<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รัฐสภา’บิ๊กคลีนนิ่งห้องสื่อหลังพบนักข่าวติดโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาด เช็ดถูและพ่นยาฆ่าเชื้อ ห้องทำงานสื่อมวลชนประจำรัฐสภา หลังพบผู้สื่อข่าวติดเชื้อโควิด-19 และเข้ามาทำงานที่รัฐสภา รวมถึงทำความสะอาดห้องแถลงข่าว ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะมีการตรวจ ATK ให้กับ ส.ส. และเจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 15-16 ก.ย. และจะมีการประชุมร่วมรัฐสภา 17 ก.ย. จากนั้นจะปิดสมัยประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่18 ก.ย. เป็นต้นไป โดยแม้จะมี ส.ว. ติดโควิดเข้าประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. และมีบุคลากรของรัฐสภาติดเชื้อเกินกว่า 100 คน นับตั้งแต่เดือน เม ย. ที่ผ่านมา แต่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ยืนยันไม่กระทบกับการประชุมและสั่งประชุมตามปกติ ภายใต้มาตรการป้องกันโควิดเข้มข้น จำกัดสื่อมวลชนเข้ามาทำข่าว สำนักละ 1 ทีม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อ, ผู้สื่อข่าว, ยาฆ่าเชื้อ, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ห้องทำงานสื่อมวลชนประจำรัฐสภา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_614153fcc55e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาญาสิทธิ์&#039;ส.ส.นครศรีฯคนใหม่รายงานตัวต่อสภาฯแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ รายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังได้การรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 64 เนื่องจากได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส. ในการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง เมื่อวันที่ 7 มี.ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95836</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b06a177346.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาสภาฯ&#039;ยันผู้ติดโควิดมาประชุมกมธ.การพนันก่อนไปติดเชื้อที่ระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีผู้ป่วยโควิดเข้ามาสภาวันที่ 21 ธ.ค.ประชุมกมธ.การพนันว่า ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวด้วยตัวเอง พบบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ติดตามของผู้มาชี้แจงในอนุกมธ.ศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะไปตรวจพบว่า ต้องสงสัยจะติดเชื้อโควิดในวันที่ 25 ธ.ค. โดยได้มาสภาฯในวันที่ 21 ธ.ค.จากนั้นไปพบป้าที่จ.ระยอง วันที่ 23 ธ.ค. พอทราบว่าป้าเป็นผู้ติดเชื้อ จึงไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล จนพบว่า ผลตรวจตรวจก้ำกึ้งเป็นผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ถูกแยกตัวออกมาดูอาการอยู่ในโรงพยาบาล จึงสบายใจได้ระดับหนึ่งว่า เดินทางมาสภาฯก่อนที่จะไปตรวจพบต้องสงสัยติดเชื้อ และก่อนเข้าประชุมก็มีการตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ทางเข้าชั้น B2 จนถึงหน้าห้องประชุม มีเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ ควบคุมกันตามมาตรฐานทุกขั้นตอน ส่วนชายคนดังกล่าวจะได้รับเชื้อมาก่อนวันที่ 21 ธ.ค.หรือไม่นั้น คงไม่อาจทราบได้ อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายได้สั่งให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมวันดังกล่าวทั้งอนุกมธ. เจ้าหน้าที่ พนักงานเสิร์ฟ ตำรวจรักษาความปลอดภัยหน้าห้องประชุมไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาลเกษมราษฎร และให้ทำงานที่บ้านช่วงนี้ไปก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88127</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรพิศ เพชรเจริญ, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe86920b5d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กังขาสภาซูเอี๋ยซิโน-ไทย หวั่นค่าโง่บี้‘ชวน’สู้เต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;เดอะแจ๊ก&amp;quot; กังขาเลขาฯ สภายอมรับซิโน-ไทยทำถูกต้อง ฟ้องเรียกค่าเสียหายสภา 1.5 พันล้านบาทปมก่อสร้างล่าช้า ชี้เป็นประธานตรวจการจ้างและเสนอขยายเวลา หากยังอยู่ในตำแหน่งจะซูเอี๋ยกันได้ ย้อนถาม &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; กลืนน้ำลายตัวเอง หลังเคยลั่นวาจา &amp;quot;เอากล่องไม่เอาเงิน&amp;quot; &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; บี้ &amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ต่อสู้คดีเต็มที่หวั่นแพ้เสียค่าโง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ฟ้องสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ชำระหนี้จำนวน 1,596,592,305.46 บาท โดยกล่าวหาว่าส่งมอบพื้นที่ในการก่อสร้างล่าช้า และนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกมากล่าวสำทับอีกว่าการที่บริษัทฟ้องร้องนั้นถูกต้องแล้ว ว่าเป็นที่น่าสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของนายสรศักดิ์เป็นอย่างยิ่งว่าซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ เหตุใดถึงยอมรับว่าบริษัทฟ้องเรียกค่าเสียหายสภาถึงกว่า 1,596 ล้านบาทเป็นเรื่องถูกต้อง เป็นพฤติกรรมที่ปกป้องผลประโยชน์ของหน่วยงานราชการหรือไม่ ทั้งที่ในความเป็นจริงสภาไม่ผิด และในสัญญาก็เขียนไว้ชัดแล้วว่าสภาไม่ต้องรับผิด ซึ่งต้องพิสูจน์ความจริงกันในศาลว่าใครโกหกเพื่อหวังเงินภาษีอากรของประชาชนหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวต่อว่า อีกทั้งสภาได้ขยายเวลาการก่อสร้างจากสัญญาเดิม 900 วันให้บริษัทถึง 4 &amp;nbsp;ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 เป็นเวลา 387 วัน มีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เป็นประธานตรวจการจ้างและเป็นผู้เสนอให้ขยาย ซึ่งแต่เดิมกรรมการชุดนี้มีนายวีระพันธ์ มุขสมบัติ เป็นประธาน มีมติให้ขยายเพียง &amp;nbsp;287 วัน นายสรศักดิ์มีมติเพิ่มให้อีกถึง 100 วัน เมื่อนายสรศักดิ์ได้รับจัดวางให้เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้อนุมัติให้ขยายเวลาครั้งที่ 2 เป็นเวลา 421 วัน ครั้งที่ 3 เป็นเวลา 674 วัน และครั้งที่ 4 อีก 382 วัน ผลงานการขยายเวลาให้บริษัทซิโนฯ เป็นของนายสรศักดิ์ล้วนๆ รวมทั้งสิ้น 1,864 วัน มากกว่าสัญญาหลักถึง 2 เท่า ผิดปกติวิสัยของวิญญูชนโดยทั่วไป ซึ่งในสัญญาหากก่อสร้างล่าช้า บริษัทต้องจ่ายค่าปรับให้สภาวันละ 12 ล้านบาท ไม่ทราบว่าประเด็นที่รัฐเสียหายมากถึงขนาดนี้จะนำไปฟ้องศาลอาญาทุจริตได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มิหนำซ้ำบริษัทซิโนฯ ยังมีหนังสือลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 ถึงเลขาธิการสภาเพื่อเรียกค่าเสียหายถึง 1,605,228,940.83 บาท อันเป็นที่มาของการฟ้องศาลปกครองในครั้งนี้ ดังนั้นการที่นายสรศักดิ์ยังอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ประชาชนจะเชื่อใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีการซูเอี๋ยระหว่างกัน เพราะเป็นผู้มีส่วนสำคัญทำให้สภาถูกฟ้องในครั้งนี้ การที่บริษัทซิโนฯ ฟ้องในครั้งนี้ จึงเป็นการสวนทางกับคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอย่างสิ้นเชิง เพราะนายอนุทินเคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2561 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่าบริษัททราบว่าการก่อสร้างครั้งนี้จะมีปัญหา แต่ทำไมยังรับก่อสร้างนั้น อยากจะบอกว่าบริษัทถือคติเอากล่องไม่เอาเงิน เอาศักดิ์ศรี เอาความภาคภูมิใจ จะได้เขียนลงในประวัติบริษัทว่าเคยก่อสร้างรัฐสภา ด้วยเกียรติของผม ของพ่อผม มีเกียรติเพียงพอที่จะรับประกันว่าโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่มีความโปร่งใส&amp;quot; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวอีกว่า เมื่อยืนยันว่าบริษัทถือคติเอากล่อง ไม่เอาเงิน อยากถามว่าบริษัทซิโนฯ ของนายอนุทินไปฟ้องศาลปกครองเอาเงินอีกกว่า 1,596 ล้านทำไม ยิ่งตอนนี้อยู่ในภาวะที่รัฐบาลถังแตก ต้องกู้เงินนับล้านล้านบาทเพื่อดูแลประชาชนจากโรคโควิด-19 เงินแค่ 5,000 บาทยังแจกประชาชนได้ไม่ทั่วถึง แต่บริษัทซิโนฯ ของรองนายกรัฐมนตรีกลับมาฟ้องร้องเรียกเอาเงินจากรัฐบาลถึง 1,600 ล้านบาทในภาวะวิกฤติอย่างนี้ ต้องถามว่าใช้หลักธรรมาภิบาลข้อไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธาน ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร จะแถลงเปิดหลักฐานการทุจริตเรื่องนี้ในวันที่ 3 พ.ค.63 เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นายชัชชัย ยอดมาลัย ตุลาการศาลปกครอง ได้ลงนามในหนังสือของสำนักงานศาลปกครองกลาง ถึงสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คัดสำเนาคำฟ้องที่บริษัท &amp;nbsp;ซิโน-ไทยฯ ดำเนินการยื่นฟ้องสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อศาลปกครองกลาง ภายใน 60 วันนับจากวันที่รับคำสั่ง ซึ่งคือวันที่ 22 เม.