนคลองเตยยังน่าห่วงตรวจอีก 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนวันนี้ (5 สิงหาคม) ทีมแพทย์ชนบทได้กระจายบุคลากรลงตรวจตามชุมชนต่าง ๆ รวมทั้งหมด 21 จุดในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองรับชาวชุมชนแออัดประมาณ 40 ชุมชน&amp;nbsp; แต่ละจุดจะมีผู้มาลงทะเบียนตรวจประมาณ 400-1,500 คน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนคลองเตย 1,000 คน&amp;nbsp; แคมป์คนงานบริเวณถนนกำแพงเพชร 7 เขตบางกะปิ&amp;nbsp; ประมาณ 700 คน&amp;nbsp; อุ่รถเมล์คลองเตย&amp;nbsp; ตรวจพนักงาน ขสมก.ประมาณ 1,300 คน&amp;nbsp; จุดตรวจแบบ Walk in&amp;nbsp; โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าที่สมาคมชาวปักษใต้&amp;nbsp; เขตบางแค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมผู้เข้ารับการตรวจวันนี้ทั้งหมดประมาณ 23,300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปางมะผ้า&amp;nbsp; จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp; ตรวจโควิดชาวชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางประทีป&amp;nbsp; อึ้งทรงธรรม&amp;nbsp; ฮาตะ เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทจะเข้ามาตรวจชาวชุมชนคลองเตยในระหว่างวันที่ 5-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้ทีมแพทย์ชนบทและแพทย์จากในกรุงเทพฯ ได้มาตรวจเพื่อหาเชื้อชาวชุมชนคลองเตยแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp; และมีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วจำนวน&amp;nbsp; 50,000 คน&amp;nbsp; จากจำนวนประชากรในชุมชนคลองเตยทั้งหมดประมาณ 1 แสนคน&amp;nbsp; ซึ่งรวมถึงประชากรแฝง&amp;nbsp; แรงงานต่างด้าวที่ทำงานและพักอาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แม้ชาวคลองเตยจะฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วประมาณ 50,000 เข็ม&amp;nbsp; ทำให้ช่วงแรกสถานการณ์ดีขึ้น&amp;nbsp; และยังมีศูนย์พักคอยที่วัดสะพานรองรับคนป่วยก่อนส่งต่อไปโรงพยาบาล&amp;nbsp; แต่ตอนนี้คนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังติดเชื้อได้อีก และแพร่ระบาดไปเร็วมาก&amp;nbsp; เฉพาะศูนย์พักคอยที่วัดสะพานก็มีข้อมูลคนที่ติดเชื้อแล้วประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; และมีคนที่ติดเชื้อและกักตัวอยู่ในบ้านอีกจำนวนมาก&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 500 หลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปบอกสถานการณ์การแพร่ระบาดในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีปบอกต่อไปว่า&amp;nbsp; การตรวจวัคซีนของทีมแพทย์ชนบทในชุมชนคลองเตยรอบนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 &amp;nbsp;โดยรอบแรกตรวจเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตรวจไปแล้วประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน&amp;nbsp; หรือคิดเป็นร้อยละ 30&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบใหม่นี้ประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ประเมินว่าจะพบผู้ติดเชื้อประมาณร้อยละ 25 หรือติดเชื้ออีกประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการรองรับและดูแลผู้ที่ติดเชื้อนั้น&amp;nbsp; นางประทีปกล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนนี้ในชุมชนคลองเตยมีศูนย์พักคอยที่วัดสะพาน 1 แห่ง&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยเพื่อรักษาและดูอาการได้จำนวน 400 เตียง&amp;nbsp; แต่ไม่พอ&amp;nbsp; จึงประสานงานกับภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมเปิดศูนย์พักคอยอีก 1 แห่งที่สนามฟุตบอลของทีมท่าเรือ&amp;nbsp; รองรับได้อีก 240 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้มูลนิธิดวงประทีปได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อดูแลผู้ที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าหน้าที่มูลนิธิเข้าไปเยี่ยมและให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; มีหน่วยงานและภาคเอกชนสนับสนุนด้านอาหาร ข้าวสาร&amp;nbsp; ไข่ไก่&amp;nbsp; และมีเครื่องช่วยหายใจที่ได้รับบริจาคจากเอกชนเอาไปช่วยคนที่ติดเชื้อหายใจลำบาก&amp;nbsp; จำนวน 10 เครื่อง&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่เพียงพอ&amp;nbsp; หากมีผู้บริจาคเพิ่มมูลนิธิดวงประทีปก็ยินดี&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปกล่าว&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; ตอนนี้มูลนิธิฯ ต้องการแอลกอฮอล์ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในบ้านและชุมชน&amp;nbsp; นมผงสำหรับเด็กทารก&amp;nbsp; นม UHT สำหรับเด็กเล็ก&amp;nbsp; รวมทั้งผ้าอ้อมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคติดต่อได้ที่มูลนิธิดวงประทีป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ซ้าย) ครูประทีป (ขวา) นพ.สันต์กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิดวงประทีปเตรียมแจกอาหารให้ผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สันต์&amp;nbsp; หัตถีรัตน์ &amp;nbsp;ประธานมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนขอเสนอว่า&amp;nbsp; กทม.ควรจะใช้โรงเรียนในสังกัดของ กทม.เปิดเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมา กทม.ไม่ขยับเรื่องนี้เลย&amp;nbsp; ทั้งที่ต่างจังหวัดเริ่มทำไปแล้ว&amp;nbsp; เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกมา&amp;nbsp; ไม่ให้แพร่กระจายเชื้อไปยังคนอื่น&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัด&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่ที่จะทำศูนย์พักคอย&amp;nbsp; อีกทั้งบ้านเรือนก็คับแคบ&amp;nbsp; ไม่สามารถกักตัวอยู่ในบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมอยากให้ผู้ว่า กทม. เสนอให้ผู้อำนวยการเขตใช้โรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; เพราะโรงเรียนมีห้องอยู่แล้ว&amp;nbsp; เพียงเอาเตียงไปใส่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องน้ำก็มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; โรงเรียนก็ปิด&amp;nbsp; และเอาครูมาช่วยดูแล&amp;nbsp; เพราะตอนนี้บุคลากรทางแพทย์ขาดแคลนมาก&amp;nbsp; ต้องเอาแพทย์จากชนบทเข้ามาช่วย&amp;nbsp; ถ้าโรงเรียนทำตรงนี้ได้ก็จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชนได้มาก&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สันต์บอกถึงข้อเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเมินโอกาสพบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัด 