<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.” ยังเดินหน้า มาช้าแต่มาแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก ครั้งที่ 1/2564 ผ่านไป แนวทาง &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; ยิ่งชัดเจนขึ้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานฯ ในการพิจารณาเพื่อปรับแผนแนวทางการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมถึงหาข้อยุติต่อการตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะทำงานฯ ชุดดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนหน้านี้ว่ามี นายชัยวัฒน์&amp;nbsp; ทองคำคูณ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และนายจิรุฒม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นเลขานุการคณะทำงาน โดยมีสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน แต่เดิมคาดว่าจะได้ข้อยุติในเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp; ทั้งนี้รวมไปถึงการหาข้อสรุปในบางประเด็นจากการตั้งข้อสังเกตหรือข้อกังวลของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; ด้วย ต่อจากนั้นจะดำเนินการจัดทำแผนลงทุนดังกล่าวเพื่อเสนอต่อสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาและเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผย &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; ซึ่งมีการปรับแผนจากการซื้อรถเมล์ใหม่ เปลี่ยนเป็นการจัดเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าแทน และให้บริการวิ่งในเส้นทางเดินรถที่มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางตามที่กรมการขนส่งทางบกแบ่งใหม่ เป็นของ ขสมก. 108 เส้นทาง และของเอกชนอีก 54 เส้นทาง รวมระยะเวลา 7 ปี ซึ่งจะเป็นการจ่ายค่าจ้างตามกิโลเมตรที่วิ่งให้บริการจริง ในอัตราที่ ขสมก. กำหนด และยังมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว (Single Price) ในอัตรา 30 บาท/คน/วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยยังคงมีทางเลือกสำหรับค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวไว้ให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ &amp;quot;สภาพัฒน์&amp;quot; ก็เคยย้ำว่า &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; นั้น ขณะนี้ไม่ได้ติดอยู่ที่สภาพัฒน์ และกระทรวงคมนาคมไม่จำเป็นต้องนำแผนฟื้นฟูฯ มาให้สภาพัฒน์พิจารณาก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่สิ่งที่กระทรวงคมนาคมต้องเสนอให้สภาพัฒน์พิจารณา คือ แผนการลงทุนในการจัดหารถโดยสารประจำทางใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในแผนฟื้นฟูฯ ถือเป็นกระบวนการปกติของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหากต้องจัดซื้อจัดจ้างต้องส่งมาให้สภาพัฒน์พิจารณาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้ออกประกาศ เรื่อง &amp;ldquo;การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง พิจารณาปรับลดจำนวนเที่ยวการเดินรถ ในการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างจังหวัดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่าที่สามารถจะทำได้ โดยให้พิจารณาจัดการเดินรถตามความจำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้ง ปรับลดการให้บริการ ในช่วงเวลา 23.00 &amp;ndash; 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2564 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังได้ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งรถโดยสารทุกประเภท ในช่วงเวลาการให้บริการปกติ ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2564 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศฯ และสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการในปัจจุบันที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน (Work From Home) และสถานศึกษาหลายแห่ง ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ขสมก. ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่ง เฉพาะเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการลดลง ส่วนเส้นทางที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเท่าเดิม จะไม่มีการปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งแต่อย่างใด นอกจากนี้ ขสมก. ยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด - 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นาทีนี้จึงต้องบอกว่าถ้า &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; มาเร็วกว่านี้สักหน่อย ประชาชนจะได้ใช้รถเมล์ใหม่ระบบพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังลดการวิ่งในเส้นทางที่ซ้ำซ้อน ไม่ต้องรอรถนาน จากจำนวนรถน้อยและสภาพเก่าทรุดโทรม และยังมีรถควันดำเป็นมลพิษด้วย ตอนนี้จึงได้แต่รอว่า &amp;ldquo;แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.