ย. ที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ลงเลขรับคำสั่งจากศาลปกครอง ทั้งนี้ หากผู้ถูกฟ้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ศาลจะถือว่าผู้ถูกฟ้องยอมรับข้อเท็จจริงตามข้อหาของผู้ฟ้องคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ว่าจ้างบริษัท ซิโน-ไทยฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นผู้ดูแลเรื่องดังกล่าว คือร่างแก้ไขคำฟ้อง และเตรียมตั้งอัยการดำเนินการฟ้องร้องให้สำนักงาน ทั้งนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขคำฟ้อง ทั้งนี้เขาฟ้องร้องถูกต้องแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เขาสงวนสิทธิ์การฟ้องมา ไม่ใช่จู่ๆ จะฟ้องกัน ส่วนการฟ้องร้องให้ฟ้องไป แต่งานก่อสร้างต้องทำให้เสร็จตามเวลา คือภายในสิ้นปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ต่อสู้คดีทางปกครองอย่างเต็มที่ ในฐานะ กมธ.วิสามัญเคยร้องขอเอกสารเกี่ยวกับการสงวนสิทธิ์การฟ้องร้องของบริษัท ซิโน-ไทยฯ จากสภาฯ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเรื่องเอกสารชี้แจงอย่างเพียงพอ กระทั่งล่าสุดบริษัทผู้รับจ้างได้อ้างข้อสงวนสิทธิ์มาฟ้องร้องค่าเสียหายจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ และศาลปกครองรับเรื่องไว้ตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะเป็นการเสียค่าโง่อีกครั้งตามมาได้ โดยเฉพาะกรณีดังกล่าวอาจเกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องในทางอ้อมเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับคู่ความ ซึ่งสาธารณชนทราบดีว่าเป็นใคร ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;จึงขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ สู้คดีอย่างเต็มที่ ตรงไปมา เพราะหากสู้ไม่เต็มที่อาจแพ้คดี จนกลายเป็นค่าโง่อีกคดีหนึ่งตามมาได้&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโน-ไทย, วัชระ เพชรทอง, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ส่งมอบพื้นที่ในการก่อสร้างล่าช้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพ้เสียค่าโง่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaad1d6d5ec8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พีระวิทย์&#039;คัมแบ็กเชื่อคราวนี้อยู่ยาวเพราะหนุนบิ๊กตู่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึงการได้เข้ามาเป็น ส.ส.อีกครั้งหลังจากได้เป็น ส.ส.เพียง 3 วัน ว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างยิ่งที่ได้กลับมาเป็น ส.ส.อีกครั้ง จากการที่หยุดไป 7-8 เดือน ก็ไม่ได้หยุดทำหน้าที่ของส.ส. โดยลงพื้นที่ตลอด เพราะหวังว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเป็น ส.ส. และวันนี้ก็ได้กลับมาแล้ว โดยได้ไปบนที่วัดสะตือ จังหวัดสระบุรี เพื่อให้ได้กลับมาจริงๆ ซึ่งจะต้องนำคณะกลองยาวไปถวายแก้บน
&amp;nbsp;
นายพีระวิทย์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะอยู่กับกลุ่มกิจสังคมใหม่ เพราะที่ผ่านมากลุ่มนี้ไม่เคยทอดทิ้ง และในช่วงบ่ายวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมาแสดงความยินดีในฐานะที่เป็นน้องชาย ทั้งนี้ ยืนยันจะอยู่ในฝั่งรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อย่างไรก็ตาม ถ้ามีโอกาสเลือกทำงานในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ก็จะเลือกคณะ กมธ.วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว รวมทั้งอยากเข้าไปร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะประเด็นคำนวณสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง
&amp;nbsp;
นายพีระวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับคำร้องที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีการคำนวณ ส.ส.พึงมีนั้น ทั้ง ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือชี้แจงกลับมาแล้วว่า กกต.ได้ทำหน้าที่ตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าเรื่องร้องเรียนจบไป หรือถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือแพ้ ดังนั้นจึงไม่ติดใจกับกรณีดังกล่าวแล้ว