10-15 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การตรวจโควิดของทีมแพทย์ชนบทในกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 &amp;nbsp;โดยตรวจ 2 ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน &amp;nbsp;คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมดจากการประมาณการของชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; ปฏิบัติการครั้งที่ 3&amp;nbsp; นี้จะสามารถคัดกรองผู้คนในเมืองกรุงได้ประมาณ 250,000 ราย &amp;nbsp;หากผลบวกอยู่ที่ประมาณ 10-15% จะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน &amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาวะเตียงล้นของโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยา favipiravir ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่จะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดตรวจโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยา favipiravir 1 ชุด 50 เม็ด กินติดต่อกัน 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การส่งทีมแพทย์ชนบทเข้ามาตรวจเชิงรุกครั้งที่ 3 นี้&amp;nbsp; เกิดจากความร่วมมือและการประสานงานของหลายฝ่าย คือ &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์&amp;nbsp; สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) รวมทั้งทีมอาสาจากภาคประชาชน&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;ทีมโควิดชุมชน (Com-Covid)&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ผู้นำชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มเส้นด้าย&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยรายชื่อทีมแพทย์ชนบทบุกเมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. ทีม รพ. สิชล จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ทีม รพ.จะนะ จ.สงขลา&amp;nbsp; 3. ทีม รพ. สมเด็จนาทวี จ.สงขลา&amp;nbsp; 4. ทีม สสจ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5. ทีม สสจ. เชียงราย&amp;nbsp; 6. ทีม สสจ. ลพบุรี&amp;nbsp; 7. ทีม สสจ. น่าน&amp;nbsp; 8. ทีม สสจ. สุรินทร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;9. ทีม สสจ. ยโสธร&amp;nbsp; 10. ทีม รพท.ชุมพร&amp;nbsp; 11. ทีม รพศ.มหาราช &amp;nbsp;นครราชสีมา &amp;nbsp;12. ทีม สสจ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; 13. ทีม สสจ.ขอนแก่น (มา 3 ทีม)&amp;nbsp; 14. ทีม รพ.ด่านมะขามเตี้ย&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; 15. ทีม สสจ. สุโขทัย&amp;nbsp; 16. ทีม สสจ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp; 17. ทีม รพท. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18. ทีม สสจ. อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; 19. ทีม สสจ. แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;20. ทีม รพท. มหาสารคาม&amp;nbsp; 21. ทีม รพท. กาฬสินธุ์&amp;nbsp; 22. ทีม สสจ. ชุมพร &amp;nbsp;23. ทีม สสจ. ระนอง&amp;nbsp; 24. ทีม รพ.ตากใบ + รพ. แว้ง &amp;nbsp;สสจ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; 25.ทีม รพ.รามัน&amp;nbsp; ยะลา&amp;nbsp; 26. ทีม สสจ. &amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp; 27. ทีม รพท. สมุทรปราการ (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 28. ทีม สสจ. เพชรบุรี&amp;nbsp; 29. ทีม สสจ. สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; 30. ทีม สสจ. แม่ฮ่องสอน/รพ. ปางมะผ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 31. ทีม รพ.บางกรวย&amp;nbsp; 2 จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 32. ทีม สสจ. นครปฐม/รพ.หลวงพ่อเปิ่น (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 33. ทีมเภสัชกร อาสา อ.สุนี มข.ช่วยจ่ายยา&amp;nbsp; 34. ทีม สสจ. นครสวรรค์&amp;nbsp; 35. สมาคม/สภาเทคนิคการแพทย์&amp;nbsp; 36. ทีม รพ.หนองม่วงไข่ &amp;nbsp;จ.แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;37. ทีม รพ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (ลงพื้นที่ตนเอง) &amp;nbsp;38. ทีม สสจ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; 39.ทีม สสจ.ลำพูน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ทีมแพทย์และบุคลากรจากชมรมแพทย์ชนบทจะกระจายลงตรวจตามจุดและชุมชนที่มีการประสานงานและเตรียมพร้อมก่อนหน้านี้ประมาณวันละ 30 จุดๆ ละ 400-1,000 คน&amp;nbsp; ส่วน รพ.มหาราชนครราชสีมา &amp;nbsp;จะเปิดจุดตรวจแบบ Walk in วันละ 1 จุด&amp;nbsp; สามารถตรวจได้วันละประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; เช่น วันที่ 4 สิงหาคมที่วัดหนัง&amp;nbsp; เขตจอมทอง&amp;nbsp; วันที่ 5 สมาคมชาวปักษ์ใต้&amp;nbsp; เขตบางแค&amp;nbsp; วันที่ 6&amp;nbsp; หน้าศูนย์การค้าเกตเวย์&amp;nbsp; เขตบางซื่อ&amp;nbsp; วันที่ 7 วัดยาง&amp;nbsp; เขตสวนหลวง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะมีจุดตรวจทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนต่างๆ ได้ประมาณ 300 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทบุกเมืองกรุงครั้งที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112326</URL_LINK>
