<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติกอ.ตั้งกก.สอบ วินัยร้ายแรงเนตร ชี้เลินเล่อคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อ.มีมติเอกฉันท์ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง &amp;quot;เนตร &amp;nbsp;นาคสุข&amp;quot; รอง อสส.สั่งไม่ฟ้อง &amp;quot;บอส วรยุทธ&amp;quot; ตั้ง &amp;quot;ธนพิชญ์&amp;quot; ปธ.สอบภายใน 60 วัน โทษสูงสุดไล่ออกจากราชการ &amp;quot;พชร&amp;quot; เผยมติ 9 เสียงชี้ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ ค่อนข้างร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2564 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ได้เป็นประธานการประชุม ก.อ. โดยมีวาระสำคัญเกี่ยวกับผลสรุปสอบสวนทางวินัยนายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด กรณีที่นายเนตรมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา คดีขับรถยนต์หรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีต ผบ.หมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม &amp;nbsp;สน.ทองหล่อ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 &amp;nbsp;ก.ย.55 โดยมีนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัย ซึ่งมีความเห็นว่านายเนตร นาคสุข &amp;nbsp;ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เห็นควรงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปี &amp;nbsp;และไม่เสนอให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หลังจากมีการเลื่อนประชุม ก.อ.เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;เนื่องจาก ก.อ.บางคนยังไม่ได้รับเอกสารสรุปผลสอบ ทำให้ ก.อ.บางคนได้รับเอกสารช้าและเอกสารมีจำนวนมากนับร้อยหน้า ทำให้ไม่สามารถอ่านเอกสารได้ทัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังประชุมเเล้วเสร็จ เวลา 13.00 น. นายพชรเปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุม ก.อ.กรณีของนายเนตร นาคสุข ที่ประชุมมีมติ 9 เสียงว่านายเนตรขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ อย่างค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป โดยวินัยร้ายแรงมีโทษทางข้าราชการสูงสุดคือการไล่ออก หากผู้เสียหายไม่พอใจหรือไม่เห็นด้วยสามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ ทั้งนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อสส. &amp;nbsp;กับนายไชยา เปรมประเสริฐ รอง อสส.งดออกเสียง ซึ่งที่ประชุม ก.อ.ยังได้ตั้งนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เป็นประธานคณะกรรมการ และหลังจากนี้นายธนพิชญ์จะเป็นฝ่ายหากรรมการอีก 2 คน และเลขานุการอีก 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวอีกว่า วันนี้ถือว่าได้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตรแล้ว จะมีระยะเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น 60 วัน และสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีก 2-3 ครั้ง จะสอบในประเด็นการสั่งคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ส่วนประเด็นที่นายเนตรจะยื่นหนังสือลาออกครั้งที่ 2 นั้น เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดพิจารณา สำหรับประเด็นที่นายวงศ์สกุลยื่นหนังสือต่อ ก.อ.ว่าไม่ประสงค์จะเป็นอัยการอาวุโส ที่ประชุม ก.อ.ได้พิจารณาแล้วและอนุมัติ และจะพ้นวาระการเป็นข้าราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก.อ.จะส่งมติว่านายเนตรผิดร้ายแรงให้ ป.ป.ช.หรือไม่ &amp;nbsp;นายพชรกล่าวว่า ทั้งอัยการและ ป.ป.ช.ต่างคนต่างสอบและอาจมีการรวมสำนวนกันในอนาคตก็ได้ ส่วนกรณีที่มีอัยการเกี่ยวข้องกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงความเร็วนั้น คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตรที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็จะสอบสวนในประเด็นนี้ไปด้วย หลังจากนั้นจะนำเสนอผลสอบให้ ก.อ.พิจารณาลงโทษอัยการคนดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวด้วยว่า สำหรับการประชุมวันนี้มีคณะกรรมการอัยการเข้าร่วมประชุม 13 คน จาก 15 คน เนื่องจากลา 2 คน โดยผลการลงมติเห็นควรให้สอบสวนวินัยร้ายเเรงนายเนตร 9 เสียง และงดออกเสียง ได้แก่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, นายไชยา เปรมประเสริฐ รอง อสส. ส่วนนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนต้องออกจากห้องประชุม และตนในฐานะเป็นประธาน &amp;nbsp;ก.อ.ก็งดออกเสียงเช่นกัน เนื่องจากไม่ใช่การชี้ขาด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ.มีมติเอกฉันท์ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง, นายพชร ยุติธรรมดำรง, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61236b5de9e6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลย! ก.อ.ตั้งอัยการล็อตใหญ่ 917 ราย &#039;ชาติพงษ์&#039; มือปราบคดีทุจริตขึ้นแท่นรอง อสส.