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มั่นใจว่าจะไม่หลุดจากตำแหน่ง ส.ส.อีกอย่างแน่นอน เพราะกรณีคำร้องพิจารณาใบแดงของในนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีต ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ศาลฎีกาได้นัดไต่สวนคู่ความทั้งสองฝ่ายในช่วงเดือนมีนาคม และจากนั้นคาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาอีกประมาณ 1 เดือน จึงมั่นใจว่าศาลฎีกาจะตัดสินคำร้องดังกล่าวนี้เสร็จสิ้นหลังวันที่ 24 มีนาคม 2563 ซึ่งจะครบกำหนด 1 ปี ที่กฎหมายกำหนดให้มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ได้&amp;rdquo; นายพีระวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55774</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคไทรักธรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3100b59274f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุย้อน‘ปู’หนี‘ว.5’ ยัน‘บิ๊กตู่’เข้าสภาฯตอบถวายสัตย์สองสามประโยคแล้วให้ผู้รู้แจงแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องไปสภาตอบคำถามปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบสองสามประโยคแล้วให้คนอื่นชี้แจงต่อ เพราะคนที่รู้มีเยอะ ตอกเพื่อไทยหน้าหงาย &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; เคยหนีกระทู้ถาม ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ให้รัฐมนตรีคนอื่นตอบแทน &amp;quot;ศุภชัย&amp;quot; เผยญัตติซักฟอกแบบไม่ลงมตินายกฯ อยู่ระหว่างขั้นตอนกลั่นกรองของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ยันไม่มีใครอยากจองล้างจองผลาญ แต่นายกฯ จุดไฟขึ้นมาเอง ด้าน &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; อาการหนักอ้างต่อให้ศาล รธน.วินิจฉัยว่า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ไม่ผิด ฝ่ายค้านก็ซักฟอกต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะให้ทางเลขาธิการสภาฯ ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อแจ้งเหตุผลที่ไม่มาตอบกระทู้ว่า หากเขาส่งหนังสือถามมา จำเป็นต้องชี้แจง แต่ขณะนี้ไม่ทราบว่าหนังสือมาแล้วหรือยัง และที่ผ่านมาถ้ามีการส่งมา ทางรัฐบาลไม่เคยไม่ตอบ ส่วนกรณีฝ่ายค้านยื่นอภิปรายโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 นั้น นายกฯ ไม่จำเป็นต้องตอบด้วยตัวเอง อยู่ที่ว่าเขาตั้งคำถามถามใคร เพราะมาตรา 152 ไม่ใช่การถามตัวบุคคล เป็นการถามรัฐบาลเพื่อจะให้รัฐบาลตอบ หากใครเกี่ยวข้องก็ไปตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากถามเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ มอบคนอื่นไปตอบได้หรือไม่ รองนายกฯ แจงว่า ถึงอย่างไรนายกฯ ก็ต้องไปอยู่ดี เพราะเขาถามรัฐบาล นายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ถ้าว่างก็ต้องไป และเชื่อว่าท่านจะไป เพียงแต่ว่านายกฯ อาจจะตอบสองสามประโยค แล้วให้คนอื่นตอบ เพราะคนที่รู้มีเยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 นั้น เป็นการอภิปรายเฉพาะตัว แต่สามารถให้คนอื่นลุกขึ้นชี้แจงได้ ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่อง สปก. 4-01 ต่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ซึ่งเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ รู้เรื่องก็ตอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนายกฯ หนีสภา นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหา เพราะถ้านายกฯ ติดภารกิจก็ไปไม่ได้อยู่ดี ในอดีตมีมาตลอด คราวที่แล้ว สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ เมื่อมีการถามเรื่องโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ก็ให้คนอื่นไปตอบ พอไปชี้แจงฝ่ายค้านเขาก็ถามคนมาชี้แจงแทนว่าเคยไปโรงแรมดังกล่าวหรือ ซึ่งคนมาชี้แจงไม่เคยไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ จึงถูกฝ่ายค้านถามกลับว่าแล้วมาทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตที่รัฐบาลยังไม่มีมติ ครม.เกี่ยวกับนโยบายและมาตรการต่างๆ มีแต่การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง เพราะหวั่นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า นโยบายออกมาแล้วตั้งหลายเรื่อง ทั้งภัยแล้ง การรับมือสถานการณ์ฮ่องกง การติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุระเบิดใน กทม. มีการแต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว และเรื่องต่างๆ หากเป็นโครงการอะไรต้องสอบถามหน่วยงานต่างๆ ก่อน ซึ่งวันที่ 20 ส.ค.จะมีเรื่องเกี่ยวกับนโยบายออกมามาก เพราะหน่วยงานเริ่มชี้แจงกลับมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวถึงกรอบการพิจารณาบรรจุญัตติของ 214 ส.