                <HASHTAG>Com-Covid, Community Isolation, Home Isolation, Rapid test, swab, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุมชนคลองเตย, ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง, ตั้งเป้าตรวจโควิด, ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปางมะผ้า, ทีมโควิดชุมชน, นพ.จเด็จ  ธรรมธัชอารี, นพ.สันต์  หัตถีรัตน์, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นางประทีป  อึ้งทรงธรรม  ฮาตะ, นายวิชัย  พร้อมมูล, มูลนิธิดวงประทีป, มูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี, ยาฟาร์วิพิราเวียร์, ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร, วัคซีนซิโนแวค, ศูนย์พักคอยวัดสะพาน, สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, หมอสันต์, แพทย์ชนบท, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bb9ae8f7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 3’ ตั้งเป้าตรวจโควิดชาวชุมชนแออัด 250,000 คน  ด้าน พอช.ร่วมมือภาคีเครือข่ายเตรียมพร้อมเปิดจุดตรวจ  4-10 สิงหาคมนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;nbsp; facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ แพทย์ชนบททั่วประเทศระดมพล 38 ทีม&amp;nbsp; บุกกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 &amp;lsquo;ปฏิบัติการสร้างความหวัง &amp;nbsp;สู้ภัยโควิด &amp;nbsp;เพื่อคนกรุง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; ตั้งเป้าตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัดได้ประมาณ 250,000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน พอช.ร่วมมือภาคีเครือข่ายเปิดจุดตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 เชิงรุก 57 จุดในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ชาวชุมชนเตรียมรับมือโควิด-พึ่งพาตัวเอง&amp;nbsp; ปลูกกระชายขาว&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจรสู้โรคร้าย&amp;nbsp; โดยมีพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนจากต่างจังหวัดรินน้ำใจนำพืชผัก&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สมุนไพร ฯลฯ&amp;nbsp; หนุนชุมชนกรุงเทพฯ สู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ระลอกใหม่ยังแรงไม่หยุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ขณะที่ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; ทำให้โอกาสในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดสามารถแพร่กระจายเป็นวงกว้าง&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทจึงส่งบุคลากรเข้ามาตรวจหาเชื้อเพื่อแยกผู้ป่วยออกมารักษา โดยเข้ามาตรวจหาเชื้อเชิงรุกในชุมชนแออัดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; รวม 2 ครั้ง&amp;nbsp; มีผู้ได้รับการตรวจแล้วประมาณ 51,000 ราย&amp;nbsp; ล่าสุดชมรมรมแพทย์ชนบทจะเข้ามาตรวจหาเชื้อครั้งที่ 3 ในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต&amp;nbsp; ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 3 &amp;lsquo;ปฏิบัติการสร้างความหวัง สู้ภัยโควิด เพื่อคนกรุง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Facebook ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม&amp;nbsp; ระบุข้อความว่า...หลังจากการปฏิบัติการแพทย์ชนบททั้ง 2 ครั้ง วันที่ 14-16 และ วันที่ 21-23 กรกฏาคม 2564 ซึ่งมีทีมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; รวม 2 ครั้ง 20 ทีมมาร่วมบุกกรุง &amp;nbsp;เพื่อตรวจคัดกรองโควิดให้กับคนกรุงในพื้นที่ชุมชนแออัดที่เข้าไม่ถึงบริการทางการแพทย์ &amp;nbsp;สามารถตรวจหาเชื้อได้กว่า 51,000 ราย &amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อกว่า 7,000 ราย &amp;nbsp;และสัญญาว่า &amp;quot;เราจะกลับมาอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;การตรวจโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากการเตรียมตัวอย่างทรหดและประสานงานกันมาหลายวัน &amp;nbsp;ปฏิบัติการบุกกรุงในครั้งที่ 3 จึงเกิดขึ้นอีกครั้งแน่นอนแล้วในวันที่ 4-10 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ต่อเนื่องรวม 7 วัน &amp;nbsp;ด้วยทีมบุคลากรสาธารณสุขจากต่างจังหวัดกว่า 38 ทีม เฉลี่ยทีมละ 8-10 คน &amp;nbsp;เล็กบ้างใหญ่บ้างตามแต่ใครจะรวบรวมกำลังส่งมาช่วยกู้กรุงได้กี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Design การทำงานกู้ภัยโควิดในครั้งนี้จะครบวงจรมากขึ้น &amp;nbsp;เริ่มด้วยการทำการ swab หาเชื้อด้วย rapid test หากได้ผลลบให้กลับบ้านได้หรือไปรับบริการวัคซีนจากทีมของกรุงเทพมหานครที่จะมาร่วมออกหน่วยด้วย &amp;nbsp;แต่หากผลเป็นบวกก็จะถูกตามมาตรวจ rtPCR ซ้ำ &amp;nbsp;ได้รับบริการยาฟ้าทะลายโจรหรือ Favipiravir&amp;nbsp; และนำเข้าระบบ Home Isolation ของ สปสช.ในวันเดียวกันเพื่อการดูแลรักษาที่ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครั้งนี้ด้วยความร่วมมือที่กว้างขวาง &amp;nbsp;จะมีการระดมทีมลงปฏิบัติการในชุมชนวันละ 30 จุด โดยสามารถตรวจและดูแลตามภารกิจที่วางไว้ได้จุดละ 1,000 คนต่อวัน &amp;nbsp;รวมเป็นวันละ 30,000 ราย x 7 วันก็จะคัดกรองโรคได้ประมาณ 210,000 รายและจะมีทีมของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาที่จะนำทีมใหญ่มาคัดกรองแบบ walk in &amp;nbsp;วันละ 5,000 คนในจุดต่างๆ &amp;nbsp;เปลี่ยนจุดไปทุกวัน x 7 วัน &amp;nbsp;ก็จะคัดกรองได้อีก 35,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นจากการประมาณ&amp;nbsp; การปฏิบัติการครั้งนี้จะสามารถคัดกรองผู้คนในเมืองกรุงได้ 250,000 ราย &amp;nbsp;หากผลบวกอยู่ที่ประมาณ 10-15% ก็จะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน ซึ่งน่าจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาระเตียงล้นของโรงพยาบาลใน กทม.ลงได้ &amp;nbsp;เพราะเราจะพยายามจ่ายยา favipiravir ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่เขาจะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิบัติการแห่งความหวังในครั้งนี้ &amp;nbsp;เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่รวมพลังกันสู้ภัยโควิด กทม. อันได้แก่ &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร รวมทั้งทีมอาสาจากภาคประชาชนคือ &amp;nbsp;ทีมโควิดชุมชน (Com-Covid) เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ IHRI และอีกหลายองค์กร &amp;nbsp;เป็นความร่วมมือที่มหัศจรรย์ภายใต้เงื่อนเวลาที่เร่งรัดและทุกคนต่างก็มีภารกิจประจำอันมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หัวใจของการสู้ภัยโควิดอยู่ที่ &amp;nbsp;&amp;quot;ความหวัง&amp;quot; &amp;nbsp;ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งสร้างความหวังให้กับทุกคนในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศ &amp;nbsp;ด้วยความหวังที่อยากเห็นทุกคนทุกองค์กรออกมาช่วยกัน &amp;nbsp;ระดมสรรพกำลังให้เต็มที่ &amp;nbsp;ใครทำอะไรได้ทำ &amp;nbsp;อย่าคิดนาน &amp;nbsp;ทำด้วยความเร็วในอัตราเร่งที่ให้ทันกับการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลต้า &amp;nbsp;ความหวังในท่ามกลางความหดหู่ที่แสนเหน็ดเหนื่อยเท่านั้นที่จะช่วยให้ทุกคนฮึดสู้ &amp;nbsp;และรวมพลังคนไทยสู้ภัยโควิดในครั้งนี้ ให้เราผ่านมันไปด้วยความสูญเสียทั้งด้านชีวิตและเศรษฐกิจให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้วพบกันกับ &amp;lsquo;ปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 3&amp;rsquo; รายละเอียดโปรดติดตามต่อไป.