<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อนุชา” มอบลำไยสดปลอดสารพิษให้บุคลากรด่านหน้า ใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบผู้แทนนำลำไยสดปลอดสารพิษ ที่ซื้อจากชาวสวนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้าตามสถานที่ต่าง ๆ อาทิ&amp;nbsp;โรงพยาบาลสงฆ์ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลรามาธิบดี&amp;nbsp; และโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาดราคาตกต่ำ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การกระจายผลไม้ทำได้ยากขึ้น รวมถึงติดปัญหาการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว เป็นกำลังใจให้กับคุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงจิตอาสา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่เสียสละเวลาส่วนตัวมาทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 อย่างทุ่มเทมาโดยตลอดเวลา ถือเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีความเสี่ยง ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112759</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, ชาวสวน, นายอนุชา นาคาศัย, บุคลากรทางการแพทย์, ปัญหาผลผลิตล้นตลาดราคาตกต่ำ, มอบให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาด่านหน้า, มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน, ลำไยสดปลอดสารพิษ, สำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_611133abd5efa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปน. แจกถุงยังชีพกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง เปิดรับบริจาคลดหย่อนภาษีได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีข้อสั่งการในการประชุมครม.และ ศบค. ให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต ของประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด

นายธีรภัทร กล่าวว่า จากการที่นายกฯและครม. ได้บริจาคเงินเดือนเริ่มต้น เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2563 เพื่อเปิดบัญชี &amp;ldquo;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหา โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;rdquo; โดยมีภาคเอกชน และภาคประชาชน บริจาคเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ต่อมา นายกฯและครม. ได้เตรียมบริจาคเงินเพิ่มเติมอีก ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้ง คณะกรรมการมาบริหารเงินจากบัญชีดังกล่าว โดยตนเป็นประธานกรรมการ มีผู้แทนของ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า คณะกรรมการ ได้อนุมัติจัดเงินจากบัญชีดังกล่าวมาช่วยเหลือแพทย์ พยาบาล และ อสม. ที่บาดเจ็บ และเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดเงินช่วยเหลือไปแล้ว 126 ราย และกำลังพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร กล่าวว่า รวมทั้งปัจจุบันนายกรัฐมนตรี ได้ให้จัดถุงยังชีพเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ตามคำสั่ง ศบค. ที่ 10/2564 จึงได้จัดเงินบริจาคจากบัญชีดังกล่าว และจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี สนับสนุนรวม 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ในการจัดถุงยังชีพแจกจ่ายให้ครอบครัว กลุ่มเปราะบางผู้ป่วยติดเตียง รวมจำนวน 19,537 ครอบครัว ทั้งนี้ สิ่งของในถุงยังชีพประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารกระป๋อง รวมทั้งได้เพิ่มหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เจลแอลกอฮอล์ และยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีความจำเป็นในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด &amp;ndash; 19 ที่รุนแรงขึ้นช่วงนี้

นายธีรภัทร กล่าวว่า เพื่อส่งมอบกำลังใจ และความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งร่วมช่วยเหลือ บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สนับสนุนด้านสาธารณสุขที่ติดเชื้อโควิด-19 จากการปฏิบัติงาน และเพื่อการสนับสนุน อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 เพิ่มเติมในระยะต่อไป

นายธีรภัทร กล่าวว่า ขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงินสนับสนุนได้ที่ บัญชีเลขที่ 067-0-06895-0 ธนาคารกรุงไทย สาขาทำเนียบรัฐบาล ชื่อบัญชี &amp;ldquo;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;rdquo; โดยยอดเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110650</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, บริจาคเงินเดือน, สำนักนายกรัฐมนตรี, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8c2931b633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมต.อนุชา หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเปิดการประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียน ครั้งที่ 15 พร้อมนำอาเซียนมุ่งเดินหน้าประชาคมดิจิทัล ขยายโอกาสการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในทุกกลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (12 มีนาคม 2564) เวลา 09.00 น. ณ กรมประชาสัมพันธ์ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะผู้เทนไทยเป็นประธานเปิดการประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียน ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิด &amp;quot;สานต่อประชาคมดิจิทัล ครอบคลุมเพื่อโอกาสของคนทุกกลุ่ม&amp;quot; ในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผ่านระบบทางไกล ซึ่งมีรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกอาเซียน และสำนักงานเลขาธิการอาเซียนร่วมประชุม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญของหน่วยงานด้านสื่อและสารนิเทศของอาเซียน เชื่อในบทบาทความสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของอาเซียนมาโดยตลอด ที่ผ่านมาประเทศสมาชิกได้ร่วมดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเมืองอาเซียน ซึ่งในช่วงที่ไทยเข้ามารับตำแหน่งประธานด้านสื่อและสารนิเทศอาเซียนในเดือนมิถุนายน 2563 เป็นช่วงของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายบทบาทของสื่อและสารนิเทศ ในการจัดการกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่ประเทศคู่เจรจาได้ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์มีการให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนบุคลากรรวมถึงการสนับสนุนรูปแบบอื่น เป็นสิ่งพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาที่ไม่ใช่หุ้นส่วนเพียงทางยุทธศาสตร์แต่เป็นความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้านสารนิเทศ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องช่วยกันส่งเสริมการรับรู้ เข้าถึง และใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อดิจิทัลเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม ตามแนวความคิดของการเป็นประชาคมอาเซียน คือ เราจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างยิ่งในการส่งมอบอนาคตที่ดีสำหรับคนรุ่นหลังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ &amp;quot;ASEAN A Digital Community with Accessibility for All&amp;quot; และประเทศสมาชิกจะได้ร่วมพิจารณาร่างกรอบความร่วมมือเพื่อพัฒนาความพร้อมด้านดิจิทัลสำหรับพลเมืองอาเซียน เพื่อนำไปปรับใช้กับการพัฒนาและส่งเสริมงานด้านสื่อและสารนิเทศของประเทศสมาชิกต่อไ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95833</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, AMRI, นายอนุชา นาคาศัย, สานต่อประชาคมดิจิทัล ครอบคลุมเพื่อโอกาสของคนทุกกลุ่ม, สำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604afa5ed52e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชฯเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ขรก.ตำรวจซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จำนวน 30 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 - เว็บไซต์ราชกิจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการตำรวจ ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จำนวน ๓๐ ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตริตาภรณ์ช้างเผือก
๑. พลตำรวจโท โชติ อ้วนศรีไสย
ตริตาภรณ์มงกุฎไทย
๒. พลตำรวจเอก ค านึง สุวรรณยุหะ
๓. พลตำรวจเอก รัฐนันท์ มาแผ้ว
๔. พลตำรวจเอก เอกชัย นิเซ็ง
๕. พลตำรวจเอก ยอดชาย บุญสุข
จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
๖. พลตำรวจเอก นิตินัย อาบูวะ
๗. พลตำรวจเอก มะลาเซ็ง เซะบิง
จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย
๘. พลตำรวจตรี มานพ ไชยชนะ
เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
๙. พลตำรวจเอก มะอูเซ็ง สาเหาะ
๑๐. พลตำรวจตรี อับดุลเล๊าะ ดอเล๊าะ
๑๑. พันตำรวจเอก อรุณ แก้วกอเอียด
เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย
๑๒. พลตำรวจโท วิริยะ โตะหม๊ะ
๑๓. พลตำรวจตรี สุชีพ ละอองดี
๑๔. พลตำรวจตรี มะรีเป็น เจ๊ะยิ
๑๕. พันตำรวจเอก บุญธรรม ถาวรศิลป์
๑๖. พันตำรวจเอก ศักรินทร์ แสงเงิน
๑๗. พันตำรวจเอก ณรงค์ฤทธิ์ หนูทอง
๑๘. พันตำรวจเอก อนุวัต กอราบันหลง
๑๙. พันตำรวจเอก อนุรักษ์ รักบุตร
๒๐. พันตำรวจเอก สมพร สุดชาดา
๒๑. พันตำรวจโท ภาคภูมิ จันทร์เมธา
๒๒. พันตำรวจโท มงคล เวทมาหะ
๒๓. พันตำรวจโท ณัฐพงศ์ ชาติดา
๒๔. พันตำรวจโท ศุภักษร สะยุคงทน
๒๕. พันตำรวจตรี วินัย ฉีดเกตุ
๒๖. พันตำรวจตรี สุรศักดิ์ สังข์นวล
๒๗. พันตำรวจตรี ราชพฤกษ์ อาแว
๒๘. พันตำรวจตรี ธานี แสงสุวรรณ์&amp;nbsp;
๒๙. พันตำรวจตรี สุริยา หนูนิ่ม