เบอร์ 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้ายไปขวา&amp;nbsp;ชาติพงษ์ จีระพันธุ ,&amp;nbsp;ไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ ,&amp;nbsp;ธรัมพ์ ชาลีจันทร์ และโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช็กเลย!&amp;nbsp;ก.อ.ตั้งอัยการล็อตใหญ่ 917 ราย &amp;quot;ชาติพงษ์&amp;quot;&amp;nbsp;มือปราบคดีทุจริตขยับขึ้นรอง อสส.เบอร์ 1&amp;nbsp;ทีมโฆษก เลขาฯ อสส.เก่าใหม่ ขยับพรึ่บ &amp;quot;ไพรัช&amp;quot; คุมคดีเเขวง &amp;quot;อิทธิพร&amp;quot;&amp;nbsp;นั่งอธ.คดีอาญา &amp;quot;ศักดา&amp;quot;&amp;nbsp;ครูใหญ่เนฯได้กลับกรุงนั่งอาญาตลิ่งชัน &amp;quot;ธรัมพ์&amp;quot;&amp;nbsp;ผงาด อธ.ก.อ.คุมบัญชีโยกย้าย &amp;quot;วิรุฬห์&amp;quot;&amp;nbsp;ขึ้นคดีเศรษฐกิจ ส่วนระดับรอง อธ. &amp;quot;โกศลวัฒน์&amp;quot;&amp;nbsp;ได้เก้าอี้รองแขวงดูคดีทั้งกทม. &amp;quot;ประยุทธ&amp;quot;&amp;nbsp;รองโฆษก พุ่งขึ้นรองอธ.คดีพิเศษ &amp;quot;ธีรวัฒน์&amp;quot;&amp;nbsp;เพื่อนรักไปนั่งแรงงาน ภ.2 ด้าน &amp;quot;นารี&amp;quot;&amp;nbsp;คิว อสส.หญิงคนเเรกนั่งที่เดิม &amp;quot;วัชรินทร์&amp;quot;&amp;nbsp;อัยการเอฟบีไอปีนี้ยังไม่ขยับ รอขึ้นรองอธ.งวดหน้า &amp;quot;วงศ์สกุล&amp;quot;&amp;nbsp;ต่ออาวุโส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เป็นประธานการประชุมก.อ. ครั้งที่ 8/2564 โดยมีวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการตั้งแต่ระดับรองระดับรองอัยการสูงสุด จำนวน 6 ราย,&amp;nbsp;ผู้ตรวจการอัยการ 9 ราย,&amp;nbsp;อธิบดีอัยการ 75 ราย,&amp;nbsp;รองอธิบดีอัยการ 104 ราย,&amp;nbsp;อัยการพิเศษฝ่าย 152 ราย,&amp;nbsp;ข้าราชการอัยการชั้น 6 จำนวน 98 ราย,&amp;nbsp;ข้าราชการอัยการชั้น 5 จำนวน 109 ราย,&amp;nbsp;ข้าราชการอัยการชั้น 4 จำนวน 117 ราย,&amp;nbsp;ข้าราชการอัยการชั้น 3 จำนวน 120 ราย,&amp;nbsp;อัยการอาวุโส&amp;nbsp;&amp;nbsp;21 ราย และอัยการอาวุโส (ตั้งใหม่) 106 ราย รวม11 บัญชี&amp;nbsp;&amp;nbsp;917 ราย ซึ่งมีการพิจารณาเสร็จในช่วงบ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีอัยการชื่อดังที่ได้ขยับมีรายชื่อน่าสนใจดังนี้&amp;nbsp;นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอัยการสูงสุดลำดับอาวุโสที่ 7 ไปเป็นรองอัยการสูงสุดลำดับที่ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายชาติพงษ์ ขึ้นชื่อในฝีมือเรื่องปราบการทุจริตฯ มีประสบการณ์มาก เคยนั่งรองอธิบดีคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะทำงานที่คุมคดีสำคัญ ของสำนักงานคดีพิเศษหลายคดี เช่น คดีนิติบุคคล ฟิลิป มอร์ริส&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำเข้าบุหรี่โดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งขณะนี้มีกรณีพิพาท ระหว่างประเทศไทยกับประเทศฟิลิปปินส์ ในเรื่องนี้ที่องค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ&amp;nbsp;,คดีทุจริต สหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งเกี่ยวพันถึงคดีทุจริตฟอกเงินเครือข่ายวัดธรรมกาย คดีธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ กลุ่มบริษัทกฤษดามหานครโดยทุจริตที่มีอดีตนายกรัฐมนตรี เเละนักการเมือง นักธุรกิจ นายธนาคารตกเป็นจำเลย เเละยังมีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน พัวพันถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร&amp;nbsp;,รวมถึงคดีทุจริต การฟอกเงินในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านโดยก่อนขึ้นรอง อสส.ได้เข้ามาคุมคดีเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนถือเป็นอัยการมีฝีมือ ประสบการณ์มาก ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนเที่ยงตรงการเป็นรอง อสส.เบอร์ 1 ทำให้ได้เป็น ก.อ.โดยตำเเหน่งอัตโนมัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัณฑูร ทองตัน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีแรงงานภาค 8 อดีตอัยการมือว่าความคดีทวงคืนหาดเลพัง มูลค่านับหมื่นล้านคืนจากกลุ่มนายทุนไปเป็นอธิบดีอัยการภาค 8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิช ชูตระกูล อธิบดีอัยการปกครองเพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกจากตั้งให้เป็น ก.อ. ประเภท ข้าราชการอัยการชั้น 5 ขึ้นไป เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาด้วยคะเเนนสูงสุด ไปเป็นอธิบดีอัยการถาค 7&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อธิบดีอัยการ สำนักงานการยุติการดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการ มีผลงานในการพัฒนาปรับระบบการทำงานเพิ่มคุณภาพการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการอำนวยความสะดวกในงานคดีต่าง ๆ ซึ่งในระดับอธิบดีถือว่านายไพรัชมีคิวอาวุโสลำดับต้นๆ ที่เตรียมจะถึงรองอัยการสูงสุดในลำดับปีต่อไป ทั้งในอดีตเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการอัยการสูงสุดสมัยนายชัยเกษม นิติสิริ ไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง ซึ่งมีขอบเขตอำนาจพิจารณาสั่งคดีเเขวงทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดา ช่วงรังษี อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองภูเก็ต ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญในจังหวัดใหญ่ภาคใต้เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวมีข้อพิพาทกับนายทุนเป็นเป็นคดีใหญ่เกี่ยวกับโรงเเรมบุกรุกป่าสงวน ซึ่งสำนักงานดังกล่าวจะมีบทบาทในการพิทักษ์ที่ของรัฐเป็นพวกที่ดินผืนป่าเเละชายทะเล จากนายทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศักดาปัจจุบันเป็นเลขาธิการสำนักอบรมศึกษาเเห่งเนติบัณฑิตยสภาหรือครูใหญ่เนฯ รวมถึงยังได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.