&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทนั่งซาเล้งตรวจโควิดรอบแรกในชุมชนย่านซอยอ่อนนุช &amp;nbsp;(ภาพจากชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดรายชื่อ 38 ทีมแพทย์ชนบททั่วประเทศบุกเมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทระบุว่า&amp;nbsp; ทีมที่ร่วมประวัติศาสตร์ในครั้งนี้&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;แพทย์ชนบท &amp;nbsp;สหวิชาชีพ &amp;nbsp;สภาวิชาชีพ &amp;nbsp;จิตอาสา &amp;nbsp;ภาคประชาชน &amp;nbsp;เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สปสช. &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร . ปฏิบัติการ 7 วัน &amp;nbsp;กอบกู้กรุงเทพมหานคร และสร้างความหวังให้กับผู้คน &amp;nbsp;ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. ทีม รพ. สิชล จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ทีม รพ.จะนะ จ.สงขลา&amp;nbsp; 3. ทีม รพ. สมเด็จนาทวี จ.สงขลา&amp;nbsp; 4. ทีม สสจ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5. ทีม สสจ. เชียงราย&amp;nbsp; 6. ทีม สสจ. ลพบุรี&amp;nbsp; 7. ทีม สสจ. น่าน&amp;nbsp; 8. ทีม สสจ. สุรินทร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;9. ทีม สสจ. ยโสธร&amp;nbsp; 10. ทีม รพท.ชุมพร&amp;nbsp; 11. ทีม รพศ.มหาราช &amp;nbsp;นครราชสีมา &amp;nbsp;12. ทีม สสจ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; 13. ทีม สสจ.ขอนแก่น (มา 3 ทีม)&amp;nbsp; 14. ทีม รพ.ด่านมะขามเตี้ย&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; 15. ทีม สสจ. สุโขทัย&amp;nbsp; 16. ทีม สสจ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp; 17. ทีม รพท. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18.ทีม สสจ. อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; 19. ทีม สสจ. แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;20. ทีม รพท. มหาสารคาม&amp;nbsp; 21. ทีม รพท. กาฬสินธุ์&amp;nbsp; 22. ทีม สสจ. ชุมพร &amp;nbsp;23. ทีม สสจ. ระนอง&amp;nbsp; 24. ทีม รพ.ตากใบ + รพ. แว้ง &amp;nbsp;สสจ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; 25.ทีม รพ.รามัน&amp;nbsp; ยะลา&amp;nbsp; 26. ทีม สสจ. &amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp; 27. ทีม รพท. สมุทรปราการ (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 28. ทีม สสจ. เพชรบุรี&amp;nbsp; 29. ทีม สสจ. สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; 30. ทีม สสจ. แม่ฮ่องสอน/รพ. ปางมะผ้า&amp;nbsp; 31. ทีม รพ.บางกรวย&amp;nbsp; 2 จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 32. ทีม สสจ. นครปฐม/รพ.หลวงพ่อเปิ่น (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 33. ทีมเภสัชกร อาสา อ.สุนี มข.ช่วยจ่ายยา&amp;nbsp; 34. ทีม สสจ. นครสวรรค์&amp;nbsp; 35. สมาคม/สภาเทคนิคการแพทย์&amp;nbsp; 36. ทีม รพ.หนองม่วงไข่ &amp;nbsp;จ.แพร่ (มี3ท่าน)&amp;nbsp; 37. ทีม รพ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (ลงพื้นที่ตนเอง) และ&amp;nbsp; 38. ทีม สสจ.กำแพงเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.ร่วมมือภาคีเครือข่ายเตรียมพร้อมเปิดจุดตรวจโควิด 57&amp;nbsp;จุด 45,000&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;การตรวจหาเชื้อโควิดของทีมแพทย์ชนบทครั้งที่ 3 นี้&amp;nbsp; นอกจากจะลงพื้นที่ตรวจในชุมชนแออัดต่างๆ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว&amp;nbsp; ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.)&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เตรียมเปิดจุดคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ระหว่างวันที่&amp;nbsp; 4-10 สิงหาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเบื้องต้นมี 57 &amp;nbsp;จุดตรวจ&amp;nbsp; มีผู้ตรวจจากชุมชนต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 150&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 29 เขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจทั้งหมดประมาณ 45,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชุมชนในเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และชุมชนที่จัดทำโครงการบ้านมั่นคงของ พอช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยวันนี้ (2 สิงหาคม) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดประชุมผ่านระบบ Zoom&amp;nbsp; Meetings&amp;nbsp; เพื่อสรุปบทเรียน&amp;nbsp; อบรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ในการดูแลตนเอง&amp;nbsp; การช่วยเหลือ&amp;nbsp; การตั้งจุดคัดกรองในชุมชน 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และเตรียมชุมชนเพื่อเปิดจุดตรวจโควิดโดยชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานเครือข่าย&amp;nbsp; เข้าร่วมประชุมประมาณ 80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชุมผ่านซูม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนชุมชนในเครือข่ายสลัม 4 ภาค และชุมชนบ้านมั่นคงที่จะเปิดเป็นจุดตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ &amp;nbsp;3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา &amp;nbsp;4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน &amp;nbsp;5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง &amp;nbsp;6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน &amp;nbsp;7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม &amp;nbsp;9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด&amp;nbsp;12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา &amp;nbsp;เขตจตุจักร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ร่วมกับผู้นำชุมชนประมาณ 10 คนต่อ 1 จุดตรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; ซึ่งหากมีผู้ตรวจจำนวนมากอาจต้องใช้เวลาเพื่อทราบผลประมาณ 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทีมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้าน(Home Isolation) หรือสถานพักคอยในชุมชน (Community Isolation)&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; กรณีที่ติดเชื้อและแพทย์เห็นว่าจะต้องได้รับยา