&amp;rdquo; จะผ่านฉลุย เดินหน้ารับ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่&amp;rdquo; ให้เร็วที่สุด ไม่ค้างเติ่งถูกดองไว้ที่สภาพัฒน์ นานๆ&amp;nbsp; สามารถสรุปส่งเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เร็วเท่าไหร่ก็เริ่มได้เร็วเท่านั้น ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ยังคงยืนยันหนักแน่นว่าถึงมาช้าแต่มาแน่ และนี่ถือเป็นอีกหนทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนคนกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมที่สุดอย่างหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101732</URL_LINK>
                <HASHTAG>Single Price, กรมการขนส่งทางบก, กระทรวงคมนาคม, ขนส่งทางบก, ขสมก., นายจิรุฒม์ วิศาลจิตร, นายชัยวัฒน์  ทองคำคูณ, นายดนุชา พิชยนันท์, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล, รถโดยสารประจำทาง, สนข., สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สศช., สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_609106928a838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.เลื่อนใช้ระบบตั๋วร่วม มี.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก.เลื่อนใช้ระบบตั๋วร่วม ออกไปเป็น มี.ค.62 จากเดิม. ต.ค.นี้ หลังระบบเดิมไม่รองรับระบบใหม่ คาดจะปรับปรุงระบบฯ แล้วเสร็จต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวถึงความคืบหน้าระบบซอฟต์แวร์อ่านตั๋วร่วมตามมาตรฐานของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ว่า &amp;nbsp;ในขณะนี้ระบบซอฟต์แวร์ตั๋วร่วมของ ขสมก. ที่พัฒนาอยู่ เป็นคนละเวอร์ชั่นกับทางที่ รฟม. ต้องการ ทำให้แผนการใช้ตั๋วร่วม ในวันที่ 1 .ต.ค. เกิดขึ้นไม่ทัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทาง สนข.ได้มีการหารือร่วมกับ บมจ.ช ทวี หรือ CHO และ ขสมก. แล้วในเบื้องต้น ช ทวี ยินยอมที่จะกลับไปปรับปรุงพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชั่น 2.5 ตามที่รฟม.กำหนด และคาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงซอฟต์แวร์ประมาณ 1 เดือนก่อน นำไปติดตั้งบนรถเมล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ขสมก.กล่าวว่าสำหรับการปรับปรุงระบบฯ จากเวอร์ชั่น 2.0 เป็นเวอร์ชั่น 2.5 ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขอข้อกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขการทดสอบ เพื่อรองรับบัตรโดยสารร่วมที่จะใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการปรับปรุงระบบฯ ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ขสมก.ได้มีการประชุมร่วมกับ รฟม.เป็นระยะ ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ &amp;nbsp;โดยจะใช้ระยะเวลาปรับปรุงระบบฯ ประมาณ 4 - 6 เดือน ภายหลังได้รับเอกสาร คาดว่าจะสามารถปรับปรุงระบบฯ เสร็จและใช้งานได้ประมาณเดือนมีนาคม 62 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., บัตรแมงมุม, รฟม., ระบบตั๋วร่วม, สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร, เลื่อนใช้ไม่ทัน 1 ต.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28fa6b9ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กว่าจะใด้ใช้บัตรแมงมุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กว่าจะถึงวันนี้ หลังจากที่กระทรวงคมนาคม ที่เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลโครงการดำเนินงานบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม หรือ บัตรแมงมุม เพื่ออัพเกรดระบบให้รับกับเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล และนโยบายอีเพย์เมนต์ (e-Payment) ตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน จาก &amp;ldquo;บัตรแมงมุม 2.0&amp;rdquo; ที่ใช้กับบัตรเฉพาะเจาะจงภาคขนส่ง เป็น &amp;ldquo;บัตรแมงมุม 4.0&amp;rdquo; เป็นระบบเปิดตามมาตรฐานรูปแบบระบบเทคโนโลยีบัตร EMV (Euro/ MasterCard และ Visa) ที่ใช้ได้ทั้งบัตรเครดิตและเดบิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่รับทราบกันดีว่า &amp;quot;บัตรแมงมุม&amp;quot; ได้มีการดำเนินการมาเป็นเวลานาน ใช้เวลาร่วม 5-6 ปี นับจากปี 2555 ที่สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ส่งต่อให้รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แต่เนื่องจากติดปัญหาและอุปสรรคนานัปการ ทำให้มีการเลื่อนการเปิดให้บริการออกไปหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทางสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โต้โผหลักได้ออกมาชี้แจงว่า &amp;quot;ที่จริงตั๋วร่วมบัตรแมงมุมนั้น สนข.