อ. เป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบ ดีกรีนักเรียนนอกจบป.โทด้านกฎหมายจาก ฮาร์วาร์ดเเละ ป.โท จาก มหาวิทยาลัยดีคิ่น รุ่น 28 ไปเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาตลิ่งชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร เเก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ไปเป็นอธิบดีอัยการคดีอาญา ซึ่งนายอิทธิพรถือเป็นลูกหม้อของสำนักงานคดีอาญามาอย่างยาวนานและเป็นมือแก้ต่างคดีอาญาให้กับข้าราชการทั่วประเทศที่ถูกฟ้อง เพราะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงได้ในส่วนความเหมาะสม เเละประสบการณ์การทำงานที่จะคุมสำนักงานคดีอาญาซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญเเบ่งเป็น 12 กองงาน ที่จะมีคดีใหญ่สำคัญเข้าในพื้นที่สำคัญจาก สน.ต่างๆ ในพื้นที่หลัก รวมถึงรับคดีจากกองปราบปรามเข้ามาพิจารณาสั่งคดีนอกจากนี้นายอิทธิพรมีคิวที่จะขึ้นถึงอัยการสูงสุดในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)ได้ขยับขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงาน ก.อ.ซึ่งเป็นสำนักงานสำคัญมีบทบาทดูแลทำบัญชี เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทั่วประเทศ สำหรับนายธรัมพ์ ที่ได้ขยับขึ้นในสำนักงานเดิมเเปลว่าได้รับความเชื่อใจจากผู้บริหารที่จะจัดบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายอัยการด้วยความเป็นธรรม เเละเหมาะสม นอกจากนี้ยังเคยเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมาก่อนนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เเละรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาพระโขนง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรุฬห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉันท์ธนนันท์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเคยเป็นเจ้าของสำนวนคดี กปปส.ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษเเกนนำหลายคนขึ้นเป็น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนระดับอธิบดีอัยการสำนักงานสำคัญก็ยังมี น.ส.นารี ตันฑเสถียร อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย&amp;nbsp;และนายพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งทั้ง 2 คนเป็น ก.อ.ทั้งคู่ยังอยู่ในตำเเหน่งเดิม จึงไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ โดย น.ส.นารีมีคิวที่จะขึ้นเป็น อสส.หญิงคนเเรกของประเทศ โดยคิวต่อจากนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อสส.คนต่อไป หาก ก.อ.ผ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับรองอธิบดีอัยการที่น่าสนใจ&amp;nbsp;มีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 9 ไปเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายโกศลวัฒน์ เคยดำรงตำเเหน่งผู้อำนวยการสำนักกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด บทบาทที่ผ่านมาของนายโกศลวัฒน์ ถือเป็นรองโฆษกอัยการฯ ที่มีบทบาทสำคัญในด้านการสนับสนุนการทำงานช่วยเหลือสังคม และผู้ด้อยโอกาสมาโดยตลอด สนับสนุนผู้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการมอบรางวัล&amp;nbsp;&amp;ldquo;คนดีที่เรายกย่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;เคยออกหน้าประสานงานด้านกฎหมายช่วยเหลือน้องปาล์ม เด็กที่โดนรถของกระทรวงสาธารณสุขชนจนพิการตลอดชีวิต ซึ่งภายหลังชนะคดีได้รับค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาล เมื่อตอนโดนย้ายไปเป็นรองอธิบดีภาค 9 ก็ได้รับเเต่งตั้งให้เป็นโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เเถลงผลงานการดำเนินคดีทุจริตฯในภาค พร้อมให้ความรู้กฎหมายประชาชนเเละข้าราชการเกี่ยวกับคดีทุจริตฯเพื่อเป็นเเนวทางในการปฏิบัติไม่ให้ต้องคดี ซึ่งได้รับการตอบรับชื่นชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 ขึ้นเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สำหรับนายประยุทธ มีบทบาทเป็นที่รู้จักในฐานะรองโฆษกอัยการฯ โดยนั่งตำเเหน่งในทีมโฆษกมายาวนานถึง 3 สมัย 6 ปีซ้อน รับหน้าที่เเถลงคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เเละคดีใหญ่สะเทือนขวัญสำคัญหลายคดี จากที่เข้ามาดูคดีพิเศษ เเละเติบโตเป็นระดับรองอธิบดีที่สำนักงานนี้เเสดงว่าได้รับไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้บริหาร