favipiravir แพทย์ก็จะจ่ายยาชนิดนี้ให้กับผู้ติดเชื้อเพื่อรักษาตัวในชุมชน&amp;nbsp; และเพื่อลดภาระการรักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องชนบทสู่เมืองกรุง ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้&amp;nbsp; ส่งผลให้ชุมชนต่างๆ เกิดความตื่นตัวในการรับมือกับโรคร้าย&amp;nbsp; มีการจัดเตรียมมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อป้องกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การรณรงค์ให้ความรู้ด้านการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; การตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิชาวชุมชนที่เดินทางเข้า-ออก&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นอกจากนี้หลายชุมชนนำฟ้าทะลายโจรมาปลูกเพื่อใช้เป็นยาในการรักษาเชื้อโควิด&amp;nbsp; และปลูกกระชายเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; ปลูกฟ้าทะลายโจรสู้กับโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; พี่น้องจากขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดต่างๆ ได้ส่งอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; ผัก&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มาให้พี่น้องในกรุงเทพฯ ได้ใช้เป็นเสบียงประกอบอาหารและใช้เป็นสมุนไพรในการต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พี่น้องจากจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp; จากจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้กระจายน้ำใจเหล่านี้ลงไปสู่ชุมชนต่างๆ ที่มีความต้องการ&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักคนไร้บ้าน &amp;lsquo;สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;rsquo; เขตบางกอกน้อย&amp;nbsp; และ &amp;lsquo;บ้านพูนสุข&amp;rsquo; จังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องกาญจนบุรีและภาคอีสานส่งมาให้พี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111962</URL_LINK>
                <HASHTAG>Com-Covid, Favipiravir, Home Isolation, IHRI, กระทรวงสาธารณสุข, จิตอาสา, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุมชนแออัด, ตรวจโควิดเชิงรุก, ทีมโควิดชุมชน, ปฏิบัติการสร้างความหวัง  สู้ภัยโควิด  เพื่อคนกรุง, พอช., ฟ้าทะลายโจร, ภาคประชาชน, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาวิชาชีพ, สหวิชาชีพ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว, เราจะกลับมาอีก, แพทย์ชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107baae4adb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทร่วมมือภาคีเครือข่าย ‘ปฏิบัติการ กทม.ครั้งที่ 3’ ลุยตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนกรุงเทพฯ รอบใหม่  4-10 ส.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่อ่อนนุช14 เขตประเวศ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ / ชมรมแพทย์ชนบทหลายจังหวัดเตรียมระดมพล &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตรวจโควิด-19&amp;nbsp; เชิงรุกชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; หลังจากตรวจไปโควิดไปแล้ว 2 ครั้ง&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจกว่า 50,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ 6,863 คน หรือ 13.35 %&amp;nbsp; เสนอ 6 แนวทางกู้วิกฤตโควิด&amp;nbsp; ชูยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; เสนอรัฐบาลใช้ &amp;lsquo;อู่ฮั่นโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ล็อกดาวน์เฉพาะชุมชนที่ระบาดและเยียวยาเพื่อให้ชาวบ้านยังชีพได้&amp;nbsp; ด้านเครือข่ายสลัม 4 ภาค-พอช. หนุน 35 ชุมชน ตรวจโควิดกว่า 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนแออัดใน กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคม &amp;nbsp;รวม 39 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ชนบท 6 ทีม &amp;nbsp;และวันที่ 21-23 กรกฏาคม ประมาณ 42 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ 16 ทีม&amp;nbsp; มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทเสนอยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; ใช้หลัก &amp;lsquo;6 R&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกทั้ง 2 ครั้งของชมรมแพทย์ชนบทดังกล่าว&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ค่อนข้างสูง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 13.35 %&amp;nbsp; ของจำนวนผู้ตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังมีชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ (ข้อมูลจากสำนักพัฒนาสังคม กทม.ระบุว่า&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ มีชุมชนทั้งหมด 2,016 ชุมชน&amp;nbsp; เป็นชุมชนแออัด 641 ชุมชน)&amp;nbsp; ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงเป็นแหล่งแพร่เชื้อแหล่งใหญ่&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ รายใหม่&amp;nbsp; รวม 3,997 ราย&amp;nbsp; ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และเตรียมจัดทีมแพทย์ลุยตรวจโควิดรอบใหม่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประชาชนที่มารับบริการ (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม &amp;nbsp;นพ.สุภัทร &amp;nbsp;ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงใน facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; หัวข้อว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ 28 กรกฎาคม 2564 ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในกรุงเทพมหานคร ในที่ประชุม EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์ชนบทได้นำเสนอข้อมูลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง 2 ครั้ง ตรวจ rapid test ให้พี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดไปทั้งสิ้น 51,389 คน พบผลบวก 6,863 คน คิดเป็น 13.35% และได้นำเสนอข้อเสนอสำหรับการกู้กรุงเทพฯ ซึ่งสังเคราะห์จากประสบการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อเสนอของแพทย์ชนบทยังมุ่งเน้นการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนแออัดให้ได้ &amp;nbsp;เพราะนั่นคือจุดระบาดใหญ่ แล้วกรุงเทพฯจะรอด &amp;nbsp;เมื่อกรุงเทพฯรอด ต่างจังหวัดก็จะรอดด้วย &amp;nbsp;เราประมวลแนวทางได้เป็นตัวย่อว่า 6R กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.Rapid Testing แม้เตียงเต็ม จะล้น เรายิ่งต้อง rapid testing โดย ATK-antigentest kit ให้มาก เพื่อแยกผู้ป่วยออกมา 2.Rapid tracing นำผู้สัมผัสร่วมบ้านร่วมงานมาตรวจให้มากที่สุดในวันเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.Rapid treatment ด้วย early home favipiravir หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันทีที่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เขาต้องป่วยหนัก &amp;nbsp;ส่วนคนติดเชื้อที่ไม่ป่วยให้ฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;และรับเข้า HI-home isolation ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; 4.Rapid vaccination ฉีดวัคซีนให้เร็วและให้ครอบคลุมในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โดยเน้นที่ผู้สูงอายุก่อน &amp;nbsp;และหากมีวัคซีนมากพอก็ฉีดทุกคนที่อายุมากกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากทำทั้ง 4 มาตรการแล้ว จะลดการระบาดได้แน่ &amp;nbsp;ลดการป่วยหนักและการตายลงได้ &amp;nbsp;ส่งผลให้ลดภาวะการมีเตียงไม่พอลงได้ &amp;nbsp;สิ่งนี้คือบทบาทของภาคสาธารณสุขทั้งของ สธ. กทม. และทีมแพทย์ชนบทสามารถดำเนินการร่วมกันได้&amp;nbsp; และหากรัฐบาลจะกู้กรุงเทพฯแบบอู่ฮั่นโมเดล ก็ต้องทำอีก 2R ก็จะยิ่งสามารถลดการระบาดได้อีก &amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. Rapid lockdown ในชุมชนที่ระบาด &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อออกนอกชุมชน &amp;nbsp;เนื่องจากบางรายมีเชื้อระยะเริ่มต้น&amp;nbsp; แต่ยังตรวจด้วย ATK หรือ rtPCR ไม่พบ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้อง lockdown ทั้ง กทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.Rapid healing หาก lockdown ก็ต้องมีการเยียวยาผู้คนในชุมชนแออัดนั้นๆ &amp;nbsp;เยียวยาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เพื่อให้เขามีรายได้เพื่อสามารถยังชีพได้ในระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ชุมชนของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตรวจถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วย (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่คือ 6 ข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ขณะนี้ทีมแพทย์ชนบทกำลังประสานงาน &amp;nbsp;ระดมความร่วมมือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและตอบรับจากทุกฝ่าย &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;เอกชน &amp;nbsp;และภาคประชาชนที่จะร่วมกัน &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ร่วมกันเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ข้อความใน facebook ชมรมแพทย์ชนบทระบุในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ เข้ามาตรวจโควิด-19 ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทีมแพทย์จาก อ.สิชล&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; อ.นาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จ.สุรินทร์, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ รวมประมาณครั้งละ 60-80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบที่ 3 นี้&amp;nbsp; คาดว่าจะตรวจได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทกินอยู่แบบติดดิน (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เตรียมบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกรอบ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&amp;nbsp; โฆษกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; ปฏิบัติการตรวจโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพฯ ของทีมแพทย์ชนบทรอบ 3 นี้&amp;nbsp; มีกำหนดการตรวจระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; และนอกจากทีมแพทย์ชนบทจะลงตรวจในชุมชนต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เตรียมชุมชนในเครือข่ายเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีจุดตรวจ 12 จุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง (20 ชุมชน)&amp;nbsp; 2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; (3 ชุมชน) 3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา (.....) 4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน (.....) 5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง (3 ชุมชน) 6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน (1 ชุมชน) 7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน (5 ชุมชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม (1 ชุมชน) 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด (1 ชุมชน)&amp;nbsp; และ 12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา เขตจตุจักร (1 ชุมชน)&amp;nbsp; รวมชาวบ้านที่จะตรวจในขณะนี้ประมาณ 4,280 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; สามารถติดต่อเพื่อแจ้งความต้องการตรวจหาเชื้อได้ที่จุดตรวจชุมชนใกล้เคียงทั้ง 12 แห่ง&amp;nbsp; โดยต้องแจ้งรายชื่อแก่ผู้นำชุมชนนั้นๆ&amp;nbsp; เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้ที่จะตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; และนำส่งต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานเพื่อให้ทีมแพทย์ได้เตรียมอุปกรณ์การตรวจให้พอเพียง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; รวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยมาตรวจโควิดให้ชาวชุมชนที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เขตบางกะปิเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้านหรือสถานพักคอยในชุมชน&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; แต่หากยังไม่หายหรือมีอาการรุนแรงจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม.-พอช.หนุนชุมชนสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; คนตกงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยการมอบอาหาร&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในปีนี้&amp;nbsp; กระทรวง พม.ได้ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&amp;nbsp; เด็กที่ขาดผู้ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งดูแลกลุ่มคนไร้บ้านในสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารกระทรวง พม.