ส.ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า ขณะนี้ญัตติดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพิจารณากลั่นกรองของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าเป็นญัตติที่มีองค์ประกอบครบถ้วนตามระเบียบของบังคับการประชุม อาทิ มีจำนวนครบถูกต้อง ลายเซ็นชื่อท้ายญัตติของสมาชิกแต่ละคนถูกต้อง รวมถึงชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนที่จะทำความเห็นเสนอมาถึงตน ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องกระทู้และญัตติ โดยในสัปดาห์หน้า อย่างช้าที่สุด วันที่ 20-21 สิงหาคมนี้ ญัตติก็จะถึงมือตน เพื่อวินิจฉัยบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป&amp;nbsp;
เตรียมบรรจุญัตติซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากญัตติมีองค์ประชุมครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ก็บรรจุได้ทันที แต่หากพิจารณาตามความเห็นของฝ่ายกฎหมายแล้ว ยังมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์เพื่อไม่ให้มีการติฉินนินทา ก็ต้องปรึกษาหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ รวมไปถึงนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ระดมสมองกันเต็มที่ที่สุด แต่ถ้าผลออกมาเป็นญัตติที่ไม่ครบถ้วนจริงๆ ก็ต้องแจ้งเหตุผลกลับไปยัง ส.ส.ฝ่ายค้าน ในฐานะผู้เสนอญัตติให้นำกลับไปแก้ไขต่อไป ส่วนเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้ว จะกำหนดให้วันประชุมได้เมื่อไหร่นั้น ก็ต้องประสานสอบถามไปยังรัฐบาลด้วยว่าจะสะดวกมาชี้แจงญัตติอภิปรายทั่วไปได้เมื่อไหร่ โดยสภาจะยึดเอาความพร้อมของทุกฝ่ายประกอบด้วย&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เป็นการตรวจสอบปกติตามกระบวนการของรัฐสภา และเป็นเพียงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ เราไม่มีปัญหาอะไรถ้าเป็นการทำตามกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะใช้สิทธิ์ดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกฝ่ายกำลังใช้ช่องทางของสภาแก้ปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชน รวมถึงปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากเห็นการเมืองเข้าสู่ระบบ มากกว่าการเมืองนอกระบบ หรือการเมืองบนท้องถนน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปครั้งนี้ จะเกิดผลดีกับทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวคือฝ่ายค้านก็จะใช้เวทีที่ประชุมสภาอภิปรายซักถามข้อสงสัยให้จบสิ้นกระบวนความ ดีกว่าการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ เพราะเป็นการพูดฝ่ายเดียว พูดกันไปกันมาคนละครั้ง คนละเวลา ไม่สามารถหาข้อยุติอะไรได้ ส่วนฝ่ายของนายกรัฐมนตรีก็จะได้ตอบคำถามค้างคาใจของฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อม และการพูดในที่ประชุมสภายังมีเอกสิทธิ์คุ้มครองด้วย ซึ่งเป็นผลดีกับทุกฝ่ายในการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดกับประชาชนทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เพื่อน ส.ส.ทุกคนก็สามารถรับฟังทั้งสองฝ่ายเพื่อสามารถใช้ดุลพินิจว่าฝ่ายใดมีเหตุมีผลที่ดีกว่ากัน ตนสนับสนุนการใช้กระบวนการทางรัฐสภาแก้ปัญหาในทุกด้าน จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญและเคารพกับการประชุมสภา เพราะ ส.ส.ทุกคนเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่เคารพกติกาในระบอบประชาธิปไตยโดยการใช้เหตุผลแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพื่อหาข้อยุติเพื่อให้บ้านเมืองของเราเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นอีก
ยันนายกฯ ชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงได้ตามกลไกระบบรัฐสภา ที่สำคัญเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาแล้ว ทางที่ดีพรรคฝ่ายค้านน่าจะรอการพิจารณาของกระบวนการตรวจสอบก่อน ดีกว่ามายื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะฝ่ายค้านก็ไม่สามารถตัดสินเรื่องนี้ได้ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย และแทนที่รัฐบาลจะได้เอาเวลาไปทำงานให้กับประชาชน แต่กลับต้องมาสาละวนอยู่กับเกมการเมืองในสภาของฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยืนยันแล้วว่ามีขั้นตอนแก้ปัญหาอยู่แล้ว และมีฝ่ายกฎหมายดูแลอยู่ ไม่เข้าใจพรรคฝ่ายค้านที่พยายามเอาเป็นเอาตายกับเรื่องนี้มาก ทั้งที่สุดท้ายแล้วก็ทราบแก่ใจดีว่าจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า น่าเห็นใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมดในสายตาฝ่ายค้าน แต่ท่านก็ไม่ท้อถอย ยังคงมุ่งมั่นทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป โดยเฉพาะการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ต้องเรียกร้อง แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ วันนี้สิ่งที่ต้องพูดคือเหตุใดเราต้องพูดถึงการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน และการแถลงนโยบายไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ในเมื่อรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด รัฐธรรมนูญนี้นายกฯ ผลักดันและร่างขึ้นมาเอง เพื่ออำนวยให้กลับมาเป็นนายกฯ ได้อีกครั้ง แต่กลับไม่ปฏิบัติตามในสิ่งที่ตนเองร่างเองเขียนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การทำผิดไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากการใช้รัฐธรรมนูญมา 2-3 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ทำในสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ในอดีตเป็นหัวหน้า คสช. มีมาตรา 44 ที่ใช้ยกเว้นมาตราต่างๆ ของรัฐธรรมนูญได้ เดินตามเส้นทางของประชาธิปไตย และไม่มี ม.44 แต่ยังทำผิดรัฐธรรมนูญได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรทำในสิ่งที่ถูกต้องในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ การกระทำดังกล่าวเหมือนกลัดกระดุม ถ้าเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปก็ผิดหมด ซึ่งการเสนอครั้งนี้ให้เคลียร์ปัญหา เป็นความหวังดีของฝ่ายค้าน เพราะกลัวว่าการทำงานของรัฐบาลจะเป็นโมฆะ หากเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา เช่นการอนุมัติงบประมาณ 5 หมื่นล้านไปช่วยเกษตรกร หากเกิดมีคนไม่เห็นด้วย และมีการร้องเรียนว่าโครงการนี้ถูกการอนุมัติจาก ครม.ไม่มีความสมบูรณ์ ตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากในอนาคตศาลตัดสินว่าผิดรัฐธรรมนูญจริง เมื่อเงินแจกลงไปถึงพื้นที่แล้วจะไม่สามารถเอาคืนได้ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านหวังดี เมื่อรู้ว่าตนเองทำผิดและสารภาพว่าตนเองทำผิดก็ควรจะแก้ไขด้วยตนเอง แต่กลับปล่อยเวลามาเป็นเดือนไม่ทำอะไรเลย และจะบริหารงานต่อทั้งที่กระดุมเม็ดอื่นยังผิดอยู่ ซึ่งการแก้ไขจะเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา เสียโอกาสชาวบ้าน
ไม่มีเจตนาทำร้ายนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเปิดการอภิปรายทั่วไปไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายนายกฯ เพียงแต่คิดว่าเมื่อนายกฯ ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ก็เอาเข้าสภา ให้ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ นายกฯ คิดอย่างไร สภามีความเห็นอย่างไรก็ปรึกษากัน ให้ถูกต้อง และจะได้แก้ในสิ่งที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าพยายามพูดว่าเหมือนจะจองล้างจองผลาญไม่จบ ซึ่งไม่มีใครอยากจองล้างจองผลาญ แต่สิ่งที่ทำเป็นไฟที่ตัวนายกฯ จุดขึ้นมาเอง และก็เผาไหม้ตัวเอง พรรคฝ่ายค้านก็เพียงแค่จะไปช่วยดับให้ จะได้มาช่วยทำงานให้กับประชาชน ยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำตัวเองทั้งนั้น ดังนั้นอย่ากลัวสภา นายกฯ ต้องไปทำความเข้าใจกับระบอบประชาธิปไตย และการทำงานในระบบรัฐสภาใหม่ นายกฯ จะกลัวการเข้าสภาเหมือนเด็กกลัวเข้าบ้านผีสิงอย่างที่สื่อมวลชนเขียนไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ ย้ำว่าจำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า เรื่องดังกล่าวมีระบบอยู่แล้ว ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ทำไป ทางสภาก็ดำเนินการไป รัฐธรรมนูญที่นายกฯ คนนี้ ผลักดันให้ออกมาเองก็มีมาตรา 152 ให้มีการปรึกษาหารือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วทำไมจึงไม่ใช้สภาแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ นายกฯ มาจากวิถีประชาธิปไตย ต้องไม่กลัวสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน หากไม่ดำเนินการอาจถูกมองว่าปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ที่ผ่านมาดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์กำลังหลบเลี่ยง หนีปัญหา การกระทำสวนทางกับคำพูด บอกว่าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ก็รับผิดชอบได้เพียงแค่การไม่พูดถึงเรื่องถวายสัตย์ฯ อีก บอกว่าไม่กลัวสภา พร้อมมาชี้แจง แต่ที่ผ่านมาก็หนีสภาตลอด ขนาดประธานสภาฯ ยังแฉเลยว่า พล.