เพราะสำนักงานคดีพิเศษเป็นสำนักงานที่รับพิจารณาสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และคดีป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ซึ่งรวมถึงคดีการเมืองเเละการชุมนุมของม๊อบการเมืองต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญ นายประยุทธ จบหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 59 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เคยดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดหลายจังหวัด เช่น อัยการจังหวัดสมุทรปราการ อัยการจังหวัดสระบุรี อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงอุบลราชธานี จากนั้นขยับดำรงตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการอยู่ 4 ปี ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่ายสำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ รับผิดชอบการบริหารจัดการด้านอาคารและที่ดินของสำนักงานอัยการสูงสุด ยังได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของกระทรวงยุติธรรม และเป็นประธานพัฒนากฎหมายและอนุกรรมการพัฒนากฎหมายของหน่วยราชการอีกหลายคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ เลขานุการอัยการสูงสุด ไปนั่งรองอธิบดีเเรงงานภาค 2 สำหรับนายธีรวัฒน์ เป็นพนักงานอัยการรุ่น 100 ปี และเป็นนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 59 รุ่นเดียวกันกับนายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ผลงานที่โดดเด่นขณะดำรงตำแหน่งเลขานุการอัยการสูงสุด นายธีรวัฒน์ นับเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนจนเกิดสำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดและเป็นผู้มีส่วนสำคัญในคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์และงบประมาณจนสำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับจัดสรรงบประมาณบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างยอดเยี่ยมถึงสองปีซ้อน โดยมีประสบการณ์จากที่เคยอยู่สำนักงานนโยบายยุทธศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนระดับฝ่ายที่น่าสนใจ&amp;nbsp;นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 ไม่ขยับยังนั่งตำเเหน่งเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัชรินทร์ ถือเป็นอัยการมือสอบสวน ฝีมือดี เคยได้รางวัลอัยการดีเด่นจบหลักสูตรเอฟบีไอ จากสหรัฐ รุ่นเดียวกับ&amp;nbsp;&amp;lsquo;บิ๊กดำ&amp;rsquo;&amp;nbsp;พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ โดยมีผลงานสมัยอยู่สอบสวนลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายเเดนลุยคดีปล้นปืน ล่าสุดได้รับคำสั่งให้ร่วมสอบสวนคดี ฟอกเงิน สหกรณ์รถไฟ หลังดีเอสไอร้องขอ ซึ่งนายวัชรินทร์มีคิวขึ้นระดับ รอง อธ.ปี 65&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับอัยการอาวุโสที่น่าสนใจ&amp;nbsp;เรือโทสมนึก เสียงก้อง อัยการอาวุโสสำนักงานคดีอาญา 1 ซึ่งเคยเป็นอดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานคดีพิเศษ 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอินทรานี สุมาวงศ์ อัยการอาวุโสสำนักงานคดีภาษีอากร ไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานต่างประเทศ ซึ่งเดิมนั้นนางอินทรานีเคยตกเป็นข่าวดังในคดีที่ถูก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ จำเลยในคดีลักพาตัวนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียที่ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ร้อง อสส.ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการนำพ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึกพยานปากเอกในคดีดังกล่าว หนีหมายจับในคดีฆ่าผู้อื่นที่ศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอาหรับอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบัญชีอาวุโสตั้งใหม่ที่น่าสนใจได้เเก่&amp;nbsp;นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด(อสส.) ที่นั่งในตำเเหน่ง 2 ปีไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รองอสส. ไปเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานวิชาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขั้นตอนหลังจากนี้เมื่อ ก.อ.มีมติเเต่งตั้งจะมีการนำเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯเเต่งตั้งให้มีผลวันที่ 1 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2564/koror8-2564.pdf?ldtag_cl=EjfclxsgSwKMR2DK3LGVzQAA_oa&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., ข้าราชการอัยการ, คณะกรรมการอัยการ, สำนักงานอัยการสูงสุด, แต่งตั้งโยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6126350207fb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการ จัดทนายช่วยผู้ปกครอง 8 รายดำเนินคดี รร.