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในปี 2563 ได้สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และต่างจังหวัดจัดทำครัวกลางและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวม 1,754 โครงการ&amp;nbsp; ประชาชนได้รับประโยชน์ 535,577 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 122 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และพักชำระสินเชื่อ 6 เดือน (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง) ทั่วประเทศ 409 องค์กร&amp;nbsp; รวมสินเชื่อพักชำระ 76 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในปีนี้ พอช.พักชำระสินเชื่อ 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม) รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนดอกเบี้ยที่พักชำระรวม 18 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 30 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจาก พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คนลงไปสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักพิงของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลางจัดเตรียมศูนย์พักคอย-ดูแลผู้กักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.ระดับเขตจำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; และระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; นำมาจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำอาหารแจกให้ผู้ถูกกักตัว&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังเตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าและรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เตรียมเตียงกระดาษรองรับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอนวิธีวัดค่าอ๊อกซิเจนให้ผู้ดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หากค่าอ๊อกซิเจนต่ำกว่า 90 ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากชุมชนในเขตวังทองหลางแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนและเขตต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมจัดทำโครงการเพื่อต่อสู้กับโควิดระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ&amp;nbsp; จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกันโควิดแก่กลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; จำนวน 20 วิน&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้รับเชื้อโควิดและเสียชีวิตแล้ว 1 ราย,ปลูกสมุนไพร&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ผักต่างๆ เพื่อเป็นยาและอาหาร&amp;nbsp; ทำโครงการ &amp;lsquo;อิ่มละ 20 บาท&amp;rsquo; จำหน่ายอาหาร พร้อมข้าวถุงเพื่อช่วยเหลือเรื่องปากท้องชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ &amp;nbsp;รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี &amp;nbsp;รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;วัคซีนขาดแคลน&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; เพาะพันธุ์กระชายและฟ้าทะลายโจรสู้โควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111542</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 R, ATK-antigentest kit, early home favipiravir, lockdown, Rapid healing, Rapid lockdown, Rapid test, Rapid treatment, Rapid vaccination, Real  time - Polymerase chain reaction, RT-PCR, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรุงเทพฯ รอด  ตจว.รอด, ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3, ชมรมแพทย์ชนบท, ตรวจโควิด-19, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, นุชจรี  พันธ์โสม, ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร  ครั้งที่ 3, พม., พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, อู่ฮั่นโมเดล, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เชิงรุกชุมชนแออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610275f068378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อย ด้าน พอช.หนุนชาวบ้าน 31 เมือง 332 ชุมชนแก้ผลกระทบจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิดที่ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;พอช./ แพทย์ชนบทหลายจังหวัดระดมพลบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อยกว่า 30 ชุมชน&amp;nbsp; โดยในวันนี้ตรวจโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคและชาวชุมชนใกล้เคียงประมาณ 800 คนเข้าตรวจ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19 จัดกิจกรรม 107 แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เตรียมจุดพักคอย&amp;nbsp; ประสานการตรวจเชื้อ-ฉีดวัคซีน&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาปากท้อง&amp;nbsp; จำหน่ายอาหารและสินค้าจำเป็นราคาถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ประมาณ 30 ชุมชน&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทตั้งจุดตรวจโควิดเชิงรุกที่ พอช.และอีก 30 ชุมชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดวันนี้ (21 กรกฎาคม) ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยจำนวน 12 คน&amp;nbsp; และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคจากชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; และชาวชุมชนใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางมาตรวจตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. &amp;nbsp;โดยมี นพ.อารักษ์&amp;nbsp; วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;ในฐานะที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบทเดินทางมาให้กำลังใจทีมงาน&amp;nbsp; และให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคโควิดแก่ผู้มาตรวจเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี  เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้ชมรมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยได้มาตั้งจุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ พอช. โดยมีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และเครือข่ายของ พอช. ประมาณ 800 คนตรวจหาเชื้อในวันนี้&amp;nbsp; ถือเป็นการตรวจเชิงรุก&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวชุมชนที่ยังไม่ได้รับการตรวจ&amp;nbsp; และนอกจากการตรวจที่ พอช.