อ.ประยุทธ์หนีสภา ไม่เคยแจ้งเหตุผล ไม่ลาให้ถูกต้อง พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องหยิบเรื่องนี้มาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมืองกับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาล แต่ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ เสนอแนะรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา อะไรที่ผิดถ้าแก้ได้ก็กลับไปแก้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถหนีปัญหาและหนีสภาได้ตลอด ทางที่ดีหันกลับมาแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง สิ่งใดทำผิด ก็กลับไปดำเนินการให้ถูกต้อง อย่าประวิงเวลา โดยเฉพาะหากไม่แก้ไขก่อนที่จะมีการพิจารณา &amp;nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 หากเกิดปัญหาขึ้นมา จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมมาชี้แจงต่อสภาถึงสองสัปดาห์ติดต่อกันแล้ว ในสัปดาห์แรกก็อาจพอฟังได้ว่าติดภารกิจจำเป็น แต่พอมาสัปดาห์นี้ ข้ออ้างอะไรก็ฟังไม่ขึ้น สาเหตุก็คงไม่มีอะไร นอกจากกลัวว่าจะจนกลางสภา เพราะไม่สามารถชี้แจงได้ แต่เมื่อไม่มาชี้แจงในเรื่องสำคัญอย่างนี้ต่อเนื่องกัน ก็มีปัญหาว่าแล้วต่อๆไปจะทำงานกับสภาอย่างไร จะมาชี้แจงเรื่องอื่นๆ หรือไม่ จะมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
ชี้นำศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุด ดูเหมือนพลเอกประยุทธ์และเนติบริกรคู่ใจจะเตรียมหาทางออกเรื่องนี้ไว้ ด้วยการอ้างว่าเรื่องนี้จะไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ และในระหว่างที่มีการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พวกเขาก็คงอ้างว่าสภาไม่ควรอภิปราย หรือพูดถึงเรื่องการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบอีกต่อไป มิฉะนั้นจะเป็นการไปชี้นำศาลรัฐธรรมนูญ พลเอกประยุทธ์ก็ไม่ต้องไปชี้แจงต่อสภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ความจริงเรื่องการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบนี้ ไม่จำเป็นต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญที่เดียว หากมีคนร้องไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช.เห็นว่าผิดพ.ร.ป.ป.ป.ช. ป.ป.ช.อาจฟ้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้ แต่ไม่ว่าเรื่องจะไปที่ศาลใด สภาผู้แทนราษฎรก็ยังสามารถพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบนี้ได้อยู่ดีมีการอธิบายเรื่องสภาไม่ควรพูดถึงเรื่องใดๆ ที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่คราวที่มีการพูดเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ดูเหมือนประธานสภาฯ ก็วินิจฉัยไปทำนองนั้น แต่เข้าใจว่าเนื่องจากเรื่องนั้นมีการอภิปรายไปแล้วพอสมควรก่อนที่เรื่องจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ส.ส.ทั้งหลายจึงไม่ได้ติดใจที่จะพูดถึงเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีอีกเท่าไรนัก ซึ่งก็เลยทำให้ไม่ได้มีการพูดกันว่าสภาไม่ควรพูดถึงเรื่องที่กำลังมีการพิจารณาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า จากที่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องทำนองนี้มาบ้าง มีความเห็นว่าความเห็นที่ว่า &amp;ldquo;เมื่อเรื่องใดที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณากันอยู่เกิดไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎรไม่ควรอภิปรายเรื่องนั้นอีกต่อไป&amp;rdquo; นั้น เป็นความเห็นที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับหลักของการแบ่งแยกอำนาจและการจัดความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้งสาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พูดให้เฉพาะเจาะจงมากๆ คือกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของพลเอกประยุทธ์นี้ ขณะนี้มีคนเสนอเรื่องไปให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ซึ่งต่อไปผู้ตรวจการแผ่นดินอาจส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ถึงแม้เรื่องไปถึงขั้นนั้นแล้ว สภาผู้แทนฯ ก็ยังสามารถพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบนี้ได้ เพราะเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งสามารถพิจารณาได้ในหลายแง่มุม โดยไม่มีปัญหาเรื่องการชี้นำศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดทั้งสิ้น หากแต่เป็นการทำหน้าที่คนละทางคนละส่วนกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งคำถามง่ายๆ ว่าถ้าเรื่องถวายสัตย์ฯ นี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ส.ส.ยังจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและ ครม.ด้วยเรื่องนี้ได้หรือไม่คำตอบก็คือต้องได้แน่นอน