สารสาสน์ กรณีครูทำร้ายนักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.64 - นายชัยพร เกริกกุลธร อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ โดยสำนักงานอัยการสูงสุด มอบหมายสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน รับดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านอรรถคดีแก่ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ กรณีการฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการที่นักเรียนถูกครูและครูพี่เลี้ยงกระทำทารุณกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยจัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทหลายครั้งแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ว่า ตามที่คณะผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จำนวน 22 ราย ได้ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.63 ขอให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและช่วยเหลือทางคดีแพ่งเพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ โดยบริษัท แสงเงินพัฒนาการ จำกัด กรณีที่นักเรียน ถูกครูและครูพี่เลี้ยงกระทำทารุณกรรม นั้น อัยการสูงสุด ได้มอบหมายให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน หรือ สคช. เป็นผู้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ กรณีที่ถูกครูและครูพี่เลี้ยงกระทำทารุณกรรม ซึ่งต่อมาคณะทำงานฯ ได้จัดให้มีการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททางแพ่งระหว่างคู่กรณีขึ้น โดยได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และยังได้ประสานทนายความอาสาของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค (สฝคผ.) ให้เข้าร่วมหารือและให้คำแนะนำแก่คณะผู้ปกครองในการไกล่เกลี่ยด้วย แต่ภายหลังจากที่คณะทำงานฯ ได้จัดให้มีการประชุมเจรจาร่วมกันแล้วหลายครั้ง ยังคงมีผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 8 ราย ที่ไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.64 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ โดย บริษัท แสงเงินพัฒนาการ จำกัด ได้มีหนังสือถึง สคช. เพื่อแจ้งขอยุติการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททางแพ่ง ด้วยเหตุว่าที่ประชุมของบริษัทฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการกำหนดค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนได้ เนื่องจากไม่มีเอกสารเกี่ยวกับประวัติการรักษาทางการแพทย์และเอกสารอื่นใดในการประกอบการพิจารณาของบริษัทฯ จึงขอให้ผู้เสียหายดำเนินการใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าต่อมาจะได้มีคำสั่งให้ยุติการให้ความช่วยเหลือไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทตามหนังสือฉบับดังกล่าวเนื่องจากถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ.2562 แล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ สคช. ยังคงเล็งเห็นว่ากรณีที่ผู้ปกครองเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่นักเรียน ถูกครูและครูพี่เลี้ยงกระทำทารุณกรรมนั้นเป็นคดีทางแพ่ง และเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควรที่สำนักงานอัยการสูงสุดจะรับไว้ช่วยเหลือได้ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ.2562 ข้อ 32 (2) (ข) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก ตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 22 ที่บัญญัติว่า การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใดให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม จึงได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค (สฝคผ.) รับไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านอรรถคดีแก่ผู้ปกครองทั้ง 8 ราย โดยจัดทนายความอาสาของ สฝคผ. เข้าช่วยเหลือเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาการฟ้องคดีต่อศาล ตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป ภายใต้การกำกับดูแลของอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค โดยผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยพร เกริกกุลธร, สำนักงานอัยการสูงสุด, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e83b8d68df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มากันครบ&#039;ทอน-ช่อ-บุตร&#039; รายงานตัวคดีปลุกปั่น อัยการนัดฟังคำสั่ง 13 ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64- ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้นัด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ผู้ต้องหาในฐานความผิดฐานร่วมกันยุงยงปลุกปั่น ตาม ป.อาญา มาตรา 116 กรณีที่ทั้ง 3 คน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก การปราศรัยกับนักศึกษา หรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ รวมถึงเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมทางการเมืองเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว (2563) มาที่สำนักงานอัยการฯ คดีที่นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ให้ทนายความเข้าแจ้งความ โดยตำรวจนัดส่งตัวพร้อมส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาความเห็นควรสั่งฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายปิยบุตร เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานอัยการ ว่า วันนี้พวกตนทั้งสามคนมาตามที่พนักงานสอบสวน มีความเห็นสั่งฟ้องพวกเรา จากกรณีเมื่อปลายเดือน ต.