๓๐. พันตำรวจตรี อรรถพล เหลือเทพ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93253</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, ราชกิจานุเบกษา, สำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>25ก.ค.ดีเดย์ให้บุคลากรทางแพทย์ลงทะเบียนโครงการ &#039;กำลังใจ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการกำลังใจของเจ้าหน้าที่ อสม. อสส.และเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 25 ก.ค.2563 &amp;nbsp;โดยผู้ขอรับสิทธิต้องเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมี 1.2 ล้านราย โดยลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือ Smartphone พร้อมบัตรประชาชน โดยมือถือ 1เครื่องสามารถลงทะเบียนได้ 1 คนเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนนั้น เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเป๋าตังของธนาคารกรุงไทยแล้ว ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวและเบอร์มือถือเพื่อรับ OTP &amp;nbsp;กรอกรหัส OTP และตั้งค่า PIN ถ่ายบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน &amp;nbsp;เมื่อระบบยืนยันความถูกต้องจะปรากฏไอคอนรูปหัวใจฝากข้อความกำลังใจ &amp;nbsp;ซึ่งผู้ได้รับสิทธิต้องนำมือถือที่ได้ลงทะเบียนไว้ ติดตัวตลอดการเดินทาง เพื่อสแกน QR Code ยืนยันตัวตนในวันเดินทางวันแรกและวันที่สองตามโปรแกรมท่องเที่ยวที่ได้เลือกไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังแนะผู้ที่ได้รับสิทธิค้นหาโปรแกรมท่องเที่ยวได้จากเว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุขไทย หรือบริษัทนำเที่ยวที่ผ่านเกณฑ์จากสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและจดทะเบียนเป็นบริษัทนำเที่ยวก่อนวันที่ 1 ม.ค.2563 ซึ่งจะมีโปรแกรมทัวร์ที่ได้รับการอนุมัติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกบริษัทนำเที่ยวนอกเขตพื้นที่ตนเองได้ โดยเริ่มเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 30 ก.ค. - &amp;nbsp;31 ต.ค. 63 นี้ ทั้งนี้​ ขอเชิญชวนเจ้าหน้าที่ อสม. &amp;nbsp;อสส. และ รพ.สต. ใช้สิทธิในโครงการ &amp;nbsp;ซึ่งหากต้องการเดินทางมากกว่า 2 วัน 1 คืน ก็สามารถทำได้เพียงแต่ค่าใช้จ่ายจะไม่ถูกรวมอยู่ในโครงการนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72157</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำลังใจ, รพ.สต., สำนักนายกรัฐมนตรี, อสม., อสส., ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16dd83dacea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล53ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.2562 &amp;ndash; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง เรื่อง พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล ให้แก่ข้าราชการตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ จำนวน 53 ราย&amp;nbsp;ดังนี้ 1.พลตำรวจโท ทวิชชาติ พละศักดิ์ เป็น พลตำรวจเอก 2.พลตำรวจโท นเรศ นันทโชติ เป็น พลตำรวจเอก&amp;nbsp;3.พลตำรวจโท พรหมธร ภาคอัต เป็น พลตำรวจเอก 4.พลตำรวจตรี กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ เป็น พลตำรวจโท 5. พลตำรวจตรี จักรกฤษศณ์ สิงห์ศิลารักษ์ เป็น พลตำรวจโท 6.พลตำรวจตรี ฉลอง ภาคย์ภิญโญ เป็น พลตำรวจโท 7.พลตำรวจตรี ชนินทร์ สุดโนรีกูล เป็น พลตำรวจโท 8.พลตำรวจตรี ชลิต ถิ่นธานี เป็น พลตำรวจโท 9.พลตำรวจตรี ชาญ วิมลศรี เป็น พลตำรวจโท และ 10.พลตำรวจตรี ชูรัตน์ ปานเหง้า เป็น พลตำรวจโท เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42317</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชั้นนายพล, ตำรวจ, พระบรมราชโองการ, พระราชทานยศ, ราชกิจจานุเบกษา, สำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10ทรงห่วงใยปชช.ร่วมงานพระราชพิธีฯทรงให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ตั้งโรงครัวพระราชทาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 เม.ย.62- นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศและทั่วโลก มีหมายกำหนดการดังนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีจบ นายกรัฐมนตรีและผู้เฝ้าฯ ทุกคนถวายความเคารพพร้อมกัน 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพัชราภรณ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามพสกนิกร ชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก จบแล้ว ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีจบ นายกรัฐมนตรีและผู้เฝ้าฯ ทุกคน ถวายความเคารพพร้อมกัน 1 ครั้ง &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ จบพระราชดำรัส ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีจบ นายกรัฐมนตรีและผู้เฝ้าฯ ทุกคนถวายความเคารพพร้อมกัน 1 ครั้ง &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี กล่าวนำ &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; โดยผู้เฝ้าฯ ทุกคน จะเปล่งเสียง&amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้กึกก้องไปทั้งแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเวลา 15.00น. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มารอเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล มาพร้อมกันบริเวณถนนสนามไชย ซักซ้อมขั้นตอนและพิธีการต่าง ๆ เพื่อให้การถวายพระพรชัยมงคลครั้งนี้ เป็นไปด้วยความงดงาม ประทับใจ และร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของชาติไทยในครั้งนี้ หลังจากจบการถวายพระพรชัยมงคลแล้ว ในเวลาประมาณ 17.00 น. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมส่งเสด็จฯ ให้เนืองแน่นตลอดสองข้างทางที่เสด็จฯ ผ่าน เริ่มตั้งแต่ถนนหน้าพระลาน ถนนราชดำเนินใน ทั้งฝั่งพระบรมมหาราชวัง ฝั่งสนามหลวง และฝั่งศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดทำซุ้มตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกขนาดใหญ่ พร้อมตกแต่งดอกไม้สวยงาม ณ ท้องสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนได้ถ่ายภาพหรือเช็คอินเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสมาร่วมในงานสำคัญของชาติไทย ต่อจากนั้นในเวลาประมาณ 19.00 น. จะมีการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ Light &amp;amp; Sound เฉลิมพระเกียรติฯ แทนการจุดพลุ โดยจะมีการซ้อมใหญ่เสมือนจริงในวันที่ 5 พฤษภาคม ภายหลังพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพระบรมราชอิสริยยศพยุหยาตราทางสถลมารค ณ ท้องสนามหลวง จึงขอเชิญชวนประชาชนได้ร่วมชมการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ Light &amp;amp; Sound เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งการแสดงครั้งนี้เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นและประดิษฐ์โดยฝีมือคนไทยเป็นครั้งแรก ในการเขียนโปรแกรมควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ให้บินอยู่ ในอากาศได้ทีละหลาย ๆ ลำ และยังจะไปจัดแสดงในส่วนภูมิภาคเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ อีก 8 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพัชราภรณ์ กล่าวว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำเข็มกลัดที่ระลึกตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิมพ์ข้อความ &amp;ldquo;เสด็จออกสีหบัญชร 6 พฤษภาคม 2562&amp;rdquo; จำนวน 100,000 เข็ม การประปานครหลวงจัดทำกระบอกน้ำพลาสติกชนิดพกพาประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 300,000 ใบ เพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่มาร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ จุดคัดกรองที่ตั้งไว้ 6 จุด ในบริเวณต่าง ๆ คือ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า พระแม่ธรณีบีบมวยผม ท่าช้าง สะพานช้างโรงสี สะพานมอญ และสะพานเจริญรัช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดเตรียมกล้าไม้มงคล และ ไม้มีค่าของแผ่นดินนานาพรรณ รวมทั้งต้นรวงผึ้ง มาแจกจ่ายให้แก่ประชาชน เพื่อร่วมกันทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ประเทศไทย ตามแนวพระราชดำริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชน ทรงมีพระราโชบายให้ดูแลประชาชนอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระองค์ท่าน ทรงให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 จัดตั้งโรงครัวพระราชทานเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 ณ ท้องสนามหลวง และจุดต่าง ๆ โดยรอบ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้จัดอาหารพระราชทาน จำนวน 80,000 ชุด แจกจ่ายประชาชน ในบริเวณสวนสราญรมย์ ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2562&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า ประชาชนสามารถนำสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นส่วนตัวมาได้ เช่น ยา แว่นตากันแดด หมวก (ยกเว้นสีดำ) ฯลฯ เมื่อเข้ามายังพื้นที่จัดงานแล้วสามารถเลือกพื้นที่เฝ้าฯ ได้ตามความประสงค์ โดยจะมีการจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในทุกพื้นที่การจัดงาน สำหรับประชาชนที่มาร่วมเฝ้าฯ แต่อาจจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สามารถชื่นชมพระบารมีผ่านจอ LCD ขนาดใหญ่จำนวนหลายสิบจอ ซึ่งจะติดตั้งตลอดแนวถนนสนามไชยไปจนถึงท้องสนามหลวง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และความร่วมแรงร่วมใจกันทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จึงขอเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารภาคเอกชน ที่มีความประสงค์จะมอบสิ่งของเพื่อดูแลประชาชนที่มาร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลครั้งนี้ เช่น หมวกแก๊ป ผ้าเย็น ถุงผ้าใส่ของ ลูกอม ยาดม น้ำดื่มขนาดพกพา น้ำหวาน พัด พัดลมมือถือ เป็นต้น สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่านสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2283 4713 และ 0 22834704 ทุกวันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปในเวลาราชการ และ ขอเชิญชวนประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญและร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของแผ่นดินไทยโดยพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34696</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์, ประชาชน, พระราชพิธีบรมราชาภิเษก, พสกนิกรชาวไทย, รัฐบาล, สำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc696bd9a383.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