ได้จัดทำระบบการบริหารจัดการรายได้กลางเสร็จไปแล้ว และได้ส่งมอบให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2560&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทาง สนข.ก็ยอมรับว่า การพัฒนาระบบบัตรแมงมุมที่ผ่านมา เหมือนทำงานแบบหลงทาง ใช้เทคโนโลยีตกยุคเข้ามาวางระบบ ทำให้การพัฒนาล่าช้าและไม่ตอบโจทย์ยุคสมัย โดยปัจจุบันระบบบัตรแมงมุมถูกพัฒนาเป็นแบบระบบปิด โดยใช้เทคโนโลยี 2.0 หากใครต้องการเข้ามาเชื่อมกับระบบแมงมุมจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานของตั๋วร่วมแมงมุมทั้งหมดถึงจะใช้งานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาสวนทางกับระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ขณะนี้ใน 127 ประเทศทั่วโลกหันมาใช้ระบบเปิดกันหมดแล้ว และอนาคตต่อให้ใครมีบัตรอะไร ก็สามารถไปใช้งานจ่ายค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะได้ทั้งหมด สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของภาครัฐ ที่ต้องการเปิดกว้างให้นำบริการขนส่งสาธารณะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าทุกสาย รถเมล์ ทางด่วน เรือโดยสาร รถไฟ รถทัวร์ เข้ามาใช้ร่วมกันได้ทั้งหมดภายใต้ระบบเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น สนข.จึงต้องมีการทบทวนแผนการพัฒนาใหม่ เพื่อปรับระบบแมงมุมใหม่ให้เป็นระบบเปิด หรือบัตรแมงมุมยุค 4.0 แทน โดยต้องปรับระบบหลังบ้านเพื่อให้เข้าทันกับยุคสมัยใหม่และสร้างความสะดวกให้ได้สูงสุด ที่ผ่านมาจึงเกิดความล่าช้าเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบัตรแมงมุมเวอร์ชั่นใหม่นี้ จะรองรับระบบการจ่ายเงินได้ทุกบัตร ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรพรีเพดทุกรูปแบบ รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ ทั่วโลก เช่น มาสเตอร์การ์ด หรือวีซ่า ที่พร้อมพัฒนานำระบบบัตรเครดิต และบัตรเดบิตของตัวเอง ไปเปิดใช้งานแบบระบบเปิดชำระสินค้า บริการต่างๆ ได้ตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ จะเป็นวันแรกของการเปิดบัตรแมงมุมหรือตั๋วร่วม เพื่อส่งเสริมการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะด้วยบัตรใบเดียว โดยจะเริ่มแจกนำร่องในวันดังกล่าว 900 ใบ ตามสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีเงินในบัตร 50 บาท หลังจากนั้นจะทยอยแจกอีก 200,000 ใบ จนกว่าบัตรจะหมด สำหรับบัตรแมงมุมที่จะแจกประชาชนนั้น จะเป็นบัตรเปล่าไม่มีเงินอยู่ข้างใน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โดยผู้รับสามารถนำบัตรไปเติมเงินได้ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋ว จำนวน 150 บาท แบ่งเป็น ค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าเดินทาง 100 บาท ซึ่งในช่วงแรกจะเริ่มเชื่อมตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินก่อนในช่วงปลายเดือนนี้ ก่อนขยายไปเชื่อมระบบกับรถเมล์ จำนวน 2,600 คัน และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ในวันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าบัตรแมงมุมดังกล่าวจะรองรับการใช้งานของผู้โดยสารได้มากกว่าวันละ 3 ล้านคน แบ่งเป็นผู้โดยสารรถเมล์ 2 ล้านคน/วัน ผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว 8 แสนคน/วัน ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 3 แสนคน/วัน รถไฟฟ้าสายสีม่วงและรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์อีก 1.4 แสนคน/วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องลุ้นกันว่า หลังจากนี้แล้วการใช้บัตรใบเดียวสามารถใช้บริการระบบขนส่งมวลชนได้ทุกประเภทนั้นจะเกิดขึ้นอย่างเต็มระบบได้ช้าเร็วแค่ไหน แค่เริ่มใช้กับรถไฟฟ้าแค่ 2 สาย คือ สายสีม่วงกับสายบสีน้ำเงิน ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีแล้ว จากนี้ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า หลังจากนี้แล้วจะใช้บริการกับขนส่งมวลชนประเภทใดได้อีก และทุกอย่างจะเดินหน้าอย่างราบรื่นเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11785</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, บัตรแมงมุม, สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