ค. 2563 นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือที่สังคมรู้จักกันว่า พุทธะอิสระ มาร้องทุกข์กล่าวโทษพวกตนได้กระทำผิดกฎหมายมาตรา 116 เรื่องยุยงปลุกปั่น แล้ววันนี้พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง ก็จะนำตัวพวกเรามาให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ เมื่อพวกเราได้อ่านบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาของนายสุวิทย์ พวกตนไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากในสำนวนคำฟ้อง มีการกล่าวอ้างพฤติการณ์ของแต่ละคน เช่น กรณีของนายธนาธร คือนำเรื่องที่เคยมีเคยอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยในสภา อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่างๆ รวมถึงงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นผู้ที่มีส่วนในการก่อตั้งวารสารฟ้าเดียวกัน แล้วก็ไปปรากฏตัวในที่ชุมนุม ส่วนของตนเป็นการนำบทความ หรือเนื้อหาที่สมัยที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย และเรื่องที่เคยมีการเขียนลงในหนังสือฉบับหนึ่ง มาชี้นำว่าเข้าข่ายกระทำความผิด ส่วนกรณีของ น.ส.พรรณิการ์ มีเพียงการไลฟ์สดเฟซบุ๊กในการชุมนุมดังกล่าวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า หากนำข้อเท็จจริงดังกล่าว ไปออกข้อสอบในกลุ่มนิติศาสตร์ ก็เชื่อว่าทุกคนจะตอบคำถามในทางเดียวกันว่าไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ซึ่งแม้ว่าพนักงานสอบสวนจะไม่มีความเห็นงดสั่งฟ้อง หรือทำความเห็นแนบมากับสำนวนคดี ก็ตั้งความหวังว่าอัยการจะพิจารณาให้ความเป็นธรรม เช่นเดียวกับที่เคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแบบเดียวกับคดีของนายธนาธรก่อนหน้านี้ พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งคำถามกลับไปถึงกลุ่มนักร้องเรียน ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ จะไม่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตนเองได้ตระเวนร้องทุกข์ไปตามหน่วยงานต่าง ๆ หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยหลังทั้งสามรายงานตัวแล้วว่า เนื่องจากพนักงานสอบสวนเพิ่งนำสำนวนคำร้องส่งมาให้พิจารณาในวันนี้ พนักงานอัยการจึงยังไม่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงสรุปได้ทันทีว่า สมควรมีความเห็นทางคดีนี้อย่างไร ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงเห็นควรนัดฟังคำสั่งคดีนี้ต่อไป ในวันที่ 13 ก.ค. นี้ เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102494</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, ปิยบุตร, พรรณิการ์, ม.116, สำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a0f3fef2e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการธนกฤต&#039;แนะมาตรการบังคับใส่แมสก์นอกบ้านต้องชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 28 เม.ย. 2564 - ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะอาจารย์ผู้บรรยายวิชากฎหมายสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา มหาวิทยาลัยรามคำแหง โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นข้อกฎหมาย ถึงมาตรการบังคับให้ใส่หน้ากากเมื่อออกจากบ้านกับหลักนิติธรรมและรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ หลายจังหวัดออกมาตรการบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าก่อนออกจากที่พักอาศัยหรือเคหสถาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ผมเชื่อว่า ประชาชนทุกคนเห็นด้วย และเข้าใจในเจตนารมณ์ของการออกมาตรการบังคับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประชาชนจำนวนมากยังคงมีประเด็นข้อสงสัยตามมาหลายอย่างจากมาตรการบังคับให้ต้องสวมหน้ากากอนามัย ที่ยังขาดความชัดเจน &amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.หากอยู่ในสถานที่ทำงานไม่ว่าจะเป็นของเอกชน และของหน่วยงานรัฐ ที่เป็นพื้นที่ปิดที่ไม่ต้องให้บริการบุคคลหรือประชาชน และไม่มีบุคคลหรือประชาชนเดินทางมาติดต่อหรือขอรับบริการเป็นปกติธุระ บุคคลที่ทำงานในสถานที่ดังกล่าวนี้จะถูกบังคับตามมาตรการดังกล่าวให้ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลาที่อยู่ในสถานที่ทำงานหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หากนั่งรถยนต์ส่วนบุคคลไปกับบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งปกติเวลาอยู่ในที่พักอาศัยด้วยกันก็ไม่ได้สวมหน้ากาก จะต้องสวมหน้ากากขณะนั่งอยู่ในรถที่ปิดกระจกมิดชิดทุกบานตลอดเวลาหรือไม่ และหากถูกบังคับให้ต้องสวมหน้ากาก จะขัดกับสภาพตามความเป็นจริงที่ปกติแล้วก็ไม่ได้ใส่หน้ากากขณะอยู่ด้วยกันหรือไม่ เช่น พ่อ แม่ ลูก เมื่ออยู่ที่บ้านก็ไม่ได้สวมหน้ากาก