แนะสวนศาล รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ส.ส.อาจตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เพื่อจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรีจะยืนยันได้หรือไม่ว่าจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส. จะเสนอญัตติอภิปรายทั่วไปที่ไม่ต้องมีการลงมติก็ได้ หรือต่อไปจะอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ด้วยก็ได้ สิ่งที่อภิปรายในสภาไม่ใช่การชี้นำและย่อมไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญอาจนำเอาไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีหรือไม่ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณของพลเอกประยุทธ์ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ สภาก็อาจยังไม่ไว้ใจพลเอกประยุทธ์และยังคงอภิปรายไม่ไว้วางใจกันต่อไป กระทั่งอาจจะลงมติไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ไปเลยก็ได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่จะถือว่าสภาจะไปขัดแย้งอะไรกับศาลรัฐธรรมนูญ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรกติองค์กรอิสระเช่น ป.ป.ช.หรือศาล เช่นศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนใดมีมูลว่าทุจริต หรือมีเหตุสงสัยว่าจะกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ ก็อาจสั่งให้นักการเมืองคนนั้นหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนได้ แต่ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดที่บัญญัติว่า หากมีการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนใดกระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วให้สภาผู้แทนราษฎรหยุดการปฏิบัติหน้าที่หน้าที่ในเรื่องนั้นไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พูดเรื่องทำนองนี้กันในสภา และที่ได้ยินแว่วๆมาจากทำเนียบรัฐบาลนั้น ไม่มีหลักเกณฑ์หลักการอะไรรองรับ อย่างหนึ่งก็เป็นเพียงการช่วยหาทางให้พลเอกประยุทธ์ไม่ต้องจนแต้มตกม้ากลางสภา แต่ที่เขาเล็งผลเลิศมากกว่านั้น ก็คือจะได้ทำให้พลเอกประยุทธ์ไม่ต้องถูกตรวจสอบใดๆ จากทั้งสภาผู้แทนราษฎร สื่อมวลชนและประชาชนอีกเลย ไม่ว่าวิถีทางใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาอยู่กับการไม่ต้องถูกตรวจสอบมาจนเคยตัวกันหมดแล้ว ก็หวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ปล่อยให้พลเอกประยุทธ์เอาตัวรอดจากการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนไปได้ด้วยการบิดเบือนหลักการอย่างที่เขาพยายามทำกันอยู่นะครับ&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, วิษณุ เครืองาม, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์, ให้คนอื่นชี้แจง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190817/image_big_5d5818e46c85e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เตรียมสถานที่รับการรายงานตัวส.ส.แล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.62- &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เตรียมพร้อมสถานที่รับการรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แล้ว เมื่อ ส.ส.ได้รับใบรับรองความเป็น ส.ส. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถยื่นรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกาย ชั้น 4 ฝั่งสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อมีการรายงานตัว ส.ส. ครบร้อยละ 95 แล้ว ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะนำความกราบทูลเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก และกำหนดวันเพื่อให้มีงานรัฐพิธีเปิดประชุมต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ส.รายงานตัว, สรศักดิ์  เพียรเวช, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8b6afabd5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