แล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ทีมแพทย์ชนบทยังเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ อีกประมาณ 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีมแพทย์ชนบทจะตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท (Antigen Test Kit) เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก &amp;nbsp;รู้ผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่าผู้ตรวจรายใดติดเชื้อ&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะทำการตรวจซ้ำเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; หากพบว่าติดเชื้อจริง&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หรือสถานที่พักคอยในชุมชน (Home isolation และ Community Isolation)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจาก จ.สุโขทัย &amp;nbsp;ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท รู้ผลได้ภายใน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในขณะนี้&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนจน&amp;nbsp; คนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน&amp;nbsp; ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชนทุกคนได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ระบบการดูแลผู้ที่ติดเชื้อที่บ้านและในชุมชนยังมีอุปสรรคจากกฎระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น&amp;nbsp; ทำให้การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันสถานการณ์&amp;nbsp; และ 3.ขอให้รัฐจัดระบบสวัสดิการให้แก่ประชาชนในรูปแบบของ &amp;lsquo;รัฐสวัสดิการ&amp;rsquo; ไม่ใช่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า&amp;nbsp; หรือช่วยเหลือเป็นครั้งๆ ตามสิทธิของพลเมืองไทย&amp;nbsp; ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ มพ.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ชมรมแพทย์ชนบทที่เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกให้ชาวชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ประกอบด้วยทีมแพทย์จากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, &amp;nbsp;รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;อำเภอนาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ตั้งเป้าจะตรวจโควิดเชิงรุกได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คนภายในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การตรวจคัดกรองโควิดที่ พอช.&amp;nbsp; นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว&amp;nbsp; ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; โดยบริษัท​เออร์บันคลีนซินเนอร์จีมาช่วยสนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อหลังการตรวจหาเชื้อในวันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;#39;พอช.&amp;#39; หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในเขตแพร่ระบาดสูงสุดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชาวชุมเมืองที่มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลกระทบทางด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; เพราะที่อยู่อาศัยมีความคับแคบ&amp;nbsp; ประชากรหนาแน่น&amp;nbsp; โอกาสการแพร่เชื้อติดต่อกันจึงมีมาก&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะขาดรายได้&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นายสมชาติ ผอ.พอช. (ที่ 6 จากซ้ายไปขวา) กับทีมแพทย์ชนบทจากสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงมีแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ใช้กลไกต่างๆ &amp;nbsp;ที่ชุมชนมีการจัดตั้งอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; ได้รวมกลุ่มกันจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนจำนวน 30 ล้านบาท&amp;rdquo; นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติบอกว่า&amp;nbsp; พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทเพื่อจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; เป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมจัดทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 จนถึง 20 กรกฎาคม)&amp;nbsp; รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน &amp;nbsp;กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;จำหน่ายสินค้าราคาถูกที่เมืองบางบอน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้พื้นที่ 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชนที่เสนอโครงการและผ่านการอนุมัติแล้ว &amp;nbsp;รวม 107 แผนงาน/กิจกรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; (อิ่มละ10- 20 บาท)&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;เครื่องวัดอุณหภูมิที่ชุมชนเมืองบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนชุมชนที่จัดทำโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;22 ชุมชน &amp;nbsp;มีกิจกรรม&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; มอบอาหารให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; เตรียมพื้นที่พักคอย&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผักในพื้นที่ 1 ไร่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก 6 บ่อ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายที่เสนอโครงการมายัง พอช.&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ &amp;nbsp;20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;แปลงผักของชาวชุมชนเขตบางบอนและสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, Home Isolation, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จังหวัดสุโขทัย, จัดสรรวัคซีน, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท, ชุมชนผู้มีรายได้น้อย, ตรวจโควิดเชิงรุก, นพ.อารักษ์  วงศ์วรชาติ, นางสาวนพพรรณ  พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, รัฐสวัสดิการ, สถานที่พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เครือข่ายประชาชน, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แพทย์ชนบท, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7f22402188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