แต่พอจะนั่งรถออกจากบ้านไปด้วยกันต้องถูกบังคับให้สวมหน้ากากขณะอยู่ในรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ มีความเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจึงควรออกประกาศกำหนดให้ชัดเจนว่า หากประชาชนออกมานอกเคหสถานหรือที่พักอาศัยแล้ว จะต้องสวมหน้ากากในสถานที่ใดบ้าง ซึ่งน่าจะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐผู้บังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายด้วย และทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ลักลั่นแตกต่างกัน ลำพังเพียงการออกมาชี้แจงให้ข่าวของหน่วยงานรัฐนั้น ๆ อาจจะยังไม่ได้ทำให้มาตรการบังคับสวมหน้ากากและการบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนเพียงพอได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่น ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีการออกมาตรการบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากเมื่อออกจากที่พักอาศัย ได้ประกาศกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อประชาชนออกจากที่พักอาศัยจะต้องสวมหน้ากากในสถานที่ใดบ้าง โดยกำหนดให้ประชาชนจะต้องสวมหน้ากากตลอดเวลาในสถานที่ทำงานทั้งของรัฐและเอกชน และขณะอยู่ในระบบขนส่งสาธารณะหรือที่สาธารณะที่เป็นอาคาร หรือเป็นสถานที่ปิด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามกฎหมาย เป็นต้น แต่ไม่ได้กำหนดให้บุคคลที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันต้องสวมหน้ากากขณะนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบัญญัติกฎหมายที่มีโทษทางอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ก้าวล่วงเข้าไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน ต้องมีความชัดเจนแน่นอนเพียงพอที่จะทำให้ผู้ถูกบังคับใช้สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า การกระทำใดที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายและมีโทษทางอาญา เพื่อที่ตนจะได้ไม่กระทำการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาคือมาตรการทางกฎหมายที่บังคับให้สวมหน้ากากดังกล่าวมีความชัดเจนแน่นอนแล้วหรือไหมเพียงใด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การที่หน่วยงานของรัฐประกาศมาตรการบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขณะออกจากเคหสถานหรือที่พักอาศัย ควรต้องพิจารณาถึงแนวความคิดพื้นฐานของหลักนิติธรรม ที่นอกจากจะจำกัดการใช้อำนาจของรัฐที่จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามอำเภอใจ และกฎหมายที่บังคับใช้จะต้องมีเนื้อหาสาระที่เป็นธรรมแล้ว ยังมุ่งให้ความสำคัญว่า กฎหมายที่บังคับใช้ต้องมีความแน่นอนชัดเจน และสามารถปฏิบัติตามได้ตามความเป็นจริง เพื่อให้มีความสอดคล้องและสัมพันธ์ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายกับชีวิตประจำวันของประชาชน และเพื่อให้ประชาชนอยู่ในวิสัยที่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม และรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;26 วรรคหนึ่ง กำหนดให้การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากหน่วยงานของรัฐประสงค์จะบังคับหรือออกมาตรการบังคับให้บุคคลในครอบครัวเดียวกันเมื่อนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลที่ปิดกระจกมิดชิดทุกบานจะต้องสวมหน้ากากด้วย ควรพิจารณาด้วยว่ามาตรการดังกล่าวสามารถปฏิบัติได้ตามความเป็นจริง และมีความสอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนหรือไม่ อีกทั้งต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ ซึ่งคงจะพิจารณาจากความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวขัดกับหลักนิติธรรมและรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101037</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบังคับใส่หน้ากาก, ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม, สถาบันนิติวัชร์, สำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604eed0ebceb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการเทเสียง ‘พชร’อดีตอสส. นั่งประธานกอ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการทั่วประเทศเทเสียง 1,814 คะแนน เลือก &amp;quot;พชร ยุติธรรมดำรง&amp;quot; อดีต อสส. นั่ง &amp;quot;ประธาน กอ.คนใหม่&amp;quot; แทน &amp;quot;อรรถพล ใหญ่สว่าง&amp;quot; ที่ครบวาระ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด วันที่ 20 เม.ย. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงผลการนับคะแนนเลือกประธานคณะกรรมการอัยการ (ประธาน ก.อ.) คนใหม่ แทนนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธาน ก.อ. ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ในวันที่ 25 เม.ย.2564 นับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งว่า วันนี้มีการนับคะแนนตั้งแต่ช่วงเช้า ทราบผลอย่างไม่เป็นทางการเวลาประมาณ 12.00 น. อัยการทั่วประเทศที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ 3,667 คน ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 3,155 คน มีผู้ใช้สิทธิคิดเป็น 86.04% ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดคือ นายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุดคนที่ 8 ได้คะแนนรวม 1,814 คะแนน ผู้ได้ลำดับสองคือ นายถาวร พานิชพันธ์ อดีตรองอัยการสูงสุด ได้คะแนน 986 คะแนน, ลำดับสามคือ นายสัตยา อรุณธารี อดีตรองอัยการสูงสุด ได้ 321 คะแนน, ลำดับสี่คือ นายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ 20 คะแนน, ลำดับห้าคือ นายปรีชา วราโห 12 คะแนน โดยขั้นตอนต่อไปจะรายงานผลการนับคะแนนให้อัยการสูงสุดทราบ เพื่อประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 18 บัญญัติให้คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ตามกฎหมายใหม่จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ประธาน ก.อ. (ที่มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) โดยมีอัยการสูงสุดเป็นรองประธาน ก.อ. ส่วน ก.อ.ประกอบด้วย รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวน 5 คน กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน ซึ่งมาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย ประกอบด้วย อัยการชั้น 5 ขึ้นไปจำนวน 4 คน อัยการที่เกษียณอายุราชการ จำนวน 2 คน รวมเป็น 6 คน และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นอัยการมาก่อนและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ โดยให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นเลขานุการ ก.อ. โดยประธาน ก.อ. และคณะกรรมการ ก.อ.ในสัดส่วนการเลือกตั้งจะมาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วยทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นประธาน ก.อ. จะเป็นผู้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเคยรับราชการเป็นข้าราชการมาแล้วในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการ หรืออธิบดีอัยการภาค หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า ทั้งนี้ ต้องไม่เคยเป็นสมาชิกหรือเป็นเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในระยะสิบปีก่อนได้รับเลือก โดยประธาน ก.อ.มีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ประธาน ก.อ. และ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งประธาน ก.อ.ตามกฎหมายใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 โดยประธาน ก.อ.ที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกคือนายอรรถพล ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่ต่อจนมีการเลือกตั้งประธาน ก.อ.คนใหม่เสร็จสิ้นประกาศผล และจนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน ก.อ.คนใหม่ลงมา.&lt;/p&gt;
ko888
jinda44
79mb
kogame
thvip
pgjoker
3kauto
jinda888
ktv888
va999</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100145</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธาน ก.อ., ประธานคณะกรรมการอัยการ, พชร ยุติธรรมดำรง, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ee94d29e02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรในสำนักงานอัยการฯ ติดเชื้อโควิดแล้ว 11 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานอัยการสูงสุดระบุข้อมูลผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ของสำนักงานฯ โดยเป็นข้อมูลเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2564 จำนวน 11 ราย มีดังนี้ 1.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 (ตรวจพบเชื้อ วันที่ 6 เม.ย. 2564) 2.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 1 (ตรวจพบเชื้อ วันที่ 9 เม.ย. 2564) 3.รองอัยการสูงสุด (ตรวจพบเชื้อ วันที่ 12 เม.ย. 2564)4.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 1 (ตรวจพบเชื้อ วันที่ 12 เม.ย. 2564) 5.พนักงานอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สาขาหัวหิน (ตรวจพบเชื้อ วันที่ 12 เม.ย. 2564)

6. พนักงานอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ทราบผลตรวจพบเชื้อ วันที่ 12 เม.ย. 2564) 7. พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 1 (ตรวจพบเชื้อ วันที่ 13 เม.ย. 2564) 8.พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 (ตรวจพบเชื้อ วันที่ 14 เม.ย. 2564) 9.พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 (ตรวจเชื้อวันที่ 15 เม.ย. 2564 ทราบผลวันที่ 16 เม.ย. 2564) 10.พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 3 (ตรวจเชื้อวันที่ 15 เม.ย. 2564 ทราบผลวันที่ 16 เม.ย. 2564) 11.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจำอาคารรัชดาภิเษก (ตรวจเชื้อวันที่ 15 เม.ย. 2564 ทราบผลวันที่ 16 เม.ย. 2564)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99748</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานอัยการสูงสุด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e83b8d68df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
